www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

The Warlords & Blood Brothers & กอดคอกันไว้ อย่าให้ใครเจาะกะโหลก = เพื่อนกู(ไม่)รักมึงวะ

... 17 ปีก่อน จอห์น วู ทำหนังเรื่อง Bullet In The Head หรือชื่อไทยสุดเท่ว่า กอดคอกันไว้ อย่าให้ใครเจาะกะโหลก ปีที่ผ่านมา จอห์น วู ส่งต่อพล็อตหนังเรื่องนี้ให้กับ อเล็กซี ตัน ผู้กำกับหน้าใหม่ไฟแรงเรียนจบด้านภาพยนตร์มารีเมคเป็น Blood brothers ล่าสุด ปีเตอร์ ชาน จากเถียนมีมี่ ขอหยิบ โครงเรื่อง Blood brothers แต่เป็นคนละ Blood brothers กับของอเล็กซี ตัน เพราะเขาหยิบโครงเรื่องหนังกำลังภายในชื่อ Blood brothers ของจางเชอะ มารื้อรายละเอียดใหม่แล้วสร้างเป็น The Warlords

ดังนั้น ถึงจะมีที่มาที่ไปคนละสาย แต่เราก็จะเห็นความเชื่อมโยงกันอย่างบังเอิญ และ ข้อสำคัญ โครงเรื่องหลักๆของหนังทั้งสามเรื่องดำเนินตามสูตรสำเร็จหนังคุณธรรมน้ำมิตร นั่นคือ แก่นหลักของหนังจะเริ่มต้นจาก


เพื่อนกูรักมึงวะ



...ถ้าหนังเป็นเหมือนมาม่า แล้วเราฉีกซองของ หนังสูตรคุณธรรมน้ำมิตร เทน้ำร้อนใส่เข้าไป เราก็จะได้เป็น

เพื่อน(หรือพี่น้อง) สองคนสนิทกันมาแต่เดิม แล้วก็มี พี่ใหญ่ เป็นคนใหม่ที่เข้ามาในวง แล้วพวกเขาก็ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเป็นพี่น้องกันตลอดไป [บางเรื่องก็พิสูจน์ถึงขนาดกรีดเลือดสาบาน(แต่ใน The Warlords คนนอกซวยไป เพราะสามสหายดันเลือกไปกรีดเลือดคนอื่น) ]


ใส่น้ำร้อนทิ้งไว้สามนาที เราก็จะสังเกตว่า

จำเป็นที่จะต้องระมัดระวังคนที่เป็น พี่ใหญ่ ไว้ให้ดี เพราะพี่ใหญ่จะวาดฝันให้กับน้องๆไปสู่ อนาคต ที่ดูเหมือนว่า น่าจะดีกว่า และ พี่ใหญ่ นี้เองที่จะเป็นคนหลงลืมคำสัญญาระหว่างพี่น้องเป็นคนแรก



พี่ใหญ่ใน กอดคอฯ พาน้องๆไปพบ ทองคำที่เวียดนาม
พี่ใหญ่ใน Blood Brothers พาน้องๆไปพบ อำนาจในคลับ paradise ที่เซี่ยงไฮ้
พี่ใหญ่ใน The Warlords พาน้องๆไปเข้า กองทัพเพื่ออุดมการณ์ที่ยิ่งใหญ่



น้องๆบอกว่า งานที่ทำมันอันตรายกลับบ้านเราดีกว่า พี่ใหญ่ใน กอดคอฯ บอกไว้ว่า ทองคำซิสำคัญกว่า เขาผิดตรงไหนที่อยากได้ทองคำ

น้องๆบอกว่า ไม่อยากทำงานแบบนี้ยิ่งทำมันยิ่งสกปรก ที่นี่ไม่ใช่สวรรค์อย่างที่ตั้งใจ พี่ใหญ่ใน Blood Brothers บอกไว้ว่า กว่าเราจะมาถึงจุดนี้ได้ เรากำลังจะได้เป็นใหญ่กัน ไฉนพวกน้องๆถึงไม่เข้าใจ

น้องๆบอกว่า ไม่ควรเสียสัจจะที่เคยตกลง ไม่ควรจะฆ่าคนที่ลำบากเริ่มต้นมาด้วยกัน พี่ใหญ่ใน The Warlords บอกว่า การเดินหน้าเพื่อความฝันนั้นสำคัญ การยึดมั่นอุดมการณ์จะนำไปสู่ความยิ่งใหญ่

เมื่อ พี่ใหญ่ เห็น บางสิ่ง สำคัญกว่า ความเป็นพี่น้อง นั่นจึงนำไปสู่


เพื่อนกูไม่รักมึงวะ




พี่ใหญ่ใน กอดคอฯ จำใจยิงน้องเล็กจังๆที่หัวเพื่อป้องกันไม่ให้ส่งเสียงร้องขณะหลบซ่อน

พี่ใหญ่ใน Blood Brothers ตัดใจฆ่าน้องเล็กทิ้งเป็นศพคารถเพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกทรยศและจำต้องทำเพื่อการปกครอง

พี่ใหญ่ใน The Warlords สั่งฆ่าน้องรองเพื่อความมั่นคงในสถานภาพตัวเองตามที่ราชสำนักเสนอแนะ

...ความแตกต่างที่น่าสนใจคือ เราจะไม่รู้สึกเห็นชอบในการกระทำของ พี่ใหญ่ในกอดคอฯ เพราะตั่วเฮียผิดคำสัญญาจาก ความโลภล้วนๆ เช่นเดียวกับ พี่ใหญ่ใน Blood Brothers ที่คุณพี่หน้ามืดตามัวเพราะ ความหลงล้วนๆ

ส่วน ผางชิงหยุน พี่ใหญ่ใน The Warlords มีเหตุผลมากมายเพียงพอที่จะรองรับการฆ่า ไม่ว่าจะเป็นในแง่การปกครอง ในแง่ของวิชั่น ในแง่ของความมั่นคง เหตุผลเหล่านั้น ฟังแล้วก็ชวนให้พยักหน้าหงึกๆคลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะคล้อยตาม


แต่ หากฉุกคิดสักนิดหนึ่ง

จากเหตุผลเหล่านั้นแน่ใจแล้วหรือว่า ผางชิงหยุน ไม่ได้แฝงเจตนา ฆ่าผัวมันเสียเอาเมียมันมา

แน่ใจแล้วหรือว่า ที่ต้องฆ่าไม่ใช่เพราะหวาดกลัวอำนาจจะสั่นคลอน ไม่ได้แฝงแนวคิด เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล

แถมพื้นเพดั้งเดิมของผางชิงหยุน หนังก็ปูให้เห็นแล้วว่า เขาไม่ใช่ลูกผู้ชายสไตล์ตายเป็นตายพร้อมเพื่อนพ้อง แต่ เขารอดชีวิตมาจากการแกล้งตาย

ดังนั้นในแง่มุมต่างๆที่ผางชิงหยุนอ้างขึ้นมาล้วนฟังดูดีมีเหตุผล แต่ ถ้าพูดถึง เหตุผล เราทุกคนมี เหตุผลดีๆ ที่จะหาทางออกสู่ผลประโยชน์ส่วนตัวได้เสมอ


... ว่ากันถึงการแสดง ทั้งสามเรื่องมีการแสดงดีๆที่น่าจดจำ

กอดคอฯ น่าประทับใจฝีมือ เหลียงเฉาเหว่ยและจางเซี๊ยะโหย่ว

Blood Brothersน่าติดตามฝีมือคนรุ่นหลังอย่าง แดเนียล วู

The Warlords น่าชื่นชม เฮียหลิว ที่ตีบทได้แตกละเอียด กับ ทาเคชิ ที่ผมดูมาหลายเรื่องไม่เคยประทับใจ เพราะคิดว่าพี่แกหล่อเกินฝีมือ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เล่นดีที่สุดที่เคยดูมา และ ยืนยันได้ว่า ปีเตอร์ ชาน คิดถูกแล้วที่เลือกเขามารับบทนี้แทนที่จะเป็น เจ โชย์


ว่ากันถึงตัวหนัง



กอดคอฯ ...หยิบแผ่นมาดูตอนนี้ อาจรู้สึกว่ามันเชยไปหน่อย แต่ ความเข้มข้นนั้นยังไม่จางหาย หนังปูความสัมพันธ์ช่วงต้นของตัวละครได้ดี ค่อยๆให้ความโลภกัดกินตัวละคร และ ความขัดแย้งที่ค่อยๆทำลายความรู้สึกดีๆของพี่น้อง

ฉากเด็ดๆอยู่ตอนสามพี่น้องถูกจับมัดริมแม่น้ำแล้วเฮียเหลียงต้องหยิบปืนยิงน้องของตัวเองซึ่งให้อารมณ์กดดันสุดๆ หนังจะมาเสียก็ตรงช่วงสิบนาทีสุดท้ายที่หนังโชว์ฉากแอคชั่นบู๊ล้างผลาญวินาศสันตะโรแบบมากเกินไป



Blood Brothers ... เริ่มต้นเหมือนจะดีเพราะทุกอย่างดูเนี้ยบไปหมด งานโปรดักชั่นและถ่ายภาพสวยงาม แต่พอตัวละครเข้าเซี่ยงไฮ้ เนื้อเรื่องดูจะค่อยๆเบาโหวงขึ้นเรื่อยๆ ทิ้งปมขัดแย้งไว้ภายใต้โครงเรื่องที่หลวมโพรก หนังไปเน้นโชว์ความเท่เกินเหตุบวกการแสดงที่เข้าข่ายโอเว่อร์แอคติ้ง หลายฉากเน้นความงามความเท่เหมือนดูมิวสิควิดิโอ แล้วก็ฉากยิงในหนังเรื่องนี้ดูด๊อกแด๊กไม่ค่อยสมจริง บวกกับ ซูฉีที่ไม่ค่อยเหมาะกับบทนี้เท่าไหร่ แต่อย่างไรพอถึงช่วงท้าย หนังก็กลับมาจูนอารมณ์คนดูให้ต่อติดความเศร้าเสียใจในชะตากรรมตัวละครได้อีกครั้ง



The Warlords ... ปีเตอร์ ชาน ดูจะคุมหนังฟอร์มยักษ์ได้ไม่ดีเท่าหนังฟอร์มเล็ก เปรียบเทียบกับ เถียนมีมี่ หรือ Three เพราะ Perhaps love กับ เรื่องนี้ ก็มีจุดอ่อนเหมือนกัน นั่นคือ องค์ประกอบอื่นๆมองแยกส่วนจะถือว่ายอด เช่น ฉากสงครามที่ดูแล้วน้องๆ Braveheart , การแสดงแต่ละรายก็เยี่ยมในเกณฑ์มาตรฐาน แต่พอเอามาคลุกเคล้ารวมกัน หนังยังเหมือนขาดๆเกินๆไม่กลมกล่อม เพียงแต่ The Warlords ดูดีขึ้นมากว่า Perhaps love

ปัญหาคือ จังหวะที่จะบิวต์คนดูในฉากเร้าอารมณ์ต่างๆนั้นเหมือนไม่ลงตัว ภายใต้โครงเรื่องที่แสนสะเทือนใจเช่นนี้ น่าจะพาอารมณ์คนดูไปได้ไกลกว่านี้ แต่มันเหมือนขาดนิดเกินหน่อยอยู่เสมอเวลาที่หนังพยายามจะเร้าอารมณ์

หนังปูความสัมพันธ์ตอนต้นได้กระท่อนกระแท่น เพราะหนังให้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสงครามจนรู้สึกเหนื่อย ทั้งที่ ปีเตอร์ ชาน เป็นผู้กำกับที่เก่งในการเล่นกับความสัมพันธ์ของตัวละคร แต่ในเรื่องนี้ตัวละครแต่ละตัวถูกเน้นแบบโดดๆ โดยขาดการตอกย้ำให้คนดูเข้าถึงความผูกพันของสามสหายในช่วงต้น

ดังนั้น เมื่อถึงคราวต้องแตกหัก เวลาอารมณ์ตัวละครพรั่งพรู จึงไม่รู้สึกอินได้ตามมากขนาดนั้น ซึ่งความรู้สึกผูกพันของตัวละคร จัดได้ว่าเป็น แก่นสำคัญของหนังในแนวคุณธรรมน้ำมิตร อย่างใน กอดคอฯ หนังใช้เวลามากพอที่จะปูให้เราเชื่อและอินกับมิตรภาพที่รักกันเหนียวแน่น หรือ ดูใกล้ตัวอย่าง ไชยา ที่ทำให้เราเชื่อในคำมั่นและผูกพันกับความสัมพันธ์ของตัวละครได้ชัดเจนกว่าในหนังเรื่องนี้ ยังดีที่การแสดงดีๆของหลิวเต๋อหัวและทาเคชิ ช่วยอุ้มหนังไปได้

ในขณะที่การแสดงของเจ๊ทลี ใช่ว่าจะแย่ แต่บทที่แสดงถึงความอ้ำอึ้งกำกวมในตัวเองแบบนี้เขายังทำได้ไม่ดีพอ จนถูกอีกสองคนที่แสดงอารมณ์ได้ลึกกว่าชัดเจนกว่าตีบทแตกมากกว่า เทียบแล้วดูเล่นได้ดีกว่า ซึ่ง บทของเขาถ้าเฮียหลิวมาเล่นน่าจะเหมาะเป็นอย่างยิ่ง (แต่ก็คงเป็นตามผกก.ให้สัมภาษณ์ว่าถ้าเป็นเฮียหลิวเล่น มันก็จะจำเจกับที่เขาเคยรับบทใน Infernal affairs)

...จุดเด่นใน The Warlords เมื่อแยกส่วนออกมาที่ผมชอบและคิดว่าเป็นจุดที่ หนังคุณธรรมน้ำมิตรเรื่องนี้ ทำได้ดีกว่า กอดคอฯ กับ Blood brothers คือ

ถึงหนังจะอ่อนในการสร้างความผูกพันของทีมสามพี่น้อง แต่ หนังเด่นเป็นอย่างยิ่งเมื่อเราแยกตัวละครออกเป็นปัจเจกบุคคล แล้วเราจะเห็นถึง การสร้างความลึกและมีมิติให้กับตัวละคร ไม่ให้ตัวละครดีสุดขั้วหรือชั่วสุดขีด

...อย่างนางเอกในสองเรื่อง กอดคอฯ กับ Blood brothers ล้วนน่าสงสาร และเราจะเอาใจช่วยให้พระเอกพาเธอหนีรอดจากวังวนแห่งความทุกข์ แต่ ในเรื่องนี้จะไม่ใช่อย่างนั้น

เชื่อว่า หลายคนก็ไม่ได้หวังให้ ผางชิงหยุน ชิงเธอออกไปจากอ้อมอกของ เอ้อหู เพราะความทุกข์ของเธอ ไม่ใช่ความผิดอันใดของเอ้อหูแม้แต่น้อย เป็นเธอเองที่แขวนชีวิตไว้กับความมั่นคงและหนี้บุญคุณ บทบาทการแสดงของ ซูจิงเล่ย จะทำเรารู้สึกเห็นใจเธอ แต่ในขณะเดียวกันเราก็รู้สึกได้ว่าเธอทำไม่ถูก

เช่นเดียวกับตัวละครหลักๆของสามพี่น้อง

พี่ใหญ่ - ผางชิงหยุน ก็ใช่ว่าจะชั่วแสนเข็ญ แต่เขาเองก็เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายและความมั่นคงของตัวเอง โดยพยายามอ้างเหตุผลให้กับการกระทำ และทุกๆครั้งหนังก็แสดงให้เห็น ความรู้สึกผิด ที่กัดกินใจ เป็น ความยิ่งใหญ่ที่ไม่สามารถยิ้มได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ในสงครามหากไม่มีคนอย่าง ผางชิงหยุน เราคงไม่สามารถจะเป็นผู้ชนะในการรบ แต่ อย่าลืมว่า ถ้ามีแต่ ผางชิงหยุน หากไม่มีคนอย่าง เอ้อหู เราก็คงไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่ตั้งเป้าหวังจะเป็นเจ้าป่า โดยไม่เห็นความสำคัญของเพื่อนพ้องและคำมั่นสัญญา

พี่รอง - จ้าวเอ้อหู ชายหนุ่มที่ยึดมั่นในคำสัญญาและพร้อมจะตายแทนคนสนิทชิดใกล้ โดยไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยเลยว่า คนรอบข้างที่สุดทั้งคนรักและพี่ใหญ่ล้วนทรยศต่อตัวเขา แม้วินาทีที่จะตายคนที่เขาห่วงก็ยังเป็นคนที่สั่งทำร้ายเขานั่นเอง

น้องเล็ก - เจียงอู่หยาง ที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่าง พี่ใหญ่ กับ เอ้อหู ก็ต้องอยู่บนทางเลือกที่แสนกระอักกระอ่วน ว่าตัวเองจะเลือกเดินตามเส้นทางไหน แม้เขาจะพยายามประนีประนอมเพียงใด แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเลือกตัดสินใจอยู่ข้างใครสักคน

ในที่สุด เขาอาจเป็นคนที่ทุกข์เสียยิ่งกว่าเอ้อหู เพราะ เอ้อหูตายไปโดยที่ไม่รู้ความจริง แต่เขารู้เห็นความจริงที่เลวร้ายทุกอย่างตั้งแต่เริ่มต้นคำสาบานจวบจนวาระสุดท้าย

ชีวิตตัวละครทั้งสี่คนเหมือนชะตาขีดไว้ให้ต้องมีชีวิตที่อยู่กับความรู้สึกผิดและทุกข์ทรมาน คำสาบานกลับเป็นเหมือนคำสาปที่พาพวกเขามีชีวิตดุจตกนรกทั้งเป็น

...ฉากที่ผมประทับใจที่สุดใน The Warlords ไม่ใช่ฉากสงคราม แต่เป็น ฉากงิ้วที่กระทบใจเอ้อหูเป็นอย่างยิ่ง เพราะ ในขณะที่ผู้ชมล้วนปรบมือและชื่นชมกับ คำสาบานของสามพี่น้อง แต่เขาเองที่รู้ดีที่สุดว่า มันหาใช่ความสำเร็จหรือความสุขหอมหวานที่น่าชื่นชม



คำสาบานเพื่อเป็นพี่เป็นน้อง กลับนำไปสู่การทำลายชีวิตคนหลายๆคนที่เขารักเหมือนญาติมิตรและทำลายความสัมพันธ์ของเขากับน้องๆให้แตกสลายชนิดไม่มีวันกลับคืน

อีกฉากหนึ่งคือ ฉากน้องเล็กตัดสินใจช่วยเอ้อหูด้วยวิธีการที่แสนจะชวนให้หดหู่ร้าวรานใจ เพราะรู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปก็ใช่ว่าจะช่วยได้จริงๆ แต่เขาก็ไม่เหลือหนทางใดที่จะช่วยพี่รองที่เคารพได้อีกแล้ว เป็นการกระทำที่ปวดใจ และ คำคร่ำครวญของผู้ถูกกระทำก็น่าเห็นอกเห็นใจเป็นอย่างยิ่ง

สรุป .. ทั้งสามเรื่องที่ว่ามา หาดูได้ในปัจจุบัน และ ควรค่ากับการรับชม ถึงจะมีเค้าโครงที่คล้ายคลึงแต่รายละเอียดและสไตล์ของแต่ละเรื่องก็มีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน

กอดคอฯ หาแผ่นยากหน่อย แต่ก็คุ้มค่า กับการได้ดู ยุคเฟื่องฟูของหนังตระกูลคุณธรรมน้ำมิตร แม้ไม่ประสบความสำเร็จยามออกฉาย แต่หนังของจอห์น วู เรื่องนี้ก็อยู่ในความทรงจำคนที่เคยดูเรื่อยมา

Blood Brothersมีแผ่นวางขายตามร้านทั่วไป ดูจะอ่อนด้อยกว่าสองเรื่องที่มาเทียบ แต่ งานสร้างและงานด้านภาพของหนังก็เป็นจุดเด่นที่น่าประทับใจ แถมช่วงท้ายก็ซึ้งได้เหมือนักน

ส่วน The Warlords กำลังประกาศศักดาอยู่ในโรงตอนนี้ คุ้มค่าตั๋วที่จะไปดู เพียงแต่ ด้วยโครงเรื่องที่แสนสะเทือนใจ ผมคิดว่า หนังน่าจะทำออกมาได้ดีกว่านี้ ในส่วนของความสัมพันธ์ หนังยังลงได้ไม่ลึกซึ้งเพียงพอยังเป็นรองจาก กอดคอฯ แต่ก็ดีกว่า Blood Brothers



Link ที่อ้างอิงถึงใน blog

Perhaps love , รักซ้อนรัก หนังซ้อนหนัง อดีตซ้อนปัจจุบัน


หมายเหตุ : ใกล้สิ้นปีแล้วครับ เหมือนๆทุกปีตามประเพณีของ Blog นี้ ที่จะเชิญชวนเพื่อนผู้อ่านมาเลือก

10 ตัวละครประทับใจจากหนังปีที่ผ่านมา

10 ฉากประทับใจจากหนังปีที่ผ่านมา

5 หนังไม่ชอบ / 10 หนังชอบ แห่งปี


เลือกไว้ในใจจดไว้ในมือ แล้วสิ้นปี มาคุยกันครับ




ขอบคุณครับ สำหรับทุกๆเสียงโหวตที่มอบให้กับ Blog นี้



แจ้งข่าวจาก จขบ. : องศาที่ 361เลื่อนเป็น อีก 1 สัปดาห์แน่นอนแล้วว่า รอเจอ องศาที่ 361 พ็อกเก็ตบุ้คเล่มที่ 2 ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ที่จะนำ หนัง มาเป็น สะพาน ให้ผู้อ่านเข้าใจตัวเองและพบมุมเล็กๆที่จะทำให้มีความสุขในชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม ที่ร้านหนังสือใกล้บ้านท่านนะค้าบ






ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คที่ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่เป็นการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 19 ธันวาคม 2550
Last Update : 19 ธันวาคม 2550 0:55:42 น. 11 comments
Counter : 3186 Pageviews.

 
+ อืม ... ผมก็นึกๆ อยู่เหมือนกัน ว่าหนังเรื่องนี้จริงๆ แล้วพล็อตน่ะดี (ถึงจะเก่าไปหน่อย แนว 3 พี่น้องแล้วมีทรยศหักหลังเนี่ย) อารมณ์หนังก็ใช้ได้ ... แต่ตอนดูจบแล้วมันไม่อิ่มดี เหมือนมันเกือบจะๆ แต่ก็ยังไปไม่ถึง ... ที่แท้ ก็คงเป็นความรู้สึกแบบที่คุณ จขบ. บรรยายมานี่เอง ... ขอบคุณที่ทำให้เห็นภาพ และเปรียบเทียบกับอีก 2 เรื่องที่มีพล็อตในทำนองเดียวกันนะครับ
+ ฉากสงครามเรื่องนี้ ทำได้อลังการทีเดียว (เผอิญผมไม่ค่อยชอบหนังสงคราม) ... แต่ในส่วนดราม่าก็ทำอารมณ์ออกมาใช้ได้ ที่ไม่อิ่มดี ก็คงตามที่คุณ จขบ. ว่าไว้แหละครับ ... ส่วนเฮียหลิว ซึ่งดูแล้วน่าจะมีอายุมากกว่า เจ็ต ลี น่าจะเป็นพี่ใหญ่ แต่ถ้าเทียบบุคลิกที่ชินตา ก็ไม่น่าจะสลับกัน น่าจะตามที่ได้ cast ไว้นี่แหละ และทาเคชิ เล่นเป็นน้องเล็กผู้ทำทุกอย่างด้วยสัญชาตญาณและหัวใจ ได้เจ๋งดีอ่ะครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:15:16:03 น.  

 
ขอบคุณค่ะ วิเคราะห์ได้ดีอีกแล้ว

ใช่ค่ะ ตอนแรก ผกก. คิดจะให้อาหลิวเล่นบทพี่ใหญ่เหมือนกัน แต่สรุปออกมาเป็นแบบนี้ เราว่าลงตัวแล้วค่ะ

โดยรวมแล้วเราชอบนะคะ ตอนดูเราก็อินตามนะ นักแสดงนำทั้ง 3 ถ่ายทอดอารมณ์ของตัวละครของตัวเองได้ดีมาก ๆ

ว่าแต่คุณจขบ. ไม่เขียนถึง Infernal Affairs เหรอคะ


โดย: ต่าย (nuchaba) IP: 202.183.195.113 วันที่: 19 ธันวาคม 2550 เวลา:15:27:59 น.  

 
...

ชอบครับ





โดย: The Legendary Midfielder วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:10:49:26 น.  

 
ผมเขียนถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ลองอ่านดูนะครับ


โดย: beerled วันที่: 20 ธันวาคม 2550 เวลา:17:07:33 น.  

 
วิจารณ์ได้เยี่ยมครับ


โดย: บิก IP: 125.26.78.124 วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:7:43:43 น.  

 
ผมไม่ค่อยชอบเรื่องนี้เท่าไหร่ แต่เห็นด้วยที่ทาเคชิแสดงได้ดีมาก ดีจนกระทั่งผมลืมไปเลยว่าเป็นทาเคชิ เป็นหนังที่ปรุงไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพราะ ปีเตอร์ ชาน พยายามจะใส่เหตุผลในการกระทำมากเกิน ทำให้ควบคุมอารมณ์ร่วมในหนังลำบาก


โดย: โต้้ง IP: 58.9.163.55 วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:20:51:04 น.  

 
ติดตามอ่านมานานแล้วค่ะ เพิ่งจะได้เขียน Comment โดยส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นหนังดี แต่มันขัดใจยังไงบอกไม่ถูกค่ะ คนที่ดูด้วยมักจะพูดว่าพี่หลิวดูเหมือนโง่ แต่เรากลับรู้สึกว่าเค้าคือคนที่ดีที่สุดในเรื่องเลยนะ
ทำไมคนดีกลายเป็นคนโง่ล่ะคะ


โดย: P IP: 61.90.150.130 วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:10:48:59 น.  

 
สนุกอย่างมีคุณภาพครับ หนังมีโปรดักชั่นที่ดีมาก สร้างออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่(โดยเฉพาะฉากสงครามยาวฉากนั้น) เมืองและหมู่บ้านสร้างได้อย่างสมจริง เสื้อผ้าหน้าผมก็ดูเหมาะสมกับแต่ละฉากแต่ละสถานการณ์ ในด้านการแสดงนั้นคงไม่ต้องพูดถึง เจ็ทลี เล่นได้ดีเยี่ยมและบทบ้าอำนาจและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานก็ดูเข้ากับตัวเขาดี พี่หลิวก็สุดยอด(ฉากถูกล่ามโซ่และฉากดูงิ้วแล้วร้องไห้นั้นสุดๆ) ทาเคชิเล่นได้ลึกและนิ่งในฉากที่พูดไรไม่ออก ฉากที่ต้องระเบิดอารมณ์(ในตอนจบ)ก็ทำได้หนักแน่น ซูจิงเล่ยก็เล่นได้ดี(โดยเฉพาะฉากร้องไห้ ยังกับถุงน้ำตารั่ว) ทั้งหมดนั้นต้องชมปีเตอร์ ชาน ที่คงถือได้ว่าเป็นยอดฝีมือในหนังจีน- ฮ่องกงคนนึงเลยทีเดียว คิดว่าถ้าหนังดำเนินเรื่องให้จังหวะดีๆและหนักแน่นกว่านี้ (โดยเฉพาะความสัมพันธ์พี่น้อง ที่ผมว่าเร็วเกินไป แถมยังกรีดเลือดคนอื่นอีก) หนังน่าจะดีสุดๆได้ แต่แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วครับ

ขอบคุณท่านสำหรับรีวิวดีๆเช่นเคย และขอบคุณที่นำหนังเรื่อง กอดคอกันไว้อย่าให้ใครเจาะกระโหลกมาพูดถึงในรีวิวด้วย เพราะผมเป็นแฟนหนังจีนฮ่องกงคนนึง ก็อยากให้ได้ดูหนังเรื่องนี้เหมือนกัน(เป็นงานก่อนที่จอห์น วู จะไปโหด เลว ดี จนได้ดีนั่นแหละครับ)


โดย: tHecHamp IP: 58.8.231.203 วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:3:26:13 น.  

 
เพิ่งได้ไปดู ถ้าไม่ได้ดูเสียดายตายเลย

ต้องบอกว่าชอบใจที่เรื่องไม่หดหู่มากกว่านี้

อาจจะเพราะหนังพยายามปูเรื่อง ปูเหตุผล จะแจ้งด้วยกระมัง

หนังเลยค่อนข้างดูสบาย (เพราะไม่ชอบหนังสงคราม)

อีกทั้งไม่ได้หวังว่าเรื่องจะดำเนินไปแบบไหน เพราะเรื่องจอมใจบ้านมีดบิน ดราม่าแบบร้องไห้น้ำตาแตกในโรงมาแล้ว เรื่องนี้เลยค่อนข้างเตรียมใจว่าอาจจะเศร้า ซึ่งก็ดีใจ ที่ไม่ถึงขั้นนั้น 555+

ขอบคุณเช่นเคยสำหรับบทวิเคราะห์ค่ะ


โดย: K-modjung วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:22:24:28 น.  

 


สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม
หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนัง
ได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน


โดย: ป๋องแป๋ง IP: 124.120.0.136 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:17:15:10 น.  

 
พึ่งดู DVD เมื่อคืน เศร้าที่สุดตรงที่น้องเล็กต้องฆ่าอาซ้อ เพราะไม่อยากให้พี่ใหญ่กับพี่รองต้องฆ่ากันเอง แล้วอาซ้อก็รู้ตัวว่าจะต้องตาย มัน...


โดย: Neomaster วันที่: 5 มิถุนายน 2551 เวลา:9:56:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
19 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.