www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

ไม่ใช่ไข่เค็ม ไม่ใช่ต้มยำกุ้ง ไม่ใช่หนังชกมวย ( ไม่สปอยล์ ) <--- “ไชยา” --> หนังดีที่น่าชื่นชม




ไชยา ... เป็นหนังไทยที่ผมฯอยากเชียร์ให้ไปดูกัน จริงอยู่ที่มันไม่ใช่ ‘หนังไทยที่ซู้ดยอดดด’ หรือ “อู้วว๊าว นี่คือ หนังไทยที่ดีที่สุดในรอบสิบปี” แต่ นี่ก็เป็น หนังไทยที่ดีกว่าหนังฮอลลีวูดหลายๆเรื่องที่เข้าฉายในปีนี้ ดีกว่าหนังไทยหลายเรื่องๆที่เคยมี ดีเกินเกณฑ์มาตรฐานหนังไทยส่วนใหญ่ที่เข้าโรง และ ดีเพียงพอต่อการเสียตังค์เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาบ่นกันว่า ทำไมหนังไทยดีๆถึงไม่มีฉาย

ไชยา... เป็นหนังไทยที่ทีมสร้าง ต้มยำกุ้ง หรือ ผู้สร้างหนังแอคชั่นที่มักจะมีกรอบความคิดในหัวว่า “หนังแอคชั่นไม่ต้องเน้นบท หนังแอคชั่นแบบ Martial arts เน้นแค่ศิลปะการต่อสู้ก็พอ แค่ยัดเยียดฉากแอคชั่นเด็ดๆก็ดีจะแย่อยู่แล้ว” ควรจะมาดูเป็นตัวอย่างว่า หนังแอคชั่นที่ผสมบทดีๆนั้นมีอยู่แถมยังเป็นหนังไทยอีกต่างหาก



ไชยา ... เป็นหนังไทยที่ผมไม่พบจุดดีในระดับเลอเลิศด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ แต่ ไชยาก็เป็นหนังไทยที่หาจุดตำหนิได้น้อยมาก ผู้สร้างใส่ใจในทุกๆรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นงานสร้างยันเสื้อผ้าหน้าผม เป็นงานที่ตัว ผู้กำกับ สามารถหา ลายเซ็น ของตัวเองได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ ลองของ (ที่เห็นได้ชัด คือ การคั้นบทภาพยนตร์ให้ออกมาดีทั้งสองเรื่อง) และทำให้เขาสามารถฝากชื่อผู้กำกับเป็นการเชิญชวนมาดูไว้ยามต้องการโฆษณาหนัง เหมือนผลงานคุณภาพเวลาคนดูรอคอยดู หนังจากกลุ่มแฟนฉัน หรือ หนังของเป็นเอก ซึ่งมั่นใจได้ว่า ถ้าต่อไปเขายังรักษาคุณภาพระดับนี้ได้คนดูก็จะซื้อตั๋วเพราะมันเป็น หนังของก้องเกียรติ

ไชยา ... เป็นหนังไทยที่ผมดูไปแล้ว คิดถึงอารมณ์ประมาณหนัง-ละครไทยสมัยโบราณอย่าง เรือนแพ คิดถึงหนังฮ่องกงสมัยก่อนๆ อย่าง โหดเลวดี ฯลฯ กลุ่มหนังที่มีอารมณ์ประมาณคุณธรรมน้ำมิตร ความเป็นพี่เป็นน้อง จากคนกลุ่มหนึ่งเริ่มต้นจากความฝันเดียวกัน มาเจอจุดเปลี่ยนทำให้แต่ละชีวิตต้องเดินคนละเส้นทาง (ในระหว่างนั้น ก็มักจะมี ผู้หญิงคนหนึ่ง มาทำให้ คนในกลุ่มต้องเกิดความบาดหมางกันทั้งในทางเปิดเผยหรือแอบซ่อน เพราะ ดันไปรักคนเดียวกัน) คนหนึ่งคนล้มเหลว คนอีกคนประสบความสำเร็จ แล้วช่วงท้ายๆก็จะต้องมาพบจุดตัดที่นำพาพวกเขามาพบกันอีกครั้ง ซึ่งก็เป็นวันที่เพื่อนหรือพี่น้องต้องห้ำหั่นอีกฝ่ายให้แดดิ้น แล้ว มิตรภาพความผูกพันก็จะได้โอกาสพิสูจน์ในตอนนั้นอีกครั้งหนึ่ง

และจุดนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผมยังชอบหนังเรื่องนี้ไม่สุด เพราะเรื่องราวที่แม้จะมีจุดหักมุม มีจุดพลิกผัน แต่การผูกเรื่องไปข้างหน้าเพื่อนำไปสู่ จุดขัดแย้ง นั้น รูปแบบการเล่าเรื่องโดยเฉพาะช่วงกลางเรื่องมันค่อนข้างเก่าและเชยไปหน่อย ทำให้เราเดาได้ว่า เดี๋ยวจะต้องมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดตามมาแน่ๆ สำหรับคนที่ดูหนังแนว คุณธรรมน้ำมิตร ประเภท กอดคอกันไว้อย่าให้ใครเจาะกะโหลกนะโหดเลวดี ฯลฯ เมื่อเทียบกับ หนังไทยบางเรื่องแม้ โครงเรื่องจะโบราณแต่ก็ยังมีการเล่าเรื่องที่สนุกกว่า อย่าง 2499 ที่มีความคล้ายคลึงกันเพียงแต่เป็นหนังที่ผูก มิตรภาพ ไว้กับ แก๊งค์อันธพาลไม่ใช่ เวทีมวย




ไชยา ... เป็นหนังไทยที่คุมนักแสดงทั้งทีมให้เล่นได้ดีแบบเป็นทีม ไม่ใช่เล่นดีสองคน อีกสามคนเหมือนเด็กเส้นมาเล่นเพราะเป็นลูกผู้กำกับ ถ้าในแง่การแสดงในหนังไทยของปีนี้ ผมชอบ ทีมนักแสดงใน พลอย แต่ก็ยอมรับว่า การกำกับนักแสดงใน พลอยซึ่งมีคนเล่นแค่ไม่กี่คน ย่อมต่างจาก ไชยา ที่มากันเป็นสิบ ซึ่ง ไชยา สามารถกำกับ สามนักแสดงนำ สองนักแสดงสาว และ เหล่านักแสดงสมทบ ให้เล่นหนังเป็น ไม่ใช่ ทื่อๆแข็งๆ สามารถเกลี่ยความสำคัญได้ลงตัวไม่ทิ้งขว้างตัวละคร

มีหลายคนเด่นออกมาจนน่าชื่นชม อาทิ สนเดอะสตาร์ ที่ดีมาตั้งแต่เหมืองแร่จนดูเหมือนว่าน่าจะเอาดีกับการเป็นนักแสดงได้อีกไกล หรือ กอล์ฟ พระเอกของเรื่องที่ดูดีขึ้นเมื่อเทียบกับสมัยก่อนโน้น (นักแสดงสาวที่รับบท ศรีไพร ก็ยิ้มหวานจนคนดูอย่างผมฯใจละลายซะเหลือเกิน)



ไชยา ...เป็นหนังไทยที่หากจะล้มเหลว ส่วนหนึ่งก็มาจากการวางหมากโปรโมทได้พลาดโดยไม่รู้ตัว เพราะจากโปสเตอร์กับตัวอักษรชื่อหนังแบบเชยๆ มาผสมกับหนังตัวอย่างที่ออกฉาย พาลพาให้คนดูอาจเข้าใจผิดแล้วไม่อยากจะตีตั๋วเข้ามาดู เพราะนึกว่า เป็นหนังแอคชั่นที่เน้นเอามันส์อย่างเดียวแบบต้มยำกุ้ง หรือ เป็นหนังนักมวยที่มีแต่เรื่องหมัดๆมวยๆชกต่อยกันอย่างเดียว

ถึงจะเน้นไปทางนั้น แฟนๆที่อยากดูหนังแอคชั่นก็คงไม่คิดจะอยากดูมาก เพราะ ถ้าคิดจะขายความเป็นหนังแอคชั่น ฉากแอคชั่นที่มีในตัวอย่างมันก็ไม่ได้สวยงาม ฮือฮา ชนิดยั่วน้ำลายอยากจะตามเข้าไปดูในโรง

เอาเข้าจริง ไชยา ไม่ใช่ หนังแอคชั่นที่ขายความมันส์สำหรับคอหนังแมนๆ แต่ ความแมนของหนังเรื่องนี้มาจาก ชะตากรรมและคุณธรรมน้ำมิตรของตัวละครทั้งสามคน ดังนั้น ไชยา จึงไม่ใช่ ไข่เค็ม และ ไม่ใช่หนังขาโหดที่จัดมาเฉพาะคนดูผู้ชาย แต่เป็นหนังที่ สาวๆก็ดูได้ แถมไม่แน่อาจจะน้ำตารินโดยไม่รู้ตัว

ฉากแอคชั่นหรือศิลปะการต่อสู้แบบมวยไชยา เป็นเพียงพระรอง ที่คอยสนับสนุนพระเอกตัวจริงอันได้แก่ ความเป็นดราม่าหรือมิตรภาพของคนสามคน

...เพื่อนสามคนที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เล็กๆ เล่นด้วยกัน หนีเที่ยวด้วยกัน โดนฟาดด้วยกัน พวกเขามีความรักในสิ่งเดียวกันนั่นก็คือ การชกมวย และเมื่อมีโอกาส พวกเขาก็จะเรียนรู้ มวยไชยา จากครูมวยซึ่งเป็นพ่อของหนึ่งในสามเกลอนั้น

ทั้งสามคนมีความฝันร่วมกันนั่นคือ การไปให้ถึง เวทีราชดำเนิน ในฐานะนักมวย

แต่ชีวิต ไม่ได้ง่ายดายเหมือนขีดเส้นตามรอยประแล้วจะไปถึงเป้าหมาย เพราะเมื่อพวกเขาได้โอกาสเดินทางไปเริ่มต้นชีวิตในกรุงเทพ ก็ต้องพบกับ จุดเปลี่ยนที่แบ่งเส้นทางชีวิตให้เดินไปคนละทาง

หนึ่งคน เลือกเป็นนักมวยเดินตามรอยพี่ชายและพ่อผู้เป็นเจ้าของตำนานมวยไชยา

หนึ่งคน ไม่สามารถเป็นนักมวยเพราะสภาพร่างกายไม่เอื้ออำนวย แต่เขาก็เป็น ผู้ตาม ที่พร้อมจะลุยในทุกเวทีที่เพื่อนจะเดินนำไป

หนึ่งคน เพราะความหุนหันทำให้ต้องสูญเสียอาชีพนักมวย กลายมาเป็น นักชกใต้ดิน ถลำลงลึกมาพร้อมกับชีวิตใหม่ในการเป็น นักเลง

เส้นทางสายนักเลง อาจจะแลกมากับเงินทอง ก็ใช่ว่าจะทำให้เจ้าตัวมีความสุข เพราะทุกย่างก้าวคือความเจ็บปวด เมื่อต้องมองความฝันของตัวเองพังย่อยยับลงเรื่อยๆ ทั้งที่ตัวเองนั้นก็มีศักยภาพเพียงพอจะเป็นนักมวยที่เลื่องชื่อ มีฝีมือมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ ต้องมองชีวิตรักที่แตกร้าวลงทีละน้อยจนไม่เหลือร่องรอยที่จะสมานคืน



ยิ่งเดินไปไกลจาก ทางแยก ก็ยิ่งต้องห่างจากความฝันจนแทบจะไม่เห็นทางเดินกลับ ยิ่งถลำไปในทางที่มืดมนจนไม่เห็นแสงสว่างตรงปลายทาง แต่ พวกเขาก็ยังหลงเหลือบางสิ่งที่ไม่เลือนหายตามเส้นทางชีวิตที่เลือกเดิน บางสิ่งที่เริ่มต้นณ.ริมชายหาด บางสิ่งที่ควบคู่มากับความฝันนั่นคือ มิตรภาพที่ผูกทั้งสามคนไว้เหมือนมือที่ไม่ยอมปล่อยบนหน้าผาในตอนต้น

“แล้วเจอกันที่บ้าน” คือ ประโยคสั้นๆที่ทำให้ต้องน้ำตาตลอเมื่อหนังปิดฉากลง เพราะนั่นอาจเป็น ความฝันสุดท้ายของพวกเขาที่ยังมีโอกาสเป็นจริงพร้อมกันทั้งสามคนได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะได้เจอกันในรูปแบบใด


สรุป ... ไชยา ไม่ใช่ ไม่ใช่หนังไทยที่ผมชื่นชอบที่สุดของปีนี้ แต่ก็เป็น หนังไทยที่ผมชื่นชม และ เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คิดว่า ในช่วงเวลาที่เราๆ เรียกร้องกันอยากให้หนังไทยพัฒนา เรียกร้องถามหาหนังไทยๆดีๆที่ไม่ยัดเยียดคำหยาบ เรียกร้องหนังไทยที่มีบทดีๆไม่ใช่ผีมาหลอกแบร่ๆ หรือ มีแต่หนังตลกประเภทเอามุกมาต่อมุก เมื่อมี มาแล้ว หากจะไม่อุดหนุน ก็ดูจะใจร้ายเกินไป เพราะ ไชยา ไม่ใช่หนังไทยที่ควรเสียตังค์เพียงเพราะ ‘มันเป็นหนังไทย’ หรือ ‘น่าสงสารจังหนังพอใช้ได้เดี๋ยวผู้กำกับคิดสั้น’ แต่ เป็นหนังอีกเรื่องที่ควรเสียตังค์เพราะมันเป็น ‘หนังดี’

ป.ล. พอดีอาทิตย์นี้ได้ดูมาสามเรื่อง มีเรื่องหนึ่งที่ขอเชียร์ออกหน้าออกตากับ หนังฝีมือของ จูลี่ เดลปี นางเอกจาก Before surise + Sunset กับ หนังรักที่ยิ้มได้แทบจะตลอดเวลากับหนังที่ชื่อว่า 2 Days in Paris หนังที่จะทำให้ สองวันในปารีส เป็น กรณีศึกษาของการใช้ชีวิตคู่ที่น่ารักและซึ้งประทับใจในตอนจบ ไม่เหมาะสำหรับ คอหนังที่เกลียดตัวละคร พูด กันมากๆ แต่ เหมาะมากๆสำหรับคอหนังรักที่ชอบตัวละครพูดกันแบบใน Before surise + Sunset ฉายที่ สกาล่า และ House RCA เน้อ




ขอฝาก"หนังสือรัก" พ็อกเก็ตบุ้คที่ไม่ใช่ หนังสือวิจารณ์หนัง แต่เป็นการหยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม



เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 03 กันยายน 2550
Last Update : 12 กันยายน 2550 0:41:15 น. 29 comments
Counter : 5505 Pageviews.

 
มาพยักหน้าเห็นด้วยครับ

สนับสนุนให้ไปดูกันในโรงนะครับ
อาจไม่ใช่หนังที่ดีที่สุดในโลก

แต่มีค่าพอที่จะสละเวลา 2 ชั่วโมง(นิดๆ)เพื่อดูหนังไทยๆ ดีๆ ครับ


โดย: คำห้วน-lopzang-เฉือนคำรัก วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:1:09:04 น.  

 
รอดูทั้งไชยา และ 2 Days in Paris เลยคร้าบ ^^


โดย: nanoguy วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:1:12:52 น.  

 
อ่า เดียวคงได้ดูในโรงภาพยนต์ นานมากแหละที่ไม่ได้ดูหนังไทยในโรง


โดย: บางนรา วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:3:57:59 น.  

 
ผมอยู่ข้างหลังคุณ ชื่อนี้ผมคุ้นๆเพราะชื่อเก๋ แปลก และพอมีโอกาสได้อ่านบทวิเคราะห์หนังแล้วก็การันตีคุณภาพได้เลยครับ เข้ามาอ่านและได้อะไรดีๆกลับไปครับ ขอบคุณครับ


โดย: ซอร์บอนน์ (ซอร์บอนน์ ) วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:4:52:02 น.  

 
ดีเลยค่ะ จะได้เอาไปอ้าง ชวนแฟนไปดูได้ซะที

อยากไปดู แต่แฟนไม่อยาก จะตีกันตายแล้ว 5555


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:9:07:12 น.  

 
ชอบเรื่องนี้มากๆครับ


โดย: จี๊ป ก่อนเมา IP: 124.120.2.23 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:11:41:51 น.  

 
ยอมรับเลยค่ะว่าตอนแรกยังคิดว่าเป็นแนวแอ็กชั่น ต่อสู้ หมัดมวย เพราะว่าภาพของการโฆษณามันทำให้เราเห็นได้ประมาณนี้อ่ะค่ะ ....

แต่ว่ามาอ่านรีวิวแล้วก็น่าจะได้ติดตาม อยากได้กลิ่นและรสชาติของการดูหนังแบบเก่าๆ หน่อย ช่วงนี้กำลังติดบรรยากาศแบบนี้ล่ะค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:16:39:31 น.  

 
ที่เฮ้าส์ก็มีนะครับ 2 วันในปารีส

ไว้ดูแล้วจะมาคุยนะครับ

.. ... .. .. .


โดย: 6uod IP: 124.120.173.117 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:18:42:33 น.  

 
อาทิตย์นี้จะไปดูครับท่าน


โดย: 12 IP: 124.121.0.115 วันที่: 3 กันยายน 2550 เวลา:20:05:32 น.  

 
+ ตอนแรกที่ลังเลว่าจะดูดีหรือไม่ ก็เพราะเกรงว่ามันจะเน้น Martial arts มากไป จนเนื้อเรื่องเหลวเป๋วนั่นแหละครับ ... แต่พอได้อ่านที่คุณ จขบ. เขียนมาก็เป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ 'ดู' ได้เป็นอย่างดีอ่ะครับ
+ 2 Days in Paris มีฉาย 2 โรงแบบที่คุณ 6uod #8 ว่าไว้นะครับ คือเข้าที่เฮาส์ด้วย (ผมก็ดูที่นั่น เพราะพอดีจะไปดู 2 เรื่องควบกับ Spider lillies อ่ะครับ)
+ สำหรับ 2 days (เด๋วว่าจะไปเขียนไว้ที่ 'หน้าแรก') ไม่ค่อยถูกจริตผมแฮะ อาจเป็นเพราะผมเก็ทมุกจากหนังไม่หมดก็ได้มั้งครับ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:15:52:34 น.  

 
ขอบอกอีกครั้ง ว่า "ลายเซ็น" (ไม่มี ตอ)
แล้วเวลาแฟนหนังสือมาขอให้ "เซ็น" ชื่อให้ก็ฝากบอกแฟนหนังสือด้วยนะคะ ว่าคุณ "ผมฯ" แจก"ลายเซ็น ไม่มีตอ"

ป.ล. เรารักกันนะ ที่ปารีส ฉายที่ House ด้วยค่ะ


โดย: เคยบอกแล้วนะ จำได้ IP: 124.120.172.17 วันที่: 4 กันยายน 2550 เวลา:23:06:10 น.  

 
^
^
... 555 แหะๆหุๆ หัวเราะแก้เก้อ ผิดไปแล้วจ้า ตอนเขียนผมก็นั่งคิดแล้วคิดอีกเหมือนกันว่ามันมี ต์ หรือเปล่าหว่า จำได้ว่าเคยถูกทักแต่จำบ่ได้ว่า ตอนนั้นเขียนแบบไหนไป

ดีคับ มีอะไรผิดเพื่อนผู้อ่านที่น่ารักช่วยเตือนเช่นนี้ จขบ.จะได้นำไปแก้ไขให้ถูกจ้า


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:0:26:51 น.  

 
เชียร์สุดใจขาดดิ้น

ผมชอบ "คุณธรรมน้ำมิตร" จริงๆ

ไม่น้อยหน้าสมกับเป็นหนังปิดบางกอกฟิล์มฯ จริงๆ
--
Oakyman's Blog


โดย: Oakyman วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:2:47:33 น.  

 
//oakyman.com/blog/2007/09/chaiya/
เชียร์ครับ เชียร์


โดย: Oakyman วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:4:11:34 น.  

 
เพิ่งไปดูมาเมื่อวานนี้ค่ะ แวะเข้ามาแจมด้วยคนค่ะ แต่ไม่ขอวิจารณ์อะไรมากมายในหนังเรื่องนี้น่ะคะ แต่อยากจะบอกว่า นานพอสมควร ที่ไม่ได้ซึ้งกินใจ เสียน้ำตากับหนังไทยมานานมากๆแล้ว เรื่องนี้ถึงกับทำให้เจนนี่นั่งร้องไห้ออกมาเลยอ่ะคะ เดินออกจากโรงหนัง เข้าห้องน้ำส่องกระจก ตายจริง นี่เราร้องไห้จนจมูกแดง ตาบวมขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ฮิฮิ อายจัง แต่ประทับใจเพื่อนรักและเรื่องราวของหนังเรื่องนี้มากเลยค่ะ ขอบอก


โดย: สาวอิตาลี วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:13:59:46 น.  

 
ไชยา ส่วนตัวผมชอบครับ ติดที่ว่าเนื้อเรื่องและการดำเนินเรื่อง cliche มากไปหน่อย ตามสูตรเกินไปนิด ทำให้ไม่ค่อยมีอะไรแปลกใหม่มาก

สิ่งที่ทำให้แปลกใจที่สุดคือการแสดงของจี๊ด-แสงทอง ที่ดูดีมากๆ และต่างกับใน หมานคร โดยสิ้นเชิง (ลบข้อสันนิษฐานว่าเธอเล่นแข็ง แล้วบังเอิญเข้ากับบทออกไปได้สนิทใจ เพราะเธอแสดงหนังเป็นจริงๆ 55+) กลายเป็นบทที่ขโมยซีนไปเลย ศรีไพรแทบต้องรีบหนีกลับใต้ (อิอิ)














**************สปอยล์******************

ส่วนที่ผมไม่ชอบเลยคือช่วงจบของหนังครับ ที่สะหมออัดเทปมาแล้วบอกว่าที่เปี๊ยกเป็นชู้กับหวาน เป็นแค่การจัดฉาก ผมว่าหนังพยายามทำให้ตัวละครทุกตัวเป็น "คนดี" มากจนเกินไป ดูซ้ำซาก

อีกอันที่ไม่ชอบคือเสียงฮาร์โมนิก้าครับ เพราะว่ามันไม่เข้ากับตัวละคร และบรรยากาศหนังเอาซะเลย แถมยังพาลทำให้คิดว่าไปลอก Infernal Affairs มาซะอีกแน่ะ


โดย: nanoguy วันที่: 5 กันยายน 2550 เวลา:16:23:58 น.  

 
เสาร์นี้จะไปดูกับครอบครัวสักหน่อย เห็น talk of the town เหลือเกิน ต้องสนุกแน่ๆ


โดย: แฟนพันธ์แท้ IP: 124.120.175.110 วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:14:25:47 น.  

 
อ่านจบแล้วทำให้อยากดูขึ้นมา

ตอนแรกแม่ถามผมว่า หนังน่าดูไหม
ผมตอบไปว่า คงเป็นหนังชกมวย ไม่น่าดูหรอก ไว้ไปดู ประวัติพระพุทธเจ้า กับ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ดีกว่านะ

แต่ตอนนี้ คงต้องไปบอกแม่ใหม่ว่า
หนังเค้าน่าดูจริงๆ


โดย: olivine IP: 125.27.4.120 วันที่: 10 กันยายน 2550 เวลา:1:04:25 น.  

 
ไปดูแล้วจ้า ชอบมาก


โดย: มินเอง IP: 58.8.172.177 วันที่: 11 กันยายน 2550 เวลา:13:25:01 น.  

 
น่าดูครับ แต่ไม่ได้อยู่เมืองไทย ยังดูไม่ได้อ่ะสิ


โดย: absent-minded IP: 222.212.68.1 วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:8:11:49 น.  

 
+ เพิ่งไปดูมาเมื่อวานตอนย่ำค่ำครับ ... ถึงแม้จะไม่ใช่หนังแนวผม (จริงๆ ด้วย) คือออกแนวดราม่า หักเหลี่ยมเจ้าพ่อ มี Martial arts เป็นองค์ประกอบในการดำเนินเรื่อง ... แต่ก็นับถือที่หนังทำออกมาได้ดีอ่ะครับ ทั้งโปรดักชั่น (ดูบรรยากาศย้อนยุคจริงๆ), การถ่ายภาพ, การแคสติ้งคนแสดง, คิวแอ๊คชั่น และบทหนัง ที่ถึงแม้จะดูเป็นสูตรคล้ายแนว 'เรือนแพ' ไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เขียนออกมาแบบสุกเอาเผากิน จังหวะซึ้งและมุกลูกเล่นต่างๆ ก็ปล่อยออกมาได้ดีทีเดียว ... อย่างนี้สิครับ ถึงจะเป็นหนังไทยโชว์ Martial arts ที่ขนไปโกอินเตอร์ได้ว่าเป็นหนังที่บทดีใช้ได้ มีเรื่องราว ดูสนุก อย่างไม่ต้องอายใคร
... นับว่าเป็นหนังไทยอีกเรื่องนึงของปีนี้ที่ทำได้ 'ถึงระดับ' ในแนวทางที่หนังเป็นครับ (เพียงแต่ตอนโปรโมต อาจได้กลุ่มเป้าหมายผิดกลุ่มไปหน่อย จนผมเกือบจะไม่ดูเสียแล้ว )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:20:11:49 น.  

 
เห็นหน้าพระเอก แล้วไม่กล้าดูอะ มันเถื่อนมากกกกกกกกกกกน่ากลัว แล้วจี๊ดก็ดูเอ็กซ์ๆงัยไม่รู้ ขอโทษจริงๆ กลัวเครียดอะ


โดย: sunontinee IP: 125.24.11.165 วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:0:55:30 น.  

 
ตอนแรกนึกว่าจะหนังแอ็คชั่นแนว ต้มยำกุ้ง
พออ่านๆในพันทิพย์ ก็เริ่มสนใจ
เมื่อวานได้โอกาสไปดู ไชยากลับเป็นแอคชั่น กึ่งดราม่า ไปซะนี่

จากที่ดูมาหลายๆเรื่องในปีนี้ ( ใน + เทศ ) ผมยกให้ไชยาเป็นหนังที่ดีที่สุดในปีนี้ ( ของผม )ครับ


โดย: Story of Winter IP: 58.10.198.245 วันที่: 13 กันยายน 2550 เวลา:9:27:18 น.  

 
ชอบไชยาครับ เสียดายแผนพีอาร์เค้ามาก แต่ก็เอาจริงๆก็พีอาร์ยากอยู่หรอก

แต่แฟนผมจะอี๋ความรุนแรงในเรื่องมากครับ ไม่งั้นเธอคงรักหนังเรื่องนี้มากกว่าที่เธอเป็นซะอีกครับ


โดย: 12pm IP: 58.8.127.5 วันที่: 16 กันยายน 2550 เวลา:19:09:14 น.  

 


โดย: dsfsdfdsf IP: 221.206.53.238 วันที่: 22 พฤศจิกายน 2550 เวลา:7:37:03 น.  

 
เพิ่งได้ดูไชยามาเมื่อวาน (สารภาพว่าเพราะเห็นเจ้าของบล็อกไปพูดคุยในกระทู้หนึ่งแหละ เลยหามาดู)

เสียดายที่ไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงค่ะ

คงจะรีวิวลงบล็อกเร็วๆ นี้


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:17:35:25 น.  

 
หนัง d d
มีไว้เพื่อแบ่งปัน และ
ขอบคุณนะครับ ที่ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
นำมาแบ่งกัน


โดย: J_sung IP: 125.26.65.95 วันที่: 20 มกราคม 2551 เวลา:17:09:28 น.  

 


สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม
หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนัง
ได้ที่ //vreview.yarisme.com พร้อมลุ้นรับบัตร Major M Cash มูลค่า 500 บาท จำนวน 8 ใบ ทุกเดือน


โดย: ป๋องแป๋ง IP: 124.120.0.136 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:16:42:09 น.  

 
หนังไทยเป็นหนังดี


โดย: ชัตชวาร บุญมา IP: 124.120.63.114 วันที่: 5 กรกฎาคม 2551 เวลา:13:35:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
3 กันยายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.