ใช้มือถือมากระวังกลายเป็นคนขี้หงุด หงิด
















































"ขาดไม่ได้ ผู้ใช้หงุดหงิด"

บีบีซีนิวส์ออนไลน์รายงานอ้างคำพูด ดร.เดวิด เชฟฟิลด์
แห่งมหาวิทยาลัยสตาฟฟอร์ด
ไชร์ในอังกฤษศึกษาพบว่า
ความที่โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ของคนในยุคปัจจุบัน
ทำให้ผู้ใช้กลายเป็นคนเครียดและขี้หงุดหงิด


ดร.เชฟฟิลด์ สรุปผลการศึกษาจากการสอบถามนักศึกษา 106 คน
เกี่ยวกับปริมาณการใช้โทรศัพท์มือถือ พบว่า คนกลุ่มนี้ถึง 16 เปอร์เซ็นต์
มีปัญหาเรื่องพฤติกรรม































"คนเลิกใช้ความดันต่ำกว่า"


ไม่ว่าจะเป็นการโกหกเกี่ยวกับปริมาณการใช้โทรศัพท์มือถือ
ภาวะเครียดและขี้หงุดหงิด และติดอยู่กับโทรศัพท์มือถือนานเกินไป
ขณะที่ผลจากการศึกษาอีกชิ้นหนึ่งพบว่าคนที่เลิกใช้โทรศัพท์มือถือมีระดับ
ความดันโลหิตต่ำกว่า


ดร.เชฟฟิลด์ บอกว่า
ผลจากการศึกษาชี้ให้เห็นความเฟื่องฟูของตลาดโทรศัพท์มือถือในอังกฤษที่
ปัจจุบันมีมูลค่าถึง 13,000 ล้านปอนด์ ขณะที่การใช้โทรศัพท์ในอังกฤษถึง 1
ใน 3 เป็นการโทรจากโทรศัพท์มือถือ
ด้านสมาคมผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่มองว่าโทรศัพท์มือถือน่าจะเรียกได้
ว่าเป็นเครื่องช่วยในการปลดปล่อย
ผู้ใช้มีทางเลือกจะเปิดหรือปิดโทรศัพท์เมื่อไรก็ได้ตามต้องการ.






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:41:04 น.
Counter : 108 Pageviews.  

ข้อศอกดำ ทำไงดี??
















































"ขจัดความแห้งกร้าน"

อะไรก็ดูดีไปหมด แต่เสียอย่างเดียว ข้อศอก
และหัวเข้าแห้งกร้าน ดำปี๋เชียว
แล้วจะทำยังไงดี ????
วันนี้เรามีวิธีขจัดความแห้งกร้านมาบอก


วิธีแรกเป็นวิธีแบบธรรมชาติ เริ่มด้วย การผ่ามะนาวเป็น 2 ซีก
แล้วนำมาขัดที่รอยหยาบกร้านเบา ๆ
หรือจะเปลี่ยนจากมะนาวเป็นมะขามเปียกที่เราเอาไว้ใช้ทำกับข้าวก็ได้
เท่านี้รอยหยาบกร้านก็จะค่อย ๆ หายไป ควรทำสัปดาห์ละครั้ง
หรือทุกครั้งที่มีเวลา และทำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลดี
และไม่กลับไปดำเหมือนเก่า










"อย่าลืมทาครีม"


ส่วนอีกวิธีหนึ่งคือ นำน้ำตาลทรายนำมาผสมกับน้ำมันที่ใช้สำหรับทาผิว
(เบบี้ออยล์) ทาที่หัวเข้า และข้อศอก ทิ้งเอาไว้ 15 นาที
หลังจากนั้นก็ใช้ใยบวบที่ใช้ถูหลังเวลาอาบน้ำถูเป็นวงกลมเบา ๆ
น้ำตาลจะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าส่วนน้ำมันให้ความชุ่มชื่นกับผิว


และที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ หลังจากที่ขัด ๆ ถูๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว
อย่าลืมที่จะทาครีมบำรุงผิว โดยเลือกที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง
ทาเป็นประจำ
เท่านี้รับรองว่าคุณจะไม่ปวดหัวกับปัญหาเข่าและข้อศอกด้านอีกแล้ว...
















Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:39:23 น.
Counter : 103 Pageviews.  

รักษาสิวแบบประหยัด













































"ขั้นตอนเพื่อผิวสวยไร้สิว"

สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ และเป็นศัตรูอันร้ายกาจของสาว ๆ
ที่รักความงาม
หน้าตาสะสวยแค่ไหนแต่มีผิวพระจันทร์อยู่เต็มหน้า
ผู้ชายก็บอกได้คำเดียวว่า "ซาโยนาระ" หรือพูดอีกอย่างว่า "กู๊ดลัคทูยู"
แต่คุณจะ "กู้ดลัค" แค่ไหนอยู่ที่ขั้นตอนต่อไปนี้


1. ต้องถ่ายนําเหลืองออกจากตัวเสียบ้าง ด้วยการไปซื้อ "ดีเกลือฝรั่ง"
มารัประทาน ราคาก็ไม่แพงมากนัก


2. ควรลดอาหารประเภทมีไขมันสูงและเผ็ดจัด
อย่างกะทินี่ตัวร้ายนักควรหลีกเลี่ยงไปสักระยะนึงก่อน
เพราะไขมันเหล่านี้จะทำให้รูขุมขนอุดตัน
ส่วนความเผ็ดจะเร่งให้สิวเกิดมากขึ้น













3. ใช้ปลายนิ้วถูตามใบหน้าแรง ๆ เพื่อให้กากไขมันหลุด
แต่ไม่ต้องแรงมากจนเป็นผื่นแดงหรอกนะ


4. ทุกครั้งที่หน้าเปียกให้เช็ดหน้าให้แห้งทันที


5. ต้องงดใช้เครื่องเพิ่มความสวยทุกชนิดสักระยะ แม้แต่แป้งก็ห้ามใช้
ทั้งนี้เพื่อรักษาใบหน้าให้สะอาด แห้ง และจะได้ไม่มีอะไรมาอุดตันรูขุมขน


สูตรทั้ง 5
ที่กล่าวมาถ้าทำอย่างเคร่งครัดไม่กี่เดือนใบหน้าคุณจะสวยสมใจคุณเอง






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:37:13 น.
Counter : 84 Pageviews.  

ในวันที่คุณท้อ คุณเป็นแบบไหน










































วันหนึ่งลูกสาวพร่ำบ่นถึงชีวิตอันแสนรำเค็ญให้พ่อ
ฟังว่า . . .

เธอกำลังรู้สึกอับจนปัญญาที่จะจัดการกับชีวิตและปรารถนาที่จะยอมแพ้พ่าย
ด้วยรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการต่อสู้และการแข่งขัน ประหนึ่ง
ว่าเมื่อสางปัญหาหนึ่งเสร็จสิ้น อีกปัญหาหนึ่งก็ก้าวเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ






























ผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นพ่อครัวจึงเดินนำเธอเข้าไปใน
ครัว


จัดแจงต้มน้ำในหม้อ 3 ใบด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด เขาใส่แครอทในหม้อใบแรก
วางไข่ลงในหม้อใบที่สอง และตักกาแฟลงไปในหม้อใบสุดท้าย
แล้วปล่อยให้มันต้มไปเรื่อยๆ โดยไม่มีคำอธิบายให้กับลูกสาวเลย

ฝ่ายลูกสาวเริ่มรู้สึกหงุดหงิด และหมดความอดทน

ทั้งยังสงสัยว่าพ่อกำลังทำอะไร 20 นาทีผ่านไป พ่อก็ปิดเตาแก๊ส
ตักแครอทขึ้นมาวางไว้ในชาม นำไข่วางไว้ในชามอีกใบหนึ่ง
และตักกาแฟไว้ในชามสุดท้าย แล้วหันไปถามลูกว่า ลูกเห็นอะไรบ้าง









แครอท ไข่ กาแฟ เธอตอบ


เขาจึงขอร้องให้เธอสัมผัส แครอท เธอจึงรู้ว่ามันนิ่ม
แล้วเขาก็ให้ลูกสาวตอกไข่ เมื่อเธอแกะเปลือกไข่ออก ก็พบว่าไข่
นั้นได้ต้มจนสุกแล้ว ท้ายที่สุดเธอให้ลูกสาวลองจิบ กาแฟ ดู
เธอยิ้มและลิ้มรสอันหอมกรุ่นนั้น








แล้วก็ถามพ่อ ว่า
นี่หมายความว่าอย่างไรเหรอคะคุณพ่อ?


พ่ออธิบายว่า เราได้กระทำต่อ 3 สิ่งนี้ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน นั่นคือ
น้ำเดือด แต่ผลลัพธ์มันกลับแตกต่างกัน จากเดิม แครอท ดูแข็งๆ
และไม่โอนอ่อนผ่อนตาม พอผ่านการต้มมันกลับนิ่มและดูอ่อนปวกเปียก
ไข่...ซึ่งดูบอบบาง มีเพียงเปลือกบางๆ คอยห่อหุ้มของเหลวภายใน
แต่น้ำเดือดทำให้ของเหลวนั้นกลับแข็งขึ้น
ขณะที่กาแฟกลับมีลักษณะเฉพาะตัวตลอดกาล เมื่อมาเจอน้ำเดือด
น้ำต่างหากที่แปรเปลี่ยนไป . . .





























พร้อมกันนี้ พ่อยังถามลูกสาวว่า


แล้วลูกล่ะเมื่อความทุกข์มาเยือน ลูกจะเตรียมรับมืออย่างไร ลูกจะเป็นแครอท
ไข่ หรือ กาแฟ?


ถ้าเป็น แครอท แม้จะดูแข็งโป๊ก
แต่เมื่อต้องเผชิญกับความทุกข์ยากนานาก็จะเฉา อ่อนแอ และสูญเสียเรี่ยวแรง
และกำลังไป










หรือจะเป็น ไข่


ซึ่งดูสามารถปรับสภาพได้ในตอนแรก แต่หลังจากที่ต้องเผชิญกับความเป็นความตาย
การแตกแยก การหย่าร้าง หรือการเลย์ออฟ . .แม้เปลือกภายนอกยังคงเดิม
แต่หัวใจ และจิตวิญญาณของอาจปวดร้าว และแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นไปได้








หรือหากคุณเหมือน

กาแฟ เมื่อเจอน้ำเดือดอันนำมาซึ่งความเจ็บปวด แต่ ณ อุณหภูมิสูงสุด 100
องศาเซลเซียส กาแฟกลับมีรสชาติดีขึ้นยามนั้น หากเป็นดั่ง
กาแฟ เมื่อถึงภาวะที่เลวร้ายที่สุด นอกจากจะสามารถจัดการชีวิตตนเองได้แล้ว
ยังสามารถทำสิ่งรอบข้างให้ดีขึ้นได้ด้วย. . .






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:35:05 น.
Counter : 97 Pageviews.  

ใส่บาตรวันมงคล





































































วันอาทิตย์


อาหารคาว : ประเภทไข่ ดาว เจียว ผัด ลูกเขย ลูกสะใภ้ ต้ม แกงกะทิ

อาหารหวาน : ไข่หวาน มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก้ว ขนมใส่กะทิ น้ำกระเจี๊ยบ
น้ำมะพร้าว น้ำขิง เงาะ

ของถวายพระ : หลอดไฟ ไฟฉาย เทียน ธูป อุปกรณ์แสงสว่าง แว่นตา หมากพลู

ไหว้พระ : ปางถวายเนตร (พระประจำวันเกิด) กำลังวันเท่ากับ ๖ (สวดแบบย่อ อะ
วิช สุ นุส สา นุต ติ)

ทำทาน : เติมน้ำมันตะเกียงตามวัด คนตาบอด โรงพยาบาลโรคตา มูลนิธิคนตาบอด
โรงพยาบาลโรคหัวใจ มูลนิธิโรคหัวใจ

พฤติกรรม : ออกรับแสงอาทิตย์อ่อนๆ ช่วงเช้าหรือเย็นๆ เพื่อให้เกิดพลัง
อย่าใจร้อน เลิกทิฐิ ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น








วันจันทร์


อาหารคาว: ประเภทสัตว์ปีก สัตว์น้ำ เช่นไก่ผัดขิง ไก่ย่าง
ไก่ทอดปูผัดผงกะหรี่ ปูนึ่ง ข้าวมันไก่ ข้าวผัดปู เต้าหูทอด แกงจืดเต้าหู้
แกงเผ็ดเป็ดย่าง ปลาสลิดทอด

อาหารหวาน : น้ำเต้าหู้ นมถั่วเหลือง น้ำอ้อย โดนัท นมสด นมกล่อง เผือก มัน
ลางสาด ขนมเปี๊ยะ

ของถวายพระ : แก้วน้ำ แจกัน ของโปร่งๆ ใสๆอย

ไหว้พระ : ปางห้ามญาติ (พระประจำวันเกิด) กำลังวัน เท่ากับ ๑๕ (สวดแบบย่อ
อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา)

ทำทาน : มูลนิธิช่วยเหลือสตรี

พฤติกรรม : ทำจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส อยู่เสมอ อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ
ให้ความช่วยเหลือสตรี เช่น ลุกให้สตรีนั่งบนรถเมล์
บริหารกล้ามเนื้อหน้าอกให้แข็งแรง









วันอังคาร


อาหารคาว: อาหารประเภทเส้น ขนมจีน วุ้นเส้น บะหมี่ ก๋วยเตี๋ยว เนื้อวัว
ปลาช่อนตากแห้งทอด

อาหารหวาน : ฝอยทอง สลิ่ม ลอดช่อง ทุเรียน ระกำ ขนุน น้ำสไปร์ท น้ำอัดลม

ของถวายพระ : เหล็ก เครื่องมือประเภทเหล็ก กรรไกร แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พัดลม
กรรไกรตัดเล็บ

ไหว้พระ : ปางไสยาสน์ (พระนอน) มีกำลังเท่ากับ ๘ (สวดแบบย่อ ติ หัง จะ โต
โร ถิ นัง)

ทำทาน : คนพิการทางปาก ปากแหว่ง ผู้ป่วยโรคลมชัก

พฤติกรรม : ทำตัวให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ขยันให้มากขึ้น ลดอารมณ์ร้อน
การชิงดีชิงเด่น









วันพุธ (กลางวัน)


อาหารคาว: เน้นสีเขียว หมู แกงเขียวหวานหมู หมูปิ้ง หมูทอด ผัดพริกหมู ฯ
คะน้าน้ำมันหอยกุนเชียง

อาหารหวาน : ขนมเปียกปูนเขียว น้ำฝรั่ง ชมพู่เขียว องุ่นเขียว
มะม่วงเขียวเสวย ฝรั่ง ชามะนาว

ของถวายพระ : สมุด กระดาษ ปากกา ดินสอ อุปกรณ์การเรียนการศึกษา

ไหว้พระ : ปางอุ้มบาตร (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๗ (สวดแบบย่อปิ
สัม ระ โล ปุ สัต พุท)

ทำทาน : คนพิการทางหู โรงพยาบาลโรคสมอง โรงเรียนสอนคนหูหนวก

พฤติกรรม : อ่านหนังสือธรรมะ ร้องเพลง ฝึกสร้างความมั่นใจให้ตนเองบบย่









วันพุธ (กลางคืน)


อาหารคาว: ของหมักดอง ผักกาดดองผัดไข่ อาหารกระป๋อง แกงใบยอ หมูยอ แหนม
ไข่เยี่ยวม้าห่อหมก

อาหารหวาน : ข้าวหมาก ขนมเปียกปูนดำ เฉาก๊วย ข้าวเหนียวดำ
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ผลไม้หัวโตๆ ทุเรียน

ของถวายพระ : พัดลม เทปธรรมะ ยาแก้โรคลม ยาหอม

ไหว้พระ : ปางป่าเลไลย์ (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๒ (สวดแบบย่อ คะ
พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ)

ทำทาน : มูลนิธิหรือหน่วยงานที่เกี่ยวกับยาเสพติด

พฤติกรรม : เลิกบุหรี่ เลิกดื่มหรือลดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
เลิกการพนัน เลิกทำตัวเหลวไหล เลิกเที่ยวกลางคืน เลิกยาเสพติดทุกชนิด









วันพฤหัสบดี


อาหารคาว: ประเภทเถา แกงเลียง บวบผัดไข่ น้ำเต้าหู้

อาหารหวาน : แตงโม แตงไทย น้ำสมุนไพร ส้ม สาลี่ น้ำมะตูม น้ำว่านหางจระเข้า

ของถวายพระ : สบง จีวร หนังสือธรรมะ ตู้ยา โต๊ะหมู่บูชา

ไหว้พระ : ปางสมาธิ (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๙ (สวดแบบย่อ ภะ สัม
สัม วิ สะ เท ภะ)

ทำทาน : โรงพยาบาลสงฆ์ บริจาคข้าวสาร เสื้อผ้า ผ้าห่มกันหนาวด

พฤติกรรม : นั่งสมาธิ สวดมนต์ ถือศีล ๕ อย่าซื่อจนเกินไป










วันศุกร์


อาหารคาว: ประเภทของหอม หวาน ข้าวหอมมะลิ ผักกาดหอม ไข่เจียวหอมใหญ่
ยำหัวหอม

อาหารหวาน : ขนมหวาน หอมทุกชนิด น้ำเก๊กฮวย ผลไม้ที่มีกลิ่นหอม กล้วหอม
เค้ก

ของถวายพระ : นาฬิกา โต๊ะรับแขก ดอกไม้สวยหอม ระฆัง ย่ามิ่น

ไหว้พระ : ปางรำพึง (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๒๑ (สวดแบบย่อ วา โธ
โน อะ มะ มะ วา)

ทำทาน : เด็กด้อยโอกาส ให้เงิน ให้เสื้อผ้า อาหารที่หอมหวานชวนกิน เช่น
ไอศกรีมะ

พฤติกรรม : ทำตัวให้สดชื่นแจ่มใส บำรุง ดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอด
จัดสิ่งแวดล้อมให้น่าอยู่ สวยงาม เลิกการฟุ่มเฟือย









วันเสาร์


อาหารคาว: ประเภทของขม ของดำมะระยัดไส้ สะเดาน้ำปลาหวาน น้ำพริกปลาทู
มะเขือยาว

อาหารหวาน : ลูกตาลเชื่อม กาแฟ โอเลี้ยง

ของถวายพระ : ร่มสีดำ กระเบื้องมุงหลังคา ไม้กวาด สร้างห้องน้ำถวายวัด

ไหว้พระ : ปางนาคปรก (พระประจำวันเกิด) มีกำลังเท่ากับ ๑๐ (สวดแบบย่อ โส มา
ณะ กะ ระถา โธ)

ทำทาน : โรงพยาบาลโรคจิต โรงพยาบาลโรคประสาทัง

พฤติกรรม : กวาดลานวัด ล้างห้องน้ำวัด ไม่เครียด มองโลกในแง่ดี
ขยะในบ้านยกทิ้งทุกวัน อย่าหมักหมม







Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:33:10 น.
Counter : 119 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.