ต้นไม้มงคล ประจำวันเกิด














































































คนเกิดวันจันทร์
เป็นคนมีเสน่ห์
เจ้าชู้เงียบ สุภาพอ่อนหวาน กิริยางดงาม พูดจาไพเราะ มีน้ำใจ แต่โมโหร้าย
ชอบแต่งตัว มีความพิถีพิถันละเอียดรอบคอบ
ช่างเอาใจผู้อื่นและชอบให้ผู้อื่นเอาใจ คนเกิดวันจันทร์
ควรลดความวิตกกังวลลงบ้าง และควรระวังเรื่องการใช้จ่าย เรื่องการคบคน
และอย่าตามใจตัวเองมากจนเกินไป
(วันเสาร์กะวันจันทร์คล้ายๆ กัน)































คนเกิดวันอังคาร
เป็นคนแข็งแรง
กล้าหาญ เป็นนักต่อสู้ทั้งกายและใจ ตรงไปตรงมา ถือความจริงใจเป็นหลัก
จนดูเหมือนมีบุคลิกที่ก้าวร้าว ชอบงานอิสระที่ไม่ต้องการความประณีต
เป็นคนแข็งนอกอ่อนใน เมื่อรักใครก็ไม่ค่อยแสดงท่าที
แต่เป็นคนรักจริงและมั่นคงในความรัก
คนเกิดวันอังคารควรระวังเรื่องความใจร้อนวู่วาม
และควรวางแผนเรียบเรียงทางความคิดให้ดี


ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันอังคาร เป็นไม้ที่มีดอกสีแดง ชมพู หรือชมพูอมม่วง
เป็นสีที่เสริมบารมีและสิริมงคลให้แก่คนที่เกิดวันอังคารตามหลัก
โหราศาสตร์โบราณเป็นอย่างมาก เช่น บัว อัญชัน ต้นรัก อินทนิลน้ำและ
เอื้องเข็มม่วง(กล้วยไม้)































คนเกิดวันพุธ
มีศิลปะในการพูดคุย
มีไหวพริบดี มีน้ำใจไมตรี ชอบเห็นคนรอบข้างมีความสุข เป็นคนช่างฝัน
และมีโลกส่วนตัวสูง ถ้าคิดจะรักใครก็จะมั่นใจแล้วว่าใช่
และเป็นความรักแบบค่อยเป็นค่อยไป ผูกพันลึกซึ้ง
คนเกิดวันพุธควรระวังเรื่องการใจอ่อน ใจดี ใจกว้าง
และเชื่อคนอื่นง่ายจนเกินไป


ไม้มงคลสำหรับคนที่เกิดวันพุธคือ
ไม้ดอกที่มีสีเขียวอมเหลืองหรือสีเหลือง
จะช่วยเสริมสิริมงคลให้คนเกิด
วันพุธยิ่งนัก เช่น กระดังงา ขี้เหล็ก โกสน วาสนา





























คนเกิดวันพฤหัสบดี
จะมีรูปร่าง
สง่างามทั้งชายและหญิง มีสติปัญญาเป็นเลิศ ละเอียด ลึกซึ้งใฝ่หาความรู้
พูดจาฉะฉานมีหลักการ มุ่งมั่น และทะเยอทะยานสูง โกรธง่ายหายเร็ว
วางแผนอย่างรอบคอบและอดทนรออย่างใจเย็น เป็นคนรักจริงเกลียดจริง
เข้ากับคนง่ายแต่ไม่รักใครง่ายๆ แต่เมื่อรักแล้วก็จะรักอย่างซื่อสัตย์


โดยทั่วไป สีของวันพฤหัสบดี คือสีแสด แต่ไม้มงคลสำหรับคนเกิดวันพฤหัสบดี
คือไม้ที่มีดอกสีขาวบริสุทธิ์ เป็นสีที่เสริมสร้างบารมี และเป็นสิริ
มงคลความรุ่งโรจน์ สำหรับผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดีอย่างยิ่ง เช่น พุดพชยา โมก
มะลิลา แก้ว






























คนเกิดวันศุกร์
มักเป็นคนที่มี
บุคลิกดี อ่อนหวานอ่อนน้อม รักสวยรักงาม ชอบความหรูหรา ขี้น้อยใจแต่จิตใจดี
มีน้ำใจเมตตาต่อผู้อื่น คนเกิดวันศุกร์มักมีชีวิตพัวพันอยู่กับความรัก
ให้ความสำคัญกับความรักและคนรักมากเป็นพิเศษ เป็นคนโรแมนติก
แต่ก็มักไม่สมหวังในความรัก


โดยทั่วไป สีของวันศุกร์ คือสีฟ้า แต่ไม้มงคลสำหรับคนที่เกิดวันศุกร์คือไม้
ที่มีดอกสีชมพู หรือแดง เป็นดอกไม้ที่ต้องโฉลกสร้างความเป็นสิริมงคล

ความเจริญรุ่งเรืองให้คนที่เกิดวันศุกร์เป็นอย่างมาก เช่น โป๊ยเซียน ชงโค
เล็บมือนาง ยี่เข่ง และชวนชม






























คนเกิดวันเสาร์
เป็นคนที่มีจิตใจ
เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยวอดทน และเอาจริงเอาจังกับทุกสิ่ง คิดอะไรถี่ถ้วน
จนดูเป็นคนกังวล กิริยามารยาทดี เข้าสังคมเก่ง ชอบแสวงหาอะไรใหม่ๆ
หัวแข็งและดื้อเงียบ คนที่เกิดวันเสาร์ควรลดความห้าวหาญลง
รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง


โดยทั่วไป สีของวันจันทร์คือสีเหลือง และสีของวันเสาร์คือสีม่วง
แต่พรรณไม้มงคลของคนที่เกิดวันจันทร์และวันเสาร์ จะเป็นพรรณไม้ที่มีดอก
สีขาว สีครีม หรือสีเหลือง
ซึ่งเป็นสีดอกไม้ที่โฉลกตามตำราโบราณ
และเชื่อว่าจะเสริมบารมี
ความเป็นสิริมงคลให้คนที่เกิดวันจันทร์และวันเสาร์อย่างยิ่ง

ต้นไม่ประจำสองวันนี้คือ ต้นพิกุล ไทรย้อย ราตรี และลำดวน































คนเกิดวันอาทิตย์
มักมีความมุ่ง
มั่นสูง มีความรู้ความสามารถเป็นผู้นำ และชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ
จริงใจ สุภาพอ่อนโยน แต่ก็อารมณ์ร้อน โมโหง่าย ประเภทโกรธง่ายหายเร็ว
ความรักคือความท้าทาย สำหรับคนเกิดวันอาทิตย์ รักใครง่ายแต่ก็รักจริง
และมักมีดวงในเรื่องของความรัก จนดูเป็นคนเจ้าชู้
คนเกิดวันอาทิตย์ควรระวังในเรื่องความใจร้อน เชื่อคนง่าย
และเรื่องการใช้จ่ายเงิน เพราะเป็นคนใจกว้าง



โดยทั่วไป สีของวันอาทิตย์คือสีแดง แต่ไม้มงคลของคนที่เกิดวันอาทิตย์เป็นดอกไม้
ที่มีสีเหลืองหรือสีส้ม
ซึ่งเป็นสีแห่งความสว่างไสวตลอดกาล
เป็นสิริมงคลและช่วยสร้างเสริมบารมีอย่างยิ่งสำหรับคนที่เกิดวันอาทิตย์เช่น
ราชพฤกษ์ ดาวกระจาย เข็ม กุหลาบ ทองกวาว







Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 6:49:04 น.
Counter : 579 Pageviews.  

กระสวยอวกาศ


































































กระสวยอวกาศ หรือ space shuttle
คือ
เครื่องบินอวกาศ ทะยานขึ้นเหมือนจรวดไปโคจรรอบโลก มีปีก
และตอนกลับสู่โลกจะร่อนลงตามรันเวย์ นำกลับใช้ได้หลายครั้ง เรียก "กระสวย"
เพราะความเร็วที่แล่นไป-มาระหว่างโลกกับจุดหมายปลายทางในอวกาศ
และรูปลักษณ์ที่เหมือนกระสวย


เกิดจากริเริ่มขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐอเมริกา
(นาซา)
เมื่อปี 2512
หลังสหรัฐฯประสบผลสำเร็จเป็นชาติแรกที่สามารถส่งมนุษย์อวกาศขึ้นไปยืนบนผิว
ดวงจันทร์
ความริเริ่มดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานความต้องการจะสร้างสถานีในอวกาศเพื่อเป็น
ที่พักขนถ่ายอุปกรณ์และมนุษย์
โดยยานจะต้องใช้งานได้ดังเครื่องบินพาณิชย์เพื่อให้ค่าใช้จ่ายถูกลง
แต่ก็ต้องไม่เหมือนจรวดส่งดาวเทียมที่ใช้งานได้ครั้งเดียวหรือเพียงไม่กี่
ครั้งก็ต้องทิ้ง











ยานขนส่งหรือกระสวยอวกาศของสหรัฐ
ตั้งแต่เริ่มโครงการถึงปัจจุบันมีด้วยกัน 6 ลำ คือ


1.เอนเตอร์ไพรส์ (Enterprise) เป็นยานทดสอบเบื้องต้น
นาซ่าสร้างขึ้นเป็นยานลำแรก แต่ส่งขึ้นไปบินเป็นลำดับ 2
สำหรับชื่อเอ็นเตอร์ไพรส์ได้มาจากชื่อยานขนส่งอวกาศในซีรีส์เรื่อง "สตาร์
เทรค"


2.โคลัมเบีย (Columbia) ถูกสร้างเป็นที่ 2 แต่ขึ้นบินก่อน
ทะยานสู่อวกาศเมื่อ 12 เมษายน 2524
นับเป็นรุ่นบุกเบิกที่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่ได้
เป็นการยุติยุคการใช้จรวดส่งนักบินอวกาศที่ดำเนินการมานาน 20 ปี
ปัญหาของโคลัมเบียคือเป็นยานที่น้ำหนักมากเกินไปและยังขาดอุปกรณ์จำเป็น
สำหรับใช้สร้างสถานีอวกาศนานาชาติในขณะนั้น
ที่สุดโคลัมเบียก็ถึงจุดจบในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546
เมื่อระเบิดหลังกลับสู่โลกเพียง 16 นาที





















































3.ดิสคัฟเวอรี (Discovery) เป็นกระสวยอวกาศลำที่ 3
ของนาซ่า ขึ้นไปในอวกาศครั้งแรกเมื่อ 30 สิงหาคม 2527



4.แอตแลนติส (Atlantis) ไปอวกาศครั้งแรกวันที่ 3 ตุลาคม 2528
ถึงขณะนี้แอตแลนติสปฏิบัติภารกิจทั้งหมดได้ 26 ครั้งแล้ว ล่าสุดเมื่อ 7
ตุลาคม 2545 และกลับสู่โลกในวันที่ 18 เดือนและปีเดียวกัน
สำหรับชื่อแอตแลนติส เดิมเป็นชื่อเรือสำรวจของสถาบันสมุทรศาสตร์วู้ด โฮล
ในแมสซาชูเสตส์ ปฏิบัติภารกิจช่วง พ.ศ.2473-2509


5.ชาลเลนเจอร์ (Challenger) ขึ้นอวกาศครั้งแรกวันที่ 4 เมษายน 2526
ปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้น 10 ครั้ง ครั้งสุดท้ายคือ 28 มกราคม 2529
ยานชาเลนเจอร์ได้ระเบิดกลางอากาศหลังขึ้นฟ้าได้เพียง 73 วินาที ลูกเรือ 7
คน เสียชีวิตทั้งหมด
อย่างไรก็ดีชาเลนเจอร์สร้างประวัติศาสตร์หน้าสำคัญด้วยการส่ง แซลลี ไรด์
ผู้หญิงอเมริกันคนแรก ขึ้นไปปฏิบัติภารกิจในอวกาศ และ









6.เอนดีฟเวอร์ (Endeavour)
ได้รับมติในที่ประชุมทางกฎหมายในเดือนสิงหาคม 2530
ให้ทำหน้าที่ทดแทนยานชาเลนเจอร์

ปัจจุบันมีกระสวยอวกาศใช้งานอยู่ 3 ลำ คือ แอตแลนติส เอ็นดีฟเวอร์
และดิสคัฟเวอรี






แหล่งข้อมูล : มติชน
















































Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 6:46:59 น.
Counter : 206 Pageviews.  

แต่งเพราะรัก












































"โมนาโก" กลายเป็นนครที่มีชื่อเสียง!!!



เจ้าชายเรนิเอร์แห่งราชรัฐโมนาโก-นางสาวเกรซ เคลลี่

เจ้าชายเรนิเอร์ เจ้าผู้ครองราชรัฐโมนาโก
เป็นกษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกอีกองค์หนึ่งที่เพิ่งสวรรคตไป
เมื่อปีที่แล้ว ในอดีตทรงพยายามปกครองและฟื้นฟูนครโมนาโก
ซึ่งมีเนื้อที่เพียง 467 เอเคอร์ อย่างต่อเนื่อง
แต่ทำอย่างไรๆโลกก็ยังไม่รู้จักนครแห่งนี้
ทำอย่างไรๆก็ไม่สามารถเทียมหน้าเทียมตาปารีสและลอนดอนได้
เพราะความที่มีขนาดเล็ก
จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่งก็มีข่าวว่าทรงมีความสัมพันธ์กับเกรซ เคลลี่,
ดาราภาพยนตร์คนดังขวัญใจประชาชน ทำให้นครโมนาโกโด่งดังขึ้นมาทันที
เพราะผู้คนสนใจใคร่รู้ว่านครแห่งนี้มีดีอะไร อยู่ที่ไหน
จนกระทั่งได้เสกสมรสกันนั่นแหละโมนาโก
จึงกลายเป็นนครที่มีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านการท่องเที่ยว การกีฬา
การละเล่นต่างๆ


เกรซ เคลลี่ เป็นดาราสาวที่สวยซึ้งด้วยเรือนร่างสูง 170 ซม.
มีบุคลิกเยือกเย็นเรียบร้อย วางตัวดี พูดจาดี
มีผู้เปรียบเทียบว่าเธอมีลักษณะดุจนํ้าแข็งซึ่งซ่อนเปลวไฟไว้ภายใน
ประสบความสำเร็จในด้านการแสดงจนได้รับตุ๊กตาทองจากเรื่อง The
Country Girl
ต่อมารับบทเจ้าหญิงในเรื่อง The
Swan และ High Society
แม้จะมีความสัมพันธ์กับดาราชายหลายคน
เช่น คล้าร์ก เกเบิ้ล, บิง ครอสบี้, วิลเลียม โฮลเดน
และ เรย์ มิลแลนด์ จนกระทั่งนิตยสารและ
น.ส.พ.ซุบซิบกันทั่ว แต่ความรู้สึกดีๆ
ของประชาชนที่มีต่อเกรซก็ยังคงเหนียวแน่น











"โอนาสซิส" ตัวดี!!!



เจ้าชายเรนิเอร์ ทรงพบเกรซในเทศกาลภาพยนตร์ที่เมืองคานส์
โดยมีเบื้องหลังว่า โอนาสซิส, มหา
เศรษฐีเรือเดินทะเลเป็นผู้วางแผนให้ได้พบกัน
โดยช่วงแรกเขาวางแผนให้เจ้าชายเรนิเอร์พบรักกับมาริลีน มอนโร
แต่โดยที่มาริลีนทำตัวไม่สู้จะเหมาะสมในการเป็นเจ้าหญิง
จึงเปลี่ยนมาเลือกเกรซ เคลลี่ แทน
ซึ่งขณะนั้นกำลังรับบทเป็นเจ้าหญิงอยู่พอดี เธอกำลัง อิน
กับบทจึงรับปากจะไปเที่ยวโมนาโกตามคำเชิญที่โอนาสซิสวางแผนไว้
เมื่อพบกันที่โมนาโกอีกครั้งหนึ่ง
เจ้าชายเรนิเอร์จึงรับรองเกรซอย่างดีที่สุด ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี
และเกิดความรักขึ้น เมื่อเรนิเอร์ขออนุญาตเยี่ยมเกรซบ้าง
และขอทำความรู้จักกับบิดามารดาของเธอที่สหรัฐอเมริกา เธอก็เต็มใจและยินดี
ต่อมาเจ้าชายได้ขอแต่งงานกับเธอ ซึ่งเธอก็ตอบตกลง
แต่ตามกฎมนเทียรบาลของราชรัฐมีว่า
ก่อนเสกสมรสต้องให้แพทย์ตรวจภายในก่อนว่าสามารถจะมีรัชทายาทหรือไม่ ซึ่ง แจ็ค เคลลี่, บิดาของเธอ ไม่พอใจ
เขาประกาศว่าบุตรสาวของเขาไม่ใช่พันธุ์ม้าแข่งที่ถึงกับต้องตรวจอวัยวะเพศ
แต่กฎหมายที่นั่นระบุอีกว่า หากการเสกสมรสไม่ผ่านการตรวจภายใน
ฝ่ายหญิงจะต้องจ่ายสินสมรส 2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบิดาของเธอก็ยอมจ่าย
ทั้งสองเสกสมรสกันเมื่อ 19 เมษายน ปี 1956


เมื่อได้เป็นเจ้าหญิงแล้ว เจ้าหญิงเกรซทรงรู้สึกอึดอัดที่ต้องประทับ
อยู่แต่ในปราสาทสีชมพู 250 ห้อง เกรซมาจากเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ
พบอีกว่าราชรัฐแห่งนี้มีเนื้อที่ไม่ถึงครึ่งของเซ็นทรัลปาร์ก, นิวยอร์ก
อีกทั้งไม่สามารถรับสั่งภาษาฝรั่งเศสได้
แต่เวลาก็ได้ช่วยรักษาเรื่องขัดแย้งและความอึดอัดหลายๆอย่างไว้ได้
เมื่อมีประสูติกาลพระโอรสธิดา 3 องค์ คือ เจ้าหญิงคาโรลีน,
เจ้าชายอัลแบร์ต์ และเจ้าหญิงสเตฟานี จึงสามารถสวมบทสตรีหมายเลข 1,
พระชายา, พระมารดาของพระโอรสธิดา และเป็นที่รักของชาวโมนาโกได้เป็นอย่างดี










"ซื่อสัตย์ต่อพระชายาตลอดชีวิต"



แต่ด้วยพระอารมณ์ที่แปรปรวนในช่วงหมดประจำเดือน
ทำให้ทรงคิดว่าทรงหมดคุณค่าต่อพระสวามีและพระโอรสธิดาแล้ว ควร หนี
พวกเขาไปสหรัฐอเมริกาเพื่อรับงานแสดงที่ฮอลลีวูดตามเดิม
แต่ติดขัดหนีไปไม่ได้ ต่อมามีเรื่องหึงหวงพระสวามีว่ายุ่งเกี่ยวกับสตรีอื่น
จึงขอแยกไปประทับที่ปารีสกับพระธิดา
แต่เวลาอีกเช่นกันที่ช่วยประสานให้กลับมาคืนดีกันอีกครั้งหนึ่ง
จนกระทั่งเมื่อ 13 กันยายน ปี 1982
ขณะขับรถกลับจากปารีสพร้อมเจ้าหญิงสเตฟานี
เจ้าหญิงเกรซก็ประสบอุบัติเหตุรถควํ่า บนเนินเขาใกล้โมนาโก
สิ้นพระชนม์อย่างน่าอนาถ


ผลการพิจารณาพระศพพบว่าเจ้าหญิงสเตฟานีเป็นคนขับรถ
แต่ข้อสังเกตนี้ถูกทำให้เลือนหายไปเนื่องจากสเตฟานียังทรงพระเยาว์ และพระ
มารดาก็สิ้นพระชนม์ไปแล้ว เจ้าชายเรนิเอร์ทรงสั่งไว้ทุกข์ 3 เดือน และ
ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสตรีคนใดเลย
แสดงถึงนํ้าพระทัยที่ซื่อสัตย์ต่อพระชายาตลอดชีวิต






































































Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 6:44:35 น.
Counter : 137 Pageviews.  

ลดหน้าท้อง "แบบง่าย"



















































การลดหน้าท้องต้องควบคู่กับการดูแลอาหาร
หลีกเลี่ยงแป้ง น้ำตาล ไขมัน
ขณะเดียวกันต้องออกกำลัง
กายอย่างถูกวิธี ก่อนการบริหารต้องยืดกล้ามเนื้อ 20 นาที
เพื่อช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ยืดแขน ขา บิดลำตัว หมุนข้อ
ตามด้วยออกกำลังกายแบบแอโรบิค คือออกกำลังกายต่อเนื่อง 15-45 นาที
เพื่อวอร์มอัพ และอีกอย่างน้อย 15 นาที หลังบริหารเพื่อให้ร่างกายคืนตัว


กล้ามเนื้อหน้าท้องมี 3 ส่วน คือส่วนบน ส่วนกลาง ส่วนล่าง
ควรบริหารให้ครบทั้ง 3 ส่วน ต้องบริหารช้าๆ อย่ารีบทำ และอย่ากระตุก
ขณะบริหารพยายามให้กล้ามเนื้อหดตัวมากที่สุด
เพื่อให้กล้ามเนื้อเคลื่อนไหวและทำงานอย่างเต็มที่ บริหารสัปดาห์ละ 3-4
ครั้ง ถ้าจะให้ดีต้องวันเว้นวัน

หลักการคือ บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบน
ต้องล็อกตัวส่วนล่างอย่าให้ขยับ บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนล่าง
ต้องล็อกตัวส่วนบนอย่าให้ขยับ



















ท่า <br>Cruncher
ท่า Cruncher










ท่า Cruncher บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบน
1.นอน
หงาย ชันเข่าตั้งฉากกับพื้น ฝ่ามือประสานที่ท้ายทอย

2.ยกลำตัวสูงจากพื้น 3-4 นิ้ว ค้างไว้แล้วค่อยๆ ลงสู่ตำแหน่งเดิม
หายใจเข้าก่อนยกลำตัวขึ้น ขณะยกลำตัวหายใจออก และหายใจเข้าขณะผ่อนตัวลง

3.ทำ 3-4 เซ็ต เซ็ตละ 12-25 ครั้ง




















ท่า Wall<br> Crunch
ท่า Wall Crunch










ท่า Wall Crunch บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนบน
1.นอน
หงายบนพื้น

2.ยกฝ่าเท้าทั้งสองทาบผนังไว้โดยหัวเข่างอเล็กน้อย
แขนทั้งสองประสานไว้ที่ท้ายทอย

3.หายใจออกพร้อมยกไหล่ทั้งสองขึ้นให้มากที่สุด ค้างไว้สักครู่
หายใจเข้าพร้อมกลับมาอยู่ท่าเดิม 4.บริหาร 3-4 เซ็ต เซ็ตละ 12-25 ครั้ง


















ท่า sit <br>up
ท่า
sit up










ท่า sit up บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องส่วนกลาง
1.นอน
หงายบนพื้น ขาทั้ง 2 ตั้งแต่เข่าถึงปลายเท้าพาดบนเก้าอี้

2.ต้นขาตั้งฉากกับพื้น ฝ่ามือประสานที่ท้ายทอย

3.ยกลำตัวส่วนบนและสะโพกขึ้นพร้อมกัน แล้วค่อยๆ ผ่อนลงสู่ตำแหน่งเดิม

4.หายใจเข้าก่อนยกลำตัวส่วนบนและยกสะโพก

5.ขณะยกสะโพกและลำตัวขึ้น หายใจออก และหายใจเข้าขณะผ่อนตัวลง

6.ทำ 3-4 เซ็ต เซ็ตละ 12-25 ครั้ง


















ท่า Low <br>Leg Raises
ท่า Low Leg Raises










ท่า Low Leg Raises บริหารกล้ามเนื้อท้องส่วนล่าง

1.นอนหงายกับพื้นหรือเบาะ มือทั้ง 2
ข้างวางอยู่หลังด้านล่าง

2.ยกขาขึ้นให้ปลายเท้าชี้ขึ้นด้านบน
พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องล่างขึ้น

3.ผ่อนขาลงช้าๆ โดยเกร็งกล้ามเนื้อไว้

4.บริหารเซ็ตละ 12-25 ครั้ง ทำ 3-4 เซ็ต


















ท่า Side<br> Bends
ท่า Side Bends










ท่า Side Bends บริหารกล้ามเนื้อหน้าท้องด้านข้าง

1.นั่งตัวตรง แยกขากว้างเท่ากับช่วงไหล่

2.ประสานมือไว้ที่หลังศีรษะ จากนั้นเอียงตัวลงด้านข้าง
โดยตั้งตัวให้ตรงตลอด ต้องไม่เอนไปด้านหน้าหรือด้านหลัง

3.บริหารเซ็ตละ 12-25 ครั้ง ทำ 3-4 เซ็ต










ไม่จำเป็นจะต้องทำทุกท่าที่กล่าวมา
และผู้เริ่มฝึกใหม่อาจทำแต่ละท่าได้ไม่ถึง 10 ครั้ง ให้ค่อยๆ
เพิ่มขึ้นทุกครั้งที่เล่น








Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 6:41:49 น.
Counter : 183 Pageviews.  

เวทีแฟชั่น ลาแฟ็ต เทรนด์ความงามล่าสุด






















































เทศกาลวัฒนธรรมฝรั่งเศสประจำปี 2006 หรือลาแฟ็ต
เริ่มขึ้นแล้ว
มีพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดเวที
แฟชั่นเสื้อผ้าคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจากดีไซเนอร์ชื่อดังประเทศฝรั่งเศส
โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์
เสด็จเป็นประธาน ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ ณ รอยัลพารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน


ซึ่งในปีนี้บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย (จำกัด)
ผู้นำด้านความงามและสีสันจากประเทศ ฝรั่งเศส
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรังสรรค์ความงาม บนเวทีการแสดงแฟชั่น PARIS -
BANGKOK FASHION PERFORMANCE ด้วยการส่ง 2 แบรนด์ดัง ได้แก่ ลังโคม
เครื่องสำอางสุดหรู เพื่อแต่งแต้มสีสันบนใบหน้า และลอรีอัล โปรเฟสชั่นแนล
ผู้นำด้านการดูแลทรงผม
เพื่อเสริมความงามให้นางแบบทุกคนบนเวทีศิลปะนี้ให้มีความโดดเด่นจับตามาก
ยิ่งขึ้น



อีฟส์ ซาบูแรง
ภัณฑารักษ์ทางแฟชั่นชื่อดังในฝรั่งเศสและผู้สร้างสรรค์ผลงานแก่กระทรวง
วัฒนธรรมฝรั่งเศส เป็นผู้นำคอลเลกชันล่าสุดจากฝรั่งเศสมาให้ชมบนเวที
Paris-Bangkok Fashion Performance
กล่าวว่า
การแสดงแฟชั่นในครั้งนี้มิใช่เพียงการเดินแบบธรรมดา
แต่เป็นมากกว่าเวทีแฟชั่น
ต้องการให้ทุกคนตื่นตากับคอลเลกชันและการนำเสนองานของดีไซเนอร์ทั้ง 4 คน
ที่ได้เลือกมาให้ชมกันในเทศกาลฝรั่งเศสปีนี้


โดยเป็นคอลเลกชันล่าสุดจากดีไซเนอร์เลือดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง
สูงในฝรั่งเศส เพราะต่างมีสไตล์ที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไป











คอลเลกชันแรกสร้างสรรค์โดย FERAUD
ในสไตล์ที่เรียกว่า Classical Paris
แนวคลาสสิกแบบฝรั่งเศส
ซึ่งผู้คนสามารถสวมใส่เดินทางในประเทศฝรั่งเศส ได้อย่างโก้หรู

คอลเลกชันที่ 2 อ่อนหวาน แสดงถึงความเป็นผู้หญิงอย่างถึงที่สุด
สไตล์นี้นำเสนอโดย Fifi CHACHNIL

คอลเลกชันที่ 3 นำเสนอโดย Katherine PRADEAU เป็นแนวที่เรียกว่า
Ethnic
สไตล์ที่มีกลิ่นอายของความเป็นพื้นเมืองผสานกับจินตนาการของดีไซเนอร์ในการ
เสริมแต่งให้ออกมาดูร่วมสมัยอย่างลงตัว และคอลเลกชันสุดท้าย สไตล์ Creative
Luxe ออกแบบโดย Frederic MOLANAC Badboy
เป็นสไตล์ที่มีความเท่เก๋เปรี้ยวและแหวกแนว น่าสนใจ
นำเครื่องแต่งกายจัดแสดงรวมทั้งหมด 60 ชุด นางแบบร่วมแสดง 60 คน





















































สดับพิณ คำนวณทิพย์
ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท ลอรีอัล ประเทศไทย
กล่าว
ว่า การแต่งหน้าและทำผมซึ่งสนับสนุนโดยลอรีอัล ได้รับเอาแนวคิดจากอีฟส์
ซึ่งต้องการให้สไตล์ของหน้าและผมเป็นแบบ Feminine ผสมผสานกับ Creative
Vintage
เพื่อเป็นการเสริมเสน่ห์ให้แก่ใบหน้าและทรงผมของนางแบบทั้งหมดให้กลมกลืน
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับความเป็นหนึ่งของแฟชั่นชั้นนำจากฝรั่งเศส



เนื่องจากได้เห็นงานที่นำมาเสนอ เห็นผลงานของดีไซเนอร์
ทำให้รู้สึกตื่นเต้นเพราะแต่ละดีไซน์มีความแตกต่างอย่างลงตัว
ทั้งความเก่าและความใหม่ ดังนั้นแบบของหน้าและผม
ต้องทำให้เกิดความเหมือนที่แตกต่างโดยเป็นการผสมผสานแนวคิดระหว่าง
feminism ความเก่าแต่ classic และความใหม่
ที่มีแนวคิด
เป็นเรื่องที่ลอรีอัลต้องทำการบ้านเป็นอย่างดี
ซึ่งงานนี้อยากให้ทุกคนได้จับตามองเทรนด์ล่าสุดนี้ไว้ให้ดี.





แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์








Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 6:39:13 น.
Counter : 146 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.