ถ้ายังไม่อยาก "แก่"
















































"เคล็ดลับดีๆ ไม่แก่เร็ว"

เป็นใครๆ
ก็คงไม่อยากแก่หรือดูหน้าตาเป็นป้าหรือลุงไปก่อนวัย ทั้งๆ

ที่อายุจริงอาจไม่แตกต่างกับคนที่ทักทายคุณเสียเท่าไรนัก คุณจะทำเช่นไร
วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาบอก

กระเทียม เป็นเครื่องเทศประจำครัวไทย
ที่มีสรรพคุณดี ๆ มากมาย เช่น เป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ
และช่วยย่อยอาหาร นอกจากนั้นในกระเทียม มีสารอัลลิซิน (allicin)
ที่ช่วยลดคอเลสเทอรอลในเลือดได้ การกินกระเทียมสดวันละ 1-3 กลีบต่อวัน
จะป้องกันโรคหัวใจ
ป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่มที่จะก่อให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด
และหัวใจขาดเลือดได้

ผักและผลไม้
การหมั่นกินผักผลไม้ให้มากเป็นประจำ รวมถึงธัญพืช และถั่วชนิดต่าง ๆ
ที่อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเอนไซม์หลายชนิด
ช่วยให้เซลล์ในร่างกายของเราแข็งแรง กล้ามเนื้อกระชับ ผิวหนังเต่งตึง
นอกจากนี้ ยังมีไฟเบอร์สูง ทำให้การขับถ่ายดี











เต้าหู้ มีโปรตีนสูงและย่อยง่าย ยังมีการวิจัยพบว่า
โปรตีนจากถั่วเหลือง
ยังช่วยลดระดับคอเลสเทอรอลร้ายในเลือด
และเพิ่มคอเลสเทอรอลดี ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
ไม่เพียงเท่านั้นถั่วเหลืองยังมีวิตามินและแร่ธาตุสูงอีกหลายชนิด เช่น
แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และวิตามินบี

ปลาทะเล เช่น แซลมอน ทูน่า ซาร์ดีน
เป็นต้น มีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่การมีการวิจัยพบว่า
ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน ช่วยการทำงานของระบบสมอง
ลดความดันโลหิตและไขมันไตรกลีเซอไรด์ เพิ่มระดับคอเลสเทอรอลดี
และรักษาอัตราการเต้นของหัวใจให้ปกติ ปลาทะเลยังมีซีลีเนียม
และโคเอนไซม์คิว-10 ที่ช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ทำงานผิดปกติ

ชา ช่วยชะลอความแก่ ทำให้อายุยืนยาว
โดยเฉพาะชาเขียว นอกจากป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ เพราะช่วยลดคอเลสเทอรอล
ยังช่วยต้านมะเร็ง และรักษาอนามัยในช่องปากได้อย่างดีด้วย

นอกจากนี้ อย่าลืมออกกำลังกาย
และดูแลจิตใจให้สดชื่นอยู่เสมอ ด้วยการมีอารมณ์ขันและมองโลกในแง่ดี
ถ้าคราวหน้ามีใครทักว่าคุณดูอ่อนกว่าวัย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใจอีกต่อไป

















Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:02:15 น.
Counter : 93 Pageviews.  

หลีกเลี่ยงอาหารเร่งแก่

























































อาหารที่มีไขมันสูง


โดยเฉพาะไขมันอิ่มตัว (ไขมันจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ ช็อกโกแลต
กะทิ)
การบริโภคอาหารทอดกรอบ อาหารผัดที่มันมาก
และน้ำมันพืชซึ่งเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (polyunsaturated fatty
acid) ในปริมาณมากๆ มีผลในการเพิ่มอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย









เครื่องดื่มประเภทที่มีแอลกอฮอล์


แอลกอฮอร์สามารถเปลี่ยนเป็นไขมันได้
และยังลดการดูดซึมของเกลือแร่และวิตามินในร่างกาย โดยเฉพาะแคลเซียม
วิตามินบี และวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนี้แอลกอฮอร์
ยังก่อให้เกิดอนุมูลอิสระในร่างกาย
ซึ่งเป็นสิ่งที่เร่งความแก่ให้มาเยือนก่อนเวลาอันควร









เครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน


ได้แก่ ชา กาแฟ จะลดการดูดซึมวิตามินบีและแคลเซียมในร่างกาย








อาหารหมักดองและอาหารที่ปนเปื้อนสารพิษ


เช่น สารตะกั่วและเชื้อแบคทีเรียในอาหารที่ขายตามริมถนนและไม่มีภาชนะปิด
เป็นบ่อเกิดของอนุมูลอิสระ บั่นทอนสุขภาพและก่อให้เกิดโรคมะเร็ง อาหาร
ปิ้งย่างที่มีเขม่าไฟติดหรือเกรียมไหม้ มีสารก่อให้เกิดมะเร็งที่มีชื่อว่า
เบนโซไพรีน (benzopyrene)









อาหารทอดจากน้ำมันซ้ำซาก


น้ำมันที่ทอดอาหารซ้ำแล้วซ้ำอีกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
ทำให้เกิดอนุมูลอิสระและสารก่อมะเร็ง








แหล่งที่มา: บอร์ดรวมเรื่องน่า
อ่าน






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:59:58 น.
Counter : 92 Pageviews.  

เทคนิคการแต่งหน้าให้หน้าเด้ง




































เทคนิคการแต่งหน้าแบบง่าย ๆ

ไม่ยุ่งยากสลับซับซ้อนอะไร
คุณสามารถแต่งเสริมเติมสวยให้ใบหน้าของคุณสวยใสได้ตลอดทั้งวันด้วยเทคนิคตาม
นี้ค่ะ
โดยเริ่มจาก





























รองพื้น


อาจไม่จำเป็นต้องรองพื้นให้ทั่วทั้งใบหน้าเพียงบางส่วนก็พอ เช่น
ในส่วนที่ต้องการปกปิดร่องรอยบนใบหน้า ใช้นิ้วกดตามจุดที่มีร่องรอย









คิ้ว


คิ้วของสาวสมัยใหม่ ควรใช้โทนสีน้ำตาลอมแดงนิด ๆ หัวคิ้วอ่อนหางคิ้วเข้ม
ไม่ใช่เป็นคิ้วสีดำเข้ม ๆ เหมือนก่อน แต่ถ้าหากคุณเป็นสาวคิ้วเข้มตาคม
ก็ให้ใช้มาสคาร่าสีน้ำตาลเช็ทที่ขนคิ้ว จะทำให้ดูเป็นธรรมชาติ
และใบหน้าจะดูสว่างขึ้น








ตา


ต้องแต่งตามลักษณะของรูปตา เช่น ถ้าเป็นสาวตาเล็กก็ไล่โทนสีเข้มไปอ่อน
จากชิดขอบตาขึ้นไปด้านบน แล้วเน้นสีเข้มที่หางตานิดหน่อย
ก็จะทำให้ตาดูโตขึ้น สีที่ใช้ถ้าเป็นสีเอิร์ทโทนก๋จะดูคลาสสิคดี








แก้ม


ถ้าต้องการเป็นสาวแก้มใส ไม่อยากปัดปรัชออนให้ดูว่าคุณแต่งหน้าเข้ม
แถมไม่รู้ว่าจะปัดแบบไหนดี ก็ลองใช้ลิปสติกที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์ดู
(เลือกที่มีคุณภาพดี) แตะลงที่แก้มทั้งสองข้าง บริเวณพวงแก้ม
(คุณลองยิ้มให้กระจกก็จะเห็นพวงแก้ม) แล้วค่อย ๆ
เกลี่ยสีลิปสติกจนเนียนไปด้านข้าง หลังจากนั้นจึงทาแป้งทับอีกครั้ง
ก็จะทำให้พวงแก้มคุณสวยใสไปทั้งวันแถมยังดูเป็นสาวสุขภาพดีอีกต่างหาก









ปาก


ให้ใช้ดินสอเขียนขอบปาก เขียนให้ได้ตามรูปของปาก แล้วใช้ลิปกลอสสีสดใส เช่น
สีชมพู สีส้มอมแดง ทาตรงบริเวณปาก
ก็จะทำให้ริมฝีปากของคุณสวยใสน่ามองอีกด้วย






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:57:33 น.
Counter : 110 Pageviews.  

ทางเดินแห่งรัก







































เคยคิดไหมว่าตอนนี้คุณเดินอยู่คนเดียว
หรือว่ามีใครเดินเคียงข้างไปกับคุณบ้าง

ในทางเดินที่แสนยาวไกล ตลอดเส้นทางมีทั้งอุปสรรค เส้นทางเรียบบ้าง
ขรุขระบ้าง แต่ทุกคนก็ยังอยากจะใช้เส้นทางสายนี้เพื่อเดินไปยังจุดหมาย
ซึ่งแต่ละคนบนเส้นทางแต่ละสายอาจจะแตกต่างกัน บางครั้ง
อาจจะมาบรรจบกันเพียงเสี้ยวหนึ่งของชีวิต แล้วก็ต้องแยกไปกันคนละทาง
เพราะจุดหมายที่ไม่เหมือนกัน































บางคนหาผู้ร่วมเดินทาง


ก่อนที่จะเข้ามาในเส้นทางสายนี้ แต่พอเจอทางแยกกับเดินไปคนละทาง








บางคนอาจเดินคนเดียวมาหลายปี


โดยคิดว่าฉันสามารถเดินได้ หกล้มก็ลุกเองได้
ดีกว่ามีคนเดินด้วยแล้วต้องมาแยกทางกันทีหลัง








จะมีสักกี่คนบนโลกใบนี้


ที่ผ่านเส้นทางสายนี้โดยไม่มีอุปสรรค โดยไม่เคยหกล้ม
ไม่เคยสะดุดหินก้อนใหญ่น้อย
ที่คอยเป็นเครื่องบั่นทอนกำลังใจในการไปถึงปลายทางของเส้นทางนี้








ชอบมากกับท่อนหนึ่งของบทเพลงที่บอกว่า.....

"...ยังเต็มใจที่จะตามค้นหา และปฏิเสธ ที่จะท้อใจ ยินดีที่จะเฝ้ารอ
เพื่อเติมเต็มสิ่งที่หายไป ยังพอใจที่จะตามค้นหา

ว่าคนดีๆที่มีรักจริง อยู่ที่ไหน คอยที่จะเจอเขา
แม้ไม่รู้ เมื่อไหร่..."









หากวันนึงที่พบเจอ
ถึงแม้หากว่าคน
นั้นยังไม่สามารถร่วมเดินทางด้วยกันได้ในตอนนี้
อย่างน้อยเราก็ยังยินดีที่จะเดินตามไปห่างๆ เพื่อให้รู้ว่า








แม้วันนึงที่เขาคิดว่าไม่เหลือใคร

ถ้าได้หันหลังมามอง จะเห็นว่ายังมีใครอีกคนที่พร้อมจะเดินคู่กันไป รอเพียงแค่เค้าหันมา และหยุดรอ เพื่อให้เดินไปพร้อมกัน
บนทางเดินแห่งรัก






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:55:42 น.
Counter : 108 Pageviews.  

อย่างไรจึงเป็นนักรักอัจฉริยะ






















































"เป็นโสดดี หรือควรหาคู่ มาแนบข้าง"

เป็นทางเลือกที่บางคนยังหาคำตอบ ให้ตัวเองไม่ได้
แต่สังคมชอบผลักไสให้ผู้หญิงรีบมีผัวมากกว่าจะส่งเสริมให้อยู่ตัวคนเดียว จนเป็นแรงกดดันอย่างใหญ่หลวงแก่สตรีทั้งหลาย "กลัวไม่ได้แต่ง"
ก่อนก้าวสู่วัยคว้ารถไฟเที่ยวสุดท้าย









โดยลืมไปว่า


การเลือกคู่ไม่ง่ายเหมือนหาแมวหรือสุนัขมาเลี้ยงที่บ้านสักหน่อย
เพราะการอยู่ร่วมกันไปนานๆจะมีคำว่าเบื่อหรือไม่ก็หน่ายแฉลบมาให้ได้ยินเสมอ









เหตุนี้จึงควรป้องกันไว้


ก่อนไม่ให้อาการนี้จู่โจมเข้าใส่อย่างกะทันหัน ซึ่งพาเมลา เรดมอนด์
เขียนเรื่อง Romantic Intelligence แนะวิธีสร้างความโรแมนติก อย่างชาญฉลาด
ซึ่งมีอยู่ 7 ประการให้สาวๆ ได้รับในสิ่งที่พวกเธอปรารถนาจากคนรัก
และทำให้พวกเขาตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น





























เจ้าแม่เฮาว์ ทู ในนิตยสารนิว วูแมนเล่าให้ฟังว่า



ตอนเป็นสาววัย 20 ต้นๆ จะสนุกมากกับการควงคนนั้นทีคนนี้ที
ไม่หวั่นหรือเดือดร้อนว่าจะเป็นแฟนกันนานขนาดไหน
เพราะเวลานั้นมีหนุ่มมาขอแต่งงานถึง 3 ราย ก็เลยทำให้คิดเฉไฉไปว่า
การมีความสัมพันธ์กับคนมากหน้าหลายตาเท่ากับผ่านการทดสอบแล้วว่า
เธอเป็นนักรักที่ยอดเยี่ยม








แต่ถึงวันนี้กลับพบว่า


หลงตัวเองเกินไปเพราะการเป็นนักรักอัจฉริยะ
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของคนที่ออกเดทด้วย


ตรงข้ามมันน่าจะหมายถึงความสามารถที่จะประคับประคองชีวิตคู่
ให้อยู่ร่วมกันไปได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้มากกว่าจึงเพิ่งรู้ว่าการเป็น
นักรักผู้ยิ่งยง ยังมีปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง อาทิ








1. รู้ว่าต้องการอะไรจากคนรัก
และทำอย่างไรถึงจะได้สิ่งนั้นมา


สิ่งแรกที่คุณควรรวบรวมขึ้นมาให้ได้ก็คือ
ความกล้ากล้าที่จะพูดในสิ่งที่คุณต้องการ
จากอีกฝ่ายเช่นหากน้องนางอยากจะให้สามีมีส่วนช่วยดูแลลูกในวันเสาร์
เพื่อที่เธอจะได้มีเวลาเป็นของตัวเองบ้างในบ่ายวันนั้นคุณควรบอกความปรารถนา
นี้
ให้สามีเข้าใจไปเลยอย่างไม่ต้องลังเลปัญหาของผู้หญิงส่วนใหญ่ก็คือชอบกล้ำ
กลืนความต้องการ
ของตัวเองเอาไว้ซึ่งไม่ฉลาดเอาซะเลยกระนั้นอย่าเรียกร้องในสิ่งที่เห็นแก่
ตัวมากไป มิฉะนั้นแทนที่อีกฝ่ายจะเห็นใจอาจเตลิดไปว่าคุณขอมากไป








2. เลือกคนรักที่เอาใจใส่ และปกป้องคุณได้


ให้สังเกตง่ายๆ ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อแม่ของเขาเป็นอย่างไร
ถ้าเขาชอบเอ่ยถึงแม่บ่อยๆ คุณก็เบาใจได้ว่าเขาเป็นคนมีคุณภาพพอที่จะเทใจให้
หรือไม่ก็เขาเคยรับผิดแทนยามที่คุณทำงานพลาดบ้างไหม? เขาช่วยคุณดูแลบ้าน
เหมือนเป็นภาระของเขาเองหรือเปล่า?








3. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรจะไว้
ใจตัวเองในการตัดสินใจเลือกคนที่เหมาะกับคุณ


หากคุณเป็นคนที่เซนซิทีฟให้เลือกคนที่อ่อนหวานเข้าไว้สังเกตเอาก็ได้ว่า
คนที่คุณเล็งอยู่เขาเคยซื้อดอกกุหลาบหรือวางแผนพาคุณไปปิกนิกตากอากาศที่ไหน
บ้างหรือเปล่า หากเขาไม่มีส่วนนี้เลยรักแต่จะทำงาน
ก็ควรรู้ว่าคุณไม่ใช่เบอร์หนึ่งในใจเขา








4. แสดงความโกรธออกมาเมื่ออีกฝ่ายผิด


ไม่จำเป็นต้องซ่อน แต่ขอให้เลือกจังหวะและไม่ใช่โกรธไปซะทุกเรื่อง








5. อย่าทึกทักว่าคนรักของคุณอยากได้
เหมือนสิ่งที่คุณต้องการ


เพราะการให้ที่แท้
คือการมอบสิ่งที่ผู้รับปรารถนาไม่ใช่เพราะฉันอยากได้ของเหล่านี้
ก็เลยซื้อของพวกนี้ให้เขาอย่างนี้น่าจะเป็นพวกรักตัวเองมากกว่า








6. ตระหนักไว้ว่าคุณมีอิทธิพลต่อเขา
แต่คุณบังคับเขาไม่ได้


เจ้าของบทความเล่าว่า เมื่อสมัยเริ่มมีรักสามีของเธอเช่าอพาร์ตเมนต์
ซึ่งมีเฟอร์นิเจอร์เพียงโต๊ะเล็กๆ และเสื่อไว้ปูนอน
แถมยังชอบเปิดวิทยุเสียงดัง และจิบเบียร์กว่าจะเข้านอนได้ก็ต้องตี 4
เลยไปแล้ว คุณผู้อ่านลองจินตนาการเอาแล้วกันว่า
เมื่อเป็นเช่นนี้ฉันจะกล้ามีลูกตั้งแต่ครบปีแรกของวันแต่งงานหรือ?

แต่หลังจากได้ทบทวน ความจริงอีกด้านหนึ่ง แม้เขาจะเข้านอน ดึกแค่ไหน
แต่ก็ไม่เคย ไปทำงานสาย หรือแม้จะจน เขาก็พยายาม ทำงานและดิ้นรนให้
ครอบครัวมีบ้านมีช่อง โดยไม่ไปเที่ยวเตร่กับเพื่อนฝูง
แต่เลือกที่จะเมาอยู่ที่บ้าน เหตุนี้เธอจึงมั่นใจในตัวเขามากขึ้น



จำไว้ว่าการมีใครสักคนไม่ใช่แค่ขอให้เขาเป็นอย่างที่เราต้องการ
แต่จงเลือกเพราะเขาเป็นคนดีหรือมีแววว่า จะเกลี้ยกล่อมให้ดีได้
แต่หากเจอคนดี แตกก็ตัวใครตัวมันละกัน








7. เมื่อมีปัญหาในการครองรัก ลองใช้เซ็กซ์เยียวยา



การมีเพศสัมพันธ์เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ความขุ่นเคืองใจของคุณทั้งสองยุติลง
ได้ (ถ้าปัญหาไม่ หนักหนาสาหัสนักนะ)
เนื่องจากการร่วมรักเป็นการสื่อสารอย่างหนึ่ง ซึ่งให้ผลลัพธ์
ดีกว่าคำพูดซะอีก

คงไม่มีคู่รักคู่ไหนคิดอยากเลิกตั้งแต่คบหาแน่
ดังนั้นอย่าลืมเอาใจเขามาใส่ใจเรา รักตัวเองให้น้อย
แต่รักคนที่เรารักให้มาก หากทำทุกอย่างตามนี้แล้วเกิดฉุก
คิดขึ้น มาภายหลังว่า เขาไม่ใช่คนที่คุณสมควรรักล่ะ
เจออย่างนี้ก็อย่ามัวโทษฟ้าดิน ให้โทษตัวเองว่ามีตาแต่หามีแววไม่







Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:53:54 น.
Counter : 97 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.