นกเพนกวินขยายพันธุ์ในทุ่งสังหาร Falklands





หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ Falklands เป็นหมู่เกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้
ระยะทางประมาณ 300 ไมล์ทางตะวันออกของชายฝั่ง Patagonian ใต้ของอเมริกาใต้
หมู่เกาะแห่งนี้มีเกาะเล็กเกาะน้อยมากกว่า 776 เกาะ
เป็นดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษตั้งแต่ปี 1833
แม้ว่าอาร์เจนตินาจะยังคงอ้างว่าหมู่เกาะเหล่านี้
อยู่ในดินแดนของประเทศตนมาเป็นเวลานานแล้ว
หลังจากที่ได้ประกาศเอกราชจากสเปญในปี 1816
แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรมาก เพราะกองเรือรบยังห่างชั้นจากอังกฤษมาก
ทำให้ทั้งสองประเทศนี้มีข้อพิพาทเรื่องหมู่เกาะแห่งนี้กันมาอย่างยาวนาน

ในปี 1982 อาร์เจนตินาจึงได้เข้ายึดครองหมู่เกาะดังกล่าว
ทำให้เกิดสงครามระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินา
ที่เรียกกันว่าสงคราม Falklands War
ในช่วงระยะเวลา 10 สัปดาห์ช่วงทำสงครามขั้นแตกหัก
ทหารอาร์เจนตินาตายจำนวน 650 คน
ทหารของอังกฤษตายจำนวน 250 คน
ชาวเกาะฟอล์กแลนด์ตาย 3 คน
ในที่สุดเกาะฟอล์กแลนด์ก็กลับเป็นของอังกฤษตามเดิม
แต่ผู้ชนะที่แท้จริงคือ นกเพนกวินของเกาะฟอล์กแลนด์


ในช่วงศตวรรษที่ 18 เป็นช่วงเวลาที่นิยมการล่าปลาวาฬมาก
อุตสาหกรรมน้ำมันปลาวาฬกำลังเฟื่องฟูมาก
และหมู่เกาะ Falklands ก็ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะมาก
สำหรับการล่าปลาวาฬและการสกัดน้ำมันจากปลาวาฬ
โดยกระบวนการผลิตน้ำมันปลาวาฬนั้น
จะมีการตัดแยกไขมันออกจากตัวปลาวาฬ
และไขมันจะถูกต้มในน้ำเดือดเพื่อให้เหลวในถังขนาดใหญ่
ก่อนที่จะเทกรองแยกไขมันปลาวาฬออกจากน้ำที่ต้ม
แต่หมู่เกาะ Falklands ปราศจากต้นไม้
มีพืชชนิดเดียวที่นี่ที่มีมาก คือ พุ่มไม้เล็ก ๆ ที่ทนต่อแรงลม
ซึ่งแทบไร้ประโยชน์อย่างสิ้นเปลืองในการทำเป็นเชื้อเพลิง


แต่เรื่องที่จัดว่าโชคดีอย่างหนึ่งของนักล่าปลาวาฬ
แต่จัดว่าเป็นโชคร้ายของพวกนกเพนกวิน
ที่เป็นทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์อีกอย่างหนึ่งบนเกาะ
คือ การใช้น้ำมันจากไขมันของนกเพนกวินเป็นเชื้อเพลิงทดแทนต้นไม้
เพราะพวกเพนกวินมีชั้นไขมันสะสมจำนวนมากอยู่ใต้ผิวหนังของพวกมัน
ทำให้พวกนักล่าปลาวาฬรู้ดีว่าไขมันของพวกมันเป็นเชื้อเพลิงที่ทดแทนได้ดีเยี่ยม
รวมทั้งนกเพนกวินไม่ใช่เป็นพวกสัตว์นักสู้/ดุร้าย
และค่อนข้างเชื่องตามนิสัยธรรมชาติยิ่งทำให้ง่ายมากกับการจับมาทำเชื้อเพลิง
ดังนั้นเมื่อใดก็ตามที่ไฟฟืนเริ่มมอดลง
พวกนักล่าปลาวาฬก็คว้านกเพนกวินไม่กี่ตัวแล้วโยนลงในกองไฟทั้งตัวเลย


จนกระทั่งธุรกิจน้ำมันปลาวาฬต้องเลิกกิจการลงในปี 1860
เพราะมีนักวิทยาศาสตร์ผลิตไขมันจากน้ำมันปิโตรเลียมทดแทนน้ำมันปลาวาฬได้แล้ว
แต่พวกนกเพนกวินนับล้านตัวก็ถูกเผาไหม้เป็นเชื้อเพลิงกว่า 300 ปีที่ผ่านมา
ทั้งที่ก่อนหน้านั้น ก่อนที่ชาวยุโรปจะมาถึงหมู่เกาะ Falklands
บรรดาเกาะแก่งต่าง ๆ เต็มไปด้วยกองทัพเพนกวินมากกว่า 10 ล้านตัว
แต่ตัวเลขนี้ลดลงถึง 95% เพราะการฆ่าอย่างล้างผลาญของบรรดานักล่าปลาวาฬ
และการทำประมงอย่างหนักหน่วงในช่วงหลังสงคราม Falklands สิ้นสุดลง





เมื่อ ทหารอาร์เจนตินาต้องการให้เกาะ Falklands
กลับมาในอ้อมแขนของประเทศตน
และเพื่อยับยั้งทหารอังกฤษจากการเข้ายึดครองพื้นที่บนเกาะแห่งนี้
ทหารอาร์เจนตินาจึงได้วางทุ่นระเบิดมากกว่า 20,000 ลูก
ตามบริเวณชายหาดและทุ่งหญ้าใกล้เมืองหลวงของเกาะ Falklands
แม้ว่าหลังจากสงคราม Falklands War สิ้นสุดลงแล้ว
รัฐบาลอังกฤษก็ได้พยายามกวาดล้างทุ่นระเบิด
แต่เป็นความพยายามที่ไร้ผลทั้งยังอันตรายและลำบากอย่างแรง
ดังนั้น รัฐบาลอังกฤษจึงตัดสินใจที่จะปิดกั้นบริเวณที่เป็นทุ่งสังหารที่มีกับระเบิด
โดยปิดป้ายเตือนให้ผู้คนออกให้ออกห่างจากพื้นที่ดังกล่าว


แต่ทุ่งสังหารที่มีทุ่นระเบิดเหล่านี้กลับกลายเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์โดยไม่ได้ตั้งใจ
เพราะสำหรับพวกนกเพนกวินมักจะมีน้ำหนักเบามากพอที่จะเหยียบทุ่นระเบิดโดยไม่ระเบิดได้
ดังนั้น พวกนกเพนกวินจึงเดินไปรอบ ๆ ในพื้นที่ทุ่งสังหารได้อย่างสบายใจ
ในการหาคู่เพื่อทำรังและเดินเตาะแตะภายในบริเวณดังกล่าวเพื่อผสมพันธุ์
ทำให้ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมาจำนวนประชากรนกเพนกวินจึงได้เพิ่มขึ้น
จกทุกวันนี้ หมู่เกาะฟอล์กแลนด์มีนกเพนกวินกว่า 1 ล้านตัว
เขตรักษาพันธุ์ที่แปลกประหลาดแห่งนี้
ได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นที่ยอดนิยม
และเหมาะสมอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
โดยไม่จำเป็นต้องกำจัดทุ่นระเบิดออกไปอีกเลย





หมู่เกาะฟอล์กแลนด์มีคนอาศัยประมาณ 3,000 คน
แต่มีแกะราว 700,000 ตัวและยังมีสถานที่ประมงอีกหลายแห่ง
แต่มีประชากรนกเพนกวินจำนวนมหาศาลจาก 5 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน
ได้แก่ Southern Rockhoppers นักกระโดดบนหินผาชาวใต้
Magellanic นักเดินเรือชื่อดัง, King ราชาอังกฤษ,
Gentoo นักสวดเสียงดัง, และ Macaroni นักแฟชั่น
ชื่อของนกเพนกวินเหล่านี้ได้มาตามพฤติกรรมและรูปร่างของพวกมัน
จำนวนประมาณการนกเพนกวินทั้ง 5 ชนิดรวมกันในตอนนี้ราว 1 ล้านตัว
จากเดิมที่มีอยู่ประมาณการ 10 ล้านตัวแต่ตายเพราะนักล่าปลาวาฬ
และการทำประมงอย่างมากหลังสงครามสิ้นสุดลง


แม้ว่าการครอบครองหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ของอังกฤษ
จะเป็นเรื่องที่ปวดร้าวใจชาวอาร์เจนติน่าที่ต้องสูญเสียดินแดนไป
แต่ที่ผ่านมา ผู้นำอาร์เจนตินาก็ไม่เคยพยายามที่เรียกร้องเรื่องนี้อย่างจริงจังแต่ประการใด
ในเวลาต่อมา รัฐบาลทหารซึ่งนำโดยนายพล Leopoldo Galtieri
กำล้งตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากเพราะประชาชนไม่นิยมผลงานบริหาร
ทั้งยังมีข้อครหาในเรื่องการลักพาตัว การฆ่าผู้นำฝ่ายค้าน และการสังหารหมู่ฝ่ายซ้าย
ทำให้นายพล Leopoldo Galtieri เริ่มรู้สึกกังวลอย่างมาก ยิ่งเศรษฐกิจอาร์เจนตินาเริ่มตกต่ำลง
ความกลัวว่าจะเกิดการจลาจลอย่างรวดเร็วจากชาวบ้านที่เริ่มไม่พอใจรัฐบาลเผด็จการ
นายพล Leopoldo Galtieri จึงปลุกระดมความรักชาติด้วยการบุกยึด Falklands
ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการป้องกันการโจมตีทางทหารแต่อย่างใด
ในวันที่ 2 เมษายน 1982 อาร์เจนตินาจึงได้รับชัยชนะอย่างรวดเร็ว
และประกาศชัยชนะเหนืออังกฤษในดินแดนหมู่เกาะ Falklands

แต่ความสำเร็จของอาร์เจนติมามีระยะเวลาที่สั้นมาก
และเป็นโชคร้ายอย่างแรงสำหรับ Leopoldo Galtieri
เพราะเจอกับนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Margaret Thatcher นางสิงห์เหล็ก
เจ้าของวาทกรรม การเมืองต้องเลือกข้าง คุณจะวางตัวเป็นกลางไม่ได้
เพราะถ้าคุณยืนอยู่กึ่งกลางถนน คุณมีโอกาสจะถูกรถยนต์ชนตายได้ทั้งสองข้าง


นางสิงห์เหล็กก็ไม่พอใจรัฐบาลเผด็จการทหารเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
แม้ว่าดินแดนดังกล่าวจะไม่ใช่พื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์
และอังกฤษก็ไม่มีผลประโยชน์มากมายในดินแดนนี้เลยก็ตาม
แต่อังกฤษก็ทำการโจมตีตอบโต้กลับในเวลาต่อมา
เพื่อคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและอธิปไตยในดินแดน
อังกฤษเคยมีฉายาว่า เจ้าของดินแดนที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน
เพราะในอดีตมีอาณานิคมตั้งแต่ทวีปออสเตรเลีย เอเซีย อัฟริกา ยุโรป และอเมริกา


ในช่วงสงครามหมู่เกาะ Falklands
อังกฤษได้ใช้เวลาเตรียมการรบและพร้อมรบไม่เกิน 2 เดือน
อังกฤษก็มีชัยเด็ดขาดเหนืออาร์เจนติน่า
พร้อมกับนำความล่มสลายให้กับรัฐบาลเผด็จการ Leopoldo Galtieri ในเวลาต่อมา





หลังจากสงครามสงบลงแล้ว
ผู้นำอังกฤษเพิ่งจะตระหนักว่าได้ใช้เงินไปหลายล้านปอนด์ในการนี้
ทั้งนี้เพื่อยืนยันสิทธิการครอบครองหมู่เกาะ Falklands
และน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริง
ให้ประชาชนเชื่อว่าค่าใช้จ่ายในการทำสงครามคราวนั้น
คุ้มค่ามาก คุ้มจริง ๆ คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม คุ้มยิ่งกว่า แฟลตปลาทอง
วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำได้คือ ให้หมู่เกาะ Falklands เป็นแหล่งประมง
ดังนั้น รัฐบาลอังกฤษจึงจัดตั้งเขตการประมงขึ้นมารอบ ๆ เกาะ
และเริ่มขายใบอนุญาตให้กับทุกคนตั้งแต่ชาวเกาะท้องถิ่น
ไปจนถึง บริษัทประมงขนาดใหญ่ระดับนานาชาติ
แม้ว่าจะเป็นแผนการที่ดีและแสนชาญฉลาดของรัฐบาลอังกฤษ

แต่ยกเว้นสำหรับนกเพนกวินที่ต่างอาศัยปลา
ในแหล่งประมงกันเพื่อความอยู่รอด
การแข่งขันกับมนุษย์ในการแย่งชิงอาหารในบริเวณนั้น
กลับกลายเป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่กว่า
สำหรับนกเพนกวินมากกว่าการล่าปลาวาฬในอดีต
เพราะในทศวรรษเดียวประชากรนกเพนกวินของหมู่เกาะต่าง ๆ
ลดลงจาก 6 ล้านตัวเหลือน้อยกว่า 1 ล้านตัว

ผลของสงครามหมู่เกาะฟอล์คแลนด์
และอุปทานที่ลดน้อยลงของปลา
พร้อมกับข้อเรียกร้องอย่างจริงจังเรื่องผลกระทบต่อนกเพนกวินท้องถิ่น
จึงนำไปสู่การเจรจาทางการเมืองระหว่างประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป
พยายามหันหน้าเจรจาทางการทูตมากกว่าการทำสงคราม
ผลที่ตามมาทั้งสองฝ่ายต่างไม่เต็มใจที่จะเสี่ยงทำสงครามกันอีก
เพราะต้องทุ่มเททรัพยากรลงไปแบบขาดทุนกันทั้งสองประเทศ
แบบสันติภาพมีต้นทุน/ค่าใช้จ่ายโดยรวมมักจะน้อยกว่าการทำสงคราม

แม้ว่าจะมีการสำรวจการขุดเจาะน้ำมันนอกชายฝั่งฟอล์กแลนด์
โดยผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าจะมีน้ำมันที่มีมูลค่าราว 11 พันล้านบาร์เรลถูกฝังอยู่ที่นั่น
แต่เรื่องนี้ยิ่งเป็นข่าวดีสำหรับพวกนกเพนกวินทั้งมวล
เพราะตราบใดที่ยังมีความตึงเครียดและความขัดแย้งที่แหลมคม
ระหว่างทั้งสองประเทศยังคงอยู่ แบบยังไม่ใช่มิตร ยังไม่ใช่ศัตรู
พวกนกเพนกวินบนหมู่เกาะ Falklands ก็ยังอยู่ได้อย่างสงบ

ในขณะที่ พื้นที่ส่วนอื่น ๆ ของโลก
ถ้ามีน้ำมันที่รั่วไหลออกมาจากสถานีขุดเจาะน้ำมัน
เรื่องนี้ได้พิสูจน์แล้วว่าคือ มหันต์ภัยอย่างร้ายแรงสำหรับพวกนกเพนกวิน
เพราะพวกนกเพนกวินต้องอาศัยน้ำมันในขนของพวกมัน
เพื่อที่จะรักษาความสมดุลย์และการพยุงตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แต่เมื่อถูกกับน้ำมันดิบแล้ว พวกนกเพนกวินจะจมลงและจมน้ำตาย
หรือต้องลอยตัวอยู่บนน้ำและอดตายในที่สุด


เรียบเรียง/ที่มา


https://bit.ly/2JmfidL
https://bit.ly/2kYaQYt
https://bit.ly/2JeTDZ4


































เรื่องเล่าไร้สาระ


หนี้เลือดรอการค้นพบที่อาร์เจนตินา

สงครามสกปรก Dirty War
จากการรัฐประหารของทหารฝ่ายขวาจัดอาร์เจนตินา
มีการฆ่าพวกฝ่ายซ้ายนิยม Marxist ตายไปเป็นจำนวนมาก
ทั้งยังใช้ คุก ทหาร ศาล ตำรวจ โรงพยาบาล
เป็นสถานที่ยัดเยียดความเป็นธรรมให้กับฝ่ายตรงข้าม
ขณะเดียวกันก็นิรโทษกรรมความผิดหรืออภัยโทษพวกตน
เพื่อให้หลุดพ้นจากความผิด/การถูกลงโทษภายหลัง


ในปี 1977 เริ่มมีการประท้วงจากสตรี 14 คน
แม่บ้านที่อาชีพรับจ้างทั่วไปหรือผู้ยากไร้
ด้วยการเดินรอบจตุรัส Mayo
ตรงข้ามทำเนียบประธานาธิบดี
ใช้ชื่อกลุ่มว่า Mothers of Plaza de Mayo
เพื่อทวงถามความยุติธรรม
และถามว่าลูกของพวกตนหายไปไหน
จากการถูกจับกุมคุมขังของทหารตำรวจ

แต่รัฐบาลขวาจัดไม่พอใจอย่างแรง
จึงมีคำสั่งฆ่าแกนนำ 5 คนทิ้ง
ด้วยการโยนศพทุกคนลงในแม่น้ำจากเฮลิคอปเตอร์
แต่เรื่องนี้ยิ่งทำให้พวกแม่บ้านยิ่งไม่กลัว
กลับรวมตัวประท้วงกันมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
จนรัฐบาลขวาจัดเริ่มปอดแหกไม่กล้ายุ่งกับกลุ่มนี้อีก

ต่อมา มีข่าวระแคะระคายว่า
มีการนำลูกของลูกสาวผู้ประท้วงที่ถูกจับกุมคุมขังไปให้คนอื่นเลี้ยง
หลังจากที่แม่คลอดลูกเรียบร้อยแล้วก็จะฆ่าแม่เด็กทิ้ง
โดยมีข้อมูลจากบุรุษนิรนามแอบส่งมาให้
จึงมีกลุ่ม Grandmothers of Plaza de Mayo
ขึ้นมาอีกกลุ่มหนึ่งเพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจ DNA
เพื่อหาหลานของพวกตนเองกลับมาให้จงได้
ขบวนการนี้ใช้เวลาถึง 40 ปีแล้ว
และสามารถตามหาหลานของพวกตนคืนได้ 120 คนแล้ว


หลังการล่มสลายของระบบเผด็จการทหารในอาร์เจนติน่า
ที่มีแนวคิดบ้าคลั่ง/วิกลจริตในการนำทารกไปให้คนอื่นเลี้ยง
เพื่อกลบเกลื่อนความชั่ว/ความผิดบาปในใจของพวกตน
หรือฆ่าทารกที่เกินกว่า 2 ขวบทิ้งพร้อมกับแม่
แนวคิดนี้คาดว่าได้มาจากพวกนาซีเยอรมันนี
ที่หลายคนหลบหนีเข้าไปอยู่ในอาร์เจนตินา
โดยประกอบอาชีพต่าง ๆ บังหน้า
เช่น อดอล์ฟ ไอชมันน์ ที่ถูกยิวจับได้ที่นั่น
แล้วลักลอบพาตัวไปขึ้นศาลที่อิสราเอล
รวมทั้งมีนาซีเยอรมันบางคน
ที่ยิวฆ่าทิ้งเองในอาร์เจนตินากับในที่อื่น ๆ

หลังจากฝ่ายซ้ายได้กลับมามีอำนาจ
ตามระบอบประชาธิปไตย
โดยผลการเลือกตั้งของชาวบ้าน
ได้มีการไล่ทหาร ตำรวจ ผู้พิพากษา หมอ ผู้คุม
ผู้ที่มีเอี่ยวกับเผด็จการในอดีตจำนวนมาก
ให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่รัฐการ
พร้อมกับจับกุมนำตัวมาดำเนินคดีย้อนหลัง

แม้ว่าตามหลักนิติรัฐนิติธรรม
กฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง
เว้นแต่ส่วนที่เป็นคุณประโยชน์
แต่ก็มีการแก้ไขกฎหมายใหม่
ให้มีผลย้อนหลังกับผู้กระทำความผิดทุกคน
ที่ก่อรัฐประหารและทำสงครามสกปรก
โดยไม่มีอายุความแบบอาชญากรสงคราม/นาซีเยอรมัน
โดยเลียนแบบกฎหมายเยอรมันนี
เพราะถือว่า พวกนี้ใช้ช่องว่างกฎหมาย
หลีกหนีความผิดของตนเอง
ด้วยการนิรโทษกรรมหรืออภัยโทษให้พวกตนเอง

จนทุกวันนี้ยังมีการตามล้างตามเช็ดคนเหล่านี้
รวมทั้งยังมีพวกบาทหลวง
ที่ทำตัวเป็นสายลับสองหน้า
โดยอาศัยคำสารภาพบาปของชาวบ้าน
ใช้เป็นข่าวสารชี้ช่องให้ทหารตำรวจไปจับกุมฝ่ายซ้าย

ทำให้พวกฝ่ายซ้ายบางคน
เกลียดชังพวกบาทหลวงมาก
เพราะเรื่องการเปิดเผยความลับ
จากคำสารภาพบาปของคนในครอบครัวตน
จนมีการจับกุมตัวบาทหลวงบางคน
มาพิจารณาพิพากษาและติดคุกเป็นจำนวนมาก

รวมทั้งการไม่ยอมรับหลักการศาสนาคริสต์
ที่ห้ามการทำแท้งหรือการหย่าระหว่างคู่สมรส
แม้ว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ในประเทศเขตละตินอเมริกา
จะนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิคจำนวนมากก็ตาม
แต่ฝ่ายซ้ายต่างออกกฎหมายยกเลิกแนวคิดทางศาสนาทั้งหมด
เพราะความคับแค้นใจส่วนหนึ่งในอดีต
จากการถุกบาทหลวงบางคนทรยศในอดีต



ในช่วงสงคราม Falklands นั้น
หน่วยทหารที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟันคือ ทหารกูรข่า
ซึ่งมีกิติศัพท์ขึ้นชื่อว่า ลุยไปข้างหน้าไม่มีการถอยหลัง
ตามคติและธรรมเนียมความเชื่อของพวกตน
รวมทั้งผลตอบแทนจากรายได้อาชีพนี้ดีมาก
สำหรับชาวเนปาลที่ยากจนต่างอยากมีอาชีพนี้
เพราะการเป็นทหารรับจ้างที่ผ่านการคัดเลือกจากอังกฤษ
เรียกว่ายกฐานะครอบครัวได้ทันที
ทำให้ทหารกลุ่มนี้ไม่กลัวตาย กลัวความยากลำบาก

ในตอนที่รบในสงคราม Falklands
ทางอังกฤษก็ปล่อยข่าวโฆษณาชวนเชื่อตลอดเวลาว่า
จะใช้ทหารกูรข่าเข้ารบในแนวหน้า
ซึ่งมีผลทางจิตวิทยาสงครามอย่างมาก
เพราะทหารอาร์เจนตินาที่เคยรบกับทหารพวกนี้
ส่วนมากมักจะตายแบบศพไม่สวยซักราย
เพราะถูกทหารกูรข่าฟันดับศพยับเยิน
แบบทหารกูรข่าเดินหน้าฆ่าลูกเดียว ถ้าไม่ยอมจำนน
ทำให้การรบในช่วงหลัง ๆ ที่ Falklands
ทหารอาร์เจนตินาต่างพ่ายแพ้ต่อสงครามทางจิตวิทยา
จึงยอมถอดใจ/ยอมจำนนง่าย ๆ ในช่วงการรบตอนท้าย ๆ

แต่รัฐบาลอังกฤษไม่ยอมกล่าวถึง
ผลงานของทหารกูรข่าเพราะถือว่าเป็นทหารรับจ้าง
เพราะจริง ๆ แล้วอับอายกับประสิทธิภาพ
และความสามารถในการรบของทหารสัญชาติอังกฤษส่วนใหญ่
ที่ต่างปอดแหกไม่กล้าบุกยึดแนวหน้าแบบทหารกูรข่า



Create Date : 08 มิถุนายน 2561
Last Update : 8 มิถุนายน 2561 20:23:11 น.
Counter : 311 Pageviews.

0 comments
解决问题的方法 วิธีแก้ปัญหาราคาถูก Kavanich96
(16 ม.ค. 2563 08:46:12 น.)
แจก อาจารย์สุวิมล
(8 ม.ค. 2563 22:04:13 น.)
รั้งผู้เล่นสำคัญไว้ toor36
(4 ม.ค. 2563 06:21:01 น.)
这个貌似最有用的方法 วิธีที่ดีที่สุด Kavanich96
(3 ม.ค. 2563 19:32:52 น.)
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Ravio.BlogGang.com

ravio
Location :
สงขลา  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ผู้ติดตามบล็อก : 30 คน [?]

บทความทั้งหมด