www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Watchmen , หนังสำหรับคนรักลีลาแบบ Lost ผสมประเด็นแบบ The Dark knight ภายใต้ภาพลักษณ์แบบ Sin city

Watchmen เป็นหนังที่ผมตอบยากมากว่า น่าไปดูหรือเปล่า ?

เพราะ มันเป็นหนังที่ดีมากเรื่องหนึ่ง แต่มันไม่ใช่หนังที่จะเข้าถึงคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะคนบ้านเราที่ไม่ได้มีวัฒนธรรมร่วมกับการ์ตูนต้นฉบับ หรือเหตุการณ์ในหนัง แถม ตัวหนังจริงก็ไม่ได้แอคชั่นมันส์หยดเหมือนที่คาดหวังได้จากตัวอย่าง

ซึ่งก็คงโทษหนังตัวอย่างไม่ได้อีก เพราะต้นฉบับเขาก็ส่งมาแบบนั้น แต่คนบ้านเขารู้อยู่แล้วว่า ตัวหนังเรื่องนี้จะเป็นเช่นไร




... ถ้าจะเล่าสั้นๆก็พอเกริ่นได้ว่า

หนังพาเราไปโลกใบหนึ่งที่ ประธานาธิบดี นิกสัน ได้รับเลือกตั้งมาห้าสมัย และ อเมริกาชนะสงครามเวียดนาม

ในโลกใบนั้น เคยมี กลุ่มคนสวมหน้ากากร่วมมือกันปกป้องสังคมและอยู่เหนือกฎหมาย เสมือน ฮีโร่ แต่ นานวัน ประชาชนเริ่มต่อต้านและประท้วงการมีอยู่ของคนกลุ่มนี้ เพราะเห็นว่ามีอภิสิทธิ์เกินเหตุ คนกลุ่มนี้มีการสืบทอดจากรุ่นแรกถึงรุ่นที่สอง



แต่ในที่สุด รัฐบาลจำต้องถอดถอนการมีอยู่ของฮีโร่ตามเสียงของประชาชน และทำให้ฮีโร่บางคนถูกรัฐไล่ตามจับในฐานะอาชญากรอีกต่างหาก



จุดเริ่มต้นของหนัง เริ่มต้นจาก ฮีโร่รุ่นคุณลุงชื่อ The Comedian ที่เป็นฮีโร่มาตั้งแต่รุ่นหนึ่ง ถูกฆาตกรรมอย่างลึกลับ

เหตุการณ์ของหนังดำเนินเรื่องชวนให้คนดูต้องติดตามว่า ใครกันเป็นคนฆ่า และ มีแผนเบื้องลึกอันใดในการฆ่า



จากนั้น หนังก็พาเราไปพบตัวละครอื่นๆทีละตัว แล้ว ย้อนไปเล่าปูมหลังของตัวละครเหล่านั้น และ เราก็จะค่อยๆเข้าใจ ชีวิตที่แสนเจ็บปวดของตัวละครและแผนร้ายที่น่าขบคิด ที่เริ่มต้นจากการ ฆาตกรรม The Comedian




... ตอนดูตัวอย่างหนังก็ชอบประมาณหนึ่ง แต่พอได้ดูหนังจริง แค่ฉากเปิดเรื่องที่ปูพื้นเรื่องราวของกลุ่มฮีโร่ตั้งแต่รุ่นหนึ่งมาจนถึงรุ่นสอง ผ่านเหตุการณ์สำคัญในโลกความเป็นจริง ที่หนังเอาไปแต่งแต้มในโลกของ Watchmen เช่น กรณีลอบสังหาร JFK , ภาพชื่อดังและศิลปินแอนดี้ วอร์รอล ฯลฯ ก็ต้องร้องในใจว่า ซูโค่ยยยยย

และไม่แปลกใจที่คนอเมริกาจะสนุกกับหนังเรื่องนี้ได้มากเป็นพิเศษ เพราะ ยิ่งคนดูมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์มากแค่ไหน ก็เป็นเหมือนโบนัสที่จะสนุกกับการนำไปล้อในหนังมากยิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ การไม่รู้เลยก็ใช่จะเป็นปัญหามากมายนัก

และ หนังก็ทำให้ผมต้องเสียเงินอีกรอบ คือ หลังจากดูหนังจบก็ตระเวนหา หนังสือการ์ตูนที่จัดได้ว่าแพงที่สุดในชีวิตที่เคยซื้อคือ 600 กว่าบาท แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่า ที่ซื้อมาเป็น นิยายภาพ เพราะ ฟังดูคุ้มค่า แถมที่ซื้อก็เพราะว่า



-Watchmen ฉบับการ์ตูนหรือนิยายภาพ เป็นผลงานของนักเขียน อลัน มัวร์ (ที่คนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักเขาจากหนัง V for vendetta ซึ่งเป็นอีกหนึ่งนิยายภาพอันโด่งดังของเขา) ฉบับการ์ตูนี้คว้ารางวัลมามากมาย เช่น รางวัล Hugo award ฯลฯ แถมยังเป็นการ์ตูนเรื่องเดียวได้รับการยกย่องให้ติดอันดับใน the 100 best English-language novels from 1923 to the present ของนิตยสาร Times

-Watchmen ฉบับหนัง ถูกดัดแปลงโดย ผกก. Zack Snyder ที่คนดูส่วนใหญ่รู้จักจากหนังแมนๆอย่าง 300 (แต่ผมไม่ชอบเท่าไหร่ ชอบ Dawn of the Dead ที่เขากำกับมากกว่า) คะแนนเปิดตัวจากเว็บมะเขือเน่า คะแนนกลุ่มคนดูเฉลี่ยอยู่ที่ 77% และ นักวิจารณ์ก็ให้กันเฉลี่ยที่ 65% และ imdb อยู่ที่ 8.3/10


... Watchmen ทำให้ผมคิดถึงหนังสามเรื่องสามรส และ คิดว่าถ้าใครชอบสามเรื่องนี้ ไม่ควรพลาดที่จะตีตั๋วไปชม Watchmen


ดู Watchmen แล้วคิดถึง Lost




... ส่วนหนึ่งของหนังเรื่องนี้ ทำให้ผมคิดถึง ซีรี่ย์ Lost ที่ หน้าหนังนึกว่า หนังสัตว์ประหลาดถล่มคนบนเกาะ แต่ไปๆมาๆคือ หนังที่เล่าผสมทั้งปรัชญา , ศาสนา , วิทยาศาสตร์ แถมเล่ากระโดดย้อนหน้าย้อนหลังเพื่อเล่าปูมหลังตัวละคร โดย มีความลึกลับชวนอยากรู้คำตอบของเกาะปริศนา ตลอดทั้งเรื่อง

ส่วน Watchmen ก็จะมีการแฟลชแบ็คย้อนกลับไปเล่าปูมหลังที่มาของแต่ละตัวละครให้เข้าใจว่า กว่าจะมาเป็นแบบนี้ได้ พวกเขาผ่านอะไรมาบ้าง โดยผสมผสาน หนังดราม่า ไปกับ หนังสืบสวนสอบสวน ภายใต้ แก่นของปรัชญาทั้งด้านการเมือง , สังคม และ ความเป็นมนุษย์


ดู Watchmen แล้วคิดถึงThe Dark knight




... ขอแสดงความเสียใจจริงๆกับผู้ชมที่ตีตั๋วเพราะเห็นคนแต่งชุดเท่ๆกับตัวอย่างเท่ๆ แล้วนึกว่าหนังจะออกมาแบบ Fantastic 4 หรือ X – men

เพราะตัวหนังออกมาในแนวหนังซูเปอร์ฮีโร่แบบ Dark knight ที่เน้นการตั้งคำถามย้อนกลับไปสู่คนดู หรือให้ความสำคัญกับโจทย์ที่เป็นปรัชญามากกว่า จะเป็น หนังแอคชั่นต่อสู้

ถ้าใน Dark knight โจ๊กเกอร์เคยเตือนแบทแมนว่า แรกๆเค้าก็ดีกับแก แต่วันหนึ่งแกก็จะเป็นเหมือนข้า เมื่อแกไม่มีประโยชน์ ประชาชนก็จะมองแกเป็น ไอ้บ้าใส่หน้ากากที่เป็นส่วนเกินของสังคม ใน Watchmen ก็ถ่ายทอดชะตากรรมเหล่านั้น ภายในไม่กี่นาทีแรก ที่หนังเล่าจากจุดเริ่มต้นสู่จุดจบของฮีโร่สวมหน้ากากอย่างชาญฉลาดและน่าสลดใจ

ถ้าใน Dark knight เคยมีการตั้งคำถามให้ชวนคิดว่า การสวมชุดเท่ๆแล้วทำตัวเหนือกฎหมายในฐานะฮีโร่ เป็น สิ่งที่สมควรมีในสังคมหรือไม่ ใน Watchmen นำเสนอให้เห็นแล้วว่า ผลลัพธ์ที่ตามมาของ คนธรรมดาที่ไม่ใช่คนดีแสนดี มาใส่ชุดฮีโร่ทำตัวเหนือกฎหมายแบบนี้สังคมจะเป็นอย่างไร


ถ้า Dark knight เคยมีโจทย์ประมาณว่า การโกหกประชาชน เพื่อรักษา ความดีงาม สมควรหรือไม่ , จำเป็นหรือเปล่าที่ต้องนำเสนอความจริงให้คนรับรู้ หากความจริงนั้นไม่ช่วยอะไร ใน Watchmen ก็จะมีโจทย์ให้คิดคล้ายๆกันประมาณว่า คุ้มมั้ย กับการฆ่าคนหนึ่งคนเพื่อช่วยคนสิบคน , จำเป็นหรือไม่ที่ต้องให้สังคมรู้ความจริง

ในแง่ความเป็นหนังโดยรวม ผมชอบ Dark knight มากกว่า แต่ถ้าเน้นไปที่ ความน่าสนใจของตัวละครแบบปัจเจกชน หรือ ปรัชญาสังคมที่หนังท้าทายความคิดของคนดู Watchmen นำเสนอได้มากกว่า เพราะ Dark knight ตัวละครค่อนข้างแบ่งสีชัดเจน และ ประเด็นไม่ได้หลากหลายเท่าไหร่ แต่เดินหน้าอย่างมุ่งมั่นในทิศทางเดียว


ดู Watchmen แล้วคิดถึง Sin City




... ถึงจะเป็นหนังที่สร้างจากการ์ตูน แต่ Sin City ก็ไม่ใช่หนังที่เหมาะสำหรับเด็กๆ เพราะ ท่ามกลางบรรยากาศมืดๆทึมๆอึมครึม เนื้อหาของหนังก็เล่าโลกของผู้ใหญ่ ที่พูดถึงกลุ่มคนไร้ทางสู้และถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Sexual abused หรือ child abused หรือการดูถูกเหยียดหยาม (สีผิว/ชนชั้นฯลฯ) อีกทั้ง ใส่ความรุนแรงเลือดสาดหรือฉากเอ็กซ์แบบไม่ยั้ง

Watchmen ก็เช่นกัน หนังมุ่งเล่าถึงสภาพสังคม และ ความเสื่อมโทรมของมนุษย์ โดย ไม่บันยะบันยังในความรุนแรง เช่นฉาก หักแขน กระดูกทิ่ม ตัดมือ เลือดพุ่งปี๊ดพุ่งปี๊ด หรือ ฉากเอกซ์ก็เต็มที่ไม่มีบัง และเช่นเดียวกับ Sin City ที่ตัวละครในหนังไม่มีใครเป็น คนดีดี๊ดี แต่ละคนล้วนมี สีเทา สีดำ ผสมปะปนกันไป



สรุป ... คุณจะชอบหนังเรื่องนี้ ถ้าชอบลีลาแบบ Lost ผสมประเด็นแบบ The Dark knight ภายใต้ภาพลักษณ์แบบ Sin city แต่ คุณจะผิดหวังอย่างรุนแรง ถ้าคาดหวังไว้ว่าจะเป็น X-men หรือ Fantastic four

หมายเหตุ : หนังเรื่องนี้ไม่มีฉายโรงดิจิตอล และ โดนเซ็นเซ่อร์ นั่นคือ ช้างน้อยของดร.แมนฮัตตั้น ถูกทำให้มัวทุกฉากที่ปรากฎตัว บวก หนึ่งฉากจามหัวคนร้าย และ โรง Imax ก็โดนเช่นกัน ถ้าไปดูมีแต่จะเห็น เป้ามัวๆของดร.แมนฮัตตั้นใหญ่ขึ้นเท่านั้น

ป.ล. ส่วนบทความ Watchmen แบบวิเคราะห์เต็มๆขอกั๊กไว้ไปลงใน Filmax สองเล่มข้างหน้าครับผม


ป.ล.2 ขอฝากหนังสือเล่มใหม่ชื่อ มากกว่าที่ตาเห็น - LifeScan เปิดตัวที่งานเทศกาลหนังสือ โซนC1 บูธ N45 สนพ.4-letter word ศูนย์สิริกิติติ์ ปลายมีนาคมนี้





บทสรุปแห่งปี 2008

9 หนังดี(วีดี)น่าดู ประจำปี 2008

10 ตัวละครประทับใจ ประจำปี 2008

10 ฉากประทับใจ ประจำปี 2008

50 หนังประทับใจ ประจำปี 2008(ตอน 1)

5 หนังไม่ชอบ + 50 อันดับหนังประทับใจ ประจำปี 2008 (ตอนจบ)





พื้นที่แนะนำผลงาน{ตัวเอง}

(คลิกที่รูปหนังสือ เพื่อ อ่าน หรือ แสดงความเห็น ต่อหนังสือแต่ละเล่มได้เลยครับ)

ปีนี้ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” ขอฝากผลงานเล่มล่าสุดที่เพิ่งคลอดจ้า อันว่าด้วย 'ความรักและกำลังใจ' ผ่านแรงบันดาลใจจากชีวิตและภาพยนตร์ ในหนังสือที่ชื่อว่า

เมื่อฉันลืมตา แล้วโลกเปลี่ยนไป



และ ผลงานสองเล่มก่อน จากสองปีที่ผ่านมา



"หนังสือรัก" หนังสือที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม กับ องศาที่ 361 หนังสือที่อาสาช่วยคุณค้นหามุมเล็กๆในตัวเองที่จะมีความสุขในชีวิตได้มากขึ้น โดยอาศัย'หนัง'เป็นสะพานพาไปเข้าใจตัวเอง


มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป แต่ เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 สั่งได้จากเว็บของซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก

พูดคุยกับเจ้าของ Blog คลิก

เปิดหารายชื่อหนังเก่าๆนอกเหนือจากในหน้าสารบัญ คลิก





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป




Create Date : 10 มีนาคม 2552
Last Update : 16 มีนาคม 2552 20:03:39 น. 27 comments
Counter : 3433 Pageviews.

 
ขอบคุณครับ
ถ้ากลับไทยจะไปหาหนังสือมาอ่านครับผม
ตั้งกะเล่มก่อนละยังไม่ได้ซื้อเลย


โดย: littlebean IP: 130.101.15.20 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:3:34:13 น.  

 
กำลังหาเวลาไปดูอยู่ครับแบบว่างานกำลังเยอะเลย ว่าแต่หนังสือนี่หาจากไหนเหรอครับ
ใช่ร้านKinokuya ที่พารากอนเปล่าครับ สนใจอยากได้มั่ง


โดย: AquaDrehz IP: 58.9.62.101 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:7:19:42 น.  

 
กำลังลังเลอยู่เลยค่ะ ว่าจะไปดูดีมั้ย
แต่อ่านแบบนี้แล้ว ตัดสินใจเลยล่ะค่ะว่า
ไปดูแน่ๆ เพราะเราชอบ dark night


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:9:47:10 น.  

 
สงคราม คืน สันดานของมนุษย์


โดย: Silver IP: 119.42.64.96 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:13:03:53 น.  

 
บอกได้คำเดียวว่า "เยี่ยม"


โดย: คุณหญิงในสายหมอก วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:14:39:18 น.  

 
เพื่อนบอกว่า "เฮ้ย แกคิดดู มีทั้ง วิลสัน และ ฮาร์ลีย์ เราว่าเหมือนกำลังนั่งดู Little Children เวอร์ชั่นซุปเปอร์ฮีโร่เลยแฮ่ะ"

ส่วนตัวแล้วชอบครับ โดยเฉพาะไตเติ้ลเปิดเรื่อง, ตัวรอร์แชส และการเลือกใช้เพลงที่แสบสันดีแท้ ^^


โดย: BloodyMonday วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:17:19:25 น.  

 
ตอนแรกไม่คิดจะดูหนังเรื่องนี้เลยค่ะ แต่เพราะชอบ Lost มากๆๆๆ + ชอบ The Dark Knight ไม่ใช่น้อย เห็นทีต้องหาเวลาไปดูซะแล้วล่ะค่ะ


โดย: ลิปดา - พิลิปดา IP: 58.9.9.91 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:19:22:14 น.  

 
ชอบมากกว่า The Dark knight ครับ
เพราะ The Dark knight แบ่งสีชัดเกินไป
ผมไม่ชอบขาวดำ ชอบเทาแก่เทาอ่อน
คุ้มมั้ย กับการฆ่าคนหนึ่งคนเพื่อช่วยคนสิบคน
เหมือนตอนไนท์ อาว์ลบอกลุงว่า
ไม่เลือกนิกสัน ก็ได้คอมมิวนิส
ผมซื้อ Filmax มาแล้วครับ คุณหมอบอกว่า
จูเลีย มาแย่งราวัลเ เอเลนไป แต่ผมว่า จูเลีย
เหมาะแล้วนะครับ เพราะเอเลนเหมาะที่จะได้
จากบทสมทบมากกว่าครับ


โดย: The Learner วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:19:58:31 น.  

 
ดูแล้วชอบมากๆเลยครับ เลือกเพลงเก่าๆมาใช้ในหนังได้เหมาะเจาะมากจริงๆ โดยเฉพาะฉากงานศพที่มีเพลง The Sound of Silence นี่ทำเอาขนลุกเลยครับ


โดย: tatai IP: 125.25.207.125 วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:20:19:24 น.  

 
เค้าไม่น่าเซนเซอร์เลย ><"


โดย: Mosquito BuzZ~ วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:4:25:56 น.  

 
ผมชอบ 1 ซีรี่กับ 2 หนังที่ว่าครับ

เหมือนหนังตีแผ่ความจริงที่ไม่มีใครพูดถึง

แรงดี!!!


โดย: Seam - C IP: 58.9.203.148 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:11:16:41 น.  

 
ไปดูมาแล้วครับเยี่ยมมากเลยครับ รำคาญพวกที่เซ็นเซอนิดหน่อยเพราะทำเสียบรรยากาศชอบกล คิดว่าควรแบ่งเรตตั้งแต่ตอนซื้อตั๋วน่ะแหละครับ ไม่ใช่แปะไว้หน้าหนัง แล้วยังเซนเซอร์
ส่วนเพลงผมไม่รุจักอ่ะครับ สงสัยเก่าไป ไว้จะหามาลองฟังดูมั่งครับ ว่าแต่มีใครพอรู้ชื่อเพลงที่ใช้ในหนังทั้งหมดไหมอ่ะ

ปล.นิยายภาพที่ว่าไปหากานที่ไหนอ่ะ
ปล.2 Rorshack เป็นตัวละครที่น่าสงสารที่สุดสำหรับผม แต่ก็เป็นคนที่น่านับถือในความตั้งมั่นในอุดมการณ์ที่สุดเช่นกัน


โดย: AquaDrehz IP: 58.9.208.15 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:13:58:17 น.  

 
... ตอบเรื่องตัวนิยายภาพยังไม่มีแปลไทยนะครับ เท่าที่รู้เพราะไปซื้อมาคือ วางขายอยู่ที่ คิโนพาราก้อน แต่ปกล่าสุดออกจะเอ่อ... ไม่แจ่ม เท่าไหร่เลย ราคาหกร้อยกว่าๆครับ


โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:14:43:52 น.  

 
คุณหมอครับ ผมไปเห็นในพันทิพย์ว่าคุณหมออายุ 18


โดย: The Learner วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:20:26:43 น.  

 
ชอบมากครับ
ดูแล้ว เกิดคำถามตามมาในความคิดอีกมากมาย
กำลังจะหาเวลาไป เก็บรายละเอียดรอบสองอยู่ครับ


โดย: กล้วย IP: 115.67.137.55 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:22:44:58 น.  

 
ไม่อยากจะเซ่ดเลยว่า จริงๆทีมงานซี่รีย์ Lost เค้าก็ได้อิทธิพลมาจาก วอทช์เม็นตั้งแต่ตอนเป็นคอมิกส์แล้วครับ อิๆ จะรออ่านบทวิเคราะห์ในฟิลม์แม็กซ์อย่างรอคอยนะคร้าบ ......


โดย: mr robot IP: 202.28.183.10 วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:10:44:42 น.  

 
ผมก็ได้ไปดูแล้วครับ แต่ขอพูดตรงกันข้ามกับคุณเลย
เพราะหนังมีฉากที่น่ารุนแรงมากเกินความจำเป็น พล็อตหนังไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าต้องการจะสื่ออะไร
หักมุมง่ายเกินไปเดาได้ แล้วฉากเซ็ก์ก็โจ๋งครึ่มมากคับ สุดท้าย ไอเดียของหนังที่ทำเหมือนกับว่า คนที่ตายไปแล้วก็ให้ตายไปสิ ถ้าสามารถรักษาคนที่เหลือให้อยู่รอดได้ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะรอดหรือป่าว แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเหตุการณ์ฆ่าหมู่จะเกิดขึ้นด้วยหรือป่าว มคิดว่าเป็นพล็อตที่สิ้นคิดมากๆ
ถ้าเทียบกับดาร์คไนท์ ซึ่งทำให้คนรู้ว่าเราต้องยึกมั่นกับความดีนั้น มันต่างกันลิบลับเลย เพราะหนังเรื่องนี้มันมืดเกินไปจนน่าสะอิดสะเอียนนั่นเอง


โดย: mr M IP: 129.31.83.20 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:2:51:48 น.  

 
สนุกดีครับ มีประเดนให้คิด
ชอบ Rorshack ในเรื่องนี้ที่สุด
แต่ส่วนตัวประทับใจdark knightมากกว่าครับ



โดย: BroncoZ IP: 125.27.178.139 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:9:31:12 น.  

 
เห็นด้วยทุกประการครับ


โดย: ปัน IP: 58.8.197.182 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:11:31:16 น.  

 
เห็นด้วยทุกประการครับ


โดย: ปัน IP: 58.8.197.182 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:11:31:20 น.  

 
แวะมาทักทายเจ้าของบล๊อค เพราะขี้เกียจอ่านหนังสือ ถ้าไม่ใช่เพราะคำแนะนำแรงเชียร์ของคุณผม.. จอคงไม่ไปดูนะคะ เพราะกลัวน่าเบื่อ ดูไม่รู้เรื่อง แต่พอไปดูกลับชอบมากกว่าที่คิด หนังสนุก ไม่ได้บู๊บู๊ หรือ การ์ตู๊น การตูน มีซับซ้อน ต้องคิดตาม ขอบคุณนะค่ะ

อยากเห็น life scan ไวๆจังเยย ตื่นเต้นไปด้วยจัง


โดย: จอ เจ๊าะแจ๊ะ IP: 202.28.183.10 วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:16:04:09 น.  

 
ไปดูมาแล้วครับ ผมว่าดูหนังสนุกกว่าและง่ายกว่านั่งอ่านในนิยายภาพเยอะเลยนะครับ(ผมอ่านก่อนไปดู) อ่านไปงงไปแสลงเยอะลำดับภาพมันจะอ่านยากกว่าการ์ตูนญี่ปุ่นอ่ะ
หนังเก็บรายละเอียดดีมากครับทั้งฉากอารมณ์ดัดแปลงเข้ากับยุคหนังสมัยนี้ได้ดี
ปล.ภาพ+เพลงดีมากครับส่วนเรื่องประเด็นหนังผมว่ามันสะท้อนและเสียดสีสังคมสมัยนั้นดีครับ


โดย: extern IP: 202.28.249.180 วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:13:29:22 น.  

 
+ ผมชอบพอสมควรอ่ะครับ ชอบไอเดีย ชอบการนำเสนอ ชอบสไตล์ มีแค่ส่วนช่วงท้ายๆ กับบทสรุปที่รู้สึกติดๆ อยู่ในใจยังไงก็ไม่รู้ (หรือจะเป็นเพราะมันมืดหม่นเกินกว่าเหตุหวา เลยไม่เข้าทางผม ... แต่ผมกลับชอบ Sin city มากกว่าเรื่องนี้นะ )

+ ที่แน่ๆ กี๊ซซซซ รอแชซ ที่สุด คนอะไรเท่ห์ซ้า โดนกระชากหน้ากากก็เท่ห์ ขนาดตอนจะไปก็ยังเท่ห์ (รึเราจะเป็นโรคจิตไปแว้ว 555 )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:12:05:19 น.  

 
กั๊กนี่นา
แล้วจะไปหามาอ่าน
ชอบสุดๆอ่ะ เรื่องนี้ รอเก็บแผ่นแท้โลด


โดย: blackholesun IP: 124.120.181.238 วันที่: 27 มีนาคม 2552 เวลา:0:24:43 น.  

 
ดูแล้ว
เจ๋งดี
ตอนแรกดูหนังตัวอย่างแล้วคิดว่าไม่ดูเรื่องนี้แน่นอนเพราะไม่ชอบแนวsin cityไรงี้ แต่ช่วงนั้นเหมือนไม่มีหนังจะดูก็เลยดู
แบบว่าสุดๆ เป็นหนังที่เรียกว่าเป็นหนังจิงๆแบบว่าไม่ได้จงใจจะเลียนแบบเรื่องจิงแต่เป็นการแสดงที่มีสีสันฉูดฉาดและแสดงถึงเนื้อเรื่องได้อย่างนุ่มนวล
ไม่ผิดหวังๆ


โดย: B2TF IP: 202.5.83.161 วันที่: 7 เมษายน 2552 เวลา:1:52:26 น.  

 
ผมพึ่งได้มีโอกาสดูเรื่องนี้ ชอบมากเลยครับ (แต่เว็บมะเขือให้คะแนนน้อยจัง)

เนื้อเรื่องแฝงปรัชญาดูจบแล้วได้อะไรกลับมาคิดหลายอย่าง คงไม่พูดพูดมาก เพราะไม่อยากสปอย ท่านที่เข้ามาอ่าน สำหรับตัวผม ผมจะให้ซัก 9 จาก 10 สำหรับ 1 คะแนนที่หายไปเนื้อเรื่องยังมีความบกพร่องอยู่บ้าง แต่ก็พอจะอภัย

สำหรับคนที่คิดว่าจะดูเอาแอ๊กชั่น หนังเรื่องนี้คงไม่ใช่คำตอบเท่าไหร่


โดย: bulgogi IP: 124.120.228.160 วันที่: 11 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:54:11 น.  

 
พึ่งได้ดูจากแผ่นครับ ชอบมากๆครับ ทีแรกก็คิดว่าจะเป็นหนังแนว super hero ไปๆมาๆกลับกลายเป็น ปรัชญา สังคม การเมือง เปรียบเทียบกับโลกความเป็นจริงไว้หลายๆเรื่องได้น่าคิดมากๆครับ ชอบตอนท้ายๆที่เฉลยความจริงทุกอย่างมากๆครับ


โดย: PGT IP: 124.121.2.225 วันที่: 23 กรกฎาคม 2552 เวลา:3:47:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.