ธันวาคม 2558

 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
หมอเถื่อน ณ บ้านไพร (dek-d ตอนที่126)
ป่าตกอยู่ในความคลุมเครือของราตรี ไม่นานเริ่มมีแสงเรืองคืบคลานเข้ามา จากพระจันทร์เดือนแรมที่มาประดับชิดไหล่ขุนเขาสามยอด เหนือดงผีผา กว่าแมรี่จะไปอาบน้ำได้ สงครามประสาทย่อย ๆของสองนาง เล่นเอาหมอกฤษณ์ต้องภาวนาให้จบโดยเร็ว ปกติเธอนิสัยไม่ชอบแสดงออกการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเขาเลย คงเพราะการมาของเกตุเป็นสาเหตุ เกตุมองตามแสงไฟฉายของแมรี่ ที่ลับโค้งลำธารไปแล้ว จากหน้าเครียดเป็นหน้าระรื่น รีบเข้ามาวางเป้ แล้วล้วงเอาของสิ่งหนึ่งออกมา หมอนั่งลุ้นว่าเธอจะเอาอะไรมาฝาก หวังว่าคงไม่เป็นเนื้อกระต่ายตากแห้งนะ
“พี่หมอขา.. น้องมีของมาฝาก”
“อะไรเอ่ย ไหนขอพี่หมอดูหน่อย ซ่อนอะไรไว้ข้างหลัง”
ยื่นแท่งชนิดหนึ่งมาให้ หมอรับมาดู มันคือชุดตรวจการตั้งครรภ์ ขีดสองเส้นปรากฏชัด
“เกตุจ๊ะ นี่หมายความว่าไง”
น้ำเสียงหมอสั่น นึกสังหรณ์ไว้แล้ว เกตุเอียงหน้าเข้ามาใกล้
“เกตุท้องแล้วน้า พี่หมอขา..ดีใจ มั้ย เอ่ย”
ลมจะใส่หมอ เกือบจะตกเก้าอี้
“เกตุ ไม่ได้ล้อเล่นกับพี่หมอใช่ไหม”
เธอทำลมฉุนกับอาการตกใจของเขา แต่เชิดหน้า ดวงตาเป็นประกาย “ก็ พยาบาลยัดมาให้ บอกว่าเกิดตั้งท้องจะดีรีบแก้ไข ไม่ได้ขอเอามาเองซักหน่อย ได้มาแล้วก็ลองตรวจดู มันมีสองขีด งั้นก็แสดงว่าท้องแล้ว มาคิดดูตั้งแต่ที่เรามีอะไรกัน มาถึงตอนนี้ก็เดือนกว่า ๆแล้วนี่นา”
หมอร้องโธ่ ๆๆ“แล้วพี่หมอจะอภิบายกับคุณหาญศึกเธอยังไงละนี่ พึ่งรับเป็นลูกบุญธรรมหยก ๆ”
เกตุเข้ามาสวมกอด อยากมาบอกข่าวดีข่าวนี้ที่สุดแล้ว กฤษณ์สัมผัสได้ถึงความกล้าหาญของเธอ อ้อมกอดนั้นจึงกระชับแน่นขึ้น
“พี่หมอขอโทษนะ พี่หมอเป็นคนขี้ขลาดอีกแล้ว”
“พี่หมอไม่ต้องกังวลเรื่องพี่หาญศึกหรอกคะ ไม่มีใครคิดว่าลูกของพี่หมอหรอก”
เขาส่ายหน้า เสยคางเธอมาสบตา
“อย่าให้พี่หมอเป็นคนขี้ขลาดมากกว่านี้เลย พี่หมอกล้าทำก็กล้ารับ ความจริงพี่หมอยินดีมากรู้ไหมจ๊ะ คนดี พี่หมอเคยเสียลูกในครรภ์กับภรรยาคนแรก หลังจากนั้นก็มาเสียลูกในท้องกับแมรี่อีก มันเหมือนโชคชะตาแกล้งกัน ไม่ให้พี่หมอมีลูก ฟ้าไม่ประทานเด็กมาให้ เพียงเพราะพี่หมอเคยก่อกรรมทำเวรกับลูกคนอื่นเอาไว้ ทีนี้ล่ะ พี่หมอจะได้มีลูกเสียที”
“หึ! ที่แท้ก็หวังแค่ลูก”
เธอผลักอก ถอยออกมาตามอารมณ์ที่ดักทางยาก
“เกตุจ๊ะ ฟังก่อน”
ตาคมปลาบมองมาอย่างท้าทาย
“พี่หมอได้ลูกสมใจแล้ว จากนั้นจะเขี่ยเกตุทิ้ง แล้วไปสมรักกับคู่ผัว คือนายสัณฑ์ใช่มั้ย”
หน้าหมอหด ทำไมมาพูดแบบนี้นะ“เกตุจะ พี่หมอไม่ไปเป็นเมียใครเขาหรอกนะ”
น่าขันพี่หมอเสียจริง ดูทำหน้าตอนนี้เข้าสิ หล่อนเอามืออุบปาก อดหัวเราะท้องขดท้องแข็ง หมอกฤษณ์มือกุมขมับ อายุปูนนี้โดนเด็กปั่นหัวเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่น่าเลย ไม่น่าจริง ๆ
“ถ้างั้น เรามาต่อรองกันก่อน”
“บอกเงื่อนไขมาเลยจ๊ะ”
“พี่หมอ จะต้องตามใจเกตุทุกอย่าง ถ้าอยากได้ลูก”
“ยกเว้นทำเรื่องผิดศีลธรรม พี่หมอไม่ทำนะ”
“แล้วที่มามีอะไร กับน้องสาวคนอื่น ตอนที่พี่ชายเขาไม่รู้ มันไม่ผิดใช่ไหมจ๊ะ”
เกตุย้อนเข้าให้ หมอหน้าแดงถึงใบหู ละอายเสียจริง โดนย้อนแทบกระอักเลือด
เอาแค่นี้ ตอนนี้พ่อคนหน้าบาง คงยอมหมดทุกทางแล้วสินะ
“ถ้าง้าน เริ่มจากพี่หมอไปส่งเกตุอาบน้ำก่อน ข้างนอกมันมีดน่ากลัวออก”
“ยังไม่เลิก กลัวผีอีกหรือไงคะ”
“ใครบอก! กลัวงูตะหาก”
เกตุตวาดแว้ด อย่างคนเหนือกว่า
ทางเดินไปห้องน้ำ แม้จะแค่ร้อยเมตร แต่มันลดเลี้ยว พอหันมาอีกทีไม่เห็นแค้มป์เสียแล้ว ตอนนี้มืดมากและเงียบเชียบ ต้นไม้แต่ละต้นสูงใหญ่ แลคล้ายอสุรกายมายืนขวาง ขณะจิตหนึ่งคล้ายมีดวงตามองลงมาจากข้างบน คนกลัวผีโชคดีที่ให้พี่หมอพามาด้วย ไม่งั้นคืนนี้เป็นอันไม่อาบน้ำแน่ จะให้พวกนายคงมาเป็นเพื่อนก็กลัวแอบดู
“พี่หมอหยุดก่อน แวะตรงนี้ก่อน”
“อีกนิดเดียว ตรงต้นเพกานั้น เห็นโขดหินไหม ตรงนั้นคือห้องอาบน้ำ”
“ฉันปวดท้อง ขอปล่อยตรงนี้”
เธอเอามือกุมท้อง ยืนขาสั่นใหญ่ กฤษณ์ส่ายหน้า นี่ถ้าจะกลัวเอามาก
“พี่หมออย่าเดินไปไหนนะ แล้วหันหลังด้วย ห้ามแอบดู”
“จ้า พี่หมอเห็นจนชินแล้ว”
หล่อนรีบรูดซิป แล้วนั่งมองอย่างหวาดระแวง พื้นมีใบไม้แห้ง เสียงมันสะท้อน เพราะป่ามันเงียบเหลือเกิน ตามองไปรอบทิศ ช่างน่ากลัวเหลือเกิน ต้นไม้แต่ละต้นเหมือนมีผีร้ายสิงสู่ เหมือนเมื่อคืนนั้นที่เดินกันสองคนกลางป่า แล้วเจออิทธิฤทธิ์อาถรรพ์ป่าเล่นงานสารพัด นึกแล้วมันน่ากลัวจริง ๆ ค้างคาวไฟเอย คนตัวสูงเอยประดาประดังเข้ามา โชคดีที่มีพี่หมออยู่ด้วย คืนนี้ก็เช่นเดียวกัน พออบอุ่นใจได้มาก
คุณหมอทำเสียงหึ โคลงหัว ในป่าเขาเหมือนเดินในบ้าน ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว
“ป่ามันมีอาถรรพ์สำหรับกับคนที่ไม่ชินเท่านั้นเอง สำหรับพี่หมอเหมือนเดินอยู่ในแค้มป์เลยนะ”
ข้างหลังยังเงียบ ไม่กระดิก
“ปัสสาวะเล็ดหรือไงคะ ทำไมนั่งนานจัง”
“แสบจังเลย อะไรมาโดนฉันเนี่ย”
แล้วก็ลุกพรวด ร้องโอ้ย โดดเด้งเหย่ง ๆ
กฤษณ์ฉายไฟดู เห็นเธอดิ้นพรวด ๆเอามือกุมเป้า หมอรีบฉายไฟ พอเห็นวัชพืชเล็ก ๆต้นหนึ่ง
“ตำแย โธ่เอ่ย ไม่ดูให้ดีก่อน”
“พี่หมอ! มันแสบมันคัน ช่วยด้วย!”
“เกตุอย่าเกาตรงนั่น! มันจะอักเสบ เดี๋ยวกลับกระโจมค่อยเอายามาทาให้”
เสียงเอะอะทางนี้ เหมือนเรียกใครบางคนเข้ามา และเธอคนนั้นก็คือแมรี่ ที่พึ่งเสร็จกิจจากการอาบน้ำ แสงไฟฉายวาบ เดินดุ่ม ๆมาที่ทั้งสอง กฤษณ์เอามือป้องตาจากแสงไฟจ้า เรียกชื่อแมรี่ ภาพที่แมรี่เห็น เกตุกำลังเปลือยท่อนล่างอยู่ กางเกงชั้นนอกชั้นในถูกรูดไปกองที่ข้อเท้า
“เธอคง “คัน” มากสินะ ถึงได้พาผู้ชาย มามีอะไรกันกลางป่าแบบนี้ แต่ให้ตายเถอะ ช่วยอายผีสางเทวดากันบ้าง” พูดจบก็หันหน้าเดินงุด ๆจากไป ไม่ยอมรับฟังคำอธิบาย คำด่าของแมรี่ ทำเอากฤษณ์หน้าแตกเหมือนกระเบื้อง เพราะตนเองมีส่วนในคำด่านั้นด้วย ต้องเอามืออังหน้าที่ร้อนเหมือนเตาถ่าน เพราะสุดแสนจะอับอาย ทำไมนะ ฉันต้องมาโดนด่าแบบนี้ด้วย นี่เราผิดพลาดอะไรกัน เราทำผิดอะไร หมอครวญ
เกตุใส่กางเกงเรียบร้อย มองตามแสงไฟวาบ ๆของแมรี่ ที่มุ่งหน้ากลับกระโจม
“ปล่อยเขาไปเถอะค่ะพี่หมอ ผู้หญิงไร้เหตุผลพรรคนั้น”
หมอเอามือแตะอก สูดลมหายใจลึก
“พี่หมอจะกลับไปอธิบายกับเธอเอง เกตุ แอ่งน้ำอยู่ตรงนั่น ดูตามแสงไฟนะ ความจริงไม่ไกลเลย แค่ลับโค้งจากแค้มป์มาหน่อยเท่านั้น ส่งเสียงตะโกนยังได้ยิน”
หญิงสาวตาพองโต อย่างไม่พอใจ “ไม่เอา! พี่หมอมันเปลี่ยว พี่หมอต้องอยู่เป็นเพื่อนเกตุอาบน้ำ”
“พี่หมอ จะกลับมารับนะ”
“ไม่ได้!” หล่อนกระทืบเท้า “เกิดเดินสะดุดล้ม เกิดแท้งแล้วจะทำไง พี่หมอจะฆ่าลูกใช่มั้ย”
หมอผิวบางส่ายหน้า พลันยื่นแท่งตรวจครรภ์มาให้ เกตุร้องเอ๊ะ เอาของแบบนี้มาให้ดูทำไม
“ไม่ใช่แท่งที่เกตุเอามาให้พี่หมอหรอกนะ อันนี้พี่หมอหยิบมาเอง”
ปรากฏขีดบนแท่งตรวจครรภ์ เพียงขีดเดียวเท่านั้น คราวนี้ฝ่ายหญิงขบเล็บบ้าง ทำหลบสายตาของหมอที่จ้องคาดคั้น เมื่อครู่หมอฉวยจังหวะ เอาปัสสาวะของเธอมาตรวจ ถึงได้รู้ความจริง พอหมอถามทำไมโกหก หญิงสาวหลบตา ขยับปากพูดไม่ออก คราวนี้ค่อยมีเสียงสะอึกสะอื้นเล็ดออกมาอีก แล้วก็ปล่อยโฮมันตรงนั้น หมอตามอารมณ์ไม่ถูกอีกแล้ว เธอลงไปนั่งดิ้นปัดกับพื้น มือคว้าใบไม้ขว้างปา
“พี่หมอ เกตุเปล่าโกหกนะ เกตุเคยท้องจริง ๆแต่แท้ง”
“ไหนว่าอะไรนะ! เกตุแท้ง เป็นไปได้ไง”
“พี่หมอจะรู้อะไร มัวแต่อยู่ในป่า ไม่มาดูดำดูดีบ้างเลย เกตุเกือบถูกคนของยุคลธรข่มขืน เกตุพยายามสู้สุดฤทธิ์แล้ว แต่ผู้หญิงจะสู้เรี่ยวแรงผู้ชายตัวโต ๆได้ไง มันต่อยเข้าที่ท้องหลายครั้ง จะให้เด็กในท้องรอดชีวิตได้ยังไง”
“จริง จริงหรือเกตุ?”
หมอมือไม้สั่นไปหมดแล้ว ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้นะ
ดวงตาคมฉ่ำน้ำคู่นั้น ฉายแววตัดพ้อ
“ไม่เชื่อก็ไปเอาหลักฐาน ที่พวกหมอกับพยาบาลของพี่หมอดูสิ คนของพี่หมอเองทั้งนั้น”
เรื่องรายงานของพวกหมอ เขาได้รับทราบแล้วว่าเกตุถูกทำร้าย ในที่สุด ยุคลธรก็หาทางแก้แค้นเขาจนได้ ผ่านทางเกตุ ไม่นึกเลย ยุคลธรจะใจร้าย ขนาดให้คนมาย่ำยีผู้หญิงด้วยกัน หมอกฤษณ์รวบร่างเกตุมาสวมกอดแน่น เกตุยังตบตีเขาไม่หยุด
“พอแล้ว! พี่หมอให้อภัยแล้ว พี่หมอผิดเอง ที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นมาทำร้ายเกตุ”
น้ำเสียงเธอลดระดับลง ซบหน้ากับแผ่นอก ปล่อยน้ำตาคลอ กระพริบตาปริบ
“ว่าแต่ ยุคลธรเป็นใครคะ ทำไมเธอวางอำนาจมาก”
หมอกฤษณ์เสยคางเธอมาสบตา
“พี่หมอยังไม่ได้บอกกล่าว ความเป็นมาของยุคลธร ความจริงเธอเป็นคนที่พี่หมอเคยคบหา”
“วอท! แฟนเก่า ผู้หญิงแสนเย่อหยิ่งนั่นนะเรอะ”
หมอตกใจกับภาษา นึกไงพูดฝรั่ง “อดีตจ๊ะ เราเลิกกันแล้ว ความจริงเราคบหากัน ตามความเห็นชอบของผู้ใหญ่ อันที่จริง ฐานะเราเป็นญาติกันด้วย เธอเป็นลูกสาวของท่านอนันต์ ซึ่งเป็นคนใกล้ชิด ประหนึ่งพี่ชายของคุณพ่อ พวกท่านต่างชอบใจ และกำหนดให้เราต้องแต่งงานกัน ทั้งที่ความจริง นิสัยของเราทั้งคู่ไม่เข้ากันเลย เวลาผ่านไป หลังจากพี่หมอคบหากับมารีน่า ยุคลธรก็คบหาชายอื่น ตอนที่พบหน้ากันอีกครั้ง พี่หมอได้พูดคุยตกลงกับเธอ เรื่องข้อผูกมัด ชีวิตเป็นของเรา ผู้ใหญ่ท่านคงไม่รู้อนาคตว่า เราต่างก็ต้องไปพบคนรักของตนเอง เงื่อนไขที่กำหนดไว้ ไม่เป็นธรรมกับเราทั้งสอง ดังนั้นจึงขอให้ยกเลิกการคบหากันเสียที”
“พี่หมอขอเลิกก่อนด้วย มิน่า ยุคลธรถึงแค้น”
เขาหัวเราะ ลูบหน้าผาก ไล้ลงมาดวงหน้ารูปไข่ ดวงตาส่อแววซุกซนอีกแล้ว
“ยุคลธรพออายุย่างเข้าวัยรุ่น เธอแสนสวย กรีดกรายอยู่ในสังคมชั้นสูง มีชายหนุ่มติดตามคอยเอาอกเอาใจ เธอแสดงออกถึงการคบหาชายอื่นมาตั้งแต่นั้น โดยเปิดเผยเสียด้วย ก่อนที่พี่หมอจะเจอมารีน่าเสียอีก พี่หมอไม่เข้าใจว่าทำไม ยุคลธรถึงมาเกรี้ยวกราดด้วย เรื่องที่พี่หมอขอเลิก ทั้งที่เธอควรจะพอใจ กับอิสรภาพที่พี่หมอคืนให้เสียด้วยซ้ำ”
เกตุเขี่ยจมูกโด่งสวยของเขาเล่น แล้วจูบด้วยหวานหยด
“ก็ พี่หมอเป็นของตายนี่คะ นิสัยเงียบ ๆสุภาพก็เท่านั้น ขี้เกรงใจก็เท่านั้น ผู้หญิงก็คงคิดว่าเป็นของตาย อยู่ในตู้เย็น เมื่อไหร่ก็คว้าเอามาได้ นี่พี่หมอวันดีคืนดี เล่นมาหักหน้าไม่มีชิ้นดีเลย ผู้หญิงถือดีคงอกแตกไปเลยสิท่า”
นึกถึงในวัยเด็ก เขากับเธอยุคลธรต่างเติบโตมาด้วยกัน เธอเคยน่ารักสดใส เป็นน้องสาวที่น่ารักเหมือนตุ๊กตา ทำไมโตขึ้นมากลับเป็นคนร้ายกาจเช่นนี้ ที่เคยร้ายกับมารีน่า ทุกวันนี้ยังมาคิดร้ายกับเกตุด้วย และในอดีตการตายของมารีน่า เขาสงสัยว่ายุคลธรจะอยู่เบื้องหลัง มารีน่าสุขภาพครรภ์ดี เครื่องไม้เครื่องมือและแพทย์ผู้ชำนาญงานทำคลอด เหตุใดเธอจึงเสียชีวิตได้ ยิ่งเขาสืบสาวสาเหตุการตายลึกเข้าไปก็ยิ่งตระหนัก จนเขาไม่ต้องการบทสรุปอีกแล้วได้ ได้แต่ถอนตัวออกมา แล้วโทษเวรโทษกรรมของตนเอง
“มัวคิดอะไรอยู่พี่หมอ อึ้งนานเซียว”
เกตุส่ายนิ้วไปมา ใกล้หน้า
“ว่าแต่ เกตุไปเอาแท่งตรวจครรภ์มาจากไหน ทีมีสองขีดเอามาจากไหน”
น้ำเสียงของคุณหมอเข้มขึ้น เกตุสีหน้าจืดลง ใจจริงไม่อยากบอกเลย แต่โดนแฉแล้ว บอกไปดีกว่า
“ของวรรณนาค่ะ ท่าจะท้องกับป้อง เจ้าคนไม่เอาไหนนั่น”
หมอสะอึกคราวนี้ วรรณนาท้อง ทำไมเขาพึ่งรู้ คิดมากก็เท่านั้นไว้คอยแก้ไขไปทีละเปราะดีกว่า
“เอาล่ะ เกตุไปอาบน้ำได้แล้ว กลิ่นเปรี้ยวแล้วนะเรา”
“พี่หมอ!”
ห้องน้ำธรรมชาติ มีแก่งหินงอกเป็นคูหา น้ำในลำธารไหลเวียนมาขังในแอ่งเล็ก ๆพอให้ใช้ขันวักขึ้นมาชำระล้าง หมอกฤษณ์จุดเทียน ตามไฟสว่างพราวไปทั้งคูหา ยิ่งใต้ท้องฟ้า ดวงดาวระยับ หญิงสาวเงยหน้ามอง แล้วดูความสว่างแพรวบนผืนน้ำ หมอเข้ามาเขย่าตัว แล้วชี้ให้ดูเครื่องอาบน้ำ เกตุตาโต เลือกหยิบขวดหนึ่งมาดู ปากบอกของดี ๆราคาแพงทั้งนั้น
“ในป่านะนี่ ใช้แต่ของดีทั้งนั้นเลยพี่หมอ โคลนหมักหน้าก็มี ของนำเข้าเสียด้วย”
“จ๊ะ ๆรีบอาบเข้าเถอะ อากาศมันเย็น โดนน้ำนานจะเป็นหวัดเอา พี่หมอจะไปคอยข้างนอกนะ”
หญิงสาวดันตัวขึ้นไปนั่งแผ่นหินโค้ง พอดีรับแผ่นหลัง ปล่อยเรียวขาไกวในน้ำไหลอย่างสบาย แล้วชี้ตรงนั้น ก้อนหินงอกข้างแอ่ง รูปร่างคล้ายสุนัขนอนหมอบ เธอย้ายไปนอนพังพาบโอบหินก้อนนั้น ปล่อยหัวเข่าและท่อนขาแช่น้ำในอ่าง รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อย่างพักผ่อนขึ้นมา ปล่อยความเย็นจากก้อนหินซึมเข้าร่าง อยากจะหลับเสียตอนนี้..
“พี่หมอ ที่นี่สบายจังเลย ตอนกลางวันมาเล่นน้ำตรงนี้นะคะ”
พี่หมอไม่ตอบ เดินมาเกือบประกบชิดบั้นท้าย ที่งอนเชิดตามหินที่นูนขึ้น หญิงสาวใจเต้นรัว แก้มแดงด้วยเลือดฝาด ไม่ทันไร หมอฉากออกมายัดผ้าเช็ดตัวใส่มือ บอกจะไปรอข้างนอก
“พี่หมอ ดูเหนื่อยจังเลยนะคะ”
ชายหนุ่มฝ่ามือแตะแก้ม “อืมม์ พี่หมอทำงานทั้งวัน เลยอยากพักผ่อนน่ะ เกตุอาบน้ำไปเถอะนะ”
“พี่หมอ”
เธอคว้าข้อมือเขา ส่งสายตาอ้อนวอน
“ไม่ได้นะคะ ตรงนี้ไม่ได้ พี่หมอไม่ได้มีอะไรป้องกันไว้เลย คราวนี้เกิดท้องขึ้นมาจริงจะยุ่ง”
“พี่หมอบ้า! แค่จะบอกว่าอย่ากลับไปก่อน”
เสียงเธอก้องในคูหาน้อยเลย พอเขาไปแล้ว ดวงตาคู่นั้น เหลียวซ้ายแลขวาทันที ทำไมมันเงียบแบบนี้นะ มีแต่เสียงน้ำไหล แล้วมีเสียงเหมือนคนอื่นอยู่ข้างนอกอีก จะว่าเป็นเสียงฝีเท้าของเขาก็ได้ ทำไมไปเดินวนไปวนมาอยู่ข้างนอกอย่างนั้น
“นั่นแน่พี่หมอ กะจะมาหลอกผีสิท่า!”
“พี่หมอเปล่า หลอกผีนะคะ!”
น้ำเสียงของเขา ฟังเหมือนอยู่ไกลออกไป
“พี่หมอ เดินวนไปวนมาทำไม!?”
“พี่หมอล้างเท้า อยู่ตรงนี้เอง!”
น้ำเสียงของเขาแว่วมา คราวนี้ไกลออกไปแก จะว่าไปห่างพอสมควร หญิงสาวขยับปากพูดไม่ออกไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว เหนียวเนื้อตัวเหลือเกิน รีบปลดเสื้อผ้าลงทันที แอ่งน้ำแทนที่จะใช้ขันตัก เธอลงไปนั่งเลย ใช้มือวักน้ำมาลูบเนื้อตัว เสียงน้ำข้างนอกไหลริก สลับกับดังโครม มันแรงขึ้นถี่ขึ้น จนสาวเจ้าต้องผุดขึ้นมาร้อง “ใครน่ะ” แล้วทุกอย่างก็เงียบไป มาคิดดูอีกที รู้สึกหลอนผู้ชายเหมือนกัน ในตอนสู้กับเจ้าผู้ชายคนนั้น ตอนมันรุกล้ำเข้ามา รู้สึกขนลุกไปหมด ยังดีที่พี่หมอมีความอ่อนโยนเหมือนเพศแม่ ไม่งั้นชีวิตนี้เธอไม่กล้ารักผู้ชายคนไหนอีกแล้ว
“โครม!”
“ใครน่ะ! ออกมานะ!”
ไม่มีเสียงขานตอบ
“พี่หมอ! อยู่ข้างนอกหรือเปล่า”
เงียบ ไม่มีน้ำเสียงขานตอบมาเช่นเคย
“พี่หมอหนีกลับก่อนแล้วใช่มั้ย! ก็ได้ เกตุกลับเองก็ได้”
แสงเทียนไหววาบ คนหลอนผีหันแวบกลับมา เหมือนมีเงาคนอยู่หลังซอกหินข้างนอก เพ่งตามแล้วสะดุ้งพรวดขึ้นจากแอ่ง ผู้ชาย ไม่สวมเสื้อผ้าด้วย เห็นแผ่นหลังหยก ๆพี่หมอไม่ทำอะไรแบบนี้แน่ เธอหันไปคว้ากระเป๋ามีดสั้นทันที รูปร่างบึ๊กบึนอย่างนั้น ไม่มีทางใช่พี่หมอแน่นอน นึกสังหรณ์แล้วเซียวว่าอาจเจอพวกถ้ำมอง
”ถ้าแอบดูละก็ จะปามีดไปปักเข้าลูกตาเลย คอยดูนะ”
เสียงฝีเท้ากวนน้ำดังโครม เบื้องหลังเพียงมีหินกั้น คราวนี้แน่ใจแน่ เจ้าคนบ้ากาม จะแทงตาให้ทะลุเลย ซอกหินบางช่วงค่อนข้างกว้าง แสงฝีเท้าเจ้ามนุษย์ถ้ำมองกำลังเดินไปทางนั้น เกตุย่อง มือกำมีดสั้นแน่น จะปาปักเข้าลูกตาเลย คอยดูโผล่หน้ามาเมื่อไหร่ ในคืนพระจันทร์ฉายแสง เมฆบดบังเคลื่อนคล้อย ทำให้ยิ่งเห็นที่ว่างระหว่างซอกมุมชัดเจน ร่างนั้นก้าวขาโผล่มายืนตระหง่าน ท่อนบนเปลือยเปล่า มีเลือดแห้งเกรอะกรัง เลือดบางส่วนยังไหลลงมาจากคอที่ด้วน ท่อนล่างสวมกางเกงยีนส์ ข้างบนนั้น! เกตุชี้มีดสั่น ๆ ทำไมบนคอไม่มีหัว โอ้ยจะเป็นลม.. มองมีดในมือ แล้วจะปาให้โดนตายังไง เจ้าตัวนี่มันไม่มีหัว
ร่างหัวขาด ค่อยเบียดแทรกดันตัวเข้ามาในซอกหิน มือข้างนั้นอันชุ่มเลือด เหมือนจะยื่นมาไขว่คว้าเอาคอของเธอ เหมือนภาวะถูกผีอำ ไม่สามารถก้าวขาออกได้เลย เนื้อตัวมันแข็งไปหมด อสุรกายไร้หัว เลือดยังทะลักเปรอะไปกับพื้นหิน อีกเพียงก้าวเดียว มือข้างนั้นจะคว้าคอเธอได้แล้ว
“กรี๊ด!!”
หมอกฤษณ์กำลังแช่เท้าในน้ำ ปล่อยอารมณ์เคลิ้มเหมือนจะหลับ พลันต้องสะดุ้งโหย่งกับเสียงกรีดแหลมนั้น พอไปถึงก็สวนทางกับเกตุที่วิ่งหลับหูหลับตาออกมาไม่คิดชีวิต เลยคว้าร่างเอาไว้ได้ก่อนจะชนผนังหินหน้าผากแตก ถลอกปอกเปิก เพราะความกลัวจนไร้สติ หมอเขย่ากรามเธอ ร้องเรียกปลุกสติ
“เกิดอะไรขึ้นเกตุ! ทำไมวิ่งออกมาแบบนี้!”
“ผีๆๆผีหัวขาด พี่หมอช่วยด้วย ผีหัวขาดมันจะฆ่าน้อง โอ้ย! ช่วยด้วย”
แล้วก็ปล่อยโฮดังลั่น แข้งขาอ่อน ทรุดลงไปนั่งตรงนั้น
“เกตุ..เราไม่ได้นุ่งผ้านะ เสียงดังจะทำให้พวกในแค้มป์ได้ยินแล้วมาทางนี้ เข้าไปก่อน ไปใส่ผ้าให้เรียบร้อย”
“ไม่! ผีหัวขาดมันอยู่ในนั่น”
“ไหน ไม่เห็นมี”
“ก็มันยืนอยู่ตรงนั้น ตรงนั้นไง”
น่ากลัวเหลือเกิน เธอเอามือปิดตา ชี้นิ้วกลับหลังเข้าไปข้างใน ด้วยความหวาดเสียวสุดขีด หมอกฤษณ์ส่ายหน้า คว้าข้อมือเธอได้ก็ลากเข้าไป ก่อนที่จะมีคนอื่นเข้ามาเห็นสภาพอันแสนอนาจารเช่นนี้ ลากยังไง หล่อนก็ดื้อไม่เข้าไปท่าเดียว เห็นท่าไม่ได้เรื่อง จึงถอดเสื้อคลุมมาสวมให้ ป้องกันภาพอุจาด เสื้อคลุมยาวพอดีเป็นมินิสเกิร์ต มันทำจากขนมิ้งค์ตัวโปรดของหมอเอง ต้องปลอบใจอยู่พักใหญ่ กว่าเธอจะยอมสงบได้
“ลืมตาซิ เห็นไหม ข้างในไม่มีอะไรเลย”
คนขลาดผี ค่อยลืมตา มองภาพตรงหน้า รอยเลือดติดแผ่นหิน ตอนมันเอามือแปะเคลื่อนตัวผ่าน กลับอันตธานหายไป กลิ่นคาวเลือดหายไป มีแต่กลิ่นเครื่องหอมจากครีมชั้นดี “แต่ว่า ตอนนั้นมันเห็นจริง ๆ”เธออิดอ่อน
หมอร้อง มิน่า ๆ“เกตุหลับไปใช่ไหมจะ ถึงได้ฝันร้ายเอา”
“ฝันยังไง เหมือนจริงออกขนาดนั้น”
พอไปมองใกล้ ๆซอกหิน หยดเลือดไม่มีเลย คิดไปคิดมา แล้วเธอก็หัวเราะขึ้น
“เอาล่ะ ยอมแพ้ก็ได้ ว่าฝันไป ว่าแต่มันแค่เคลิ้ม ๆเอง ไหง มันเหมือนจริงมากนะ พี่หมอ”
ใบหน้าของเขาเงยขึ้น รับแสงจันทร์นวลผ่อง ดูใจดีอยู่เช่นเดิม ไม่มีส่อความรู้สึกหงุดหงิดขุ่นเคือง เธอยิ้มอย่างเย็นใจ ดึงชายผ้าขนมิ้งค์มาขยี้อย่างไม่มีความหมาย
“เบาหน่อย พี่หมอมีชุดเดียวเองนะ”
เธอเลิกชายขึ้นมาดู
“เนื้อผ้านิ่มจังเลยนะคะ มิน่าขนมิ้งค์ ราคาถึงแพง”
“เกตุจ๊ะ อย่าเลิกผ้าขึ้นอย่างนั้น มันไม่งามนะ”
“หึ!” สายตาหญิงคู่นั้น เริ่มมีเคืองบ้างแล้ว
“พี่หมอ ไม่แมนสักนิด”
ช่างเหนื่อยใจเสียจริง หมอไม่อยากโต้ตอบ เขาเดินไปจุดเทียนที่ดับ คูหาสว่างขึ้นอีกครั้ง แล้วเลือกหาที่นั่งแถวนั้น
“เอาล่ะ รีบทำธุระให้เสร็จ พี่หมอจะนั่งเป็นเพื่อน จะนั่งตรงนี้”
หลังต้นไม้ใหญ่ คีรีวัลย์เดินออกมา ด้วยดวงตาขึงขัง ในมือกำพระขรรค์ทองมั่น มองแสงทองพราวระยับสุกใส เล็ดออกมาจากคูหาน้อยริมธาร ด้านหลังคือผีหัวขาด ที่ยืนเลือดทะลักจากลำคอ นางผู้เต็มไปด้วยหัวใจริษยา ยามนี้ดวงตาทั้งคู่มีเปลวไฟลุก ถึงกับชักพระขรรค์ออกมาอย่างเดือดดาล แผนการกำจัดหนามหยอกอกเป็นอันล้มเหลว ผีหัวขาดไม่อาจจะเข้าใกล้ศัตรูหัวใจได้เลย มีอำนาจบางอย่างคุ้มกันเธอเอาไว้ ผีหัวขาดเลยกระเด็นมาถึงนี้
“เจ็บใจนัก นังลูกยักษ์ลูกมาร ตายยากตายเย็นจริงนะ”
ยิ่งเห็นภาพบาดตา ยิ่งโมโห อยากเข้าไปฟันคอทั้งคู่นัก
“พระองค์! ทีกับแมรีเคยเอาใจใส่แบบนี้บ้างมั้ย เคยเหลียวแลบ้างมั้ย แล้วทีกับคนที่ทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า โกหก หลอกลวง มารยาสาไถยสารพัด แต่พระองค์ไม่แม้จะมีรอยกริ้วบนพระพักตร์ มีแต่พระสรวล พักตร์ของพระองค์มีแต่จะเอ็นดูมัน นังลูกยักษ์ มันมีดีเหนือกว่าแมรี่ตรงไหน ทำไมพระองค์ถึงลำเอียง ไม่เคยเลิกรา” น้ำเสียงนางสะท้อนเยือกเย็น ด้วยความรู้สึกปวดร้าว ด้วยแรงอาฆาตข้ามภพข้ามชาติ ช้างโทนรู้นิสัยผู้เป็นนาย ยังต้องถอยห่าง แล้วค่อยเล็ดลอดหายไปในความมืด คีรีวัลย์ถูกประหารด้วยไฟ จากรับสั่งของพระสวามี ก่อนสิ้นใจ ยังจดจำใบหน้าของนังหญิงศัตรูคู่แค้น ที่ยังลอยหน้ามองความวิบัติของเธอ สาบานจะตามจองล้างจองผลาญทุกภพชาติ
เมื่อทำอะไรไม่ได้แล้ว นางก็หันมา ดวงตาไฟลุกท่วม ผีหัวขาดถึงกับผวา ก้าวถอยหนี
“เจ้าผีหัวขาด! มานี่ ยื่นคอมา ข้าจะฟันให้หายแค้น!”
ภายในกระโจม หมอกฤษณ์ปิดไฟแล้ว เดินไปหยิบผ้าห่มมาคลี่คลุมให้ทั้งแมรี่กับเกตุ ส่วนตนเองเดินไปลากเก้าอี้ มานั่งตรงหน้าต่าง เพื่อมองแสงจันทร์ ปล่อยให้แสงนวลอาบผิวหน้า ดวงตาสีฟ้าสุกใส ในความคิด ปรากฏภาพของไพรวัลย์ เหตุใดนะ เขาจึงไม่ปรากฏตัวออกมาเลย ไม่รู้ตอนนี้จะมองลงมาอยู่หรือเปล่า คืนนี้มันช่างวุ่นวายเสียจริง อยากให้เขามาช่วยแก้ไขเช่นทุกครั้ง
ใต้แสงจันทร์เยือกเย็น ตรงนั้น พงรกชัฏใต้พุ่มต้นรัง มีคนกลุ่มหนึ่งเดินแหวกลุยไปเป็นทาง กฤษณ์จำได้ว่า คนเดินนำหน้ารูปร่างคุ้นตา นั่นคือสัณฑ์ อีกสองคนน่าจะเป็นตะบันกับน้องชาย หลังสุดน่าจะเป็นเล่าอูเพราะแบกปืนลูกซอง
“พวกคุณสัณฑ์ จะไปไหนกันอีกนะ ดึกขนาดนี้”
กฤษณ์ลุกขึ้น หลุดปากพูดออกมา พอดีทำให้แมรี่ตื่นไปด้วย
“ยังไม่นอนอีกหรือคะ เจ้านาย”
หล่อนพลิกตัวขึ้นมานั่ง
“ยังไม่หลับอีกหรือคะ ถ้าผ้าห่มไม่พอ พี่หมอจะเอามาให้นะ ไม่ต้องลุกมา”
“ไม่ค่ะ นอนไม่หลับ จะรอจนกว่าเจ้านายจะเข้าที่นอนก่อน ไม่เหมือนเด็กนี่หรอก หัวถึงหมอนปับ หลับเป็นตายเลย แต่ก็ดี เป็นคนไม่คิดมากอะไร ไม่เหมือนกับแมรี่”
“เห็นเกตุบ่นปวดหัวกับหนาว พี่หมอเลยให้ยาสกัดแก้ไข้ ฤทธิ์ยาทำให้ทำหลับง่ายด้วย”
หมอพูดไปพรางหยิบหมวกไหมพรม มาสวมให้เธอ เป็นหมวกแบบเดียวกับที่เกตุใส่นอนในตอนนี้ หญิงสาวน้อมใบหน้าลง ด้วยความรู้สึกผิด ที่เคยได้ต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง
“แมรี่ ต้องขอโทษเจ้านายด้วยค่ะ”
หมอเบิกตาสีฟ้า คล้ายไม่เข้าใจสิ่งที่เธอพูด
“มาขอโทษ อะไรจ๊ะ”
“ก็เรื่อง ที่แมรี่ด่าเมื่อช่วงหัวค่ำ แมรี่เปล่าเจตนาจะด่ารวมเจ้านายนะ คืออารมณ์ตอนนั้นมันพาไป”
หมอส่ายนิ้วชี้ เป็นการปฏิเสธแถวปลายจมูกของเธอ แล้วโอบไหล่มานอนหนุนอก
“พี่หมอรู้ ปกติแมรี่ไม่ได้คิดอกุศลกับใคร เพียงแต่คนเรา บางครั้งก็มีหลุดจากกรอบเดิม ๆของตนเอง เพียงเพราะประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด พี่หมอรู้ ใครมาเจอกับภาพแบบนั้น ชายหญิงในสภาพเปลือยในที่เปลี่ยว เขาคงคิดแบบว่า แบบว่าเรื่องแบบนั่นแน่ พี่หมอจะให้เวลา ให้แมรี่อารมณ์เย็นลงก่อน ค่อยหาเวลามาอธิบาย”
ขนตาของหญิงสาวพับลง เจ้านายเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อห้าปีก่อนเป็นยังไง เวลานี้ก็เช่นนั้น เธอเสียอีก ที่เปลี่ยนไป กลายเป็นคนเจ้าความคิด หวาดระแวง และพยายามรักษาสิทธิ์ที่ตนเองไม่มี
“แมรี่เป็นได้แค่คู่ขาเท่านั้น ใช่ไหมคะเจ้านาย”
หมอลูบร่องผิวหน้าบาง คล้ายมีน้ำ ความทุกข์ใจของเธอ
“ไม่เลย แมรี่มีฐานะจนเกือบกับคำว่า “ภรรยา” เพียงแต่มีความบกพร่อง ที่มาจากตัวพี่หมอเอง”
“บอกหน่อย ได้ไหมคะ”
“เรื่องนี้ อย่ารู้เลยดีกว่า”
“ผู้หญิงคนนั้น”
“หือม์”
“เกตุหรือจะ”
หญิงสาวชี้นิ้วไปทางหน้าต่าง ทิศทางหมู่บ้านในป่าบอน
“ทุกครั้งที่ผู้หญิงชื่อยุคลธรมา ทำไมเจ้านายถึงหลบหน้าด้วย แล้วยังสั่งให้แมรี่ไปทำธุระที่อื่น คราวนี้ก็พามาแค้มป์ด้วย กะจะไม่ให้พบหน้าเธอเลยรึไง ได้ยินพวกแม่บ้านเค้าพูดกัน ผู้หญิงชื่อยุคลธรสวยมาก สวยจนแทบไม่ใช่คน เหมือนนางฟ้า เห็นลือกันอย่างนั้น แมรี่ชักอยากเห็นหน้าแล้วสิ แต่มาติดเจ้านายลากมาทุกที มันจะเป็นอย่างที่แมรี่คิดมั้ย คือเจ้านายกับผู้หญิงคนนั้น มีความสัมพันธ์กัน แบบประเภทคนรัก”
เขายิ้มอย่างเข้าใจ ว่าเธอรู้ทัน มือลูบเส้นผมคลอเคลียหน้าผาก แล้วบรรจงจูบ
“แมรี่เดาได้ถูกต้องแล้ว พี่หมอเคยคบหากับยุคลธร แต่เราเลิกกันแล้ว”
“เพียงเท่านี้ ถึงกับต้องหลบหน้าเลยรึคะ”
“ถึงจะเลิกกันแล้ว แต่การงานยังต้องผูกพันกันอยู่ ยุคลธรเธอเป็นคนอารมณ์ร้าย พี่หมอไม่ต้องการเผชิญหน้ากับเธออีก เพียงแต่ท่านอนันต์ พ่อของเธอเป็นผู้บริจาคเงินให้พี่หมอได้ทำงานแพทย์อาสาชนบท มาตลอดหลายปี แม้แต่การเดินเรื่องขอใช้พื้นที่อุทธยาน มาสร้างเป็นโรงพยาบาลช้างของแมรี่ ก็ต้องอาศัยท่านช่วยมาตลอด ลำพังพี่หมอทำอะไรได้ไม่มาก ต้องอาศัยท่านเท่านั้น”
“ว้า แย่จริง ต้องอาศัยพ่อของคนรักเก่า แบบนี้ก็แย่สิ แบบนี้ผู้หญิงชื่อยุคลธรจะเขม่นผู้หญิงคนใหม่ของแฟนเก่าก็ไม่แปลกเลย แล้วลองผู้หญิงด้วยกัน ได้มาเห็น คนรักของแฟนใหม่ ความรู้สึกหึงหวงมันจะเกิดขึ้นก็ไม่แปลก ขนาดเจ้านายเป็นคนมองโลกในแง่ดี ยังบอกเธอเป็นคนอารมณ์ร้าย แสดงว่าต้องร้ายเอาเรื่องแน่ แถมยังมีอิทธิพลด้านการงานต่อคนรักเก่าด้วย แมรี่ทำเจ้านายลำบากใจ..”สิ้นคำ เธอถอนใจแรง ก้มหน้า
“ไม่ใช่ความผิดของแมรี่ ความจริงยุคลธรเธอมีคนรักใหม่อยู่แล้ว เพียงแต่เธอเป็นคนอารมณ์ร้าย พี่หมอเกรงเธอจะมาหาเรื่องแมรี่ ถ้ารู้ว่าเราแต่งงานกัน”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
หญิงสาวลุกขึ้นนั่ง เผชิญหน้ากับเขา สองมือกุมตอบด้วยดวงตามุ่งมั่น
“เจ้านายพูดมาแบบนี้ก็ดี ในที่สุดก็รู้ความจริงเสียที การแต่งงานของเราจะกระทบกับคนอีกมาก โรงพยาบาลช้างที่เราเพียรสร้างด้วยกันมา คงพัง เพราะผู้หญิงคนนั้น เธอถือไพ่เหนือกว่านี้เอง เจ้านายเลยลำบากใจมาทุกวันนี้”
เธอค่อยเอนกายลงนอนอีกครั้ง ดวงตาปรือ คงเพราะทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน หมอกฤษณ์ห่มผ้าให้อีกครั้ง ตนเองคงต้องรีบงีบเอาแรงบ้าง การงานวันพรุ่งนี้ยังรออยู่อีกมาก หญิงสาวกลับพูดขึ้น ทั้งที่เปลือกตาปิดอยู่
“เจ้านายคะ เด็กนี่คิดยังไงกับเจ้านาย ผู้หญิงด้วยกันดูออกนะ”
“แมรี่ เออ..คือ”
“ไม่ต้องอ้ำอึ้งหรอกคะ เด็กนี่เป็นลูกบุญธรรมไม่ได้หรอก แล้วที่เจ้านายพูดว่า เกือบใช่ภรรยา คงเป็นเพราะเธอ เจ้านายปกติโกหกไม่เนียนเลย ส่อพิรุธทุกที”
“แมรี่จ๊ะ แมรี่ด่าพี่หมอ เถียงไม่ออกเลย”
“ใช่ สินะ”
อันที่จริงโทษเขาคงไม่ถูก มองไปยังร่างของเกตุ หลับสนิท ไม่รับรู้คำพูดคนทางนี้
“ในเมื่อแมรี่ยังไม่ใช่ภรรยา แมรี่จะยอมให้คนเดียว คนเดียวเท่านั้น เจ้านายเรียนมาจากพวกอเมริกัน ย่อมได้นิสัยพวกอเมริกันติดตัวมา เรื่องเซ็กซ์ ขอเพียงยังไม่แต่ง มีสิทธิ์สนุกกับใครก็ได้ แล้วยังนิสัยเด็กคนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผู้หญิงสมัยนี้ “กิน” ผู้ชายได้ง่าย ๆเสียด้วย แม้ผู้ชายคนนั้น จะมีเจ้าเข้าเจ้าของก็ตาม”
เธอพูดจบก็คว้าผ้าคลุมโปง หมอกฤษณ์ไม่อยากต่อปากต่อคำ เมื่อเข้าใจเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน ในใจมานึกถึงวรรณนา เรื่องที่เธอพึ่งตั้งครรภ์ จะรอช้าไม่ได้แล้ว มองออกหน้าต่าง มีแต่ความมืดและเงียบเชียบ หมอกฤษณ์เดินเลิกผ้าใบปากประตูออกมา มองหาคน ๆหนึ่ง
“ปู่ตาลี อยู่แถวนี้ไหม มาพบหมอหน่อย”
ที่โคนต้นยาง หน้ากระโจม ตาลีโผล่ศีรษะออกมา แกนอนอยู่ตรงนั้น ปากยังเคี้ยวหมาก
“นาย รู้ได้ไงปู่อยู่นี่”
“ได้กลิ่นน้ำหมาก”
ตาลีพาพุงอุ้ยอ้ายเดินมาถึง ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้สนามให้นั่ง แกปฏิเสธ ไม่ขอนั่งเสมอนาย หมอกฤษณ์เลยหย่อนก้นนั่งรากไม้ยาวเลื้อยไปตามพื้น พูดคุยกันไป
“นายหูไว ตาไว แถมยังจมูกไวอีก”
“ปู่ควรเลิกกินหมากได้แล้ว รู้ไหม กินหมากอาจจะเป็นมะเร็งในช่องปากได้นะ หมอเตือน”
หมอผียกมือไหว้ท่วมหัว
“ว่าแต่นาย เรียกปู่มาทำไมกลางดึก มีอะไรจะใช่ปู่”
“พรุ่งนี้ ฉันจะให้ปู่กลับไปที่หมู่บ้านนะ ให้ไปช่วยคุ้มครองคน ๆหนึ่ง”
“ได้ครับ พรุ่งนี้ ปู่จะรีบเดินทางแต่เช้า ว่าแต่นายจะให้ปู่คุ้มครองใคร”
“วรรณนา เวลานี้เธอกำลังท้องได้สองเดือนแล้ว”
“นาย! นายกำลังจะมีลูก”
หมอผีพูดเสียงสั่น ในที่สุดเวลาที่แกรอคอยก็มาถึง
“ไม่ใช่” หมอส่ายหน้า “วรรณนาเธอไม่ได้ท้องกับหมอนะ อย่าเข้าใจผิด”
ดวงตาเรียวเหมือนจิ้งจอก กระพริบปริบ “นายหมอไม่ได้รับผู้หญิงคนนี้เป็นเมีย แล้วท้องกับใคร”
“เรื่องนี้ หมอถูกขอปิดเป็นความลับ วรรณนาเธอขอร้องให้ช่วยปิดไว้ก่อน”
ในเย็นวันนั้น ขณะคุณหมอกำลังพักผ่อน ในห้องส่วนตัว หลังจากการผ่าตัดคนไข้ฉุกเฉิน วรรณนาโผล่เข้ามาโดยไม่ให้สุ่มเสียง หมอลืมตาก็เห็นเธอมาปรากฏต่อหน้าแล้ว สีหน้าของเธอซีดจาง ดวงตาแดงก่ำ จากที่ร้องไห้มาจนช้ำ
“เกิดอะไรขึ้น วรรณนา ทำไมร้องไห้แบบนั้น”
หญิงสาวไม่ตอบ กลับโผเข้ามากอดคุณหมอแน่น น้ำตาไหลอาบสองแก้มจนคุณหมอตกใจยิ่งนัก
“ไหน ว่ามาสิ ใครทำอะไรให้ไม่พอใจคะ”
“เจ้านายคะ ได้โปรด ช่วยฉันด้วย”
วรรณนาเสียงเครือต่ำ มองใบหน้าสวยงามของคุณหมอ ไม่วางตา
“ฮือม์ ไหนลองว่ามาสิคะ เป็นเรื่อง ที่เปิดเผยไม่ได้ใช่ไหม ห้องนี้เป็นห้องพักส่วนตัว ไม่มีใครเข้ามาได้ ก่อนหมอจะอนุญาต วรรณนาว่ามาได้เลย พี่หมอในฐานะแพทย์ จะไม่เปิดเผยเรื่องออกไป”
หญิงสาวมองใบหน้านั้น แล้วหลบสายตาด้วยความอาย ในเรื่องที่จะพูดออกมา
“เจ้านายเดาถูกแล้วค่ะ ฉันมีเรื่องทุกข์ใจ ต้องการให้เจ้านายช่วยจริง ๆ”
“ไหน ค่อยไล่เรียงมาสิ”
“ฉันท้อง”
“กับป้อง ใช่ไหม”
“ไม่ ผู้ชายพรรคนั่น จะได้เรื่องอะไร”
แล้วเธอก็เงียบไป หมอจิตวิทยาเรื่องการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ วรรณนาเป็นคนเข้มแข็ง ปกติไม่แสดงอะไรออกมาง่าย ๆ แต่ครั้งก่อน ที่ได้รับรายงานว่าเธอกับเกตุถูกคนร้าย พยายามลากไปข่มขืน หรือว่าการข่มขืนจะเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นอีก
“วรรณนาจ๊ะ ผู้ชายที่ทำให้วรรณนาต้องตั้งท้อง พอจะบอกหมอได้ไหม บ้างทีหมอจะดำเนินการบ้างอย่างกับเขา”
“ไม่ เขาไม่อยู่อยู่ที่นี่หรอกค่ะ ไม่ใช่คนที่นี่”
“ช่วยอธิบาย ให้ละเอียดหน่อย เกิดจากความตั้งใจ หรือถูกฝืนใจกันแน่”
“มาจากความเต็มใจค่ะ”
“ช่วยบอกชื่อ เขาคนนั้นได้ไหม”
เธอนิ่งคิด แล้วมองตาสีฟ้า “เจ้านายไม่รู้จักหรอกคะ แล้วอย่ารู้จักเลย อีกอย่างฉันไม่ต้องการให้เขามารับผิดชอบเด็กที่ต้องเกิดอย่างไม่ตั้งใจ ฉันผิดเองที่ ไม่รู้จักป้องกันตัว เที่ยวปล่อยเนื้อปล่อยตัวเสเพล”
“หยุดโทษตัวเอง ได้แล้ว ตกลงวรรณนาคบหาผู้ชายอีกคน แล้วตอนไหนกัน”
โชคยังดี เธอไม่ได้ถูกข่มขืน หมอกังวลเกี่ยวโรคร้ายที่อาจจะตามมา
“ใครก็คิดว่าฉันคบกับป้อง ความจริงคนที่ฉันคบหาคือผู้ชายอีกคน เราจะพบกันช่วงกลับไปเยี่ยมบ้านค่ะ เรามีเวลาอยู่ด้วยกันไม่มา เพราะสามเดือนกลับบ้านที เราสนิทกันสมัยเรียน เคยมอง ๆกันอยู่ แต่พึ่งมาคบหาจริงจังหลังเรียนจบมานี่เอง ตอนหลังฉันพึ่งมารู้ เขากำลังคบหาดูใจกับผู้หญิงอีกคนแล้วฉันจะเรียกร้องอะไรได้ ในเมื่อง่ายเอง”
“แล้วเขาคนนั้น รู้หรือยัง เรื่องแบบนี้ผู้ชายควรต้องรู้นะ มันเป็นความรับผิดชอบโดยตรง”
“เราทะเลาะกันหนักเลย สารเลวนั่นพอรู้ฉันเลือดไม่มา ถึงกับด่าว่าหาเรื่องจะจับ แล้วให้เงินมาก้อนหนึ่ง บอกถ้าท้องให้ไปทำแท้งได้เลย เพราะงี้ฉันต้องคิดหนักมาทั้งเดือน”
“แล้ว..วรรณนาตรวจจนแน่ใจหรือยัง ให้หมอตรวจอีกทีได้ไหม”
หญิงสาว น้ำตาปลิ่ม หลบหน้า “ฉัน ไม่กล้า เลือดฉันไม่มาสองเดือนแล้ว”
“เช่นนั้น อาจไม่ท้องก็เป็นไปได้ เลือดประจำเดือนไม่มา อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่นความเครียด”
“ไม่ค่ะ ที่ฉันมาพบเจ้านาย ก็เพื่อจะขอความช่วยเหลือ ไม่ใช่ปรึกษาเรื่องท้องไม่ท้อง”
“ช่วยยังไงคะ อย่าบอกนะถ้าท้อง จะให้หมอทำแท้งให้ หมอทำไม่ได้นะ มันผิดจรรยาบรรณแพทย์”
หมอหยิบผ้ามาซับน้ำตาให้ เกิดเธอตั้งครรภ์จริง คงต้องวางแผนครอบครัวให้กับซิงเกิ้ลมัมเสียแล้ว
หญิงสาวอ่ำอึ้ง กลืนน้ำคำ ก่อนเปล่งคำฉะฉานออกมา
“ถ้าเกิดฉันท้องขึ้นมาจริง เจ้านายช่วยรับลูกในท้องวรรณนา เป็นลูกได้ไหมคะ”
ไม่มีความลังเล ในดวงตาสีฟ้าคู่นั้นเลย
“ได้สิคะ แต่ละปี หมอรับลูกบุญธรรมอยู่แล้ว”
เธอขยับเข้ามาชิด ดวงตาคู่นั้น ส่อแววจริงจัง มันปนความอ่อนวอนแรงกล้าเข้ามาด้วย
“หมายถึง ช่วยรับเป็นลูก ลูกจริง ๆนะคะ”
หมอกฤษณ์ทบทวนเหตุการณ์ในคืนนั้น ให้หมอผีตาลีฟัง วรรณนามาขอให้รับรองลูกของเธอ และหมอกฤษณ์ก็ได้รับปากแล้ว สิ่งที่น่ากังวล คือยุคลธร อาจจะฆ่าวรรณนา เหมือนกับมารีน่าในตอนนั้น
“หากยุคลธร รู้ว่าวรรณนากำลังตั้งครรภ์ เธอจะได้รับอันตราย ผู้หญิงทุกคนที่ใกล้ชิดกับหมอ ล้วนได้รับไม่ปลอดภัยจากน้ำมือของเธอ หมอถึงต้องส่งพ่อปู่ไปอารักขาวรรณนา พ่อปู่เข้าใจฉันนะ”
หมอผีชักมีดปาดด้ามใหญ่ออกมา ลูกสาวของเจ้าคนชื่ออนันต์ช่างกำแหงหาญนัก เห็นทีแกจะต้องลงไม้ลงมือบ้างแล้ว “ผู้หญิงไม่ดี ทำตัวริษยาผู้หญิงคนอื่น นาย โปรดอนุญาต ปู่จะลงโทษผู้หญิงคนนี้เอง”
“ไม่นะ ฉันไม่ต้องการให้ปู่ไปทำร้ายยุคลธร เป็นความผิดของฉันเอง ยุคลธร มีแผลในใจ ที่ต้องการเวลาในการเยียวยารักษา ฉันเชื่อว่าเวลาเท่านั้น จะรักษาความพยาบาทในใจของเธอ ให้ลดน้อยลงได้”



Create Date : 01 ธันวาคม 2558
Last Update : 1 ธันวาคม 2558 17:19:46 น.
Counter : 1112 Pageviews.

1 comments
  
เป็นกำลังใจให้ จะรอตอนต่อไปนะคะ สู้ๆๆๆ
โดย: ไม่บอกเขิล IP: 118.174.93.91 วันที่: 1 ธันวาคม 2558 เวลา:19:03:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

jack_in_thegardenbean
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]



ยินดีต้อนรับสู่บ้านของคนชอบคิดชอบเขียนครับ
New Comments