อย่ามองข้ามไนท์ครีม













































"4 ขั้นตอนง่ายๆ"

เรื่องของการทาครีมก็เป็นสิ่งสำคัญนะคะ
เพราะครีมบำรุงผิวนั้น
จะช่วยรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิวของเรา
แต่ในปัจจุบัน ก็เริ่มที่จะมีการแบ่งเป็น เดย์ครีม (ครีมทากลางวัน)
และไนท์ครีม (ครีมทากลางคืน) ในเรื่องของเดย์ครีมนั้น สาว ๆ
ก็คงจะเลือกใช้ครีมที่เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคนอยู่แล้ว แต่ไนท์ครีมนี่สิ
หลายคนยังสงสัยว่า เลือกอย่างไร และช่วยในเรื่องใดได้บ้าง
ซึ่งวันนี้เราก็จะมาบอกถึงวิธีการเลือกใช้ไนท์ครีมกันค่ะ


1. ควรเลือกไนท์ครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี วิตามินซี
เพราะตลอดทั้งวันผิวหน้าของคนเรา ต้องเผชิญกับมลภาวะมากมาย
ซึ่งก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ตัวการสำคัญในการทำลายเซลล์ผิวหน้า


2. ผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่าย ควรเลือกไนท์ครีมที่มีส่วนผสมของ
Q10 ซึ่งยับยั้งการสร้างเอนไซม์ทำลายคอลลาเจน
ขณะเดียวกันก็ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว


3. ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยมากๆ ควรเลือกไนท์ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินอล
ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการหลุดลอกของเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมสภาพ
และกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจน จะช่วยลดริ้วรอยต่างๆ บนใบหน้าลงได้


4. เมื่อเลือกใช้ไนท์ครีมที่เหมาะสมกับตัวเองได้แล้ว
อย่าลืมบำรุงผิวรอบดวงตาด้วยอายครีม
เพราะคงไม่มีใครอยากตื่นมาตาดำเป็นหมีแพนด้าแน่ๆ

เป็๋นไงบ้างคะ ไนท์ครีมก็มีประโยชน์เหมือน ๆ
กับเดย์ครีม
สาว ๆ
น่าจะลองมาให้ความสำคัญกับไนท์ครีมบ้างนะคะ...
















Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 18:58:28 น.
Counter : 121 Pageviews.  

ทายนิสัยจาก "ซูชิ"

























































" ซูชิ " ข้าวปั้นชิ้นน้อยของชาวอาทิตย์อุทัยนี้


นอกจากจะน่าหม่ำแล้วว่ากันว่าข้าวปั้นต่างรสต่างหน้า
ยังเผยนิสัยที่ซ่อนไว้ลึกๆ ของคนเราได้ด้วย
อย่างนี้ต้องมาพิสูจน์กันซะหน่อยแล้วล่ะ เตรียมตะเกียบไว้คีบกันเลยนะจ๊ะ ^ ^
เลือกเมนูที่ชอบได้เลยค่า........
แล้วมาดูกันเลยดีกว่าว่านิสัยของคุณเป็นยังไง.......








1. ข้าวปั้นหน้ากุ้ง

คุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี จนเข้าขั้นอินโนเซนต์
ขนาดว่าตกหลุมรักใครได้ง่ายๆ แค่เจอเพียงแวบเดียว
สาวหน้ากุ้งยังเกลียดความเหงา ชอบให้ใครๆเอาใจใส่ดูแล
เธอไม่ใช่คนทะเยอทะยานขอแค่อนาคตที่มั่นคงก็พอใจ
แต่บางทีก็ออกจะดูเอื่อยเฉื่อยไปหน่อย









2. ข้าวปั้นหน้าปลาแซลม่อน

ใครๆก็บอกว่าคุณนี่แหละสาว " self " ตัวจริง คุณเป็นตัวของตัวเอง
มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ โกรธ เกลียด

อะไรก็จะเก็บสีหน้าอาการไม่อยู่เอาเสียเลย เว้นแต่เรื่องหัวใจเนี่ยแหละ
จะรักใครชอบใครก็กลับเก๊กได้ เนียนสนิท เฮ้อ!!
เป็นเสียอย่างนี้แห้วแน่เลยนะจ๊ะ สาวปลาแซลม่อนก็เลยมักจะโดดเดี่ยว
แล้วก็แก้ปัญหาด้วยการช้อปแหลก









3. ข้าวปั้นหน้าไข่หวาน

ดูเหมือนสาวแรง สุดมั่นเป็นจอมเจ้าชู้ หว่านเสน่ห์ไปทั่ว แต่ลึกๆแล้ว
คุณมักจะรู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย

ก็เลยพยายามสร้างจุดเด่นไว้เรียกร้องความสนใจ
ทำให้เวลาที่สาวไข่หวานต้องการอะไร
เธอจะมุ่งมั่นอย่างจริงจังจนน่ากลัวเชียวล่ะ!!









4. ข้าวห่อสาหร่ายหน้าไข่กุ้ง

โรแมนติกน่าดูเชียวนะคุณน่ะ ความรักของสาวไข่กุ้งจึง สุดสวีท
นอกจากนี้คุณเธอยังชอบความหรูหราเอามาก
ชอบเดินทางท่องเที่ยว
(อาจเป็นที่ต่างประเทศด้วยนะ ) เหตุจากที่เป็นคนช่างฝัน
จึงมีไอเดียฟุ้งอยู่เสมอ ที่น่ารักมากคือ คุรเป็นคนอยู่ในกรอบของครอบครัว
และชอบอยู่บ้านเอาใจคุณพ่อ คุณแม่









5. ข้าวห่อสาหร่ายไส้แตงกวา

คุณเป็นคนที่มีจุดมุ่งหมายแน่วแน่ ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม
มักจะตั้งความหวังไว้สูง
บางทีก็ทำให้เป็นคนจุกจิกช่างเลือกเกินไป
ชอบคิดแล้วคิดอักกว่าจะยอมตัดสินใจ จนพลาดโอกาสดีๆอยู่เรื่อย
โดยเฉพาะเรื่องความรักนี่ละ แถมยังแอบงก ทั้งที่ในใจ
หลงใหลความหรูหราฟู่ฟ่าเสียเหลือเกิน






Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 18:37:21 น.
Counter : 80 Pageviews.  

การศึกษา VS ปัญญา ต่างกันมั้ย ??


































































อเล็ก บอร์น (นักเขียน) :
"เป็นไป
ได้ที่จะบรรจุข้อมูลล้านชิ้นเข้าไปในหัว และยังไร้การศึกษาโดยสิ้นเชิง"








อนาโตลี ฟรานส์ (นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม
1921) :
"การศึกษามิใช่คุณจำได้เท่าไร หรือคุณรู้มากแค่ไหน

แต่อยู่ที่ว่าคุณสามารถแยกแยะข้อแตกต่างระหว่างอะไรที่คุณรู้กับอะไรที่คุณ
ไม่รู้"









อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์
(นักฟิสิกส์รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 1921) :
"ความรู้ไม่ใช่
ปัญญา"









บี. เอฟ. สกินเนอร์ (นักจิตวิทยา นักปรัชญา) :
"การ
ศึกษาเป็นสิ่งที่เหลือรอดมาเมื่อได้ลืมสิ่งที่เรียนรู้มาหมดแล้ว"









จี. เอ็ม. เทรเวลยาน (นักประวัติศาสตร์) :
"การ
ศึกษาได้สร้างคนจำนวนมากที่สามารถอ่านออก
แต่ไม่สามารถแยกออกว่าอะไรสมควรอ่าน"









เฮเลน เคลเลอร์ (นักกิจกรรมเพื่อคนตาบอด) :
"มหาวิทยาลัย
มิใช่สถานที่ที่ไปหาความคิดใหม่ๆ "









มัลคอล์ม ฟอร์บส์ (นักธุรกิจ) :
"จุด
ประสงค์ของการศึกษาคือ
การแทนที่ความคิดที่ว่างเปล่าด้วยความคิดที่เปิดกว้าง"









มาร์ก ทเวน (นักเขียน) :
"ผมไม่
เคยยอมให้การเรียนในโรงเรียนมายุ่งกับการศึกษาของผมเลย"









แมรี เพ็ตติโบน พูล (นักเขียน) :
"การ
พูดตามสิ่งที่คนอื่นพูดต้องใช้การศึกษา
การท้าทายสิ่งที่คนอื่นพูดต้องใช้สมอง"






Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 18:35:13 น.
Counter : 100 Pageviews.  

ปฎิบัติการกำจัดอ้วนเวอร์ชั่นเด็กจีน



















































"หนึ่งในสามของประชากร"

ขณะที่แดนมังกรอย่างประเทศจีน
กำลังผงาดชูคอขึ้นเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
ของโลกอย่างรวด
เร็วในช่วงระยะเวลาหลายปีให้หลัง ทว่า
ยังมีอีกหนึ่งปัญหาที่เติบโตขึ้นตามกันคือ
หนึ่งในสามของประชากรจีนมีน้ำหนักตัวเกินมากขึ้น โดยเฉพาะเด็ก ๆ
เป็นกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องนี้มากที่สุด


แม้ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงวันหยุดปิดเทอม แต่เด็ก ๆ
กลุ่มนี้ที่ขึ้นชื่อว่ามีปัญหาน้ำหนักตัวเกิน
ไม่ได้หยุดเหมือนเด็กคนอื่นทั่วไป
แต่พวกเขาต้องมารวมตัวกันที่ค่ายฤดูร้อนเซี่ยงไฮ้สลิมมิ่งแห่งนี้เพื่อร่วม
ปฎิบัติการครั้งสำคัญคือ การลดความอ้วน!!!


โดยเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมในค่ายครั้งนี้ล้วนมีปัญหาเดียวกันคือ "ความอ้วน"


อย่างนายหวัง โบ เด็กชายวัยรุ่นวัย 16 ปี กับน้ำหนักตัว 73.5 กก.
เข้าร่วมค่ายนี้เพื่อหวังกำจัดน้ำหนักส่วนเกินที่มีอยู่ให้ออกไปได้บ้างก็
ยังดี "หวัง" ตั้งใจเดินทางจากบ้านที่เมืองอันฮุยถึงเซี่ยงไฮ้กว่า 10 ชม.
เพื่อมาที่ค่ายนี้ เขาเล่าถึงปัญหาที่เกิดจากความอ้วนของเขาว่า
"เพื่อนร่วมชั้นเรียนของผมมองผมแปลกประหลาดกว่าคนอื่นที่มีขนาดตัวธรรมดา
ครับ พวกเขาทำให้ผมรู้สึกเสียใจ เขาเรียกผมว่า เจ้าอ้วน หรือ หมูอ้วน "































"มีความสุขกับการรับประทานอาหารขยะ"


แต่คงไม่ต้องถามสาเหตุความอ้วนจากหนุ่มวัยรุ่นผู้นี้
เพราะปัญหาของเขาก็เหมือนกับคนอื่นที่มีปัญหาน้ำหนักเกิน นั่นก็คือ
มีความสุขกับการรับประทานอาหารขยะและขนมหวานทั้งหลายแหล่


เพราะฉะนั้น การเข้าค่ายตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่นี่ เด็ก ๆ
จะถูกกำหนดการรับประทานอาหารที่ต้องไร้ไขมัน และเน้นโปรตีนสูงเท่านั้น


หนุ่มตุ้ยนุ้ยคนเดิมบอกต่ออีกว่า หลังจากเข้าค่ายเสร็จ
เขาจะดำเนินวิถีชีวิตเช่นที่ฝึกในค่ายนี้ต่อไป จะไม่ดื่มน้ำอัดลม
ไม่แวะร้านอาหารฟ้าสต์ฟู้ดอีกต่อไป "ผมอยากสุขภาพดีกว่านี้ครับ
และจะตื่นมาจ๊อกกกิ้งทุกเช้าเลย"


เด็ก ๆ ยังต้องออกกำลังกายมากขึ้นกว่าที่เคยทำ (หรือไม่เคยทำเลย)
ที่บ้านหรือที่โรงเรียน อีกด้วย.

















Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 18:33:17 น.
Counter : 214 Pageviews.  

20 ไอเดียแต่งบ้านราคาประหยัด!!






















































"เปลี่ยนสี เก็บสาย"

20 ไอเดียแต่งบ้านราคาประหยัด ด้วย 6 วิธีง่าย ๆ
ในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ดอย่างทุกวันนี้
ค่าน้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน
ทำให้ข้าวของอย่างอื่นแพงตามไปด้วย
อยากจะหนีความวุ่นวายภายนอกมาพักผ่อนอยู่กับบ้าน แต่ตามประสาคนรักบ้าน
อยู่บ้านก็ต้องอยากแต่งบ้านเป็นธรรมดา เรามีไอเดียในการแต่งบ้านแบบประหยัด
ที่จะช่วยทำให้บ้านยังคงเป็นสถานที่พิเศษที่พร้อมจะรองรับคุณในทุกสภาวะ
เศรษฐกิจ

วิธีที่ 1 : ประหยัดด้วยไอเดีย

1.เปลี่ยนสีบนผนัง การทาสีผนังบ้านใหม่
นับเป็นวิธีแต่งบ้านที่ง่าย ประหยัด และได้ผลดีที่สุดทางหนึ่ง
ลงทุนแค่สีน้ำพลาสติกสีสวยๆ กับแปรงทาสีอีกสักอันราคารวมกันไม่เท่าไหร่
มาจัดการเปลี่ยนผนังเก่าสีหมองในบ้านให้ดูสวยสดใสขึ้น
เท่านี้ก็สามารถสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ในบ้านได้ ด้วยราคาแบบสบายกระเป๋า

2.เก็บสายไฟในท่อ
การเดินสายไฟแบบฝังในผนังดูเรียบร้อยก็จริง
แต่จะซ่อมแซมหรือเดินเพิ่มทั้งทีก็ต้องทุบผนัง เสียสตางค์และเสียเวลา
ลองเปลี่ยนมาเดินลอยบนผนัง โดยร้อยใส่ท่อเหล็กแล้วอาจทาสีทับให้ดูเรียบร้อย
ช่วยประหยัดงบประมาณในการดูแลรักษาและซ่อมแซม































"ปรับแสงปรับอารมณ์
เปลี่ยนโครงสร้างเป็นเฟอร์นิเจอร์"

3.ปรับแสงปรับอารมณ์
เปลี่ยนสีของหลอดฟลูออเรสเซนต์ทั่วๆไป
โดยนำมาหุ้มด้วยปลอกพลาสติกหลากสีราคาเพียงปลอกละ 10
บาทซึ่งหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป
เพียงเท่านี้ก็จะได้หลอดไฟสีสวยไว้ใช้ตกแต่งและสร้างบรรยากาศของบ้านได้ใน
ราคาถูกและช่วยประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดนีออน

4. เปลี่ยนโครงสร้างบ้านเป็นเฟอร์นิเจอร์
ใช้ประโยชน์จากส่วนโครงสร้างของบ้าน เช่น ช่องว่างระหว่างเสา
โดยติดแผ่นไม้ทำเป็นชั้นวางของ ติดประตูบานเลื่อนเพื่อกันฝุ่น
หรือติดม่านกั้นแทนบานตู้
เท่ากับว่าเราประหยัดงบประมาณเงินค่าทำเฟอร์นิเจอร์ทั้งด้านหลังและด้านข้าง
นอกจากนี้อาจก่อปูนสูงสัก 40 เซนติเมตร
หรือติดแผ่นไม้วางเบาะเพื่อทำเป็นม้านั่งก็ได้
ช่วยประหยัดงบประมาณในการทำเฟอร์นิเจอร์ไปได้เยอะ

ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้ดูนะคะ ง่าย ๆ ประหยัด
และยังช่วยเพิ่มสีสันให้กับบ้านของคุณด้วย แล้วพรุ่งนี้มาติดตามกันต่อว่า
วิธีต่อไปใน 20 ไอเดียแต่งบ้านราคาประหยัดจะเป็นอะไรนะคะ.





































Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 18:31:26 น.
Counter : 308 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.