http://twitter.com/merveillesxx และ http://www.facebook.com/merpage
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
21 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
Generation Y’s presentation

โดย merveillesxx





อ่านคำนิยามของ Generation Y จากบล็อกของคุณ grappa

มาดูกันว่าคน Generation Y เขาพรีเซนต์รายงานหน้าชั้นกันยังไง




(1)

ขณะกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ เพื่อเตรียมพรีเซนต์งาน ผมเงยหน้าขึ้นมาเห็น “ป่าน” (นามสมมติ) เพื่อนสาวคนสวยที่นานๆ จะเจอหน้ากันที

ผมผละจากคอมพิวเตอร์ แล้วทักทายเธอ

“เฮ้ย ป่าน จำเราได้ป่าว”

“แหม จำได้สิ ต่อ ใช่มั้ย” (คิดในใจ “ขอบคุณพระเจ้าที่ป่านไม่ทักว่ากูอ้วนขึ้น”)

เนื่องจากผมไม่เคยเห็นป่านเข้าเรียนวิชานี้เลย ผมเลยถามเธอไปว่า

“นี่ป่านมาฟังเพื่อนพรีเซนต์เหรอ แหม ดีจัง มีการมาให้กำลังใจเพื่อนด้วย”

“อ๋อ ป่าว เราพรีเซนต์ด้วย”

“อ้าว! ป่านเรียนวิชานี้ด้วยเหรอ ??” (คิดในใจ “คนสวยเรียนด้วย กูต้องรู้สิ พลาดไปได้ยังไงเนี่ย”)

“เรียนดิ”

“สงสัยป่านนั่งข้างหลังๆ มั้ง เราเลยไม่เคยเห็น”

“อ๋อ ป่าว เราไม่เคยเข้าเลยน่ะ นี่เพิ่งเข้าครั้งแรก เอ้อ นี่เรายังไม่เคยเห็นหน้าอาจารย์เลย”

นี่แหละครับ เด็กเจเนเรชั่นวาย...




(2)

ผมเดินกลับที่นั่งหลังจากพรีเซนต์เสร็จด้วยความเหนื่อย และกระหายน้ำอย่างเหลือทน รู้สึกผิดเล็กน้อยที่เกินเวลาของคนอื่นไป แต่ก็คิดว่าวันนี้ตัวเองทำได้ดีพอควร

ขณะนั่งฟังเพื่อนคนอื่นพรีเซนต์ต่อ ทันใดผมก็ดังยินเสียงฝีเท้าวิ่ง ตึก ตึก ตึก มาจากด้านหลัง เสียงผู้ชายคนหนึ่งแทรกเข้ามา

“เฮ้ย มึงๆๆ วันนี้พรีเซนต์เหรอวะ”

“เออดิ มึงไม่รู้เหรอเนี่ย แล้วนี่มึงเตรียมอะไรมาบ้างรึป่าว”

“ห่า กูเพิ่งรู้ว่ามีพรีเซนต์ก็ตอนนี้นี่แหละ”

“อ้าว ชิบหายแล้ว มึงทำไงเนี่ย”

“เฮ้ย ไม่เป็นไร เออ เดี๋ยวกูมานะ ไปห้องคอมแป๊บนึง”

20 นาทีต่อมา ชายคนนั้นกลับมาพรีเซนต์หน้าห้อง ด้วยการอ่านเอกสารปึกหนึ่งที่เขาเพิ่งพรินท์มาสดๆ ให้เพื่อนๆ ฟัง

นี่แหละครับ เด็กเจเนเรชั่นวาย...




(3)

การรายงานผ่านพ้นไปได้ร่วมชั่วโมง มีทั้งเรื่องน่าสนใจ และเรื่องที่ไม่รู้จะเอามาทำไม ปะปนกันไป จนมีชายคนหนึ่งพรีเซนต์เกี่ยวกับหนังของจางอี้โหมว ผมจึงรู้สึกสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอีกครั้ง

นี่คือเนื้อหารายงานของเขา

“เอ่อ...ก็จะพูดเรื่องหนังของจางอี้โหมวนะครับ...

เอ่อ...หนังแรกเรื่องของเขาก็คือเรื่อง....เอ่อ...เอ่อ...เฮ้ย อ่านไม่ออกว่ะ

สำหรับเรื่องนี้ก็สร้างขึ้นเมื่อปี...เอ่อ...เฮ้ย ปีไรวะ (หันไปถามเพื่อน) อ๋อ ครับ ปี 1991 นะครับ

เรื่องย่อของหนังนะครับ...ก็มีอยู่ว่า....เอ่อ...เอ่อ...เฮ้ย ไอ้ป๊อก มันอยู่ตรงไหนวะ กูหาไม่เจอ....เอ่อ...โอเค ไม่เป็นไรครับ หาไม่เจอ เราข้ามไปดูหนังเรื่องต่อไปเลยดีกว่าครับ....”

นี่แหละครับ เด็กเจเนเรชั่นวาย






ภาคผนวก: Generation Y

1. สามารถเรียนจบได้เกรดมา โดยไม่เคยเห็นหน้าอาจารย์

2. วันที่ต้องฝากเพื่อนจองที่นั่ง มีแค่ 2 วัน คือวันเปิดคอร์ส (เข้าไปฟังว่าเรียนอะไรบ้าง) กับวันปิดคอร์ส (เข้าไปฟังว่าสอบอะไรบ้าง)

3. หากไม่ได้เข้าคาบแรก จะไม่ถามเพื่อนที่เข้าว่า “งานเยอะมั้ย” แต่จะถามว่า “สวยๆ เยอะมั้ย”

4. จำนานนักศึกษาที่ลงทะเบียนไม่ได้ขึ้นกับคำถามว่า “สอนดีมั้ย” แต่เป็น “เอ เยอะมั้ย”

5. สามารถจดเลคเชอร์ได้ พร้อมกับการกินขนม ฟังไอป็อด และคุยโทรศัพท์มือถือ

6. นิยามเลคเชอร์ที่ดีคือ “อ่านง่าย เห็นชัด ซีร็อกซ์ติด และสั้นที่สุด”

7. วันแห่งหายนะคือ วันที่เครื่องซีร็อกซ์เจ๊ง

8. รายงานกลุ่มคนยิ่งเยอะ คนทำจะยิ่งน้อย

9. ไอดอลของเจเนเรชั่นวายคือ พี่กุ๊กกิ๊ก (google) และพี่วิกกี้ (wikipedia)

10. สุดท้าย โปรดทราบด้วยว่า มหาวิทยาลัยของประเทศไทยทุกแห่งได้ตกเป็นอาณานิคมของเกาหลีแล้ว เพราะขณะนี้นักศึกษาชายทุกคนล้วนเป็น ดองบังชินกิ !!


ปล.1 ป่านบอกว่าที่ไม่เข้าเรียนเพราะติดฝึกงาน ไม่เป็นไร ป่านไม่ผิดครับ ผมอยู่ข้างป่านเสมอ

ปล.2 ผมหมดสภาพนักศึกษาแล้วครับ





Speed - My Graduation



Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2550 6:09:30 น. 15 comments
Counter : 936 Pageviews.

 

หนังที่ได้ดูในช่วงนี้ (ยังไม่ได้ดู Babel นะ)

1. Nada Sou Sou (2006, Nobuhiro Doi, B-)
ไม่น่าเชื่อเลยว่า ผกก. Be With You จะทำหนังได้น่ารำคาญ และเชยลากดินขนาดนี้ / ดูหนังจบคุณจะหลอนคำว่า "นีนี่"


2. The 400 Blows (1959, Francois Truffaut, A+)
ชอบมาก ขอคารวะทรุฟโฟต์


3. Antoine and Colette (1962, Francois Truffaut, B)


4. The Wild Child (1970, Francois Truffaut, A-)


5. Fahrenheit 451 (1966, Francois Truffaut, A-)


6. The Great Train Robbery (1903, Edwin S. Poter, B+)


7. Life of An American Fireman (1903, Edwin S. Poter, A-)


8. Meshes of the Afternoon (1943, Maya Deren, A+)
กราบตีน มายา เดเรน


9. At Land (1944, Maya Deren, A+)
กราบตีน มายา เดเรน อีกครั้ง


10. A Study In Choreography For Cinema (1945, Maya Deren, B+)


11. Ritual In Transfigured Time (1945-6, Maya Deren, A)


12. Meditation On Violence (1948, Maya Deren, B)


13. The Very Eye of Night (1952-9, Maya Deren, B+)


----------------------------------


เพลงที่ได้ฟังช่วงนี้


1. JJ72: I To Sky (2002, A)
ไม่น่ายุบวงเลย


2. The Chemical Brothers: Push The Button (2004, A-)


3. Cocteau Twins: Head Over Heels (1983, A+)


4. Cocteau Twins: Blue Bell Knoll (1988, A+++++)


เวลาฟัง Cocteau Twins แล้วรู้สึกเหมือนฟังบทสวดร็อคที่ร้องเป็นภาษาต่างดาว เหมือนห้องของตัวเองกลายเป็นโบสถ์ของชนเผ่าโบราณที่ถูกหลงลืม


โดย: merveillesxx วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:5:59:03 น.  

 
ี่สอบเสร็จหมดแล้วเหรอ

เกือบๆ เห็นด้วยกับคำในสโลแกนนะ
""การศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นแต่เพียงห้วงแห่งการฝึกฝนเทคนิคเพื่อรับมือกับความเงียบเหงาเบื่อหน่าย" -"

แต่สมัยพี่เรียน มีอาจารย์คนหนึ่ง ทำให้พบว่าการเรียนอุดมศึกษาไม่สูญเปล่า
ทำให้ตื่นเต้นที่จะไปเรียน ตื่นเต้นที่จะอ่านหนังสือเพื่อถกเถียงกับอาจารย์

แต่น่าเสียดายที่วิชาแบบนี้ี และอาจารย์แบบนี้มีน้อยมาก

ัเอาเข้าจริง ตอนเรียนมหาลัย พี่ก็ำได้อะไรๆ จากการศึกษาในระบบน้อยมาก
ส่วนใหญ่ก็ต้อง "หาเอง" นอกห้องเรียน หาเองให้ห้องสมุด ในหนัง ในหนังสือ ในเพื่อนที่ร่วมสนทนา ฯลฯ


พี่พอจะนึกภาพสิ่งที่เจน y ต้องเจอออกเลยนะนี่

ป.ล. อย่าลืมไปดู Babel (รออ่านอยู่นะ )

Music and Lyrics ก็ตลก โรแมนติคดีเน้อ


โดย: เจน' x (grappa ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:8:01:00 น.  

 
เราว่าเราก็เกือบเป็นแล้วนะ ไอ้เจนวายเนี่ย

แต่เราเป็นแค่บางวิชาเท่านั้น

ส่วนวิชาเอกที่เรียน ถ้ทำเยี่ยงนี้ มีหวังอาจารย์ส่งลงโลงแล้วตอกตะปูแน่ๆ


**ขอเจริญในธรรม


โดย: สุด IP: 58.8.47.20 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:47:26 น.  

 
ยามเลคเชอร์ที่ดีคือ “อ่านง่าย เห็นชัด ซีร็อกซ์ติด และสั้นที่สุด”


อันนี้จริงมากๆ


โดย: ปืนกล IP: 203.131.217.34 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:59:17 น.  

 
หนังของเฟลลินีนี้หนังเซอเรียลของแท้เลยครับ

เพราะว่ามันเต็มไปด้วยภาพความฝันอันแสนแฟนตาซี มันหลุดจากความเหมือนจริงไปแล้ว

Divine Intervention พี่รู้สึกเหมือนต่อเลย คนเราถ้ามันเกลียดชังอย่างไรให้ตายมันก็ไม่มองหน้ากัน ฉากตอนแรก ๆ นี้แสดงได้อย่างชัดเจน นับแต่ฉากซานตาครอสถูกไล่ฆ่าไปยันฉากพระเจ้ามาเยือนในตอนสุดท้าย

ด้าน Cocteua Twin เคยฟังครับ ตอนพี่เต้เขียนแนะนำในไบโอฯ ก็ไม่ตามหาฟัง (แต่หายากอ่ะ) ถือว่าเป็นโชคมาก ไปเจอในกองซีดีมือสองที่ CD Warehouse ได้มาสองอัลบั้ม (จำชื่อไม่ได้ล่ะ แต่เป็นคนละชุดกับที่ต่อฟัง) ยอมรับเลยว่าเสียงนักร้องนำนี้พระเจ้ามาก

พูดถึงเรื่อง Gen Y พี่โชคดีเหลือหลายที่เจออาจารย์หลายท่านสอนให้เราเป็นมากกว่าความเป็นแค่เกลียวน๊อตอันแสนไร้สาระ คนแรกที่อยากกล่าวถึงเลยคือ อ.สมเกียรติ ตั้งนโม แห่งคณะวิจิตรศิลป์ มช. และ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน สุดตีนครับ อาจารย์ท่านสอนโดยให้เด็กฉายหนัง ตอนเรียนจบก็มานั่งคุยกัน และอาจารย์จะสรุปตอนท้าย

เรียนมาสี่ปี อาจารย์แทบไม่เคยพูดซ้ำกัน ได้อะไรใหม่ ๆ ทุกครั้ง สุดยอดมาก

ส่วนคนอื่น ๆ ก็อย่างเช่น อ.ประมวล เพ็งจันทร์ ที่พึ่งไปออกรายการเจาะใจ สัมภาษณ์เรื่องการเดินจากเชียงใหม่ถึงสมุย อาจารย์เป็นสุขนิยมที่มอบความงามให้กับปัญญานักศึกษาอย่างมาก ฟังความคิดนี้ทีไรเรารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาไม่น้อย

ด้วยท่านอาจารย์เหล่านี้ทำให้พี่หลุดพ้นจากการเป็น Gen Y ครับ (แต่บางวิชาก็เคยผ่านมาแบบไม่เคยเข้าเรียนเหมือนกัน เด็กเลวมาก ๆ)


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:55:38 น.  

 
ยังไม่ได้ดู Babel เลย อยากดูอ่ะ

ต้องหาเวลาไปดูก่อน สงสัยได้ดูควบกับ Volver แน่เลย


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:59:46 น.  

 

ช่วงนี้ จขบ. เพิ่งเรียนจบ บรรยากาศบล็อกอาจจะ Nostalgia อยู่เรื่อยๆ หากเลี่ยนก็ขออภัยนา



ตอบ พี่ grappa + พี่ดอง

ยังไม่สอบเลยจ้า จริงๆ ก็ยังไม่หมดสภาพนศ.โดยสมบูรณ์นะ สอบเสร็จต้นมีนานู่น แต่ตอนนี้ไม่มีเรียนแล้วอ่ะ ปิดคอร์สไปหมดแล้ว เลยหลอนๆ

ตอนนี้ก็ต้องปั่นรายงานหูตูบ พร้อมกับการลุ้นเกรดว่าจะได้ 3.50 (ที่โหล่เกียดหนึ่ง) หรือ 3.49 (ที่หนึ่งเกียดสอง) ถ้าได้อันหลังพ่อขู่ว่าจะยกมรดกทั้งหมดให้วัดอ่ะ

สโลแกนที่จั่วไว้ก็ไม่ได้เห้นด้วย 100% หรอกนะ แต่มีบางช่วงที่รู้สึกแบบนั้น น่าจะเป็นตอนที่ยังอยู่หอที่รังสิตนะ คือตอนนั้นมันจะมีเวลาว่างเยอะมากๆ (เรียนก็น้อย + ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง) แล้วก็ได้อ่าน Norwegian Wood ตอนปีสองพอดี (พระเอกก็อยู่หอพักเหมือนกันด้วยนะ) แต่พอขึ้นปีสาม ปีสี่ ก็ไม่ค่อยมีความรู้สึกแบบนั้นแล้ว

ตอนปีสามจะรู้สึกอยู่บ่อยๆ ว่าเลือกคณะผิด ไม่น่ามาเรียนเสดสาดเลย แต่ ณ ตอนนี้รู้สึกดีใจมากนะ ที่เรียนคณะ ถึงแม้จะเรียนจบออกมาด้วยความรู้เสี้ยวขี้เล็บ (คิดดูบางทียังเขียนกราฟ demand & supply สลับข้างกัน) แต่รู้สึกว่าคณะนี้มันช่วยมากเรื่องระบบความคิดน่ะ ถ้าเกิดต่อเข้า วารสาร เอกฟิล์ม (ตามที่หลายๆ คนเข้าใจผิดบ่อยๆ) คงไม่ได้เป็นแบบนี้ เรารู้สึกว่าคณะนี้มันเรียนเชิง technique เยอะไปหน่อย ไม่ค่อยมี intellectual software (ขนาดอาจารย์ก็ยังยอมรับเรื่องนี้)

ภูมิใจที่เรียนธรรมศาสตร์ (คนชอบเข้าใจผิดว่าเรียนจุฬา เพราะจบจากสาธิตจุฬา) จุดหนึ่งก็ตรงที่มีอาจารย์เก่งๆ เยอะมาก อย่างเช่น อ.รังสรรค์ ผู้มีสมองเหนือกว่าเพนเทียม 4 (อยากให้โคลนนิ่งอาจารย์เก็บไว้จัง - ฮา) หรือ อ.บุญรักษ์ ที่ทำให้หลุดจากกรอบการดูหนังแบบ textual สู่ contexual เป็นต้น (แม้ว่า อจ. จะไม่ค่อยสอน เน้นอ่านเอง และพูดเรื่องทักษิณเสียเยอะ อิอิอิ)

เสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้ไป sit-in กับอาจารย์เทพๆ อย่าง อ.ธเนศ หรือ อ.สมศักดิ์ (แต่หลายหลังกลัวถูกตำรวจจับยกคลาส ฮ่าๆๆๆ)

สิ่งที่ต่อเป็นห่วงเด็กรุ่น Gen'Y คงเป็นเรื่อง "สมองข้างขวาฝ่อ" คือการศึกษาบ้านเรามันเน้นสมองข้างซ้ายจริงๆ (พระนเรศวรชนช้างปีไหน มันยังไม่เลิกถามเลย) ประกอบกับสื่อรอบตัวสมัยนี้มัน "บอกเล่า" อะไรต่ออะไรหมดเปลือก ไม่เหลือพื้นที่ให้จินตนาการเลย (reality show นี่ตัวดี) แล้วเด็กสมัยนี้ก็ไม่อ่านหนังสือกันแล้ว

พูดแล้วก็นึกถึงอีกประโยคใน Norwegian Wood ที่บอกว่า "ศัตรูที่แท้จริงของการปฏิวัติ มิใช่สถาบันรัฐหากแต่เป็นการขาดไร้จินตนาการ"

แต่ยังไงก็รู้สึกเห็นใจเด็ก Gen'Y ในหลายเรื่องๆ เงื่อนไขทางสังคมมันเปลี่ยนไปมาก หลายสิ่งหลายอย่างล่อหลวมเด็กให้อยู่ในภาวะล่องลอย น้องๆ เดี๋ยวนี้เลยยิ่งเวลาค้นหาตัวเองนาน (ยกเว้นกรณีน้องประมงใน Final Score)

ก็อย่างว่า "จะมีวัยไหนที่มีแต่ความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน นอกจากวัยหนุ่มสาว" มูราคามิ ว่าไว้งั้น


โดย: merveillesxx IP: 203.131.213.105 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:20:05 น.  

 
อ๊ะ เราเพิ่งได้ดูหนังของทรุฟโฟต์ ช่วงนี้เหมือนกันเลย
กำลังกรี๊ด อองตวน สุดๆ คนไร ล๊อหล่อ ฮ่าๆๆๆ


โดย: ลี อี มี คี จิ ปี งี ฟี ภี ตี บี วี IP: 125.63.194.229 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:30:01 น.  

 
ชอบที่่ต่อตอบมากเลย
จริงๆ ไม่สำคัญหรอก ว่าเราเรียนอะไีร
แต่สำคัญที่ว่า เราคิดอะไร มากกว่า


โดย: grappa IP: 58.9.187.215 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:56:56 น.  

 
แต่แปลกแฮะ เจนวายในแบบฉบับของต่อกลับไม่เหมือนของเราเลยแม้แต่นิด (ถ้าจำกัดความว่า เจนวาย คือ คนที่ตอนนี้ มีอายุตั้งแต่ 4-25 ปี)

เพราะเจนวายส่วนใหญ่ที่เราเจอ มักเป็นพวกบ้าพลัง สามารถทำงานหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน (เช่น ดูทีวี, เล่นเน็ต, ทำงาน, ฟังเพลงพร้อมๆ กัน) และที่สำคัญ ทำงานได้ไม่เลือกสถานที่ฮ่ะ

สดๆ ร้อนๆ ที่เพิ่งเจอไปก็คือ วันนี้ ที่ทำงานมี Workshop เรื่อง Produce to Demand แบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่มย่อย ให้เวลาสองชม. ในการคิดและนำเสนอผลงาน

ตอนแรกกลุ่มของอิฮั้นก็คิดว่า จะใช้พาวเวอร์พอยท์นำเสนอกันอยู่แหละ แต่เห็นกลุ่มอื่นชิลๆ ไปนั่งกินกาแฟที่สตาร์บั๊คส์กัน กลุ่มของอิฮั้นก็เลยนิ่งนอนใจ ทำ action plan เป็น excel ก็พอวะ (เพราะจะว่าไป เวลาที่มีอยู่ก็น้อยเท่าหอยมด ทั้งคิด ทั้งทำ powerpoint คงไม่เสร็จเป็นแน่แท้ เลยคิดว่าทำ excel เป็น pivot table แบบ advance ก็น่าจะพอแล้ว)

แต่ไปๆ มาๆ ตอนพรีเซนต์งาน ปรากฎว่า อีกลุ่มชิลๆ นั่งกินกาแฟที่สตาร์บั๊คส์ กลับใช้โปรแกรม Keynote (โปรแกรมใน Mac OS X) พรีเซนต์ซะไฮโซหรูหรา แถมข้อมูลก็แน่นปึ้ก มีการวิเคราะห์ Gap Analysis ซะด้วย

กลุ่มของข้าพเจ้าตายไปเลย


โดย: it ซียู IP: 58.10.102.182 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:15:45 น.  

 

ตอบ พี่ลี

ในบรรดาพวก french new wave ทรุฟโฟต์นี่เป็นคนที่เราสนใจน้อยที่สุดเลย เราคิดว่าหนังเค้าไม่ค่อยเข้าทางเราน่ะ แล้วหนังเรื่อง Jules et Jim ก็เป็นหนังที่เรียกว่าเกลียดได้เลย (ฮา)



The 400 Blows

เราคิดว่า สาเหตุที่เราชอบ The 400 Blows มากๆ ก็เพราะเราชอบหนังเรื่อง What Time is it there? ของไฉ้หมิงเลี่ยงมากๆ (แม้ว่ารอบแรกจะดูไม่จบ เผลอหลับไปก่อน) มันจะมีฉากที่ติดตาเรามากๆ คือฉากที่ เสี่ยวกัง (หลี่คังเซิง) กอดหมอนนั่งดูหนังเรื่อง The 400 Blows ซ้ำๆ ทีนี้พอเราได้ดู The 400 Blows แล้ว เราก็เลยรู้สึก connect กับเสี่ยวกังได้มากขึ้น คือแต่ก่อนจะแค่เข้าใจว่า เอ้อ ไอ้หมอนี่มันเหงานะ แต่ตอนนี้เราก็จะรู้มากขึ้นไปอีกว่า เวลามันนั่งดู The 400 Blows เนี่ย มันรู้สึกยังไง






เอ้อ เห็นด้วยว่าอองตวนหล่อ เราว่า ฌ็อง ปิแอร์ เลโอด์ นี่เป็นอะไรที่คลาสสิกมากสำหรับประวัติศาสตร์ภาพยนตร์นะ รวมถึงการปรากฏตัวของเขาในหนังเรื่อง What Time is it there? และใน Irma Vep ของโอลิวิเยร์ อัสซายาส (แต่เรื่องหนังนี่ ดิฉันอึ้งชุดที่จางมั่นอวี้ใส่มากกว่า ฮ่าๆๆๆ)


โดย: merveillesxx IP: 203.209.101.216 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:19:59 น.  

 
ใจจริงแล้ว...เอ่อ...ผมก็ไม่อยากให้ เหมารวม Generation Y ขนาดนั้นหรอกครับ
(แต่เข้าใจว่า จขบ. เขียนเอาขำแกมประชด)

จะว่าไป น้องปีหนึ่งช่วงนี้ ผมก็เริ่มรู้สึกว่ามันเป็นคนละ Generation กับผมแล้วนะ มันเปลี่ยนไวมากเดี๋ยวนี้

ปล. จขบ หมดสภาพนักศึกษาแล้ว แต่ผมยังไม่จบครับ จากการทำตัวเป็น Generation Y/2 (หารสอง) คือไม่เข้าเรียนเลย และไม่สนด้วยว่าจะมีงานอะไร ไม่สนแม้ว่าใครจะสวยหรือไม่ มัวแต่ไปทำอย่างอื่นหมด


โดย: ShadowServant วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:54:48 น.  

 
วันนี้สอบ Br มาอย่างงง

เล่นถามพัฒนาการความสัมพันธ์ของ Dr.D กับ Reba ใน Rsd daogon เล่นเขียนไปตามความรู้สึกซะเลย+จิตวิเคราะหฺนอหน่อย

อีกข้อเกียวกับหนัง ที่เกียวกับชาตินิยมเรื่อง "
churmming man" ที่ดูถูกผู้อพยพชาวปากีสถาน ที่ลบพักที่เดนมาร์ก

เรื่องของเรื่องมันเกิดจากอีตา Lars มันเป็นคนเดนมาร์กที่จับพลับจับพลูที่ทำให้เขากลายเป็นคนปากี และถูกกาดูถูกจากชาวเดนมาร์ก ไม่มีใครรับเขาทำงาน แถมยังหาว่าจะไปข่มขืนนางเอก ทั้งๆที่ตอนแรก(เป้นเดนมาร์ก) ๆๆดรับการตอนรับอย่างดีจากเพื่อนบ้าน แต่พอเป็นปากี ดันโดนกล่าวหาว่าเป็อาชญกรซะงั้น

คนเรานี่ก็แปลก ชอบเอาวัฒนธรรมของตัวเองไปตัดสินวัฒนธรรมของคนอื่นอีกเรืองหนึ่งที่เป็นแนวนี้เกี่ยวกับเผ่าซาไกเรื่อง "Walk about" กัดคนขาวได้ใจมาก

แถมต้องวิเคราะห์ "whale Rider" เชิงมายาคติอีก มึนมากๆ


เลยเข้ามาบ่นซะเยอะเลย


แต่เราไม่ใช่เด็ก Gen'Y แน่นอน อีก 3 ปีจะพ้นช่วง Gen'Y แล้ว


โดย: penguinbear IP: 210.86.135.12 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:13:54:40 น.  

 



The Return of the Witch

Tori Amos กลับมาแล้ว!

อัลบั้มใหม่ของเธอจะออกวันที่ 1 พ.ค. ชื่อว่า American Doll Posse

โปรดสังเกตรูป - มือขวาถือไบเบิ้ล เขียนคำว่า SHAME และมีเลือดไหลออกมาจากจิ๋ม!!


ปี 2007 จะเป็นปีแห่ง "ผู้หญิงเฮี้ยน" เพราะจะมีศิลปินดังนี้ออกอัลบั้ม

Tracey Thorn (หน้าปกสวยมากๆ)

Portishead

Elizabeth Flazer (ถ้าเธอไม่สติแตกก่อนทำอัลบั้มเสร็จเสียก่อน)

และ

Bjork เวอร์ชันฮิปฮ็อป!!


โดย: merveillesxx IP: 203.209.121.186 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:14:31 น.  

 
ฮ่าๆ เจเนอเรชั่น Y เหมือนกัน
วิชานั้นเราก็เข้านะ (เราเรียนคลาสเดียวกะคุณมาสองครั้งแล้ว รู้ตัวป่าว...ว...ว..ว)
จางอี้โหมว ฟังไปขำไป

เป็นเด็กเจน Y ด้วยการไม่เข้าเรียน LA 209 เลยทั้งเทอม เพราะว่าซัมเมอร์นั้นเราไปฝึกงาน แต่ขอลาวันจันทร์ มานั่งเล่นกับเพื่อนใต้ตึกบัญชีซะงั้น
อ. หน้าตาเป็นไงยังไม่รู้เลย เกิดข้อสอบออกว่า วิชานี้สอนห้องไหนเราก็ตอบไม่ได้อ่ะ 555+


โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย IP: 124.121.166.210 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:14:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

merveillesxx
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 57 คน [?]




สำส่อนทางการดูหนัง ฟังเพลงและเสพวรรณกรรม
New Comments
Friends' blogs
[Add merveillesxx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.