มองแต่แง่ดีเถิด










































เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา


จงเลือกเอา ส่วนที่ดี เขามีอยู่


เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู


ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย


จะหาคน มีดี โดยส่วนเดียว


อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย


เหมือนเที่ยวหา หนวดเต่า ตายเปล่าเลย


ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง


...พุทธทาส ภิกขุ ...






Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 22:55:49 น.
Counter : 87 Pageviews.  

คุณของความเครียด












































ทมยันตีเคยเล่าว่านวนิยายเบาสมองของเธอที่ใช้นามปากกาว่า "โรสลาเรน" นั้น
ล้วนเขียนในยามที่กำลังเครียดทั้งนั้น มุขตลกของชาร์ลี แชปลิน
ซึ่งนำความครื้นเครงมาสู่ชาวโลกนั้น
ส่วนใหญ่ก็ขุดมาจากเบื้องหลังชีวิตอันทุกข์ระทม
ดาวตลกเป็นจำนวนไม่น้อยก็มีชีวิตไม่ต่างจากเขา
เพราะฉะนั้นความเครียดจึงมิใช่สิ่งกดดันบั่นทอนชีวิตแต่ถ่ายเดียว
หากยังเป็นปัจจัยแห่งการสร้างสรรค์ด้วย


จริงอยู่ความเครียดทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นแรงผลักดัน
ให้ชีวิตจิตใจดิ้นรนขวนขวายหาสิ่งอื่นที่ดีกว่า อันได้แก่ความโปร่งเบา สบาย
ราบรื่นและสมดุล ในยามเครียด จิตจะว่องไวเป็นพิเศษ
ในการฉกฉวยอะไรก็ได้เพื่อมาบรรเทาความเครียด หรือบางทีก็ "หลุด"
ออกไปจากเรื่องจำเจได้ง่าย ของบางอย่างในยามที่เราปกติ
ก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา
แต่เวลาเครียดแล้วจะเห็นเป็นเรื่องตลกหรือไร้สาระไปเลย
(ภาษาสมัยใหม่เรียกว่า "เซอร์")
ถ้าเราไม่หมกมุ่นหรือวิตกกังวลกับความเครียดมากเกินไปนัก ลองมองออกไปนอกตัว
เพียงแต่เปลี่ยนมุมมองนิดเดียวก็มีเรื่องให้หัวเราะได้มากมาย
บางทีก็คิดเรื่องตลกออกมาได้อย่างน่าแปลกใจ


แต่ถ้าท่านเป็นคนชอบเรื่องจริงจัง ไม่นิยมมุขตลก
ก็ลองมองประโยชน์ของความเครียดในอีกแง่หนึ่งก็ได้
นั่นคือการเป็นสัญญาณเตือนตน ว่ากำลังมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเรา
เวลาเจริญสติทำสมาธิภาวนาหากมีความเครียดเกิดขึ้น
นั่นแสดงว่าเรากำลังทำผิดวิธี อาจจะเพ่งมากไปหรือกดห้ามความคิดเอาไว้ก็ได้
เมื่อรู้เช่นนี้เราก็ควรหย่อนลงมาอีกนิด ทำใจให้เป็นกลาง ๆ มากขึ้น
ต่อเมื่อความเครียดหายไปนั่นก็หมายความว่าจิตของเราได้สมดุลแล้ว สามารถ
"เดินหน้า" ต่อไปได้


มิใช่จำเพาะแต่การภาวนาเท่านั้น แม้ในชีวิตประจำวัน
ความเครียดก็เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีสำหรับเราทุกคน
มันอาจกำลังบอกเราว่าเรานอนน้อยเกินไป เราทำงานมากเกินไป
หรือไม่ก็เตือนว่าเรากำลังคิดมากเกินไปแล้ว
ถ้าเราหัดฟังสัญญาณจากความเครียดบ้าง เราจะรู้ทันทีว่า
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องพักผ่อน หรือปล่อยวางความคิดลงเสียบ้าง


ความเครียดเตือนเราให้คืนสู่ดุลยภาพ ถ้าเรากินมากไป
ความอึดอัดจะเตือนให้เราหยุด ถ้าไม่หยุด ผลร้ายจะเกิดขึ้นตามมา
ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราหาเรื่องมาใส่สมองจนแน่นไปหมด
มิตรที่จะเตือนเราให้รู้จักเพลาเสียบ้างก็คือความเครียดนี้เอง


ความเครียดเป็นเสมือนเสียงตะโกนโหวกเหวก แม้จะรบกวนโสตประสาทไปบ้าง
แต่ก็จำเป็นสำหรับคนขับรถที่กำลังหลับใน หรือเพลิดเพลินกับการพูดคุย
จนไม่รู้ว่ากำลังวิ่งออกนอกเลน ถ้าเราสดับตรับฟัง "เสียง"
ของความเครียดเสียบ้าง ชีวิตจิตใจก็จะน้อมสู่ทางสายกลางได้มากขึ้น


เป็นเพราะเราเห็นความเครียดเป็นศัตรู
จึงมัวแต่วิตกกังวลกับมันเลยไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ
มิหนำซ้ำบางทีก็หาทางสยบมันด้วยยาสารพัดชนิด
โดยยังใช้ชีวิตและปล่อยจิตใจให้เสียศูนย์ไปตามเดิม
ผลก็คือโรคภัยไข้เจ็บต่างถามหา โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคกระเพาะ
หรืออาจรวมถึงโรคมะเร็ง
ไม่ต้องพูดถึงโรคประสาทซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนสมัยนี้ไปแล้ว.



พระไพศาล วิสาโล ...






Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 22:54:09 น.
Counter : 101 Pageviews.  

♣ 5 ขั้น รักตัวเองให้เป็นเสียที ♣















































คุณรักตัวเองเป็นไหม
? คำถามง่ายๆ ที่อาจทำให้คุณ ต้องกะพริบตาปริบๆ ก่อนนิ่งไป พักใหญ่
ไม่ใช่เรื่องแปลกหากคุณไม่แน่ใจ เพราะการรักตัวเอง 'เป็น' กับสัญชาตญาณรัก แบบเห็นแก่ตัวนั้น
มีความหมายใกล้ กันแค่คืบ



ความสัมพันธ์ที่เรียกว่า 'ฉันรักเขา'
ดูจะเป็นตัวบ่งบอกได้ชัดเจนที่สุด ถ้าคุณอยากจะวัดปริมาณความรักที่
คุณมีต่อตัวเอง คุณสามารถ
เอาเรื่องรักกุ๊กกิ๊กระหว่างเขาและคุณมาเป็นข้อชี้ชัดได้
ถ้าคุณกำลังเข้าข่ายหน้ามืด ตามัว มองว่าหนุ่มของคุณคือพ่อเทพบุตรมาโปรด
กรณีนี้ขอให้คุณจงรับรู้เอาไว้ ว่าคุณกำลังเข้าข่ายไม่ซื่อ (สัตย์)
กับตัวเองเสียแล้ว
หรืออีกนัยหนึ่งคุณกำลังละทิ้งหน้าที่สำคัญที่ควรทำเป็นที่สุด นั่นคือการ 'รักตัวเอง' ซึ่งมีค่ามากกว่าสิ่งไหน
บท
ความนี้จะเป็นเพียงข้อชี้แนะเล็กๆ เพื่อให้คุณได้ค้นพบว่า เมื่อคุณมอบ 'ความรัก' ให้ใครสักคน
ทัศนคติที่คุณมีต่อเขาจะต้องเปลี่ยน ไปด้วย
แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อใคร...ก็เพื่อตัวคุณเองนั่นแหละ


ปรับทัศนคติ คิดเชิงบวกให้มากๆ
ข้อ
นี้สำคัญมาก ถือว่าเป็นพื้นฐานในการที่คุณจะรักตัวเอง
การปรับทัศนคติย่อมส่งผลให้ตัวคุณเป็นผู้หญิง ที่มองอะไรกว้างขึ้น
เพราะการคิดในเชิงบวกคือการหว่านพืชทางด้านความคิด มองอะไรเป็นเหตุเป็นผล
แต่ ก่อนอื่นคุณต้องยินดีที่จะทำการเปลี่ยนแปลงด้วย
ในกรณีนี้คุณอาจเริ่มต้นด้วยมองชายหนุ่มของคุณเป็นเพียง ผู้ชายคนหนึ่ง
ที่เขามีความรักให้กับคุณและคุณ ก็มีความรักให้กับเขา (ในระดับเท่าๆ กัน)
อย่าได้เผลอคิดไป ว่า คุณรักเขาเหลือเกิน
(พยายามอย่าคิดว่าความรักเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต)
เพราะนั่นเป็นเพียงจิตใต้สำนึก ที่กำลังออกคำสั่ง ให้คุณทำตามเท่านั้น
การคิดเชิงบวกยังรวมถึงการไม่คิดเข้าข้างตัวเอง เพราะการคิดเช่นนั้น จะ
ทำให้คุณคิดเองเออเองไปเสียทุกอย่าง และถ้าไม่ได้เป็นไปอย่างที่คุณคิด
คุณก็อาจจะเจ็บตัวเจ็บใจเอาได้ ง่ายๆ


เลิกมองตัวเองในแง่ร้าย
หลังจากที่คุณ
ปรับความคิดในเรื่องของความรักแล้ว
สิ่งที่คุณควรกระทำต่อมาคือการหยุดมองตัวเองใน แง่ร้าย
ขั้นตอนนี้เราสังเกตได้ง่ายมาก เช่น ถ้าคุณกำลังวิตกว่าคุณดูอ้วนไป ผอมไป
หรืออะไรก็ตามแต่ความคิด ที่จะตามมาก็คือ 'แล้วเขาจะรักฉันไหม?'
ลองละทิ้งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในหัวของคุณเสียหน่อยดีกว่า เพราะอย่าง น้อยๆ
อาจจะทำให้คุณได้หยุดมองตัวเองอย่างที่คุณเป็น และไม่ดูถูกตัวเอง
จากสถิติที่ผ่านมาผู้หญิง ถึงร้อยละ เก้าสิบคิดเอาเองก่อนทั้งนั้น
ว่าเราต้องสวยเขาถึงจะรัก ทางแก้ของการมองตัวเองในแง่ร้ายก็คือ ต้องวางเป้า
หมายของเราให้ชัดเจน อย่างเช่น ถ้าคุณอ้วนไปและจะลด
น้ำหนักก็เพื่อสุขภาพของตัวเอง ที่สำคัญที่ สุดคือ
อย่าหวาดหวั่นกับคำพูดใดๆ และต้องเชื่อในคุณค่าของตัวเองอยู่เสมอ


จัดรูปแบบของความรัก

การจัดรูปแบบความรักที่ดีจะส่งผลให้คุณรู้คุณค่าของความรักรวมถึงตัวคุณเอง
ซึ่งอาจจะคล้ายๆ กับการ วางแผนชีวิต เหตุผลทั้งหมดคือ เพื่อป้องกันตัวเอง
และทำให้คุณเห็นค่าตัวเองมากขึ้น คุณอาจจะทำข้อตกลง กับตัวเอง
โดยการแบ่งหัวใจของคุณเป็นวงกลม แล้วแบ่งวงกลมนั้นเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน
จากนั้นให้คุณจับจอง อัตราสามในสี่ ส่วนเป็นของคุณ และหนึ่งส่วนที่เหลือคือ
พื้นที่ของเขา สิ่งสุดท้ายคือการเขียนข้อตกลงของตัว คุณเอง เช่น
ถ้าเราทะเลาะกันฉันจะไม่เสียใจ หรือฉันจะพูดกับเขาด้วยเหตุผลในทุกๆ ครั้ง
การจัดรูปแบบจะ ทำให้คุณไม่ลดค่าตัวเองลง
ซึ่งคุณจะรู้เองว่าเมื่อคุณทำตามนั้นได้จริง คุณจะดูมีค่ามากแค่ไหน


อย่าเอา 'ความรัก' นำทาง
ตัวอย่าง
เช่น ถ้าคุณกำลังเลิฟอยู่กับหนุ่ม A และเขาก็ดูรักคุณอย่างเหลือกำลัง
พร้อมมี ดอกไม้ช่อใหญ่ให้ คุณในทุกๆ เช้า คุณสามารถตอบรับกับสิ่งที่หนุ่ม A
ทำให้กับคุณได้ด้วยการแสดงออกแต่พองาม เช่น การ ส่งการ์ดขอบคุณให้เขา
ด้วยข้อความที่ว่า 'ขอบคุณสำหรับดอกไม้ค่ะ' หรืออะไรสั้นๆ
ทำนองนี้ จะทำให้เขา รู้ว่าคุณก็สนใจเขา
แต่ก็ไม่ถึงกับคลั่งไคล้จนเกินเหตุ
อย่าลืมว่าถ้าคุณมัวแต่หลงระเริงกับความสุขที่ได้จนมาก เกินไป
นั่นอาจจะทำให้คุณอ่อนแอที่สุด
และเมื่อคุณยับยั้งไม่ให้ความรักมาอยู่เหนือใจตัวเองแล้ว ทุกสิ่งทุก
อย่างจะดูเป็นเรื่องปกติ ทั้งยังทำให้คุณดูดี
ไม่เป็นที่ตำหนิในสายตาคนอื่นๆ อีกด้วย


หนักแน่นเข้าไว้
ถ้าคุณเชื่อมั่นในตัว
เองและได้ผ่านกระบวนการทั้งสี่ข้อที่ว่ามาแล้ว ความหนักแน่นจะเกิดกับคุณ
ไม่ว่าจะ เรื่องราวใดๆ ที่ทำให้คุณผิดหวังหรือทำให้คุณเสียใจ
คุณจะผ่านมันไปได้อย่างที่คุณอาจจะแปลกใจ ต้องมั่น
ใจด้วยว่าไม่ว่าเรื่องอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม คุณจะเผชิญกับปัญหา นั้นไหว
ความหนักแน่นเท่านั้นที่จะสามารถ ทำให้คุณยืนแล้วสู้กับทุกสิ่งได้


เมื่อ
ใดก็ตามที่สติของคุณเริ่มไม่อยู่กับตัว จำเอาไว้ว่า
ความสามารถของการรักตัวเอง ก็จะลดลงไปด้วย
ทางที่ดีคุณควรรักษาความซื่อสัตย์ที่เกิดกับตัวเอง และควบคุมเหตุผลให้
อยู่เหนืออารมณ์ให้ได้ในทุกๆ วินาที
เพียงแค่นี้คุณก็จะรักตัวเองและเข้าใจตัวเอง อย่างที่
คุณก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเกิดกับคุณได้










Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 22:52:09 น.
Counter : 113 Pageviews.  

♣ ถ้าคุณรู้จักรัก ♣











































สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตเรา...ก้อคือชีวิตเรา

สิ่ง
ที่มีค่าที่สุดในหัวใจเรา...ก้อคือหัวใจเรา

อย่าเอาชีวิตทั้งชีวิต
ไปยกให้ใคร

อย่าเอาใจทั้งใจไปยกให้ใครคนเดียว

อย่ายกสิ่ง
ที่มีค่าที่สุดของเราไปให้ใครดูแล

เพราะไม่มีใคร...ที่จะดูแลมันได้
ดีไปกว่าตัวเราเอง

อย่าปิดกั้นความรู้สึกของหัวใจ

อย่า
บอกว่าเราเกิดมาเพื่อจะรักคน ๆ เดียว

คนใจแคบเท่านั้นที่เกิดมา
เพื่อที่จะรักคนได้คนเดียว

เราสามารถที่จะรักใครได้มากมายขอเพียง
ให้รู้จักหน้าที่ของความรัก

หน้าที่ที่จะปฏิบัติต่อคนที่เรารัก

รัก
ต่างแบบ...ปฏิบัติในหน้าที่ต่างกัน

แล้วเมื่อวันใดวันหนึ่งคนบางคน
ไม่แยแสกับความรักที่เรามีให้

เราก็ยังคงเหลือใครต่อใครอีกมากมาย
และไม่เห็นจะต้องเจ็บเจียนตาย

ถ้าเรามั่นใจ...ว่าเราทำหน้าที่ให้
กับรักนั้นสมบูรณ์และเต็มที่แล้ว

ถ้าอากาศร้อนอบอ้าว...ลองออกมายืน
คุยกับแสงแดด

อากาศหนาวแทบขาดใจ...ลองออกมาหาไออุ่นลมหนาว

เรา
จะรู้ว่าร้อนหรือหนาวก็ต่อเมื่อเราได้ไปสัมผัสกับมัน

ก็เหมือนกับ
ความรัก .... ถ้าอยากรู้ว่ารสชาติเป็นอย่างไรก็ต้องไปสัมผัสกับมัน

แต่
อย่าทรมานตัวเองโดยการออกไปยืนตากแดดนาน ๆ

หรือยืนต้านทานลมหนาว
ถ้ารู้ว่าร้อนนักก็หลบหาที่ร่ม

ถ้ารู้ว่าหนาวก็ก่อเตาผิง
ความรักจะไม่ทำร้ายเรา

ถ้าเราไม่ทำร้ายตัวเอง

...ถ้าคุณ
รู้จักรัก..แสงแดดจะทำให้คุณอบอุ่น

ลมหนาวก็จะทำให้คุณหลับสบาย...









Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 22:49:48 น.
Counter : 81 Pageviews.  

การตกแต่งบ้านให้เป็นมงคล

ของแต่งบ้านบันดาลโชค (เป็นศิริมงคล)

ของแต่งบ้านบันดาลโชค (เป็นศิริมงคล)
1. 
ส้ม เป็นรูปภาพก็ได้
หรือผลไม้เหมือนจริงมาใส่ตะกร้าบนโต๊ะในห้องรับแขกจะให้โชคลาภ
2. 
ทับทิม ควรปลูกไว้หน้าบ้านจะได้ลูกหลานที่ดี และไม่มีภัย
3.  โต๊ะต่าง ๆ
ภายในบ้าน ควรจะเลือกเป็นทรงกลม หรือแปดเหลี่ยม
ถ้าเป็นสี่เหลี่ยมมุมโต๊ะควร เป็น   มน ๆ
จะเสริมมงคลให้แก่บ้านสามารถขจัดพลังชั่วร้ายและดึงดูดเอาความเจริญเข้าสู่
บ้าน
4.  ของแต่งบ้านรูปหมู เป็นสัญลักษณ์ของโชคและความอุดมสมบูรณ์
5. 
ช้าง เป็นสัญลักษณ์ของสติปัญญาและโชค ควรตั้งช้างไว้ในห้องรับแขก
ห้ามตั้งช้างหันหน้าออกสู่หน้าประตูเด็ดขาด
จะทำให้ครอบครัววุ่นวายมีแต่เรื่องขัดแย้ง
6.  พัด
การนำพัดมาตกแต่งบ้านจะช่วยบันดาลให้คุณและคนในครอบครัวประสบความร่มเย็น
เป็นสุข และมักได้ข่าวดีอยู่เสมอ
7.  เต่า ควรตั้งตุ๊กตา
หรือรูปปั้นเต่าไว้ในห้องนั่งเล่นหรือมุมใดในบ้านก็ได้จะทำให้คนในบ้าน
สุขภาพดีอายุยืน ยกเว้นห้องทำงาน
8.  ไก่
ตุ๊กตาหรือรูปปั้นวัสดุใดก็ได้ล้วนแต่เป็นสิริมงคลต่อบ้านในทางเรียกโชคลาภ
เงินทอง
9. 
การแต่งบ้านด้วยเครื่องปั้นดินเผาไม่ว่าจะเป็นรูปใดจะทำให้คนในบ้านมีฐานะ
การเงินที่มั่นคง

ของแต่ง
บ้านที่ไม่เป็นมงคล



1.  งู
ไม่ควรนำมาแต่งบ้านเพราะงูเป็นสัญลักษณ์ของความอาฆาตซึ่งส่งผลให้หมกมุ่น
อยู่กับอารมณ์โกรธ
และยังเป็นเครื่องหมายของตัณหาราคะคนในบ้านจะฝักใฝ่แต่เรื่องโลกีย์
2. 
นาฬิกาทราย จะมีผลทำให้ คนในบ้านต้องเหนื่อยกับภารกิจใดๆ
ก็ตามที่ต้องทำอย่างรีบเร่งจนไม่มีเวลา พักผ่อนอย่างสุขสบายเลย
3.  หมี
เป็นสัตว์น่ารักแต่จะทำให้คนในบ้านพลาดท่าเสียทีผู้อื่นเพราะไม่ทันคน
4. 
ม้าลาย
ถ้านำมาแต่งบ้านคนในบ้านจะมีแต่เรื่องแตกแยกกันเสมอไม่มีโชคลาภเข้าสู่บ้าน
5. 
จระเข้ เพราะเป็นสัญลักษณ์ของความเจ้าเล่ห์เพทุบาย จะทำให้อับโชค
และมีคนคอยคิดมุ่งร้าย ต่อคุณ และคนในครอบครัว
6.  หนู
ความหมายไม่เป็นมงคล จะทำให้ถูกหักหลังหรือถูกเอาเปรียบ
7.  แมว
หมายถึงแมวที่ไร้ชีวิตถ้านำมาแต่งบ้านจะก่อให้เกิดการหลอกลวงจากคนนอกมาฉก
ฉวยโอกาสหาผลประโยชน์






Free TextEditor





















































 

Create Date : 07 เมษายน 2553    
Last Update : 7 เมษายน 2553 22:47:33 น.
Counter : 80 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.