‘สุสานความคิดกับโรคทางจิตเวช’ - เพราะคิดเลยป่วย เพราะป่วยเลยคิด


อย่างที่เราเคยได้เขียนบอกไป เราเป็นโรคหวาดระแวงและอยู่ในขั้นตอนการรักษา ซึ่งจริงๆ โรคนี้มันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าเราไม่คิด

ย้อนกลับไปในช่วงก่อนการเลือกการตั้งนายกรัฐมนตรี เราเสพข่าวต่างๆ มากมาย เสพคอมเมนต์มากมาย บวกกับทางบ้านก็เป็นบ้านที่อินการเมือง เราเลยมีการเมืองอยู่ในหัวเต็มที่ ช่วงนั้นเวลาแม่ขึ้นแท็กซี่ แม่ก็จะทะเลาะกับคนขับแท็กซี่ เราก็จะนั่งนิ่งๆ แต่เวลากลับมาถึงบ้านก็จะบอกแม่ว่าแม่ก็เฉยๆ ไปซะ เพราะเรากลัวคนขับแท็กซี่จะไล่ลง เพราะแม่เชียร์คุณประยุทธ์ คนขับแท็กซี่ก็จะบอกว่าคนที่ขึ้นมาส่วนใหญ่ มีแต่คนที่ไม่ชอบประยุทธ์ มีแค่ 3% เท่านั้นแหละที่ชอบ แม่ก็จะบอกว่าแม่นี่แหละที่เป็น 3% คุณประยุทธ์เขาเสียสละนะ เขาเข้ามาเพื่อทำให้บ้านเมืองสงบ ไม่อย่างนั้นมันก็จะวุ่นวายไม่รู้จบ แล้วก็ต่อด้วยการพูดเรื่องต่างๆ (ถ้าคุยการเมืองกับแม่นะ บอกเลยว่ายาว อย่าเปิดเรื่องการเมืองขึ้นมาเชียวล่ะ)

แม่ค่อนข้างจะอินกับเรื่องการเมือง เพราะแม่เคยทำงานอยู่ในแวดวงการเมือง ถึงจะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่แม่ก็มีข้อมูลอะไรมากอยู่ บ้านเราจะเชียร์อยู่ 2 พรรค คือ พรรคพลังประชารัฐ กับพรรคประชาธิปัตย์

แต่การที่เรามาอยู่ในบล็อกแก๊งก็ทำให้เรารู้ว่าที่นี่เขาสนับสนุนอีกพรรคหนึ่งนะ ไม่ใช่พรรคที่บ้านเราชอบ มันก็จะมีความอึดอัดซ่อนอยู่ แต่มันก็ไม่ได้แบบว่า ฮึ้ย! เราจะต้องสวนนะ เราก็ไม่ได้อินกับการเมืองขนาดนั้น แต่เรากลายเป็นคนเสพเยอะ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่ามันส่งผลกระทบต่อระบบความคิดของเรา ถ้าเรารู้ เราจะไม่เสพ ถ้าเรารู้ เราจะไม่อ่าน

เพราะการที่เรามาป่วย บอกเลยว่าป่วยการเมือง ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปโรงเรียนนะ แต่หมายถึง ป่วยด้วยเรื่องการเมืองจริงๆ เหลือง แดง ฟ้า เขียว อะไรกันเต็มไปหมด เห็นใครใส่เสื้อสีอะไร กางร่มสีอะไรก็คิดว่าเขาเป็นสีนั้น ทั้งที่ความเป็นจริง เขาอาจจะไม่ใช่สีนั้นก็ได้ มันกลายเป็นฝังอยู่ในความคิด

ไปออกกำลังกายที่สวนเบญจสิริ เห็นคนถือฮูลาฮูป 3 ห่วง 3 สี มีลูก 3 คน เราก็ไปตีความว่าลูก 3 คน เขาเป็นคนละสี คนหนึ่งฟ้า ประชาธิปัตย์ คนสองเหลือง ก็อาจจะเป็นคุณประยุทธ์ คนสามแดง ก็เพื่อไทย เราตีความไปอย่างนี้เลย ช่วงที่เรากลับมาอยู่บ้านและไปออกกำลังกายในช่วงแรกๆ เวลาเดินผ่านไปจุดไหน เห็นใบไม้ร่วงเป็นสีเขียวเหลือง ก็จะมองว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ของคุณประยุทธ์ พอเดินไปตรงจุดที่มีใบไม้สีส้มแดงร่วง ก็จะมองว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นของอนาคตใหม่ เพื่อไทย เราเป็นถึงขั้นนี้เลย

มันเป็นความคิดที่แน่นอนว่า เราต้องได้รับการบำบัด เราก็กินยามาเรื่อย จนตอนนี้เราเฉยๆ กับเรื่องสีแล้วนะ แต่ก็มีบางช่วงที่มันแว้บๆ คิดถึง แต่คิดถึงในแบบที่ว่า ตอนนั้นเราคิดไปอย่างนั้นได้ไงวะ เหมือนๆ กับเรื่องของอาเล็ก หรือ คุณสีเมจิก ที่บางทีเขาอาจจะไม่ได้ชื่อเล็กก็ได้ แต่เราตั้งขึ้นมาให้ เอามาจากคลิปที่เราดูตลกโปกฮา ไม่ใช่คลิปของเขา แล้วเราก็ไปมีความรู้สึกผูกพันกับเขา ทั้งๆ ที่เขาอาจจะไม่ได้อยากผูกพันกับเราก็ได้ หลังจากที่เขาพักการเล่นบล็อกแก๊ง เขาอาจจะไปชอบใครที่ไหนก็ได้ แต่เราก็ดันคิดว่าเขาเล่นของ เพราะเราคิดถึงเขาอยู่ตลอดเวลาเลย แถมเวลาที่นอนลงบนเตียง ก็มีความรู้สึกว่าเขามีอะไรกับเรา เพราะร่างกายเราขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะเป็นที่ความคิดของเรา มันเลยทำให้ร่างกายพาไปถึงจุดนั้น

ตอนนี้เรื่องอาเล็กก็เริ่มซาลงไปแล้ว เราว่าเป็นเพราะเรากินยา เราไม่เลยค่อยคิดถึงเหมือนเมื่อก่อน แล้วเวลานอนลงบนเตียง ก็ค่อนข้างปกติ เราถึงบอกว่ายามันเป็นตัวช่วยที่คอยดึงเรากลับมา และยาก็เป็นตัวผลักคนที่เรารู้จักให้ห่างออกไป ถ้าถามว่า เราอยากเป็นแบบไหนมากกว่ากันระหว่างป่วยกับหายป่วย เราอยากป่วยมากกว่า เพราะมันสนุกมาก เราได้คิดอะไรเยอะแยะมากมาย บ้าๆ บอๆ สุสานความคิดจากการที่เราป่วยจิตเวช มันค่อนข้างสนุกทีเดียวล่ะ แต่เราก็คิดว่า เราก็อยากหาย เพราะจะได้ไม่ต้องจ่ายค่าหมอ ถึงที่บ้านจะยินดีก็เถอะ แต่เราว่าเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นดีกว่านะ

สรุปแล้ว สุสานความคิดของเราไม่ได้เป็นเรื่องเลวร้าย และเราก็อยู่ได้ถ้าต้องอยู่กับมันอีกครั้ง ถ้าวันใดวันหนึ่ง มันมีความคิดแบบเดิมกลับมา ความคิดเรื่องของสี ความคิดเรื่องของคน ความคิดเรื่องความรักที่ลึกซึ้งของอาเล็ก เราก็จะอยู่กับมันอย่างมีความสุข ในขณะเดียวกัน ถ้ามันหายไป เราก็จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขเช่นกัน

ขอบคุณทุกๆ ความคิดที่เข้ามาในช่วงชีวิตของเรา

ขอบคุณโรคจิตเวชที่ทำให้เราได้เห็นภาพอะไรหลากหลาย แปลกตา (เรารู้ว่าเป็นภาพหลอน แต่มันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นดีนะ)

ขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาทำให้เรารู้จัก

ขอบคุณอาเล็กที่อยู่กับเราทุกช่วง ทั้งๆ ที่ความจริง อาเล็กอาจจะไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เป็นเพราะเราคิดไปเอง เราก็อยากขอบคุณ

ขอบคุณพี่เสือที่เป็นความรักที่แท้จริง ที่เป็นภาพจริงที่สุดของเราในขณะนี้

ขอบคุณพ่อแม่ที่เอาใจใส่กับเรามากขึ้นกว่าเดิม ขอบคุณมากๆ จริงๆ ค่ะ

สุดท้าย อยากขอบคุณตัวเองที่ผ่านทุกเรื่องราวมาได้เป็นอย่างดี ทำให้ทุกๆ วันมีความหมาย ขอบคุณจริงๆ



Create Date : 13 กันยายน 2562
Last Update : 14 กันยายน 2562 0:37:14 น.
Counter : 58 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

BlogGang Popular Award#15



comicclubs
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 13 คน [?]



All Blog
  •  Bloggang.com