ความจริงที่คุณเองยังไม่รู้!!


























































































1.การคบคนก็เหมือนกับไส้อั่ว


ดูจากภายนอกจะไม่ค่อยน่ากิน. . . . . .

แต่เมื่อได้ชิม. . . . .

ก็จะรู้ ว่า. . . . .รสชาติ

ไม่ได้เหมือนกับ ที่คุณเห็น








2.จิตใจของคุณก็เหมือนกับไข่ 1 ฟอง


ที่ดูภายนอกแล้วแข็งแกร่ง

. . . . . แต่เมื่อคุณลองกระเทาะ

เปลือกออกมา ก็จะเห็นว่าคนๆนั้นๆ. . . . . .

ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าคุณเลย








3.ร่างกายของคนๆหนึ่งก้เหมือนกับน้ำแข็ง


ที่สักวันต้องละลายไป








4.นิสัยของคนก็เหมือนกับข้าว


ถ้าคุณไม่หุง. . . . . . ย่อมกินไม่ได้








5.ความรักที่อกหักก็เหมือนกับต้มยำ. . .
.ที่มีทุกรส


ยกเว้น. . . . ความหวาน








6.ความรัก. . . . . ก็เหมือนกับไข่เจียว


ที่คุณกินได้ทุกวัน. . . . . . แต่ก็ยังไม่เบื่อ








7.ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับ. . . . แป็ปซี่


ที่อึกแรกมักจะซ่า. . . . แต่เปิดทิ้งไว้นานๆเข้า

ก็หายซ่าไปเอง. . . . .เหอๆๆๆ








8.ชีวิตวัยรุ่นก็เหมือนกับสัตว์หลายๆชนิดในสวน
สัตว์


ที่ต้องการออกไปสู่โลกกว้าง. . . . .








9.ถ้าคุณกำลังอกหักแล้วยังมองหารักใหม่


...โดยที่จะเอามารักษาแผลเดิม

ก็จะเหมือนกับตอนที่คุณท้องเสีย. . . . .แต่ดันกินส้มตำ








10.แฟนก็เหมือนกับเพลงใหม่เพลงหนึ่ง.......


ที่คุณมักบอกกับตัวเองว่ามันเพราะ.........

แต่เมื่อฟังไปสักร้อยรอบ.........คุณก็จะเบื่อไปเอง








11.ต่างกับเพื่อนสาว......


ซึ่งเหมือนกับเพลงคลาสสิก. . . . . . .ที่นานๆคุณเปิดที

แต่ก็ยังเพราะ. . . . . ไม่ต่างจากครั้งแรกที่คุณฟัง








12.คนๆหนึ่งที่คุณเคยชอบ.....แต่เขาไปชอบคนอื่น..



แต่คุณก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับเขาได้ก็เหมือนกับ

เพลงของค่าย RS GRAMMY ที่คุณบอก

ว่าเกลียด แต่คุณก็ยังร้องเพลงนั้นได้จนจบ








13.ลองสังเกตไหมว่าถ้ามีรูปถ่ายหมู่ใบหนึ่ง......



คนที่คุณมองหาคนแรก. . . .คือคนที่คุณชอบอยู่








14.เบอร์โทรศัพท์.......ที่ถึงจะเป็นเพื่อนสนิท
คุณ


. . . . . . . คุณก็จำไม่ได้

แต่ถ้าเป็นเบอร์ของคนที่หลงใหลล่ะก็...

คุณจะจำได้ทุกตัว. . .แม้ว่ามันจะไม่ซ้ำกันเลย








15.เพลง......ที่คุณชอบมากที่สุดตอนที่คุณมี
แฟน.....


อาจจะกลายเป็นเพลงที่คุณเกลียดที่สุด. . . . . . เมื่อเขาจากไป








16.ก็เหมือนกับวันๆหนึ่งที่คุณคุยกับ


เพื่อนเป็นร้อยประโยคแต่ก็จำไม่ได้

แต่เมื่อคุณได้คุยกับคนที่คุณแอบชอบ. . . .

แม้ประโยคเดียว. . . คุณก็จำได้. . . .

จนกว่าเขาจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน . . . . . .






Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 16:01:40 น.
Counter : 86 Pageviews.  

อาการเขินบอกนิสัย ??



































































จะมีใครรู้กันบ้างหรือเปล่าว่า


ท่าทางที่เราทำเวลาที่เราเขินอายเนี่ย สามารถบอกได้ว่าเราเป็นคนยังไง
ลองมาดูกันสิว่าจะแม่นหรือเปล่า? หรือถ้าอยากรู้นิสัยของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือหวานใจ
ก็ลองหาวิธีทำให้เค้าเขินอายแบบเนียนๆ
แล้วลองสังเกตดูว่าเค้าทำกิริยาในข้อไหน










>> เขินแล้วทำเป็นไม่รู้เรื่อง


เวลาที่คุณทำอะไรหน้าแตกขึ้นมา แต่กลับทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
ว่าเอใช่เราทำเหรอ แล้วชวนคนรอบข้างคุยเรื่องอื่น
แบบเปลี่ยนเรื่องไปในทันที ทั้งๆ ที่ตัวคุณเอง ก็รู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย
นั่นล่ะ บอกได้ว่าคุณเป็นคนที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง
มาดขรึม สงบเสงี่ยม
แต่ฉลาดรอบรู้
และจริงจังกับการทำงานอยู่ไม่น้อยเชียว แถมยังแอบโรแมนติกเล็กๆ
ชอบเสียงคลื่น ลมทะเล แมกไม้ ป่าเขาลำเนาไพรเสียด้วย








>> เขินแล้วทำเฉย


ถ้าทุกทีที่คุณรู้ตัวว่า ได้ทำเรื่องน่าอายขึ้นมาแล้ว
แต่หน้าตาท่าทางของคุณกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้าน
หรือรู้สึกตัวร้อนผ่าวเพราะเขินอายแต่อย่างไร ต้องยอมรับว่าคุณเป็นคนที่แน่มาก คุณเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นแบบสูงสุดขีด
ถึงขั้นเอาแต่ใจตัวเองก็ว่าได้ ขึ้โมโหอีกต่างหาก

แต่คุณก็ไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน ตรงกันข้าม กลับเป็นคนที่เข้ากับคนง่าย
และไม่ใช่คนจองหอง แต่ออกจะเป็นคนทำอะไรไม่รู้จักรอบคอบเท่าไรนัก









>> เขินแล้วหน้าแดงก่ำ


ไม่แปลกอะไร สำหรับอากัปกิริยาแบบนี้ เพราะคุณเป็นคน
ที่อ่อนไหวง่าย จิตใจงาม เห็นอกเห็นใจ
และมักชอบช่วยเหลือคนรอบข้างอยู่เป็นประจำ

ใครที่ได้คุณเป็นเพื่อน นับว่าโชคดีทีเดียว
เพราะคุณจะเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุด
แต่ดูคุณจะมีความมั่นใจในตัวเองน้อยไปนิด และขี้เหงาไม่ใช่เล่น









>> เขินแล้วทำตัวบ้าๆ บอๆ


ลึกๆ แล้วคุณรู้ตัวหรือเปล่าว่า คุณกำลังปิดบังความ
เป็นตัวของคุณอยู่ ไม่อยากและไม่ชอบให้ใครรู้ว่า
คุณกำลังคิดหรือรู้สึกอย่างไรในเวลานั้น

แต่คุณไม่ใช่คนเงียบเสียทีเดียว เมื่อคุณพูด ทุกคำที่ออกมาจากปาก
จะตรึงผู้ฟังโดยรอบให้ตกอยู่ในมนต์เสน่ห์ของคุณ คุณเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย
และเกลียดการบังคับเป็นชีวิตจิตใจ








>> เขินแล้วตัวเย็นเฉียบ


อันนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นคนเย็นชา หรือเฉยเมยเลยสักนิด ตรงกันข้าม คุณเป็นคนที่ชอบเอาใจใส่กับบุคคลรอบข้าง
แบ่งปันความรักและความห่วงใยแก่คนเหล่านั้นเสมอ เป็นคนโอบอ้อมอารี
เอื้อเฟื้อแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่แปลกตรงที่
คุณมักไม่ชอบตีสนิทกับใครเป็นพิเศษ








>> เขินแล้วพูดอะไรไม่ถูก

อาจเป็นเพราะคุณประหม่ามากเกินไป
ถึงเกิดอาการแบบนั้น แต่ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ
ที่จะทำให้ใครต่อใครห่างเหินคุณ
เพราะปกติคุณเป็นคนมีน้ำใจให้กับเพื่อนฝูงและคนรอบข้าง ยิ้มแย้มอยู่เสมอ
แต่คุณก็ไม่ใช่คนที่จริงจังกับชีวิตมากนัก ออกจะสับสน และชอบลังเล
คุณเป็นคนฉลาด แต่ออกจะไม่ทันคนเท่าใดนัก







Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 15:56:57 น.
Counter : 229 Pageviews.  

เดินไวๆ ก็กระตุ้นหัวใจให้แข็งแรงได้






















































"เดินแบบกระฉับเฉงช่วยหัวใจแข็งแรง"

บางคนอาจเชื่อว่าจะต้องเล่นกีฬาเท่านั้นที่จะเป็น
ประโยชน์ต่อหัวใจและทำให้มีสุขภาพดี
แต่ผลการวิจัยชี้ว่าเพียงแค่คุณเดินแบบกระฉับกระเฉงคล่องตัวหน่อยก็เพียงพอ
แล้วสำหรับการกระตุ้นหัวใจให้แข็งแรง



นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเสทส์ สหรัฐอเมริกา
รายงานการค้นคว้าของพวกเขาในการประชุมของ อเมริกัน ฮาร์ท แอสโซสิเอชั่น
โดยให้แนะนำว่า
ที่หลายๆคนเชื่อว่าการออกกำลังกายอย่างเต็มที่จะเป็นหนทางเดียวที่จะทำเกิด
ผลดีต่อสุขภาพนั้นไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง


หัวหน้าทีมวิจัย ศาสตราจารย์ ไคลี แมคอินนิส กล่าวว่า
"คนส่วนใหญ่จะยังเชื่อว่าการออกกำลังกายจะต้องออกอย่างเต็มที่
และต้องเป็นกิจกรรมที่สลับซับซ้อนกว่าการเดินธรรมดาๆ
ถึงจะเพียงพอที่จะเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจของคนๆหนึ่งได้
ซึ่งมันทำให้หมดกำลังใจตั้งแต่เริ่มออกกำลังกายกันเลยทีเดียว"










"ให้เดินสบายๆ เพื่อให้หลอดเลือดหัวใจฟิต"


นักวิจัยทำการศึกษาผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักมากกว่าปกติ 84
รายที่เข้ามาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญในการออกกำลังกายอย่างไรให้อยู่ในระดับที่
ปลอดภัย


ครั้งแรก นักวิจัยได้วัดอัตราการเต้นของหัวใจและการใช้ออกซิเจน
ขณะให้ผู้เข้ารับการทดสอบเดินบนเครื่องออกกำลังกายและค่อยๆเพิ่มความชันขึ้น
เรื่อยๆจนกว่าพวกเขารู้สึกเหนื่อย


วันต่อๆมา ก็ให้พวกเขาเดินสบายๆเป็นระยะทาง 1 ไมล์บนเครื่อง ทั้งนี้
ศาสตราจารย์แมคอินนิส เผยว่า
เมื่อดูจากการทดสอบโดยให้อาสาสมัครเดินบนเครื่องออกกำลังกายในระดับที่สบายๆ
แต่กระฉับกระเฉงแล้ว
อัตราการเต้นของหัวใจของพวกเขาและระดับการออกแรงอยู่ในระดับที่ปลอดภัย
แต่ก็สูงพอที่จะทำให้เกิดความฟิตของหลอดเลือดหัวใจในระดับที่หมอแนะนำได้
โดยไม่ต้องวิ่งเลย
































"ถ้าไม่ทำอะไรเลย เสี่ยงกับปัญหาโรคหัวใจ"


ขณะที่ ดร. เควิน แคลนเนอร์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ที่สถาบันโรยัล
ฮัลแลมเชียร์ บอกกับบีบีซีนิวส์ ว่า "ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย
คุณก็จะเสี่ยงกับปัญหาหลอดเลือดหัวใจ มากกว่าคนที่บริหารร่างกาย
แต่ถ้าคุณหมกมุ่นเกี่ยวกับการออกกำลังกาย และวิ่งวันละ 15 ไมล์ทุกวันละก็
คุณก็จะเสี่ยงกับโรคหัวใจเหมือนกัน" และบอกอีกว่า
"การจะมีสุขภาพดีไม่ใช่เรื่องยาก
คนเราไม่จำเป็นต้องเล่นกีฬาหรือไปออกกำลังกายตามยิมหรือฟิตเนส
แค่เราลงมาจากรถแล้วก็เดินบ้างก็พอแล้ว"


ด้าน ดร. ฮิวโก้ ครอมบี จากหน่วยงานพัฒนาสุขภาพ กล่าวว่า
ทุกคนควรพยายามทำกิจกรรมในระดับที่ไม่หักโหมเกินไปอย่างน้อยสัก 30 นาที
เป็นเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ และว่า "การเดินเป็นการออกกำลังกายที่วิเศษมาก
ไม่เพียงแค่จะทำให้สุขภาพดีเท่านั้น แต่มันยังไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะพิเศษ
ใช้อุปกรณ์ และก็ไม่ต้องเข้ายิมด้วย


พยาบาลด้านโรคหัวใจของ บริติช ฮาร์ท ฟาวเดชั่น กล่าวว่า
"การเดินอย่างกระฉับกระเฉงเป็นหนทางที่วิเศษสุดสำหรับเราในการออกกำลังเพื่อ
จะทำให้ร่างกายแข็งแรง มันเป็นการบริหารร่างกายที่ง่ายและก็ไม่ต้องเสียเงิน
และมันก็ยังมีผลต่อน้ำหนักตัวที่จะลดลง มีผลต่อความดันโลหิต โรคเบาหวาน
และระดับคลอเลสเตอรอลอีกด้วย นอกจากนั้น
ยังเป็นกระตุ้นการทำงานของหลอดเลือดหัวใจโดยที่ไม่ทำให้หัวใจทำงานหนักเกิน
ไป"

















Free TextEditor






















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 15:53:36 น.
Counter : 98 Pageviews.  

พบต้นตอไขมันอุดตันในเส้นเลือด

























































"พบกลไกสำคัญ"

ความฝันที่จะขจัดไขมันอุดตันในเส้นเลือดคงอยู่อีกไม่
ไกล
เมื่อคณะนักวิจัยจากแดนมะกันสามารถค้นพบกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดไขมันอุดตันใน
เส้นเลือด

และยังอาจนำสู่หนทางในการรักษาและป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองตีบและโรคหัวใจ
ในอนาคต


เมื่อคนเรามีคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดมากเกินไป
เซลล์ซึ่งมีชื่อว่ามาโครเฟจส์ก็จะจับตัวกับคอเลสเตอรอลและพยายามดึงเอาไขมัน
ออกมาจากกระแสเลือด
แต่เนื่องจากไขมันมีปริมาณมากเกินไปทั้งยังเกาะตัวกันแน่น
ดังนั้นเซลล์อย่างมาโครเฟจส์จึงไม่สามารถดึงไขมันออกมาได้และตายในทีสุด
และการตายของมาโครเฟจส์เซลล์นี่เองที่เป็นสาเหตุของไขมันอุดตันในเส้นเลือด


ดร. อีรา ทาบาส และคณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนิวยอร์ก
กล่าวถึงการค้นพบกลไกสำคัญครั้งนี้ว่า
การที่ไขมันจะอุดตันในเส้นเลือดนั้นจำเป็นจะต้องมีคอเลสเตอรอลในปริมาณสูง
และถ้าเราต้องการจะลดการอุดตัน ก็หมายความว่า
เราต้องลดปริมาณคอเลสเตอรอลให้น้อยลง
แต่การรักษาด้วยวิธีนี้จะลดความเสี่ยงจาการเป็นโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดใน
สมองตีบได้เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น










"ป้องกันไม่ให้จับตัวกับไขมัน"


อันที่จริงเมื่อ 40 ปีก่อนวงการแพทย์ได้พัฒนายาขึ้นมาตัวหนึ่งคือ ยู18666เอ

เพื่อป้องกันไม่ให้มาโครเฟจส์เซลล์จับตัวกับไขมันและป้องกันการอุดตันในผนัง
เส้นเลือด ซึ่งทาบาส
เชื่อว่ายาตัวนี้สามารถหยุดยั้งการตายและการอุดตันของมาโครเฟจส์เซลล์ได้


เมื่อมาโครเฟจส์เซลล์จับตัวกับอนูของคอเลสเตอรอล อณูเล็กๆ
เหล่านั้นก็จะเคลื่อนย้ายเข้าไปในเซลล์ เรียกกันว่าเอ็นโดพลาสมิค เรติคูลัม
ซึ่งเป็นกรรมวิธีสร้างโปรตีนของเซลล์
เพื่อให้เซลล์มีชีวิตรอดและปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองได้
แต่การมีคอเลสเตอรอลมากเกินไปทำให้กระบวนการเอ็นโดพลาสมิค เรติคูลัม
ทำงานไม่ปกติ จนทำให้เซลล์ตาย ดังนั้น
เราจึงต้องนำยาดังกล่าวมายับยั้งไม่ให้คอเลสเตอรอลเข้าไปในเซลล์ ทาบาส
กล่าว































"ใช้น้อยๆ อาจป้องกันคอเลสเตอรอล"


"ยาตัวนี้ถูกคิดค้นขึ้นระหว่างปลายทศวรรษที่ 1950 ถึงต้นทศวรรษที่ 1960
หรือราว 40 กว่าปีก่อน แต่ถึงแม้ยาที่ว่าจะใช้ได้ผลดี
แต่มันก็ใช้ได้ดีกับเฉพาะในสัตว์
ทั้งยังเกิดผลข้างเคียงโดยทำให้สัตว์ที่ถูกนำมาทดลองเป็นต้อกระจก ดังนั้น
จึงไม่มีการพัฒนายาตัวนี้ต่ออีกเลย


อย่างไรก็ตาม ทาบาสพบว่า การใช้ยา ยู18666เอ ในปริมาณน้อยมากๆ
จะช่วยป้องกันไม่ให้คอเลสเตอรอลเข้าไปทำลายกระบวนการเอ็นโดพลาสมิค
เรติคูลัมของเซลล์ได้
และนี่ก็อาจเป็นวิธีใหม่ที่จะนำมารักษาโรคหัวใจและโรคเส้นเลือดในสมองตีบก็
เป็นได้ และที่สำคัญก็คือ
การใช้ยาตัวนี้ในปริมาณน้อยก็เกิดผลข้างเคียงในระดับต่ำ


รายงานการค้นพบนี้ตีพิมพ์ในวารสารโพรซีดดิง ออฟ เนชันแนล อคาเดมี ออฟ ซายส์
แอนด์ เนเชอรัล เซลล์ ไบโอโลจี











แหล่งข้อมูล : บอร์ดรวมเรื่องน่าอ่าน






Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 13:00:31 น.
Counter : 123 Pageviews.  

คนไร้ค่า กับ ทำตัวไร้ค่า ต่างกันมั้ย ??
















































ไม่มีใครเกิดมาไร้ค่า


แม้แต่คนโง่ที่สุดยังฉลาดในบางเรื่อง


และคนฉลาดที่สุดก็ยังโง่ในหลายเรื่อง ..


ไม่มีอะไรเสียเวลาไปมากกว่า

การคิดที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต


ไม่เคยมีอะไรช้าเกินไป


ที่จะทำใหสิ่งที่ตนฝัน ..


คนที่ไม่เคยหิวย่อมไม่ซาบซึ้งรสของความอิ่ม


ความสำเร็จที่ผ่านความล้มเหลวย่อมหอมหวานกว่าเดิม ..

อันตรายที่สุดของชีวิตคนเราคือ การคาดหวัง


อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่


เหตุผลขอคนๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่เหตุผลของคน อีกคนนึง


ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่า ทางข้างหน้าเป็นอย่างไร

ปัญหาทุกอย่างล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น


ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป


หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ


มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง ..

คนเราไม่ต้องเก่งไปทุกอย่าง


แต่จงสนุกกับงานทุกชิ้นที่ได้ทำ ..


หัวใจของการเดินทางไม่ได้อยู่ที่จุดหมาย

หากอยู่ที่ประสบการณ์สองข้างทาง .. มากกว่า








แหล่งที่มา: Artsmen






Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 12:56:20 น.
Counter : 105 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.