29 เรื่อง ที่คุณอาจไม่เคยรู้
































1. เวลาม้าโกรธหูจะลู่
2.
ธนาคารของไทยที่นำบัตรเอทีเอ็มมาใช้เป็นธนาคารเเรกคือ ธนาคารไทยพาณิชย์
3.
ผู้สืบราชสมบัติของอังกฤษจะต้องนับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสเเตนต์
4.
ดอกกระถินมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า ดอกคำใต้
5.
ชาวใต้ในอดีตพกกริชเป็นอาวุธติดตัว
6.
จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตสิ่งเเรกที่เกิดขึ้นบนโลก
7.
ทะเลที่ใหญ่ที่สุดคือทะเลจีนใต้
8.
ราชินีองค์สุดท้ายของอียิปต์คือพระนางคลีโอพัตรา
9.
ลมที่พัดจากทิศเหนือไปทิศใต้ตอนต้นฤดูหนาวเรียกว่าลมว่าว
10.
ม้าลายมีลายสีขาว
11. การทอผ้าไหม เข็มทิศ กระดาศ ปืน
ถูกคิดค้นครั้งเเรกโดยประเทศจีน
12. วังหน้าคือวังที่ประทับของมหาอุปราช
13.
ฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดในโลกคือถ้วยเอฟเอคัพ
14. เฟรเดอริก ออกุสต์
บาร์โทลดี ประติมากรชาวฝรั่งเศส เป็นผู้สร้างอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ
15.
อายุเฉลี่ยของประชากรโลกคือ 61 ปี
16. ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาว 3150
ไมล์ทะเล (ราวๆ 2775 กิโลเมตร)
17. กลิ่นเมนทอลในยาสีฟันทำจกใบสะระแหน่
18.
อียิปต์โบราณเป็นชาติเเรกที่เดินเรือ
19.
ระบบงานอุตสาหกรรมเริ่มครั้งเเรกในประเทศอังกฤษ ปลายศตวรรษที่ 18
20.
นกประจำชาติไทยคือนกไก่ฟ้าพญาลอ
21. ปลาทูน่าอีกชื่อหนึ่งก็คือปลาโอ
22.
ผู้เขียนหนังสือเรื่องปีเตอร์แพนชื่อ เซอร์ เจมส์ เเมธิว เเบร์รี่
(เจ.เอ็ม.แบร์รี่)
23. งานวันกาชาดมีขึ้นครังเเรกในสมัยรัชกาลที่ 7
24.
เทือกเขาเเอนดีส เป็นเทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก
25.
ญี่ปุ่นคือประเทศที่กินปลามากที่สุด
26.
เขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้คือเขื่อนบางลาง
27. เจดีย์โบโรบูดูร์
(บุโรพุทโธ) เป็นพุทธเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย
28.
พระเจ้าฟรานซิสที่ 1 เเห่งฝรั่งเศส ใช้ภาพโมนาลิซาประดับห้องน้ำ
29.
ในทางเคมี สารที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับเลือดมนุษย์มากที่สุดคือน้ำทะเล 








Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 19:20:56 น.
Counter : 95 Pageviews.  

รักไม่รู้จบ ตอน พรหมลิขิตฮาบ้าต๊อง











รักไม่รู้จบ ตอน พรหมลิขิตฮาบ้าต๊อง

บทความเรื่อง รักไม่รู้จบ ตอน พรหมลิขิตฮาบ้าต๊อง





มีชายอยู่
คนหนึ่งชื่อว่า ตั้ม เป็นเพื่อนสนิทของ ยูมิหญิงสาวลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น
ยูมิได้ย้ายมาอยู่เมืองไทยตั้งแต่ 4 ขวบยูมิเป็คนที่มีความร่าเริงแจ่มใส
ยูมิเป็นเพื่อนสนิทกับตั้มมาตลอดยูมิมีปัญหาอะไรตั้มก็จะคอยช่วยเหลืออยู่
เสมอจนกระทั่งทั้งสองคนมาอยู่ตอนประถาม 3 ปีต่อมา อยู่มิกับตั้มอยู่ชั้น
ป.3วันหนึ่งในขณะที่ยูมิกับตั้มกำลังทำความสะอาดห้องอยู่ยูมิกำลังทำความ
สะอาดห้องในขณะนั้นยูมิก็เกิดความผิดพลาดโดยที่ยูมินำไม่ถูพื้นมาถูแล้วไม้
ที่ถูพื้นอยู่นั้นก็เกิดไปสะกิดโต๊ะของอาจารย์จนเป็นเหตุทำให้แจกันที่อยู่
บนโต๊ะของอาจารย์หล่นลงมาแตก หลัง



จากนั้น
วันต่อมาอาจารย์รู้เข้า จึงเรียก ตั้ม กับ ยูมิ
ออกมายืนหน้าห้องแล้วถามว่า ใครเป็นคนทำแจกันแตก ด้วย
ความที่ยูมิกำลังเกิดความรู้สึก
กล้าๆกลัวๆนั้นไม่กล้าพูดออกมาจนทันใดนั้นเองก็เสียงออกมาจากปากของตั้มว่า
ผมทำเองครับ เลยทำให้
ความรู้สึกของยูมิ จากที่กล้าๆกลัวๆ กลายเป็นความ
รู้สึกกระอักเลือดทันที ตั้มจึงถูก



อาจารย์ทำ
โทษหน้าห้องด้วยการถูกไม้เรียวตีที่ก้น ท่ามกลางฝูง
เพื่อนที่อยู่หน้าห้อง ทำกำลังหัวเราะตั้มด้วยความ
เยาะเย้ย และต่อหน้ายูมิ วิ
นาทีนั้งเองยูมิก็เกิดความรู้สึกเกลียดตัวเองมากขึ้น ตลอด
ทั้งวันในวันนั้น ตั้มก็ถูกเพื่อน



ในห้อง
หัวเราะเยาะเย้ยตลอดทั้งวัน พอตกตอนเย็นก่อนกลับ
บ้าน ตั้มเข้ามาถามยูมิว่า





ตั้ม : ยูมิ
วันนี้ตอนกลับบ้านไปหาอะไรทานที่หน้าโรงเรียนดีมั้ย



ยูมิก็ยัง
รู้สึกสะเทือนใจกับตัวเอง เพราะความรู้สึกที่ว่าเรา
ทำผิดต่อเค้าแต่เค้าก็ยังมาดีกับเรามาก แต่ด้วยน้ำใจจึงไม่กล้าปฏิเสธ ยูมิก็ตอบตกลงไป
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งทานไอศกรีมอยู่หน้าโรงเรียนนั้น ยู
มิก็ถามกับตั้มขึ้นมาว่า





ยูมิ : ตั้มเรื่องวันนี้ตั้มไม่ผิดเลยแต่
ทำไมตั้ม.........



ตั้มจึง
เงียบสักพักแล้วก็ตอบไปว่า



ตั้ม : ตั้มไม่เป็นไรหรอกอย่าคิดมากนะยู
มิ
สัญญา



ยูมิ : อื้ม



ยูมิ : ยูมิ
สัญญา
ว่า
จะไม่คิดมากนะ





หลังจาก
นั้น ไม่นาน
ทั้งคู่ก็เรียนอยู่ห้องเดียวกันมาตลอดจนกระทั้งทั้งคู่มาอยู่ในระดับมัธยม
ม.3 ทั้งคู่ตกลงเป็นแฟนกัน วัน
นั้นเป็นวันหยุด ยูมิจึงโทรไปหา
ตั้มแล้วชวนตั้มออกไปเที่ยวด้วยกันหลังจากที่ทั้งคู่แต่งตัวเสร็จออกจากบ้าน
เสร็จ ยูมิก็ออกมารอตั้มที่หน้า โรงเรียน หลังจากนั้นถัดมาอีก 10 นาที ตั้มก็มาถึง แต่ สิ่งที่ยูมิไม่คาดคิดก็คือ
ตั้มใส่เสื้อสีเดียวกับยูมิ ใส่กางเกงขายาวสีเดียวกับยูมิ
ยูมิจึงเห็นแล้วอดยิ้มไม่ได้เลยเกิดความอมยิ้มขึ้นมา แล้ว



แอบเขิน
นิดๆ ก็เลยตั้มจึงเข้าถามยูมิด้วยความอมยิ้มว่า





ตั้ม : ยูมิ
มีอะไรหรือเปล่า (ตอบด้วยรอยยิ้ม)



ยูมิ : เปล่าไม่มีไม่มีไม่มีอะไร (แกล้ง
ตอบไปงั้นแหละเพราะที่จริงเค้าอายนะ)
อิอิ



ตั้ม : จริงเร๊ออออ.........(รู้นะ
ว่าเขินแหม๋.....................)



ยูมิ : จิงจีงไม่มีอะไร (อิตาตั้ม
บ้าเค้ากำลังอายนะ)
อิอิ





หลังจากนั้น
ทั้งสองคนก็เดินเที่ยวกันทั้งคู่ด้วยความเขินอายของทั้งสองคน ทำให้ทั้งสองคน เดินไปยิ้มไปจนชาวบ้านแถวนั้นมาเห็นเข้าเลยคิดว่า
เอ๋ ไอสองคนนี้บ้าหรือเปล่า
เดินไปยิ้มไป สงสัยคนบ้ามั้ง
ชาวบ้านแถวนั้นก็ต่างพากันหัวเราะ
แล้วพูดว่า
สงสัยสอง
คนนั้นถ้าจะบ้า เดินไปยิ้มไปอยู่ได้
จึงมีเด็ก
ผู้ชายคนนึงวิ่งเข้ามาทักยูมิกับตั้มว่า
พี่พี่ๆทั้งสองคนอ่าบ้าเปล่าเดินไป
ยิ้มไปอยู่ได้
ทั้งคู่เลยหันไปมองชาวบ้านทั้งคู่
ยิ่งอายเข้าไปกันใหญ่ ทั้งสองคนจึงวิ่งไปหลบความอาย
ทางด้านหลังตลาด แต่ด้วยที่นิสัยของทั้งคู่ ที่ซุ่มซ่ามเหมือนกันทั้งคู่ก็ไปวิ่ง สะดุด
ท่อนไม้ที่วางขวางทางจึงหน้าคว่ำไปทั้งคู่ เลยทำให้
ชาวบ้านแถวนั้นฮาได้อีก ตั้มจึงลุกขึ้นมาแล้วบอกชาวบ้านว่า
สะดุดรักหลุมรักยูมิอ่าครับ” 5555 ชาวบ้าน
ได้ยินเข้าเลยพากันอวกแตกกันเป็นแถวเลย หลังจากนั้น
ก็พากันไปนั่งคุยอยู่หลังตลาด แล้วหลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ใช้ชีวิตกับการเป็นคู่รักมาตลอดอย่างมีความ
สุข





ชั่วนิรันด์ดร








Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 19:19:05 น.
Counter : 120 Pageviews.  

♣ ความห่างไกล วัดความผูกพัน ♣














































มีคนบอกว่า ... ฟ้าดินลงโทษเขาให้ห่างไกลกับคนรัก

ฉัน
กลับคิดว่า ... ฟ้าดินกำลังสงสัยคู่นี้ว่า

...
เขารักกันจริงหรือป่าวต่างหาก ...


เลยทดสอบโดยแยกคนนึงไป
ทาง ... อีกคนไปทาง

คงมีใครบางคนมีพฤติกรรมไม่น่าไว้วางใจ

ถ้า
เราคิดว่ามันเป็นการทดสอบว่าเราเลือกถูกคนรึป่าว

ความห่างไกล ...
จะเป็นตัววัดปริมาณความผูกพันที่เรามีต่อกัน

ถ้าเรายังรู้สึกเหมือน
เดิม...แถมยังเพิ่มความห่วงใย ... ความคิดถึง ...

นั่นคือเรามีความ
รักที่แท้จริงให้เค้า ... เราสอบผ่าน ...

แต่ถ้าเขาเปลี่ยน
แปลงไป ... แรก ๆ ก็ติดต่อกันถี่หน่อย ... หลัง ๆ เริ่มห่างหาย

เค้า
สอบตก ... ก็ในเมื่อปริมาณความผูกพันของเค้ามันมีไม่เพียงพอ

เราน่า
จะภูมิใจในตัวเอง ... ที่เราได้เลื่อนชั้นขึ้นไป ... แม้มีใครจะสอบตก

ถ้า
เค้าอยากจะขึ้นมาอยู่ข้างเรา... เค้าต้องเร่งให้สอบผ่านบททดสอบนี้ ...

แล้ว
ก้าวขึ้นมาอยู่ข้างเราเอง ...

ถ้าเค้าไม่ผ่าน ... ก็ถือว่าเป็นบุญ
...

ที่ฟ้าดินได้คัดคนโง่ ... ออกไปจากเราแล้ว ...




























Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 19:16:05 น.
Counter : 90 Pageviews.  

♣ เปลี่ยนคนรัก ... ให้เป็นเพื่อน ♣















































เมื่อถึงวันหนึ่งที่ความ
สัมพันธ์ของคนสองคนที่เคยรักกันที่สุดต้องสะดุดหยุดลงด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม
คนเคยรักกัน จะเปลี่ยนแปรสถานภาพเป็น คนอื่น ที่เฉยชา ห่างเหิน
และไม่เข้าใจกันเลยเชียวหรือ เป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้งคู่จะเปลี่ยนมาเป็น
เพื่อนที่ดีต่อกันและถ้าเป็นเช่นนั้นได้จริงจะดีอย่างไร




แต่ถ้าลองพิจารณาดูให้ดีแล้ว
ถ้าไม่มีสาเหตุใดร้ายแรงถึงขั้นต้องเลิกคบกันไปเลย
เราก็น่าจะยังคบหาเป็นเพื่อนกับคนที่เคยรักกันได้
แถมน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีกว่าเพื่อนคนอื่นเสียด้วยซ้ำไป

ลองมาปรับ
ความคิดใหม่ เปลี่ยนคนที่เคยรักให้เป็นเพื่อนเสียน่าจะดีกว่าไหม



คนพิเศษที่ได้เรียนรู้กันแล้ว

คนรักคือคนที่พร้อมจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของกันและกัน
เป็นคู่ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไปตราบจนชีวิตจะหาไม่ โดยเฉพาะในทางกฎหมาย
เมื่อผ่านการจดทะเบียนสมรสแล้ว
ถือว่าคนสองคนนั้นเป็นบุคคลคนเดียวกันเลยทีเดียว

แล้วที่จะเป็นเช่น
นั้นได้แสดงว่าจะต้องใช้เวลาเรียนรู้จนเข้าใจซึ่งกันและกันเป็นอย่างดีมา
แล้ว
ซึ่งในขณะที่ความรักยังสดใสคงไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคิดว่าเป็นการสูญเสียหรือ
สิ้นเปลืองเวลาแต่อย่างใด

แต่ทว่าวันหนึ่งเมื่อสัมพันธภาพขาดสะบั้น
ลง จะมีใครคิดบ้างไหมว่า
ช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันจนรู้จักกันอย่างลึกซึ้งนั้น
จะเป็นช่วงเวลาที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

หากเขาไม่เหมาะที่จะ
เป็นคนรักของเราจริง ๆ
ก็น่าจะยังพอคบหาสมาคมเป็นเพื่อนฝูงกันต่อไปได้ไหมเพราะเราต่างก็ได้ใช้เวลา
ศึกษาตัวตนกันมาแล้วระยะหนึ่ง

ทุกวันนี้
หลายคนเฝ้าเสาะหาเพื่อนใหม่
ผู้คนจำนวนมากเลือกหาวิธีการที่จะได้พบได้รู้จักผู้คนใหม่ ๆ
เพื่อมาเป็นเพื่อน ทั้ง ๆ
ที่เมื่อรู้จักกันแล้วก็ต้องมาศึกษาเรียนรู้กันอีกตั้งมากมาย

แล้ว
คนที่เราได้เรียนรู้แล้ว
แถมยังเคยคิดหรือเตรียมการเอาไว้ว่าเขาจะเป็นคนที่เราจะใช้ชีวิตคู่ร่วม
ทุกข์ร่วมสุขกันไปตลอดชีวิตล่ะ เราจะทิ้งเขาไปเหมือนขยะที่ไม่มีคุณค่าใด ๆ
เลยหรือ

เดี๋ยวนี้แม้แต่ขยะก็ยังนำกลับมารีไซเคิลทำประโยชน์อื่นได้
เลย นับประสาอะไรกับคนคนหนึ่ง
แถมยังเป็นคนที่เราเคยรู้จักลึกซึ้งเป็นอย่างดีด้วย

การสูญเสียเขา
จากความเป็นคนรักอาจจะเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่การทิ้งเขาไปเปล่า ๆ
น่าจะถือเป็นความสูญเสียที่มากมายพอสมควรสำหรับคนที่รู้จักกันอย่างดีแล้ว


เลิกคิดอย่างคนรัก
เมื่อครั้งเป็นคนรักกัน
แน่นอนว่าเราต้องตั้งความหวังในตัวเขาไว้มากมาย
แถมบางอย่างอาจสูงเลิศเลอเสียด้วยซ้ำไป แต่เมื่อไม่ได้เป็นคนรักกันแล้ว
เราก็ไม่ได้ไปคาดหวังให้เขาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ตามที่เราต้องการอีกต่อไป
จึงน่าจะปรับเปลี่ยนมาเป็นเพื่อนกันได้ไม่ยาก

ไม่ว่าเขาจะมาสาย
ปล่อยให้เรารอจนก้นชา หรือทำตัวเปิ่นเฉิ่มอย่างไรก็ตาม
เราก็ไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรเหมือนครั้งที่เป็นคนรักกันแล้ว

ลองคิด
ดูว่าใครจะไปเสียหน้าถ้าเพื่อนพูดจาไร้สาระเมื่ออยู่ต่อหน้าธารกำนัล
ใครจะไปเดือดร้อนกับเพื่อนที่ใส่เสื้อยับเหมือนไม่ได้รีดหรือผมยุ่งกระเซิง
ตลอดเวลากันเล่า แม้แต่วันสำคัญหรือโอกาสพิเศษ

ถ้าตอนที่รักกันอยู่
ละก็ เราคงจะทั้งเสียใจ ทั้งโกรธ
ทั้งอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่างผสมปนเปกันเป็นค็อกเทลรสชาติไม่ได้เรื่องอยู่ใน
หัวใจ แต่พอเขากลายเป็นเพื่อนแล้ว ถึงจะลืมอย่างไรก็ช่าง
เพื่อนลืมก็ทวงเอาได้ตรง ๆ เลย ไม่เห็นต้องคิดมาก



คนเคยใกล้ชิดที่รู้ใจกว่า
คนรักกันย่อมเป็นคนที่ใกล้ชิดกันมาก ๆ
หรืออย่างน้อยก็ใกล้ชิดกว่าคนอื่นในบางแง่มุม
ซึ่งไม่ได้หมายความถึงเฉพาะความสัมพันธ์ทางร่างกาย
แต่หมายรวมถึงความเข้าใจในจุดละเอียดอ่อนเล็ก ๆ น้อย ๆ
ทางอารมณ์และความรู้สึกบางประการที่คนทั่ว ๆ ไปไม่เข้าใจ
หรือไม่แม้แต่จะเคยรับรู้

แม้ว่าเพื่อนที่มีอยู่จะสนิทสนมกันมาก
หรือเป็นเพื่อนที่คอยรับรู้เรื่องราวของเราทุกเรื่องก็ตาม
แต่จะมีสักกี่คนที่คอยง้องอน ดูแลเอาใจใส่ หรือแม้แต่คอยปรนนิบัติพัดวีให้

ที่
สำคัญก็คือ เพื่อนมักไม่รู้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านั้น
เพื่อนมักไม่รู้หรอกว่าเวลาเราเศร้าควรทำอย่างไร
เวลาเสียใจเรื่องนี้ต้องทำอย่างโน้น เวลาเสียใจเรื่องโน้นต้องทำอย่างนั้น
แต่แฟนหรือคนรักผ่านกระบวนการการเรียนรู้มาแล้วด้วยประสบการณ์โดยตรง
จุดนี้จึงน่าจะเป็นข้อได้เปรียบ


เป็นที่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง
เพื่อนที่เปลี่ยนสถานะมาจากแฟนเก่าที่เลิกรากันไปแล้วมักจะ
เป็นที่ปรึกษาที่ดี โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจและความรัก
เพราะเขาเองเคยอยู่ในสถานะเช่นนั้นด้วยตัวเองมาแล้ว
ดังนั้นเมื่อเขาเปลี่ยนมาเป็นเพื่อน
ก็ลองแต่งตั้งให้เขาเป็นที่ปรึกษาปัญหาหัวใจเสียเลยเพื่อที่เราจะได้ทำความ
เข้าใจกับความสัมพันธครั้งต่อ ๆ ไปได้ง่ายขึ้น

ปัญหาที่ที่ปรึกษาคน
นี้ถนัดนักหนาเห็นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับสัมพันธ์ภาพระหว่างชายหนุ่มกับหญิง
สาว ที่เราอาจจะไปพบพานซ้ำรอยเข้าอีกเป็นรอบที่ 20
หลังจากเลิกราจากเขาไปแล้ว แต่ก็ยังคงแก้ปัญหาด้วยตัวเองไม่ได้
หรือวิเคราะห์ฝ่ายตรงข้ามไม่ถูกต้องเสียที

จึงจำเป็นต้องใช้แฟนเก่า
ที่เปลี่ยนมาเป็นเพื่อนคนนี้ให้คุ้ม และก็คุ้มจริง ๆ
เพราะเขาจะรู้ปัญหาและสถานการณ์ดีราวกับเป็นแม่ของเราก็ไม่ปาน
ยิ่งเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับแฟนใหม่หรือหนุ่มรายใหม่ของเราละก็

บาง
ครั้งไม่ต้องเล่ารายละเอียดมากมาย แค่เกริ่นนำเพียงคร่าว ๆ
เท่านั้นเพื่อนคนนี้ก็เข้าใจละเอียดราวกับว่าไปนั่งอยู่ในเหตุการณ์กับเรา
และแฟนใหม่ด้วยอย่างนั้นเลย

ที่สำคัญเขายังสามารถแนะนำเราได้อย่าง
ดีว่า “เธอไม่ควรจะทำอย่างนี้นะ” หรือ “เธอต้องพูดอย่างนี้ ทำอย่างนี้สิ”
แถมบรรยายร่ายยาวได้เป็นฉาก ๆ ว่าที่เราทำอย่างนั้นอย่างนี้มันไม่ดีอย่างไร
หนุ่มรายใหม่เขาจะรู้สึกอย่างไร
ก็เขาเคยทั้งทำเองโดนมาเองแล้วทั้งนั้นนี่นา

เห็นมั้ยว่า จะหาเพื่อนคนไหนที่เข้าใจ รู้ใจ
แถมรู้ซึ้งถึงเรื่องปลีกย่อยลึก ๆ แบบนี้เป็นไม่มีอีกแล้ว

ดังนั้น
หากเลิกกับแฟนหรือคนรักรายล่าสุดเมื่อไหร่ละก็
หาทางเก็บเขาไว้เป็นเพื่อนเอาไว้ดีกว่าปล่อยให้สูญเสียคนรู้ใจไปเปล่า












Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 19:14:13 น.
Counter : 102 Pageviews.  

♣ เหนื่อย กับความรัก ♣











































ความ
รักมีดีอะไรหนักหนานะ





ถึงทำให้คนบางคนทนยอมรัก รัก




แม้เขาทำให้เจ็บช้ำ หักหลัง ไม่ซื่อสัตย์




บางวันรัก บางวันเฉย พูดคำว่ารัก แค่ทำให้รู้สึกดี




แค่คำหวานเยินยอว่ารักเราหนักหนา




เหมือนเราเป็นนางฟ้า
ทำให้ตัวลอยเมื่อได้ยิน




เหมือนเขารักเราจริงๆ เรามีค่าสำหรับเขา




จะไม่หลอกลวงไม่ทิ้งเราตลอดชีวิตนี้




รักมากนะ ไม่ได้พูดกับใครง่ายๆ ไม่ได้
เกิดนานแล้ว




หากพอไม่นาน กลับไปพูดกับอีกคนได้




บางคำคนฟังคิดยาวไปถึงอนาคตร่วมกัน




เป็นแม่ของลูก รัก
ครั้งนี้แต่งเลยนะกล้าไหม




หากรับปาก สัญญาอะไรไม่เคยทำได้




ไม่เคยรับผิดชอบต่อคำพูดตัวเอง




รู้ รู้
ทุกอย่างในสิ่งที่เขาทำ เขาเป็น




เลื่อนลอย ไร้จุดหมาย ไร้ความรับผิดชอบ




หากทำไม บางคนยัง
ยอมใจอ่อน ยอมทนรัก




อ่อนแอเพราะ คำ
ว่า รัก เพราะรักเขา คิด
ว่าเขารักเรา




ทำผิด ขอโทษ ขอโอกาส จะไม่ทำอีก
พิสูจน์ได้




แต่สุดท้าย ก็
เหมือนเดิม




ซ้ำไปมาเหมือนนาฬิกาที่ไม่มีวันหยุดเดิน




นี่หรือ คือ ความรัก








Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 19:07:33 น.
Counter : 210 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.