www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

บุปผาราตรี 3.1 , โถ บุปผา หนูมากับ 'ความน่าผิดหวัง' ทั้งๆที่ เปี่ยมด้วย 'ของดี'

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ขอฝากหนังสือเล่ม 4 ที่ชวนเพื่อนผู้อ่าน ออกเดินทางสำรวจจิตใจมนุษย์ และ ทำความรู้จัก'คน' ให้มากขึ้น ผ่านโลกภาพยนตร์ ในหนังสือชื่อ มากกว่าที่ตาเห็น - LifeScan วางขายในร้านสือทั่วไป ปลายเมษายนนี้จ้า







... จะเรียกว่าผมเป็นสาวกหนังยุทธเลิศคนหนึ่งก็ว่าได้ เพราะเฝ้าติดตามผลงานของเขามาตลอดจะมีพลาดไปก็แค่โกยเถอะเกย์ ยุทธเลิศเป็นผู้กำกับที่เก่งคนหนึ่ง ทำหนังสนุกและใส่ตัวตนกับความสนุกให้กับหนังได้หลายแนว ไม่จำกัดแค่หนังรักหรือหนังแอคชั่น

กลุ่มหนังยุทธเลิศที่ผมชอบมากคือ มือปืนโลกพระจัน , บุปฝาราตรี และ รัก|สาม|เศร้า ส่วนหนังที่ไม่ชอบที่สุดคือ กุมภาพันธ์

บุปผาราตรี เป็นหนังผีที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ด้วยการผสม เสียงหัวเราะ กับ เสียงกรี๊ดตกใจ ได้อย่างน่าประหลาดใจ เพราะปกติแล้ว ความเป็นหนังตลกกับหนังผี ไม่น่าจะไปด้วยกันได้เลย

ไม่เพียงแต่จะน่ากลัวสุดๆกับฮาสุดๆ การวางรายละเอียดของบทที่ล่อหลอกคนดูตั้งแต่เริ่มแรกไปจนถึงหักมุมตอนจบก็ทำได้ดี และมีการใส่พื้นหลังตัวละครของตัวบุปผาได้อย่างน่าสนใจ ประเด็นเกี่ยวกับ การทำร้ายผู้หญิง และ กฎแห่งกรรม ก็ถูกยำเข้าไปอย่างลงตัว

... บุปผาราตรี จึงเป็นหนังผีที่มีความเป็นหนังดีและดูสนุก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ บุปผาราตรี2 คลอดตามออกมา

บุปผา 2 ยังสนุกอยู่แต่ ความสนุก-ตลก-น่ากลัว ลดน้อยลงไปเยอะ ในแง่ของพล็อตและโครงเรื่องก็ไม่เจ๋งเท่าภาคแรก เดินเรื่องวนไปวนมา อาศัย มุกตลกกับสี่ดาวตลกผลักดันหนังไปข้างหน้า และ บังเอิญว่า มุกตลกของภาคสองก็ไม่ได้ฮาเท่าภาคแรกอีกต่างหาก

... พอได้ข่าวว่า ยุทธเลิศ จะกลับมาทำบุปผา 3 ทำให้ผมใจจดใจจ่อที่จะตามไปอุดหนุนพลอย-บุปผา ในฐานะแฟนประจำ แต่ จากตอนจบของภาคสองที่แทบจะปิดฝาโลงสนิท ทำให้คิดว่า การจะให้บุปผารีเทิร์นในภาคสามแบบเนียนๆได้นั้น ต้องอาศัยกึ๋นขนาดใหญ่มาก

ยุทธเลิศ เลือกจะแบ่งภาคสามออกเป็นสองตอนตั้งแต่ต้น เหมือนหนังอย่าง Kill Bill หรือ สามก๊ก ที่ทิ้งช่วงให้แฟนๆลงแดงซักระยะ ซึ่ง ข้อดีของการแบ่งหนังแบบนี้ คือ คนสร้างได้ตังค์มากขึ้นกับได้เพิ่มเนื้อหาได้อย่างหนำใจ ส่วนคนดูก็จะได้ดูกันแบบเปรมปรีดิ์ แต่ข้อเสียคือ ถ้าตอนแรกหนังคว่ำ ก็น่าเป็นห่วงว่าภาคต่อจะลำบาก


... สำหรับภาค 3.1 มีอะไรหลายอย่างที่ดีกว่า สองภาคก่อน



ที่เด่นมากๆคือ บทหนัง ตั้งแต่ไอเดียการกลับมาของบุปผาที่ฉลาดมาก และ ทำให้เห็นว่า ซีรี่ย์บุปผาตอนสาม ควรคู่กับการที่จะสานต่อจริงๆไม่ใช่ให้กลับมาแบบฝืนๆ

ตัวหนังยังคงพูดถึงประเด็นการทารุณกรรมเพศหญิง (Physical abuse , Sexual abuse) ที่เคยมีในภาคก่อน และเพิ่ม ประเด็นการทารุณกรรมกับเด็ก(Child abuse)เข้ามา และ บุปผา 3 ดูเหมือนจะเพิ่มการมองโลกในแง่ดีกว่าสองภาคแรก จากการใส่ ความรักและความดีของตัวละครมาริโอ้ ซึ่งน่าสนใจว่า สุดท้ายแล้วตอนจบการมองโลกของยุทธเลิศผ่านหนังชุดบุปผาฯจะต่างไปจากเดิมหรือไม่

นอจากนี้ ผมยังชอบ การเล่าเรื่องที่ตัดสลับไปมาโดยไม่บอกช่วงเวลาชัดๆต้องคอยคิดตาม พร้อมๆกับการค่อยๆคลี่คลายปริศนาทีละนิดว่า เด็กคือใคร บุปผามาจากไหน มาริโอ้มาจากไหน พวกเขามาเกี่ยวข้องกันยังไง



การใส่รายละเอียดมากขึ้นของบทหนัง ทำให้ตัวละครที่น่าสนใจไม่ใช่แค่ บุปผา อย่างเช่น บทของมาริโอ้ มีการปูพื้นไว้ดีมาก ตั้งแต่ความสามารถพิเศษหรือชีวิตวัยเด็ก และเชื่อว่าจะมีผลต่อบั้นปลายของบุปผาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ มุกตลกเกี่ยวกับการจิกกัดสังคมก็คม+ขำมากขึ้น เช่น กองเซ็นเซ่อร์ (แสบมาก) และ ความขัดแย้งของแดง-เหลือง

ฝีมือการกำกับของยุทธเลิศในหลายฉาก ก็แสดงให้เห็นความเจ๋งที่เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ ฉากระทึกขวัญสั่นประสาททั้งหลาย เช่น ฉากเปิดเรื่องที่สะกดคนดูให้ติดอยู่กับที่ทั้งลุ้นทั้งขำ จากจังหวะการเล่าเรื่อง การวางมุมกล้องฯลฯ

และ อีกส่วนที่ดีคือ น้องนักแสดงเด็ก ที่เล่นได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่ๆ ยกเว้น มาริโอ้ ที่นอกจากโชว์หน้าหล่อ ยังไม่แสดงให้เห็นว่าเขามีพัฒนาการจากหนังที่ผ่านๆมาอย่างไร จนดูเหมือนว่า อนาคตของมาริโอ้ ถ้าไม่ฝึกปรือวิทยายุทธการแสดงเพิ่มเติม อาจจะเล่นหนังได้แค่บทที่ตรงบุคลิกตัวเอง แบบ ไม่ต้องแสดงอารมณ์ให้มากมาย



... ถึงจะเขียนข้อดีมาหลายบรรทัด แต่น่าเสียดายตรงที่ ความดีทั้งหลายที่มี ไม่ว่าจะเป็น ความเก่งในการกำกับของยุทธเลิศ หรือ ความฉลาดของบทหนัง ไม่สามารถส่ง บุปผา 3.1 ให้กลายเป็นหนังดี เพราะ ถูกทำลายด้วย กระบวนการตัดสินใจที่เลือกจะแบ่งหนังเป็นสองภาค

ปกติหนังที่วางแผนไว้สองภาคจากที่ยกตัวอย่างข้างต้น เมื่อจบภาคแรก แม้จะยังไม่จบสมบูรณ์ต้องรอภาคสอง แต่ ตอนจบของภาคแรกมันก็จะทำให้เรารู้สึกอิ่มประมาณหนึ่ง รู้ได้ถึงการสิ้นสุดของครึ่งแรก

แต่ บุปผา3.1 ไม่ให้ความรู้สึกแบบนั้นเลย แต่อารมณ์คนดูมันประมาณ ‘ไรว้า’ เหมือนถูกหั่นครึ่งๆกลางๆ และนั่นทำให้ การเล่าเรื่องอย่างมีชั้นเชิงที่ทำมา อาจถูกหลายคนมองว่า มั่วซั่ว เพราะความค้างคาที่เกิดขึ้น

หลายต่อหลายฉากเห็นชัดเจนว่า ยืดโดยไม่จำเป็น เช่น ฉากเล่นมุกจำนวนมาก ที่มันจะตลกมากกว่านี้ ถ้าชงแล้วตบแล้วเปลี่ยนฉากไป แต่ บางตอนก็เสียเวลาชงจนเฝื่อน หรือ ตบมุกไปแล้วก็ยังแถต่อฆ่าเวลา ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า เป็น เพราะเจตนาที่จะยืดเพื่อให้ยาว หรือเพราะ ฝีมือในการกำกับความตลกของยุทธเลิศตกลงไป



สรุป ... มองแยกส่วนแล้วหนังมีหลายอย่างที่ดี แต่ ถ้ามองรวมๆ ผมผิดหวัง และ ดูจากเรื่องราวที่กรุยทางมา ผมค่อนข้างมั่นใจว่า ถ้ารวม 3.1 กับ 3.2 เป็นภาคเดียวกัน ตัดส่วนยืดที่ไม่จำเป็นออกไป บุปผาราตรี3 จะเป็น หนึ่งในหนังที่ดีที่สุดของยุทธเลิศ แต่ ถ้ามองเฉพาะ 3.1 ตอนนี้ ผมยกให้อยู่ในกลุ่มหนังที่น่าผิดหวังของยุทธเลิศ

ถึงกระนั้นในฐานะสาวกแฟนประจำ ก็คงไม่พลาดที่จะตามไปส่งบุปผาในตอนหน้าอย่างแน่นอน




Link บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง


รัก|สาม|เศร้า , เมื่อ รัก|สาม|เศร้า ทำข้าพเจ้าน้ำตาซึม

อีติ๋มตายแน่ , มันเป็นฝันร้ายของคนธรรมดาๆ และ มันเป็นปัญหาของทัศนคติกับคุณค่าในตัวเอง





พื้นที่แนะนำผลงาน{ตัวเอง}

(คลิกที่รูปหนังสือ เพื่อ อ่าน หรือ แสดงความเห็น ต่อหนังสือแต่ละเล่มได้เลยครับ)

ปีนี้ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” ขอฝากผลงานเล่มล่าสุดที่เพิ่งคลอดจ้า อันว่าด้วย 'ความรักและกำลังใจ' ผ่านแรงบันดาลใจจากชีวิตและภาพยนตร์ ในหนังสือที่ชื่อว่า

เมื่อฉันลืมตา แล้วโลกเปลี่ยนไป



และ ผลงานสองเล่มก่อน จากสองปีที่ผ่านมา



"หนังสือรัก" หนังสือที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม กับ องศาที่ 361 หนังสือที่อาสาช่วยคุณค้นหามุมเล็กๆในตัวเองที่จะมีความสุขในชีวิตได้มากขึ้น โดยอาศัย'หนัง'เป็นสะพานพาไปเข้าใจตัวเอง


มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป แต่ เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 และ เมื่อฉันลืมตา แล้วโลกเปลี่ยนไป สั่งได้จากในเว็บหรือหน้าร้านซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก

พูดคุยกับเจ้าของ Blog คลิก

เปิดหารายชื่อหนังเก่าๆนอกเหนือจากในหน้าสารบัญ คลิก





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป




Create Date : 16 เมษายน 2552
Last Update : 17 เมษายน 2552 0:43:34 น. 10 comments
Counter : 3505 Pageviews.

 
มาประเดิมคนแรกครับ

ส่วนตัวไม่ค่อยปลื้มภาคนี้เท่าไหร่

มุขมันตลกคาเฟ่ยังไงไม่รู้


โดย: passonvichan IP: 114.128.246.189 วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:0:23:47 น.  

 
มาลงชื่อเป็นครั้งแรกครับ เห็นด้วยกับพี่หมอว่าถ้าตัดเป็นภาคเดียวนี่สุดยอดครับ แต่พอแบ่งเป็นสองภาคนี่ดูยืด ยังกะละครครับ

ส่วนมุกตลกนี่...ไม่ชอบมุกทายปัญหาครับ เพราะอย่างที่พี่หมอว่า คือแถได้อีก ส่วนมุกอื่นๆ โอเคครับ

ปล.ผมไม่มีปัญหากับมุกตลกคาเฟ่เท่าไหร่


โดย: AngerATK IP: 112.142.241.89 วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:8:26:10 น.  

 
ยังไม่ได้ดู แต่ก็เป็นแฟนหนังบุปผาราตรีเหมือนกัน


โดย: pann IP: 58.8.175.227 วันที่: 17 เมษายน 2552 เวลา:19:06:58 น.  

 
ยังไม่ได้ลองไปดูเลยค่ะ
ตอนนี้มีโอกาสดูเรื่องอื่นๆบ้าง
เเต่เรื่องบุปผา ยังเลย


โดย: yopathum วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:6:52:16 น.  

 
+ ปกติผมก็ไม่ชอบมุกคาเฟ่นะครับ ... แต่กับบุปผา 3.1 นี่คงเป็นเพราะบรรยากาศอื่นๆ ของหนังมันได้มั้งครับ ก็เลยไม่รู้สึกชังเท่าไหร่ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ก็เห็นด้วยกับคุณ จขบ. อ่ะครับ ทำเป็นภาคเดียวน่าจะดีกว่าเยอะ ทำแบบนี้หลายคนอาจคิดว่าตีหัวเข้าบ้านหลอกกินตังค์ 2 รอบ เพื่อให้คนดูมาดูมุก ไรว้า อ่ะครับ

+ น้องโอ้ คงต้องฝึกปรือวิทยายุทธ์การแสดงเพิ่มจริงๆ แหละครับ เพราะขนาดพวกเพื่อนๆ มากันแว่บเดียว หรือแก๊ง รัก/สาม/เศร้า ตอนเปิดเรื่อง ก็ยังดูฮาได้ใจกว่าตั้งเยอะ ... ส่วนผีเด็กน้องคนนั้น หลอนมั่กๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:20:10:19 น.  

 
เห็นด้วยตรงมุขตลกเฝื่อนเยอะและยาวไปนิดค่ะเห็นด้วยค่ะ

ตอนจบมันทำให้ค้างจริงๆ

แต่ก็ยังรอดูภาคต่อเหมือนเจ้าของกระทู้เลยค่ะ...


โดย: หมูอ๊วนอ้วน วันที่: 19 เมษายน 2552 เวลา:23:50:29 น.  

 
แหม.... ทำไปได้ !!!

ปล.หายไปไหน


โดย: studiokp IP: 58.8.84.152 วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:23:03:44 น.  

 
ตามอ่านบล็อคมานานครับ อ่านวิจารณ์ใน Filmmax ด้วย แต่เพิ่งมาแสดงความคิดเห็นครั้งแรกครับ ปกติยุทธเลิศเป็น ผกก. รอบจัดอยู่แล้ว เก่งหลายด้าน ไอเดียเรื่องนี้ผมว่าจะแอบคล้ายๆ กระสือวาเลนไทน์ เกี่ยวกับการกลับชาติมาเกิด กรรมเก่า หนังมันไม่สมบูรณ์เพราะตัดเป็น 2 ภาคจริงๆ อะครับ
ปล. น้องที่เล่นเป็นผีเด็ก ชื่อน้องพูกัน ผมเคยไปทำงานเป็นโค้ชแอคติ้งงานโฆษณาตัวนึง เป็นเด็กที่เก่งมากครับ เต็มที่ มีความเป็นมืออาชีพจริงๆ ใครได้ดูหนังเรื่องนี้ก็ยิ่งต้องชมฝีมือเลยครับ


โดย: sweeney IP: 203.156.32.221, 203.130.159.4 วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:2:16:24 น.  

 
อืม...ใช่แล้วครับผมค่อนข้างผิดหวังเหมือนกัน
ราวกับว่ายุทธเลิศเอาองก์แรกมาไว้ภาค 3.1 ส่วนสององก์ที่เหลือเอาไปไว้ที่ 3.2 ถ้ามันรวมกันน่าจะดีกว่า เพราะการตัดอยกสองภาคแบบนี้ทำให้ไม่ลงตัว แม้จะต่อเนื่องก็ตาม
อย่างที่เห็นเหมือนกันคือวัตถุดิบ 3.1 และ 3.2 นั้นดีมากและชัดเจน แต่กลายเป็นว่าเขาเอามายำจนไม่ดีพอเท่าที่ควรครับ


โดย: Teeraratsakul (Teeraratsakul ) วันที่: 14 พฤษภาคม 2552 เวลา:13:27:51 น.  

 
สงสัยครับ

ในชาติบุปผาที่เกิดเป็นเด็ก เมื่อตายแล้วทำไมวิญญาณถึงเป็นทั้งผีเด็ก และผีบุปผาได้
ทั้งที่เป็นวิญญาณเดียวกัน

เพราะ ถ้าเมื่อตายแล้วก็น่าจะเป็นวิญญาณในชาติปัจจุบันเท่านั้น คือเป็นผีเด็ก ไม่น่าจะกลับไปเป็นผีในชาติก่อนได้


โดย: B.demon IP: 58.10.80.219 วันที่: 25 สิงหาคม 2552 เวลา:9:11:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.