แสวงหาอย่างมีขอบเขต
















































ความทะเยอทะยานนั้น จะต้องมีขอบเขต
ธรรมชาติ
ของสังคมมนุษย์เรา ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสวงหาอำนาจ ความมีลาภเสื่อมลาภ
ความมียศเสื่อมยศ มี สุข ทุกข์ สรรเสริญ นินทา แต่การที่เราจะแสวงหา
เราจะแสวงหาอย่างไร ในฐานะที่เราเป็นนักปฏิบัติ เป็นลูกศิษย์ของพระพุทธเจ้า
พระองค์ให้เรามั่นคงในศีล 5 ข้อ ความโลภ ความโกรธ ความหลง
ที่มีอยู่นั้นเป็นสิ่งกระตุ้นเตือนความรู้สึกของเราให้มีความทะเยอทะยานใน
ความอยากได้ อยากดี อยากมี อยากเป็น แต่ความทะเยอทะยานนั้น จะต้องมีขอบเขต
ซึ่งขอบเขตคือศีล 5 ข้อ ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติขึ้นตามกฎธรรมชาติ









ในกายของเรามีใจเป็นใหญ่
ใจเป็นผู้บงการกายทำทุกสิ่งทุกอย่าง


เราควรสังวรระวัง ควรงดเว้น ควรระวังรักษา ไม่ละเมิดในศีล 5 ข้อ
เท่านี้เราก็ไม่บาป ไม่มีกรรม ซึ่งบาปกับกรรมเกิดจากการทำบาปทำกรรมต่างๆ
เพราะคนเรามีกายกับใจ ในกายของเรามีใจเป็นใหญ่
ใจเป็นผู้บงการกายทำทุกสิ่งทุกอย่าง ในเมื่อใจเป็นผู้บงการแล้ว
กายทำอะไรลงไป พูดอะไรออกไป ใจเขาจะเก็บเอาไว้โดยอัตโนมัติ
เขาจะเก็บผลงานของเขาบันทึกเอาไว้ เป็นบาปเป็นกรรม ซึ่งใครเป็นผู้สร้าง
ใครเป็นผู้แต่งนั้นไม่มี แต่เป็นสิทธิหน้าที่ของแต่ละบุคคลสร้างขึ้นมาเอง
เช่น เราไปฆ่าใครสักคนหนึ่ง แต่เราไม่ต้องการผลงาน มันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
สุดท้ายมันก็จะต้องวิ่งเข้ามา เป็นผลงานที่เก็บเอาไว้ภายในใจ






แหล่งที่มา: ฐานิโยนุสรณ์ ที่ระลึกงานพระราชทานเพลิงศพ
พระราชสังวรญาณ(หลวงพ่อพุธ ฐานิโย)






Free TextEditor





















































Create Date : 08 เมษายน 2553
Last Update : 8 เมษายน 2553 13:57:58 น. 0 comments
Counter : 94 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.