คุยกับลูกในท้อง







































เป็น
ธรรมดาค่ะ
เมื่อเป็นคุณแม่มือใหม่ทั้งที่ก็ยอมต้องสรรหาสารพัดวิธีมาบำรุงครรภ์เพื่อ
ลูกและการลูบไล้สัมผัส
เจ้าตัวเล็กผ่านผนังท้องก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เค้าเติบโตอย่างมีความ
สมบูรณ์พร้อมทั้งความรัก ความผูกพัน และความฉลาด
ซึ่งเรื่องนี้มีการวิจัยมาแล้วในหลายๆประเทศนะคะเราเลยรวบรวมมาให้คุณแม่
ทดสอบดูค่ะ



เตรียมตัวก่อน
ทักทาย
อย่างแรกเลย
คุณแม่ก็ทำใจสบาย ๆ นะคะ เอาความเครียด
ความกังวลทิ้งไปก่อนจากนั้นก็ปิดโทรศัพท์มือถือเสีย
จะได้ไม่มีใครโทรมารบกวน อะไรที่ทำค้างไว้ก็หยุดเสียก่อน
แล้วเลือกสมเสื้อผ้าสบายๆแล้วนั่งบนพื้นนิ่ม ๆ ให้ท่าที่สะดวกสบายที่สุด
อาจหาหมอนรองไว้ที่ใต้เข่าเพื่อช่วยหนุนให้เลือดลมไหลเวียนดียิ่งขึ้น
แล้วเปิดเพลงเบา ๆ อย่างเพลงคลาสสิก
พร้อมกับฉีดสเปรย์แต่งกลิ่นห้องให้สดชื่นจะได้รู้สึกแจ่มใส
































1. นวดสื่อภาษารัก ให้คุณแม่ผสม
เบบี้ออยส์กับแป้งฝุ่นบนฝ่ามือ
แล้วลูบไล้ไปที่หน้าท้องในทิศทางตามเข็มนาฬิกา พยายามนวดอย่างเบามือ
แต่ไม่ต้องถึงกับเกร็ง ไม่ต้องกลัวว่าทารกจะ
เป็นอันตรายนะคะ

เพราะในครรภ์มีน้ำคร่ำที่ช่วยป้องกันการกระทบกระเทือนให้เค้าอยู่แล้ว

เมื่อนวดไปสักพัก คุณแม่รู้สึกได้ค่ะว่าทารกน้อยกำลังดิ้นเบาๆตอบมา
นั่นแสดงว่าเค้ารับรู้ได้ถึงแรงกระตุ้นที่คุณแม่ส่งไปหาเค้าค่ะ



2.
พูดคุยกับลูกผ่านผนังท้อง
แม้ว่าทารกน้อยจะยังอยู่ในท้อง
แต่เค้าก็ได้ยินเสียงของคุณแม่นะค
ะ ซึ่งเรื่องนี้มีการวิจัยกันมา
ดังนั้นแล้ว คุณแม่ลองทักทายเค้าด้วยการเรียกชื่อดูสิคะ
ไม่ก็ใช้คำที่ต้องใช้บ่อยครั้งในชีวิตประจำวัน เช่นสวัสดี พ่อรักลูกนะ
แม่รักลูกนะเป็นต้น แรงสั่นสะเทือนของเส้นเสียงจะค่อย ๆ
ซึมผ่านผนังหน้าท้อง น้ำคร่ำ แล้วมายังทารก ซึ่งมีรายงานว่า
นั่นจะช่วยให้ทารกคุ้นเคยกับคำต่าง ๆ
และมีพัฒนาการทางภาษาดีขึ้นเมื่อเติบใหญ่ค่ะ


3. ให้ลูกฟังเพลงเบา
ขณะสัมผัส
เขาผ่านผนังหน้าท้องคุณแม่ก็อย่าลืมเปิดเพลงให้เค้าฟังไปด้วยนะคะ
เรื่องนี้ได้รับการส่งเสริมจากหลายสถาบันทีเดียวว่าเป็นการช่วยพัฒนาทั้งความฉลาดและอารมณ์ของทารกได้มาก
เพียงแต่ต้องเลือกแนวเพลงหน่อย อย่างเพลงคลาสสิกยิ่งดี
หรืออาจเป็นเพลงน่ารัก ๆ ของเด็ก ๆ แต่สำหรับแม่และเด็ก
แนะนำว่าเพลงไทยเดิมก็ไม่เลวนะคะ
































4. ใช้แสงไฟกระตุ้นการมอง ถึงแม้จะ
ไม่มีผลยืนยันว่า การใช้ไฟฉายส่องไปที่หน้าท้องจะมีผลให้ทารกตอบสนองกลับมา
แต่ก็เป็นความเชื่อของคุณแม่หลาย ๆ ท่าน
และปฏิบัติกันมา

ว่าวิธีจะช่วยพัฒนาการทักษะการมองของลูกให้ดียิ่งขึ้น
ซึ่งก็ทำโดย
ใช้ไฟฉายหลอดเล็กที่มีแสงไม่จ้า ฉายส่องไปที่หน้าท้องประมาณ 5
วินาที
แล้วสังเกตว่าทารกแสดงปฏิกิริยาตอบสนองด้วยการเคลื่อนไหวเบาๆตอบกลับมา


5.
ล้อมวงสนทนาประสาคณาญาติ
ไหนๆก็ไหนๆ
แล้ว อย่าสนุกอยู่กับลูกคนเดียวเลยค่ะ ลองชวนคุณสามี คุณย่าคุณยาย
และคณาญาติทั้งหลายแหล่มาร่วมวงสนทนาพาทีกันเถอะ เพราะมีผลยืนยันมาแล้วนะคะ
เทียบระหว่างคุณแม่ 2
กลุ่ม
กลุ่มหนึ่งมีญาติสนิทมิตรสหายมาเยี่ยมเยียนพูดคุยทักทายบ่อยครั้ง
กับอีกกลุ่มค่อนข้างสันโดษ ไม่ค่อยมีใครมาเยี่ยมเยียนพูดด้วย

ผล
ปรากฏว่า ทารกที่คลอดจากคุณแม่กลุ่มแรก
มีทักษะความฉลาดและอารมณ์ดีกว่ากลุ่มที่สอง

ซึ่งทารกค่อนข้างเป็นเด็กเลี้ยงยาก มักจะงอแง
แสดงอารมณ์ฉุนเฉียวจนโตเรื่องนี้ว่ากันว่า
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทารกได้ซึมซับความรัก
ความอบอุ่นจากคนรอบข้างอย่างเดียวกับที่แม่ได้รับด้วย และอีกเหตุผลคือ
เมื่อมีคนมาเยี่ยม แม่ก็ความสุข เบิกบาน และสดชื่น
และเป็นผลพลอยได้ส่งต่อมายังทารกด้วย ดังนั้นแล้ว
ถ้าอยู่บ้านว่างๆก็ลองโทรชวนเพื่อนๆหรือญาติมาเที่ยวบ้างนะคะ
ไม่ก็หาโอกาสรวมญาตินัดทานข้าวกัน รับรองสนุกทั้งแม่และทารกน้อยค่ะ



เล่นกับลูกในท้อง
ได้อะไรเอ่ย
ไม่
ว่าจะเป็นการนวด ภาษาน่าเล่น หรือการใช้ไฟฉาย
สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสร้างความเพลิดเพลินเท่านั้นค่ะ
แต่ยังให้ประโยชน์มากมายเลยค่ะ อาทิเช่น


★* *★ ช่วย
พัฒนาด้านระบบหมุนเวียนสารอาหารและออกซิเจน ไปสู่ทารกดีขึ้น
★* *★


★* *★ ช่วย
พัฒนาด้านการเคลื่อนไหว
★* *★


★* *★ ทารก
รู้สึกอบอุ่นใจ เพิ่มความผูกพัน
★* *★



ที่มา : นิตยสาร แม่และเด็ก







Free TextEditor







































































































 

Create Date : 04 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 4 พฤษภาคม 2553 17:06:22 น.
Counter : 282 Pageviews.  

สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผู้ชาย"





















ฉัน
ไม่เห็นว่า "ผู้หญิง" ควรจะเปรียบเทียบกับดอกไม้ตรงไหนเลย
*-*ดอกไม้สวย
งามต่อสายตาก็จริง
*-*แต่ถ้า...ไม่มีดอกไม้...
*-*โลกก็ดำรงอยู่ได้
อย่างไม่ยากลำบากนัก
*-* "แต่ผู้หญิงจำเป็นต่อโลก"

ดอกไม้
เบ่งบาน...สวยงาม...ชื่นชม...แห้งเหี่ยว...ไร้ค่า
"ไม่เคยมีผู้หญิงคน
ไหนอยากเป็นดอกไม้
ที่ถึงเวลาเบ่งบาน สวยงาม...ก็มีคนชื่นชม
แต่พอ
แห้งเหี่ยว...ก็ไร้ค่า"
แต่ถึงแม้จะไม่อยากเป็นสักเท่าไหร่
ก็เหมือน
โลกจะยิ่งอยากยัดเยียดมากเท่านั้น

--จะปฎิเสธความเป็นจริงได้อย่างไร
ว่า...
--ผู้หญิง...ไม่สวยงามและไม่น่าชื่นชม
--เมื่อคนทั้งโลกต่างก็
มองเห็นว่าเป็นอย่านั้น
--และก็เป็นผู้หญิงอีกเช่นกัน
--ที่แห้ง
เหี่ยว และ ต้องไร้ค่าในที่สุด

ตัวการเดียวที่บัญญัติความหมายของผู่
หญิงขึ้น
และก็เป็นผู้ทำลายผู้หญิงที่เหี่ยวเฉากลายเป็นดอกไม้ที่ไร้ค่า
นั้น
ก็คือ...สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ผู้ชาย"

เอ...แล้วเราควรจะ
เปรียบเทียบเขาให้เหมือนกับอะไรดีคะ


ขอบคุณบทความดีๆๆจาก   http://www.thaireaderclub.com ค่ะ






Free TextEditor







































































































 

Create Date : 01 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 1 พฤษภาคม 2553 11:53:04 น.
Counter : 77 Pageviews.  

โรคมาพร้อมฝน 14 โรค





























กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังโรค
ติดต่อที่มาพร้อมฝน ที่สำคัญ 14 โรค เช่น


โรคท้อง
ร่วง โรคฉี่หนู ปอดบวม ไข้เลือดออก เผยแค่เดือนพฤษภาคมเดือนเดียว
ทั่วประเทศพบผู้ป่วยแล้ว 49,000 ราย เสียชีวิตแล้ว 19 ราย จากปอดบวม
ไข้เลือดออก อุจจาระร่วงเฉียบพลัน และโรคฉี่หนู สั่ง สสจ.ทุกจังหวัด
รพ.ทุกแห่ง จับตาโรคใกล้ชิด 90 วัน ตั้งแต่เดือนนี้ไปจนถึงเดือนสิงหาคม
2551 (8มิ.ย.) นายไชยา   สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน
การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในฤดูกาลนี้ เป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหลายชนิด
สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว ที่สำคัญ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคฉี่หนู โรคไข้หวัดใหญ่ ไข้มาลาเรีย
โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน โรคบิด   โรคไข้สมองอักเสบเจอี
โรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง โรคปอดอักเสบ และโรคไข้หวัดนก

ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) โรงพยาบาลทุกแห่ง
จับตาเป็นพิเศษ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน-สิงหาคม 2551 เป็นช่วง 90 วันอันตราย
ให้แพทย์ตรวจคัดกรองผู้ป่วยโดยละเอียด

โดยเฉพาะโรคไข้หวัดนก จะต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าไทยจะยังไม่พบผู้ป่วยมาเป็นเวลา 21 เดือนก็ตาม

ทั้ง
นี้
เพื่อป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่กลายพันธุ์จากการผสมข้ามสายพันธุ์ของเชื้อ
ไวรัสไข้หวัดนก โดยในหมู่บ้านได้ขอความร่วมมือ อสม. 800,000 คน
ติดตามการป่วยของสัตว์ปีกในหมู่บ้าน ตามมาตรการที่มีอยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง
และรายงานผลทุกวัน  
ทางด้านนายแพทย์
ปราชญ์   บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า
กระทรวงสาธารณสุขโดยกรมควบคุมโรค
ได้ออกประกาศเตือนประชาชนในการป้องกันโรคติดต่อที่มักเกิดขึ้นในฤดูฝน
จัดส่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ
ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ประชาชนในการป้องกัน โดยมี 5 กลุ่ม รวม 14 โรค
ได้แก่

1.กลุ่มโรคติดต่อของระบบทาง
เดินอาหาร
ที่พบบ่อย ได้แก่ โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน
โรคบิด ไทฟอยด์ อาหารเป็นพิษ ตับอักเสบ
สาเหตุเกิดจากกินอาหารดื่มน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรคหรือกินอาหารสุกๆ ดิบๆ

2.กลุ่มโรคติดเชื้อผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนัง
ที่พบบ่อยคือ โรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคไข้ฉี่หนู อาการเด่นคือ
ไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ
มักปวดกล้ามเนื้อที่บริเวณน่องและโคนขาอย่างรุนแรง และตาแดง

3.กลุ่มโรคระบบทางเดิน
หายใจที่พบบ่อย
ได้แก่ โรคหวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบ
หลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบหรือปอดบวม อาการจะเริ่มจากไข้ ไอ
หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย

4.กลุ่มโรค
ติดต่อที่เกิดจากยุง
ได้แก่ โรคไข้เลือดออก
มียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งกว่าร้อยละ 80 เป็นยุงลายที่อยู่ในบ้าน
โรคไข้สมองอักเสบเจอี ( Japanese Encephalitis ) ซึ่งมียุงรำคาญ
มักแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำตามทุ่งนาเป็นตัวนำโรค ทั้ง 2
โรคนี้อาการจะเริ่มจากมีไข้สูง ปวดศีรษะมาก คลื่นไส้อาเจียน
โดยโรคไข้สมองอักเสบนี้อาจทำให้พิการภายหลังได้ และ

5.โรคเยื่อบุตาอักเสบหรือโรคตาแดง
ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสที่อยู่ในน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา
นายแพทย์ปราชญ์กล่าวต่อว่า จากการเฝ้าระวัง 14
โรคหน้าฝนดังกล่าวตลอดเดือนพฤษภาคม 25 5 1 พบผู้ป่วยแล้ว 49,000 ราย
ส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 99 รักษาหาย มีเสียชีวิตเพียง 19 ราย
โดยเสียชีวิตจากโรคปอดบวม 13 ราย โรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน 4 ราย
และจากไข้เลือดออก โรคฉี่หนู อย่างละ 1
รายสถานการณ์โรคโดยทั่วไปอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้ 

นอกจากนี้ ในช่วงหน้าฝนประชาชนยังต้องระวังอีก 2 เรื่อง
คือ ปัญหาน้ำกัดเท้า ที่เกิดจากเชื้อรา สาเหตุเกิดจากการแช่น้ำสกปรกนานๆ
ทำให้ผิวหนังเป็นผื่นแดง ถ้าเกาจะเป็นแผลมีน้ำเหลืองออก
และอันตรายจากสัตว์มีพิษ   เช่น งู ตะขาบ แมลงป่อง
อาจหนีน้ำมาหลบอาศัยในบริเวณบ้านได้

ด้านนายแพทย์ธวัช   สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค
กล่าวว่า อาการนำเด่นๆ ของโรคติดเชื้อหลักๆ คือ อาการไข้


ดัง
นั้นในช่วงนี้ หากมีไข้สูงและเช็ดตัวหรือกินยาลดไข้แล้วไม่ดีขึ้นภายใน 3
วัน แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ เพื่อรับการตรวจรักษาที่ถูกกับโรค เพราะทั้ง 9
โรคที่เกิดขึ้นในฤดูฝนสามารถรักษาหายขาดได้ ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะกินเอง
นายแพทย์ธวัช กล่าวต่อว่า
ยาลดไข้ที่ต้องระมัดระวังในการใช้ลดอาการไข้ คือยาจำพวกแอสไพริน
ห้ามกินอย่างเด็ดขาด เพราะมีอันตรายกับบางโรค ที่
สำคัญ 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคไข้หวัดใหญ่ โรคไข้ฉี่หนู
ซึ่ง
โรคดังกล่าวจะทำให้มีเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ในร่างกายอยู่แล้ว
แต่หากได้รับยาแอสไพริน ซึ่งมีสารป้องกันเลือดแข็งตัวเข้าไป
จะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น ทำให้เสียชีวิตได้ง่ายขึ้น  

การป้องกันโรคในฤดูฝน
ขอให้ประชาชนสวมเสื้อผ้ารักษาร่างกายให้อบอุ่น
เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรค


โดยเฉพาะเด็กกับ
ผู้สูงอายุควรดูแลเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศมีความชื้นสูง หนาวเย็น
จะทำให้ร่างกายที่มีระดับภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าคนวัยอื่นๆ อยู่แล้ว
ต่ำลงไปอีก จึงมีโอกาสติดเชื้อโรคทางเดินหายใจได้ง่าย ควรดื่มน้ำสะอาด เช่น
น้ำต้ม รับประทานอาหารที่สะอาดปรุงสุกใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม
และล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาดก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง ถ่ายอุจจาระลงส้วม
หากในช่วงที่มีน้ำท่วมขัง และส้วมใช้การไม่ได้ ห้ามถ่ายอุจจาระลงน้ำ
ขอให้ถ่ายอุจจาระลงในถุงพลาสติก แล้วปิดปากถุงให้แน่น    ประชาชน
ควรตรวจดูโอ่งน้ำหรือภาชนะเก็บน้ำอื่นให้มีฝาปิดมิดชิด
และเปลี่ยนน้ำจานรองขาตู้ แจกันไม้ประดับทุก 7 วัน
ปล่อยปลาหางนกยูงในอ่างบัว ทำลายแหล่งที่มีน้ำขัง เช่น   กะลา กระป๋อง
ยางรถยนต์เก่า เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย ทั้งนี้
หลังเดินย่ำน้ำ ลุยน้ำแช่ขังหรือน้ำสกปรก ต้องล้างเท้าให้สะอาดทุกครั้ง
แล้วเช็ดให้แห้งด้วยผ้าที่สะอาด อย่าปล่อยให้อับชื้นเป็นเวลานาน

แนะนำให้ใช้เครื่องป้องกันให้เป็นนิสัย เช่น ใส่รองเท้าบู๊ท
หลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นที่ชื้นแฉะที่มีการเลี้ยงสัตว์
และสัมผัสปัสสาวะสัตว์ นอกจากนี้ ให้ดูแลความสะอาดบ้านเรือน
ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ
หรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงวัน




ขอขอบคุณเนื้อหาข่าว คุณภาพดี โดย: หนังสือพิมพ์คม
ชัดลึก





Free TextEditor







































































































 

Create Date : 30 เมษายน 2553    
Last Update : 30 เมษายน 2553 16:25:16 น.
Counter : 117 Pageviews.  

น้องกระต่ายน่ารัก







































ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงของมนุษย์เรา
แล้วนั้น เชื่อแน่ ๆ ว่าน้องหมานั้นต้องเป็นที่นิยมนำโด่งมาแน่นอนเลย
รองลงมาก็น่าจะเป็นน้องแมว

แต่
เดี๋ยวนี้นั้นคนเรานิยมเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลายมากขึ้น มีตั้งแต่สัตว์น่ารัก
ๆ สัตว์แปลกๆ หายาก ๆ อย่างเช่นสัตว์ที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่าง
อีกัวน่า หรือตัวอื่น ๆ แต่ว่าวันนี้ เราเอาวิธีการเลี้ยงน้อกระต่ายแบบง่าย
ๆ มาฝากเพื่อน ๆ ที่นี่กัน


กระต่ายนั้น เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
มีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน แต่ที่นิยมเลี้ยงกันก็จะมีหลัก ๆ 3 พันธุ์ดังนี้


กระต่ายพันธุ์ Polish ถิ่น
เดิมอยู่ที่เบลเยียม ตัวเล็ก ตากลมโตหูสั้นตั้งตรง ขนเรียบเงางาม
ใครที่ไม่ค่อยมีเวลามานั่งแปรงขนให้ขอแนะนำเลยค่ะ


กระต่าย
พันธุ์
Lop มีหลากหลายสายพันธุ์มาก ๆ แต่อว่า
ล็อปของแท้ต้องมีหูตกลงมาที่ข้างแก้มทั้งสองข้าง ในประเทศไทยส่วนใหญ่ขาย
ล็อปสายพันธ์มินิ


กระต่ายพันธุ์
Angora มีแยกออกไปอีก 4
สายพันธุ์ ลักษณะเด่นของน้องกระต่ายพันธ์นี้ คือ มีขนยาวฟูฟ่อง


มี
ข้อดีตรงที่ว่าน้องกระต่ายเป็นสัตว์ที่สะอาดชนิดหนึ่ง
ไม่มีกลิ่นตัวให้รำคาญแก่เจ้าของ แถมไม่มีเห็บไม่มีหมัดด้วย































การจะเลี้ยงน้องกระต่ายนั้นคุณต้องใส่ใจเรื่องนี้


- หมั่นดูแลความสะอาดของกรงอยู่เสมอแม้
ว่าน้องกระต่ายจะไม่มีกลิ่นตัว
แต่มีกลิ่นฉี่นะคะแถมแรงหลายร้อยลี้อีกต่างหาก
ยิ่งมีการผสมกลมกลืนกับอุนจิด้วยแล้ว โอ้ ..... มายก็อด
กันเลยทีเดียวคร้าบพี่น้อง



- ฝึกให้เขาขับถ่ายให้เป็นที่
เฉกเช่นน้องหมาน้องแมวทั่ว ๆ ไป ถ้าเขาทำท่าเหมือนจะอึอึ๊
ให้จับเขาใส่กรงขังเอาไว้ 2 - 3 ชั่วโมง
และเมื่อเขาปฏิบัติภารกิจส่วนตัวเรียบร้อยแล้วให้ปล่อยเค้าออกมาวิ่งเล่น
ทำแบบนี้เขาจะได้ชินกับการขับถ่ายให้เป็นที่เป็นทางค่ะ ไม่งั้นมีหวัง
บ้านคุณได้เป็นที่เลื่องลือเรื่องกลิ่นแน่ ๆ



-
การอุ้มน้องกระต่ายด้วยการดึงหูนั้นไม่ถูกต้องนัก

เพราะตรงส่วนหูเป็นส่วนที่มีเส้นเลือดรวมตัวกันเป็นชุมชนใหญ่
แถมยังบอบบางมาก ๆ ดังนั้นถ้าอยากจะอุ้มเขา ให้ให้จับหลังของเขา (เหมือน
จับแมวอ่ะค่ะ)
ด้วยมือข้างหนึ่ง
ส่วนอีกข้างหนึ่งอุ้มช่วงก้นหรือขาหลังเขานะคะ
































-
หากคุณไม่อยากนั่งเลี้ยงลูกของน้องกระต่ายไปจนตาย แนะนำว่าอย่าเลี้ยงแบบคู่ ตัวผู้ - ตัวเมียนะคะ
เพราะว่าน้องกระต่ายนั้นลูกดกมากจริง ๆ (แถมหื่นอีกต่างหาก)



- การให้อาหารที่ถูกต้อง คือ
ให้อาหารเม็ดแก่เขาช่วงเช้า ส่วนตอนเย็น ๆ ก็ให้เขาทานผักสด หรือผลไม้
แต่ไม่ควรเป็นประเภทที่น้ำเยอะ ๆ อย่างแตงกวา หรือ ผักบุ้ง หรือแตงโมนะคะ
เพราะอาจจะทำให้น้องกระต่ายท้องเสียได้



การเลี้ยงสัตว์นั้นนอกจากจะทำให้เราได้ผ่อนคลายแล้ว
ยังทำให้เรามีความอ่อนโยนขึ้นด้วย แต่ว่าก็ต้องนึกเอาไว้เสมอว่า สัตว์ทุก ๆ
ตัวนั้นต่างก็มีชีวิตจิตใจเหมือนเราเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเวลาโมโห
อย่าไปลงที่เค้านะคะ








Free TextEditor







































































































 

Create Date : 30 เมษายน 2553    
Last Update : 30 เมษายน 2553 14:00:01 น.
Counter : 249 Pageviews.  

ทายนิสัยหนุ่ม ๆ จากท่านอนกัน




































หลังจากที่การทำนายต่าง ๆ
มักจะเป็นของสาว ๆ เสียส่วนใหญ่มาวันนี้ขอเอาใจหนุ่ม ๆ จากท่านอนกันบ้างนะ
สาว ๆ ที่นี่คนไหนที่มีคนข้างกายแล้วลองเช็คดูก็ได้นะ
ว่าคนข้างตัวนอนแบบไหน แล้วมีนิสัยยังไง



เป็นคนนอนไว
เรียกได้ว่า หัวถึงหมอนก็แทบจะหลับในทันที แสดงว่า
เขาเป็นคนที่มีความรู้สึกไว เช่นแม้ว่าคุณอาจจะบอกว่าไม่โกรธ
แต่เขาก็รับรู้ได้ว่าตอนนี้คุณกำลังอารมณ์ไม่ดี
หรือเขาสามารถทนนั่งดูหนังรักโรแมนติกเป็นเพื่อนคุณได้
โดยไม่หงุดหงิดเสียก่อน

เพราะเขารู้ว่าสักเดี๋ยวคุณจะต้องบ่อน้ำตา
แตก และเขาจะต้องเป็นคอยปลอบโยน แต่เขาจะไม่ใช่แสดงท่าทีออกมาเลย
เขาจะรอให้คุณแสดงอารมณ์ของคุณก่อน เช่น ถ้าคุณบอกว่า
คุณมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย เขาก็จะนั่งนิ่ง ๆ
ไม่ถามเซ้าซี้แต่รอให้คุณเล่าออกมาเอง



หลับดีไม่มี
ตื่นตลอดคืน
แสดงว่า เขาเป็นคนอ่อนโยน รู้จักปล่อยวาง
ไม่เก็บเอาความเครียดมาใส่ใจให้รกสมอง แถมยังเป็นคนที่คอยเทคแคร์คนอื่น ๆ
ได้ดีด้วย ไม่ว่าคุณจะขอให้เขาทำอะไร เขาก็ยินดีจะทำตามที่คุณขอได้เสมอ ๆ
































กระสับกระส่ายไปมา
แสดงว่าเขาเป็นคนเหลาะแหละ ไม่เอาจริงเอาจัง ดีไม่ดีเห็นแก่ตัวอีกแน่ะ
คือเค้ามักจะคิดถึงแต่เรื่องของเค้าเอง
จนอาจจะลืมไปว่าเมื่อกี้คุณถามเค้าว่ายังไง
หรือเค้าอาจจะมัวแต่สนใจตัวเองจนลืมไปว่า มีคุณอยู่ด้วย



นอน
ไม่ค่อยหลับ / นอนยาก
แสดงว่า เขามีความทะยานสูง
มีเรื่องให้คิดอยู่ได้ตลอดเวลา และเขาก็เป็นพวกเพอร์เฟคแมน
คือพยายามจะหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวอย่างในทุก ๆ
เรื่องไม่เว้นแม้แต่เรื่องผู้หญิง คือเขาก็เป็นคนที่น่ารักคนหนึ่งนะ

สมมติ
ว่าเขาจีบคุณ เขาก็จะพยายามหาสิ่งดีที่สุดมาเอาชนะใจคุณ เช่น
เลือกดอกไม้ที่สวยที่สุด ดีที่สุดในร้านมาให้คุณ หรืออะไรที่มันที่สุด ๆ
น่ะ เขาจะหามาให้คุณได้ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่ เพราะ
เขาต้องการความที่สุดนี่ล่ะ เขาเลยต้องใช้พลังงานเยอะหน่อย

บางครั้งเขาอาจจะดูเนือย ๆ บ้าง แต่เมื่อไหร่ที่แบ็ตเต็ม
ประสิทธิภาพจะกลับมาเหมือนเดิม

ว้าว ... ว้า
ว เป็นยังไงบ้างเอ่ย ตรงกับใครบ้างมั้ย
ถ้าไม่ตรงก็ไม่เป็นไรนะอ่านเล่น เอาขำ ขำ เน๊อะ
























Free TextEditor







































































































 

Create Date : 30 เมษายน 2553    
Last Update : 30 เมษายน 2553 13:57:08 น.
Counter : 229 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.