กลเม็ดเด็ด...! คนอยากผอม!!!




























































สาวๆที่ลดความอ้วนด้วยวิธีไดเอต


บางคนก็สามารถปฏิบัติได้จนเห็นผล แต่ก็มีบางคนเหมือนกันที่ไม่เห็นผล สาเหตุ
เพราะลักษณะของการควบคุมอาหารการกิน
ไม่เหมาะกับช่วงเวลาและกิจกรรมของ
บุคคลนั้นๆ เราจึงจะมาแนะนำวิธีไดเอตตามเวลามาฝาก








ลักษณะการควบคุมอาหารที่ดีที่สุดสำหรับการไดเอ
ตนั้น


ขึ้นอยู่กับสุขภาพและเหตุการณ์แวดล้อมและช่วงเวลาของวัน เช่น
สมมติว่าคุณวางแผนออกกำลังกาย ตอน 18.00 น. แต่พอถึง 17.00 น.
ดันรู้สึกหิวขึ้นมาก่อน คุณจะเลือกทานอะไรรองท้าง ระหว่าง


A) เค้กช็อกโกแลตหรือขนมหวานต่างๆ

B) แอปเปิ้ล

C) โปรตีนแขก





























หากเลือกทานแบบ A


คุณต้องมั่นใจว่า หลังจากนั้นจะมีการออกแรงมาก
พอที่จะเผาผลาญแคลอรี่ทั้งหมดออกไป ข้อ C
ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่เลวนัก
แต่ B นั้น
จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับกรณีนี้


แต่หากช่วงเวลาหนึ่งทุ่มหลังจากที่เล่นฟิตเนสเรียบร้อบแล้ C
จัดเป็นสิ่งที่ควรทานมากกว่าแอปเปิ้ล





























การเลือกรับประทานอาหาร อย่างเหมาะสมตามเวลา

ช่วงเวลา 6.00-9.00 น.

ควรทานอาหารเช้า ซึ่งฟังดูเหมือนจะเป็นคำสอนแบบโบราณคร่ำครึ
แต่จริๆแล้วมีประโยชน์มาก เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน
ควรเลือกอาหารที่มีโปรตีนสูง ซึ่งจะช่วยให้อิ่มท้อง

ตัวเลือกที่ดีคือ


ไข่ ไส้กรอก และ โยเกิร์ต ถ้าหากร่างกายเป็นประเภทที่ต้องการ
คาร์โบไฮเดรตบ้าง แนะนำให้ทานจำพวกผลไม้สด ข้าวโอ๊ตบตต้ม
หรือซีเรียลธัญพืชที่มีกากใยอาหารสูง (ไม่ควรใส่น้ำตาล. ลูกเกดและครีม)





























เวลา 10.30 น.


กรณีที่หิวโซ แนะนำให้ทานของว่างแบบที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตต่ำ อย่างเช่น
โยเกิร์ต ถั่ว ฟรุตสลัด ฯลฯ แต่ถ้าไม่หิวก็ไม่ควรทานจุกจิกเลย จะดีมาก

ช่วงเวลา 12.00-14.00 น.


มื้อเที่ยงควรเลือกทานอาหารอย่างสมดุล โดยเลือกทานโปรตีน
จากสาวๆที่ลดความอ้วนด้วยวิธีไดเอต บางคนก็สามารถปฏิบัติได้จนเห็นผล
แต่ก็มีบางคนเหมือนกันที่ไม่เห็นผล

สาเหตุเพราะลักษณะของการควบคุมอาหารการกิน


ไม่เหมาะกับช่วงเวลาและกิจกรรมของบุคคลนั้นๆ
เราจึงจะมาแนะนำวิธีไดเอตตามเวลามาฝากเนื้อสัตว์อย่างไก่หรือปลา
คาร์โบไฮเดรตจากสลัด และเลือกใช้น้ำมันจากมะกอก เพื่อสุขภาพที่ดี





























เวลา 16.30 น.


ถ้าหิวก็ให้เลือกทานพวกคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากผักผลไม้ เช่น บร็อกโคลี
ผักโขมอบ หรือแอปเปิ้ล

ช่วงเวลา 17.00-19.00 น.

มื้อเย็นควรเลือกทานจำพวกเนื้อปลาแทนเนื้อสัตว์อื่นๆ อย่างเช่น
แซลมอนชุบงากับหน่อไม้ฝรั่ง ความงดจำพวกแป้งจะดีมาก

ตั้งแต่ 20.00 น. จนถึง 6 โมงเช้า


จัดเป็นช่วงเวลาอันตราย ไม่จำเป็นต้องทานอะไรทั้งสิ้น
เพราะเป็นช่วงเวลาสำหรับการพักผ่อน ไม่มีการใช้พลังงาน
ถ้าทานช่วงนี้จะถูกนำไปเก็บสะสมไว้ในร่างกายอย่างเกินจำเป็น








































































สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย:







Free TextEditor







































































































 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 19:59:13 น.
Counter : 175 Pageviews.  

เคล็ดลับหน้าใส สำหรับ สาวผิวมัน




















































การดูแลผิวมัน
สิ่งสำคัญอยู่ที่การล้างหน้าให้สะอาดและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่จะไม่ไปเพิ่ม
ความมันเข้าอีก ซึ่งมีวิธีปฏิบัติมาแนะนำกันดังนี้

-
ใช้สบู่หรือโฟมล้างหน้าแบบอ่อนๆ
หรือเจลใสไร้ฟองก็ได้จะทำให้ผิวไม่มีการระคายเคือง

-
ล้างหน้าให้สะอาดลึกถึงรูขุมขนด้วยน้ำอุ่น
ทั้งนี้ก็เพื่อการขจัดคราบสกปรกที่ฝังลึก และยังป้องกันการเกิดสิวอีกด้วย

-
ใช้แอสทริงเจ้นท์   สำคัญมากเลย 
สำหรับสาวผิวมันที่ชอบแต่งหน้าใช้สำลีชุบแอสทริงเจ้นท์เช็ดเบาๆ
จนกว่าผิวหน้าจะสะอาด เห็นได้จากความสะอาดขาวของสำลีแล้วจึงพอ

-
อย่าลืมมอยส์เจอร์ เพราะแม้ผิวจะมันก็ยังต้องการการบำรุง ควรใช้ชนิดอ่อนๆ
อย่างให้เข้มข้นนัก เดี๋ยวสิวจะมาเยือน

- การขัดผิว
เป็นการป้องกันการอุดตันของรูขุมขน ใช้โฟมล้างหน้าแบบมีผงขัดผิว
หรือจะใช้ผงขัดผิวต่างหากก็ได้
แต่ถ้ายังมีสิวอีกแสบอยู่ก็อย่าเสี่ยงขัดเป็นอันขาด
เพราะอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิวลุกลามใหญ่โต

- การพอกหน้า
ต้องเลือกชนิดดีๆ ที่ไม่แพ้ พอกหน้าอาทิตย์ละครั้งแล้วผิวหน้าจะนุ่มนวล
น่าสัมผัส

- การลอกหน้า เรื่องนี้ต้องสำหรับคนที่มีผิวมันจริงๆ
เพราะการลอกหน้าจะช่วยขจัดไขมันส่วนเกินออก

- การแต่งหน้า
ใครว่าผิวมันแต่งหน้าไม่สวย เลือกเครื่องสำอางสำหรับสาวผิวมันก็ใช้ได้แล้ว
แต่ถ้ายังเป็นสาวน้อยวัยสะรุ่นอยู่ละก็ไม่ต้องแต่งก็สดใสแล้ว


ข้อควรระมัดระวังสำหรับสาวผิวมัน

- ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับสาวผิวมันโดยเฉพาะ
อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่อุดมด้วยไขมันบนใบหน้า และรอบๆ ไรผม
เพราะสิวอาจจะถามหาได้
- ควรทำความสะอาดใบหน้าเบาๆ แต่บ่อยครั้ง
และเช็ดผิวด้วยแอสทริงเจ้นท์เสมอหลังล้างหน้าด้วยครีมล้างหน้าทั้งเข้าและ
เย็น หลังจากนั้นแล้วก็ให้ทาแป้งทันที เพื่อซับความมัน


ใบหน้าถือเป็นหน้าด่านแรกที่ใครๆ
มักจะมองเห็นเป็นจุดแรกของร่างกาย
ดังนั้นจึงทำให้คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในส่วนนี้เป็น
พิเศษ...ผลิตภัณฑ์บำรุงที่นำมาใช้ในส่วนของใบหน้าจึงกำเนิดขึ้นอย่างมากมาย
รวมถึงสถานบริการที่เปิดดูแลเฉพาะบริเวณดังกล่าวด้วย
บางครั้งการดูแลผิวหน้าก็สามารถทำเองได้โดยที่ไม่ต้องไปพึ่พาสถานบริการให้
เสียเงินเสียเวลา
แต่ปัญหาที่เรามักจะพบก็คือไม่รู้วิธีทำความสะอาดอย่างถูกวิธีโดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งการทำความสะอาดผิวหน้า
ที่คุณผู้หญิงส่วนใหญ่มักพบปัญหาว่าหลังแต่งหน้าทำไมจึงเกิดสิวขึ้น
หรือเกิดอาการคัน สาเหตุมาจากการทำความสะอาดผิวหน้าที่ไม่สะอาดเพียงพอ 











ข้อมูลจาก นิตยสารหญิงไทย








Free TextEditor







































































































 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 21:20:43 น.
Counter : 141 Pageviews.  

เคล็ดลับหน้าใสด้วยผลไม้




















































ไม่ต้องเปลืองตังค์
ไปซื้อเครื่องสำอางค์ราคาแพง ๆ คุณผู้ชายก็ใช้ได้นะ เป็นสูตรง่าย ๆ
น้ำผลไม้ใกล้ ๆ ตัว มาปั่น บด
ผสมผสานกันก็กลายเป็นเครื่องประทินผิวสวยได้แล้ว
รับรองได้ว่าเป็นอันตรายแน่นอน

สูตรสาวหน้าใสน้ำผึ้งผสมมะนาว

ส่วนผสม
มีแค่น้ำผึ้งกับน้ำมะนาว ใช้น้ำผึ้ง 1 ถ้วย กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา
ผสมให้เข้ากัน นำมานวดให้ทั่วใบหน้า นวดไปเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาที
ล้างออกด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้มะนาว
จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสมกรด AHA
ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น

สูตรสาวหน้าใสด้วยแอปเปิ้ล

ใช้แอปเปิ้ล
ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ นำมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ นำมา
ทาให้ทั่วใบหน้า แล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกไป
เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย

สูตรกระชับรูขุมขน

ใช้กล้วยหอม แตงกวาหรือมะเขือเทศก็ได้
เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก เอาเมล็ด
ออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยวลงไป
นำไปปั่นให้ละเอียด จนเป็นเนื้อ ครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ
ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้จะ ช่วยทำความสะอาดใบหน้า
และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น

สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า
(Cleanser)

ใช้โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมะนาวสด 1 1/2
ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสม 3 ชนิดผสมให้เข้ากัน นำพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที
ทุกเช้าและก่อนนอน แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว
จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย

สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย

นำกล้วย 1 ผล
ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ บดให้เข้ากัน นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15
นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น
สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง

สูตรพอกหน้าใสจากแตงกวา
ใช้แตงกวา 1 ผล ไข่ไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว) และมะนาว 1
ช้อนโต๊ะ หั่นแตงกวาเป็น ชิ้นบางๆ
นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาวและใส่น้ำมะนาวลงไป ปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน
นำมา พอกให้ทั่วใบหน้า เว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ จะช่วยลดความมันส่วนเกิน
และยังช่วยกระชับรูขุมขน ผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น
เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม


เคล็ดลับที่ควรคำนึงถึง

  • ผลไม้ที่ใช้ต้องสด มีคุณภาพดี

  • ภาชนะที่ใช้ใส่ผลไม้ ส่วนผสมต่างๆ
    ควรใช้แก้วหรือกระเบื้อง

  • ก่อนทำการพอกหน้า ควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด โดยการอัง
    ใบหน้ากับไอน้ำและนวดเบาๆ เพื่อเปิดรูขุมขน

  • เวลาพอกหน้าไม่ควรพูดคุยหรืออ่านหนังสือ










  • ขอบคุณเนื้อหาจาก เคล็ดลับ
    108








    Free TextEditor







































































































     

    Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
    Last Update : 5 มิถุนายน 2553 21:04:48 น.
    Counter : 122 Pageviews.  

    เลือกใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บให้เป็น

    เลือกใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บให้เป็น



    1. กรรไกรตัดเล็บ หรือมีดตัดเล็บ แบ่งเป็นสามประเภทใหญ่ๆ คือ
      - แบบคลิปเปอร์
      คืออุปกรณ์ตัดเล็บที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุด และใช้บ่อยที่สุด
      ความโค้งของปากตัดมีน้อย เหมาะสำหรับการตัดเล็บให้สั้น
      ไม่เหมาะสำหรับการแต่งเล็บที่มีความยาว
      หลังการตัดจะก่อให้เกิดความคมของเล็บทำให้ต้องตะไบซ้ำ
      - แบบคีม เหมาะหรับการตัดเล็บที่มีความแข็งมาก
      และปลายแหลมของคีมช่วยให้การตัดเข้าซอกเข้ามุมทำได้ง่าย
      และต้องตะไบตามเช่นกัน อายุการใช้งานจะนานกว่า
      และเมื่อหมดคมก็สามารถนำไปลับคมกลับมาใช้อีกได้
      - แบบ
      กรรไกร
      ปลายกรรไกรจะโค้งเล็กน้อย
      เหมาะสำหรับการตัดแต่งเล็บให้เป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อความงามมากที่สุด
      เพราะไม่ก่อให้เกิดเสี้ยนเล็บไม่ต้องตะไบตาม ไม่เหมาะสำหรับการตัดเล็บแข็ง
      และสามารถลับคมได้เมื่อคมหมดไป

    2. อุปกรณ์สำหรับตัดหนัง มีสองประเภท คือ
      - แบบคีม เหมาะกับการตัดหนังตามซอกเล็บมากกว่า
      เพราะจะง่ายต่อการใช้งาน
      - แบบกรรไกร
      ใช้เล็มหนังที่ไม่อยู่ตามซอกเล็บ และการใช้งานกรรไกรตัดหนังนั้น
      ต้องให้ปลายกรรไกรด้านโค้งหันออกจากหนังที่ตัดเสมอ

    3. ตะไบเล็บ มีให้เลือก 2 แบบคือ
      - แบบ
      โลหะ
      ข้อดีคือราคาถูกกว่าแต่อายุการใช้งานสั้น
      หาซื้อง่ายและใช้กันทั่วไป การตะไบด้วยตะไบโลหะนั้นต้องตะไบไปในทิศทางเดียว
      ไม่เช่นนั้นเล็บจะเกิดเสี้ยนคม
      - แบบเซรามิค
      มีราคาแพงกว่า อายุการใช้งานยาวกว่า และสามารถตะไบเล็บสวนทางกลับไปมาได้
      แต่ต้องใช้อย่างระวังไม่ให้หล่นบ่อยๆ เพราะจะแตกเสียหาย 

    4. อุปกรณ์แคะเล็บ (nail cleaner) มีลักษณะปลายแหลมแต่ไม่คม
      และมีความโค้งเป็นหลังเต่าใช้สำหรับแคะสิ่งสกปรกออกจากใต้เล็บ หรือซอกเล็บ
      นอกจากนี้ยังใช้ดันหนังรอบเล็บได้ด้วย 

    5. อุปกรณ์สำหรับขูดผิวเล็บ (nail scraper) มีลักษณะแบน และปลายมน
      ไว้สำหรับขูดเบาๆ บนหน้าเล็บ เพื่อทำความสะอาด กำจัดขี้ไคลเล็บ
      และช่วยให้ผิวเล็บเรียบขึ้น
      นอกจากนี้ยังเป็นการผลัดเซลล์ผิวหน้าเล็บอีกด้วย

    6. nail knife เป็นอุปกรณ์ที่มีปลายเหมือนมีดขนาดเล็กมีสองแบบ
      - แบบมีดทั่วไป
      ไว้สำหรับกรีดตัดหนังส่วนเกินที่อยู่ติดกับเนื้อเล็บ
      แต่ความคมของมีดนี้ไม่สามารถก่อให้เกิดบาดแผลในระหว่างการใช้งานได้
      - แบบที่สอง เป็นรูปตัววีคว่ำ
      ความคมจะอยู่ขอบด้านในของตัววี ไว้สำหรับตัดขูดหนังข้างเล็บ
      โดยให้มุมของตัววีแนบไปกับขอบเล็บดันจากโคนเล็บออกไปหาปลายเล็บเบา
      ห้ามสวนทางเป็นอันขาดเพราะจะทำให้เกิดแผลปากฉลามขึ้นได้

    7. แผ่นขัดเงาเล็บ ในหนึ่งแผ่นจะมีสามส่วน คือ ส่วนขัดหยาบ
      ทำให้ผิวหน้าเล็บเรียบสม่ำเสมอ
      ส่วนที่สองใช้ขัดเพื่อปัดเศษสิ่งสกปรกออกจากเล็บ
      ส่วนที่สามคือส่วนที่ใช้ขัดเงาเล็บ ส่วนนี้จะมีเจลาตินเคลือบอยู่
      เมื่อถูเบาๆ บนเล็บจะทำให้เจลาตินนั้นเคลือบผิวหน้าเล็บให้เงางาม


      หลังใช้งานอุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บแล้วอย่าลืมทำความสะอาดทุกครั้งนะคะ
    อุปกรณ์ที่เป็นโลหะ ก็ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่ เช็ดและผึ่งให้แห้ง
    ถ้ามีข้อต่อก็หยอดน้ำมันเสียหน่อย กันฝืดและกันสนิม

      นอกจากนี้ควร
    รับประทานอาหารที่บำรุงเล็บอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน วิตามิน
    ธาตุเหล็กและสังกะสีมาก เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล ผักใบเขียว ผลไม้
    มันฝรั่ง และถั่วเมล็ดแห้ง และที่สำคัญขาดไม่ได้ก็คือ น้ำสะอาดนั่นเองค่ะ
    เพราะน้ำทำให้เซลล์ผิวหนังชุ่มชื้น
    เพียงเท่านี้เล็บแสนงามก็จะอยู่กับเราไปอีกนานค่ะ






    Free TextEditor







































































































     

    Create Date : 30 พฤษภาคม 2553    
    Last Update : 30 พฤษภาคม 2553 14:07:48 น.
    Counter : 133 Pageviews.  

    รับมือปัญหากวนใจเรื่องเล็บ


    รับมือปัญหากวนใจเรื่องเล็บ



    • หนังกำพร้ารอบๆ เล็บ หนังรอบๆ เล็บที่ฉีก
      หรือด้าน
      แช่มือในน้ำอุ่นสักครู่แล้วชโลมด้วยวาสลีนหรือโลชั่น
      ใช้เครื่องมือสำหรับดันหนังที่มีลักษณะป้าน หรือใช้ขอบผ้าเช็ดตัวนุ่มๆ
      ดันหนังส่วนเกินออกไปรอบๆ
      หลังจากนั้นใช้กรรไกรสำหรับตัดหนังตัดเล็มหนังส่วนเกินออกระวังการตัดลึกจน
      เกินไป เพราะอาจเป็นทางเปิดให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและเกิดการอักเสบได้

    • เมื่อเกิดเล็บขบไม่ควรนำของแหลมคม
      ไปแงะบริเวณที่เกิดอาการ หมั่นรักษาความสะอาด อาจใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์
      เช็ดรอบๆ และอาจใช้สำลีสะอาดชิ้นเล็กๆ
      ไปดันไว้ระหว่างเล็บกับผิวหนังเพื่อไม่ให้เล็บนั้นทิ่มเข้าไปในเนื้อจนเกิด
      แผล แต่ถ้าหากเกิดการบวมและมีหนองมาก
      ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการเจาะระบายหนองออก เมื่อหายจากเล็บขบแล้ว
      หันมาเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและตัดเล็บให้ถูกวิธีด้วยนะคะ

    • ถ้าเล็บเหลืองจากการทาสีเล็บ
      รักษาได้โดยลูกมะนาวผ่าครึ่งมาถูบนเล็บที่เหลืองบ่อยๆ
      แล้วชโลมด้วยครีมบำรุง อีกวิธีหนึ่งให้นำน้ำอุ่นผสมน้ำมะขามเปียกพอประมาณ
      มาแช่เล็บมือเล็บเท้าสักสิบนาทีแล้วล้างออก วิธีสุดท้าย
      ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิ้ล มาวางแปะไว้บนผิวเล็บ
      สักหนึ่งนาที ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเล็บเหลืองได้







    Free TextEditor







































































































     

    Create Date : 30 พฤษภาคม 2553    
    Last Update : 30 พฤษภาคม 2553 14:06:24 น.
    Counter : 86 Pageviews.  

    1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  

    tongsehow
    Location :


    [Profile ทั้งหมด]

    ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
    ฝากข้อความหลังไมค์
    Rss Feed

    ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




    Group Blog
     
    All Blogs
     
    Friends' blogs
    [Add tongsehow's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.