Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
13 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
กระทู้เวียนวนในเฉลิมไทย..ละครเกาหลี..ละครไทย..ไหงมาลงที่ TCDC



เห็นกระทู้เรื่องการยุบ TCDC ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบฯ มาพักใหญ่ มีทั้งสมาชิกและไม่สมาชิกเข้ามาถล่มกันตรึม เนื่องจากศูนย์นี้กำลังถูกยุบย้าย... ก็น่าเห็นใจอยู่ ใครที่หลวมตัวไปเป็นสมาชิก(แพงๆ) ก็ย่อมเซ็งเป็นธรรมดา

เราเคยเลียบๆ เคียงๆ เข้าไปถาม ดูๆ ไม่ค่อยต้อนรับยังไงไม่ทราบ สงสัย look ของเรามันตี๊ดดสไม่พอกระมัง พอเห็นราคาแล้วก็.. เอ่อ... นโยบายเขาคงหวังพัฒนาคนที่พร้อม(ด้วยงบ)อยู่แล้วให้พร้อมยิ่งขึ้นกระมัง ส่วนตาสีตาสาอย่างเราก็..แหะๆ

ส่วนกิจกรรมในแง่ให้ความรู้อื่นๆ ก็ดูลอยๆ พิกล เคยเข้าไปชมนิทรรศการ (ซึ่งแต่ละงานก็ลงทุนไม่น้อย) คนดูก็โหรงเหรงๆ แล้วก็เซอร์ซะจนไกลตัว สถานที่ก็หลบเข้าไปซะขนาดนั้น โอกาสที่คนทั่วไปจะได้พบเห็นและรับรู้อะไรใหม่ๆ แทบจะไม่มี

จริงๆ ศูนย์ที่ว่าเนี่ยมันน่าจะมีมานานแล้ว และก็ไม่จำเป็นต้องหรูเริ่ดบานเบิกด้วยค่าใช้จ่ายอย่างที่เห็น เท่าที่ทราบเงินเดือนของ ผอ. ประมาณ 300,000 บาท บวกกับผลประโยชน์อื่นๆ ก็เกือบสี่แสน นี่ยังไม่นับบรรดากรรมการบริหารและพนักงานอีกสารพัน รวมไปถึงค่าใช้จ่ายประจำและค่าเช่าซึ่งเดือนละหลายล้านอยู่แร้น

ฟังดูแล้วหนาวสุดๆ เงินเดือนและค่าใช้จ่ายขนาดเนี้ยะ หากแต่ได้ผลงานหน่อมแน้มเท่าที่เห็น แถมยังเป็นองค์กรที่ไม่ได้แสวงผลประโยชน์ (Non-Profit Organization) ซึ่งสมควรจะบริหารจัดการอย่างพอเพียง ไม่ใช่ผลาญงบกันวินาศสันตะโร...ถ้าเป็นอย่างสมัยเราทำงานกับบริษัทโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยตอนนั้น คงถูกไล่ออกไปตั้งแต่ยังไม่พ้น Probation

เราก็มานั่งนึกดูว่า เงินที่ลงทุนขนาดนั้น..ผลพวงที่ได้รับน่าจะสะท้อนถึงส่วนรวมเป็นวงกว้างกว่านั้น ไม่ใช่แค่กลุ่มดีไซเนอร์ในเมืองหลวง มันควรจะเป็นโครงการที่สร้างบุคลากรด้านดีไซน์ใหม่ๆ จากทุกท้องถิ่นทั่วประเทศ ฝึกฝนนักออกแบบไทยๆ ให้รู้จักผลิตงานต้นแบบของตัวเอง

แว่วๆ ว่าจะมีกิจกรรมโน่นนี่ แต่ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน และจากค่าใช้จ่ายมหาศาลขนาดนั้น..ก็น่าหรอกที่จะถูกเพ่งเล็ง และต้องมาลงเอยกับปัญหาเช่นนี้

อ่าว..ว่าจะมาคุยเรื่องละครเกาหลี เกาหลัง..ดันไปว่าเรื่อง TCDC ท้ายสุดซะก่อน



ครือ..เนื่องจากกระทู้ต่อเนื่องเขาวิจารณ์เรื่องเกาหลีมีละครที่สร้างสรรค์กว่าเรามาก(ถึงมากที่สุด) แถมเน้นเรื่องวิทยาการความรู้ ไม่ใช่เอาแต่วนเวียนเรื่องบนเตียงแย่งผัวแย่งเมีย แล้วก็เลยโยงมาถึง TCDC ว่า นี่ไง..อยู่ดีๆ ก็มายุบองค์กรที่ให้ความรู้ให้ประโยชน์ แทนที่จะหนับหนุน ...แถมด้วยความคิดเห็นอีกมากมายตามมากระหน่ำกันไปคนละทิศละทาง ..ไอ้เราอ่านแล้วก็เง็งๆ อยู่

ก็เลยอยากจะบอกว่า ..มันน่าจะเป็นคนละเรื่องเดียวกันดอกหนา...

ไอ้เรื่องละครเกาหลีดีกว่าละครไทยนั้น อย่าไปเปรียบเทียบอะไรให้เมื่อยตุ้ม... เพราะเงื่อนไขต่างกันราวฟ้ากับเหว เราไม่ต้องพูดถึงรสนิยมคนดู (ซึ่งไม่แฟร์ด้วยวัฒนธรรมพื้นฐานนั้นต่างกัน) หากแต่สิ่งที่ควรพูดถึงก็คือ วิสัยทัศน์ของทั้งภาครัฐและเอกชนของเขาต่างกับเราไปคนละสุดขอบฟ้า

รัฐบาลเกาหลีนั้น เขาเห็นคุณค่าของหนังและละครว่าเป็นศิลปะที่มีส่วนส่งเสริมทัศนคติและพัฒนาชื่อเสียงของชาติสู่ตลาดโลกได้ เขาจึงลงทุนกับภาคธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ทั้งหนัง ทั้งละคร ทั้งการ์ตูน เขาส่งคนไปเรียนรู้จากสุดยอดของโลกทั้งยุโรปและอเมริกา เพื่อมาพัฒนาบุคลากรของเขาให้ก้าวสู่ระดับโลกอย่างเร็วที่สุด

รัฐบาลของเรามีวิสัยทัศน์อะไรแบบนี้บ้างไหม...นอกจากคอยเซ็นเซอร์นม หรือป้ายยาหม่องฉากสูบบุหรี่กินเหล้า

ไม่ต้องไปนึกถึงเอกชน...ไม่ว่าช่อง 3 ช่อง 7 ช่องเฮ็ดอันหยังอะไรก็ตาม เพราะพวกนี้ล้วนกำเนิดมาจากเศรษฐีใหม่ ไม่ใช่คนในวงการหนังละครที่รักวิชาชีพและมีจิตสร้างสรรค์เป็นวิญญาณ

ทำให้พาลนึกไปถึงฮอลลีวู้ด ถึงมันจะ Commercial จ๋า ขนาดไหน คนอย่างลูคัส สปีลเบิร์ก บรัคไฮเมอร์ หรือปีเตอร์ แจ็กสัน ก็ยังผลิตงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ ออกมาควบคู่กับงานการค้าตลอดเวลา นั่นเพราะเขากำเนิดจากคนในวงการแท้ๆ

คนในวงการที่หลงเหลือก็มีแต่คนที่(พยายาม)คิดแบบเดียวกับนายทุนเหล่านั้น คนเก่งๆ มีไอเดียใหม่ๆ น่ะเหรอ...ยากส์ กว่าจะฝ่าด่านสิบแปดอรหันต์ก็ลมแด๊กสสส...

มันก็เหมือนร้องเพลงจุดเทียนเวียนวน (ของมานี มณีวรรณ..เอ.. มีใครยุคนี้รู้จักมั้ยเนี่ย หุๆ) รัฐบาลต้องหันกลับมาสนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิงของบ้านเราให้จริงจังอย่างเป็นรูปธรรม มิฉะนั้น หนังละครและเพลงบ้านเราก็จะถอยหลังลงคลอง(น้ำเน่า)ชนิดกู่ไม่กลับ แล้วรังแต่จะสร้างทัศนคติอุบาทว์ให้กับคนรุ่นใหม่ แถมด้วยภาพลักษณ์เน่าๆ ให้กับสากลโลก

TCDC จึงเป็นแค่ผลงานตำน้ำพริกละลายอ่าวไทย และเป็นผลพวงเฟคๆ ของภาครัฐที่คิดว่ารู้ดีเรื่องการออกแบบ ... เฉกเช่นรสนิยมเรื่องหนังละครไทยนั้นแล



Create Date : 13 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2550 13:21:30 น. 3 comments
Counter : 555 Pageviews.

 
เห็นด้วยซะไม่มี ทั้งสองประการเลยครับ บรรดาผู้ที่โวยวายจะเป็นจะตาย ถ้า TCDC จะย้ายไปแถวจุฬาฯ ก็บอกให้รู้ว่า เขาเหล่านั้นสนใจงานออกแบบแค่ไหน อยู่แล้ว ถ้าหน้าที่ของTCDC แค่เอางบไปซื้อ exhibit มาตั้งโชว์ในโลเคชั่นหรู ก็ไม่ต้องมี เลยยังได้ เพราะจุดมุ่งหมาย ของศูนย ์ออกแบบ นอกจากนำเสนอแล้ว ยังต้อง มีกิจกรรม ให้เกิดแรงบันดาลใจ ให้การ สนับสนุน ที่จะให้การออกแบบพัฒนา และวิวัฒน์อย่างมีที่มา ที่ไป และครอบคลุมในวงกว้าง และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการออกแบบ ให้กับคนไทย ในทุกกลุ่มทุกระดับ และเกิดแนวทาง ที่จะทำให้การ ออกแบบ ในเมืองไทยดีขึ้น ในอนาคต ไม่ใช่แค่เอาอะไรมาทำให้ดูแบบไฮโซ แค่ปลื้ม ๆ กันไปอย่างฉาบฉวย ถ้ามีเงินมีงบ จะไปเอาอะไรจากมุมไหน ของโลก มาโชว์ ก็ได้ แต่ผลพวงที่ได้ มันต้องไม่จบ เมื่อนิทรรศการจบ

ที่พี่หมีพูดถึงวิสัยทัศน์ ในเมืองไทยนั้น ไม่ใ่ช่แค่เรื่องวงการภาพยนตร์ แต่เมืองไทย ไม่ว่าจะทำอะไร ก็ชอบพูดว่า จะตอบโจทย์ จริงแล้ว ยังไม่ได้ตั้งโจทย์ขึ้นมาด้วยซ้ำ


โดย: baconbkk IP: 58.8.92.33 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:36:24 น.  

 
เคยเดินผ่านศูนย์ TCDC ที่ว่านี้ ตอนไปดูหนังที่ดิเอ็มโพเรียมอะครับ

ก็ยังสงสัยว่ามันคือศูนย์อะไรน้อ

ตอนแรกยังนึกว่าเป็นของเอกชน

แล้วมาถึงบางอ้อ ว่าเป็นหน่วยงานในความควบคุมของรัฐบาล

ก็เห็นว่าน่าสนใจดี

ตอนที่มีนิทรรศการ Vivian Westwood

ก็กะจะวิเวียน เอ้ย แวะเวียนเข้าไปดูซักครั้ง

แต่จนแล้วจนรอด ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้โผล่ไป

ด้วยความที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับงานด้านออกแบบโดยตรง

เป็นแต่ผู้บริโภค/เสพสื่อธรรมดา

ก็เลยไม่รู้ว่า จริงๆแล้ว ศูนย์นี้ได้ตอบโจทย์ หรือ มีส่วนช่วยกระตุ้นวงการอุตสาหกรรมการออกแบบกันขนาดไหน

คงต้องฟังความเห็นจากผู้มีประสบการณ์ตรงอย่างพี่หมีแหละครับ

แต่ถ้าถามผม

ผมเห็นว่า โดยหลักการแล้ว มันน่าจะดีอยู่

แต่วิธีการดำเนินการอาจยังด้อย

แต่ก็นั่นแหละครับ

ผมไม่ได้อยู่ในวงการพระเครื่อง เอ้ย วงการการอกแบบ (ย้ำอีกที) คงไม่รู้ว่าความต้องการของคนในวงการเป็นอย่างไร หรือ อะไรที่ต้องการการส่งเสริมเป็นพิเศษ

ซึ่งผมก็เข้าใจว่า ผู้กำหนดนโยบายก็คงเหมือนผม ที่ต้องอาศัยความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ

ซึ่งทีนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่า ผู้เชี่ยวชาญที่ว่าหนะ มีความรู้ความเข้าใจสถานการณ์ลึกซึ้งแค่ไหน

ซึ่งถ้าดี ก็ดีไป

แต่ถ้าไม่ดี ก็พากันหลงทางไปเลย

อีกอย่าง คนกำหนดนโยบายต้องมีความตั้งใจจริง ใจกว้างในแง่การรับฟังความคิด และมอบหมายงานให้กับคนที่เหมาะสมจริงๆ เพราะคนกำหนดนโยบายคงไม่ได้ลงมาทำงานเอง

เอ... ทำไมมันซีเรียสขึ้นมาซะอย่างนั้น

เก็บกดกับงานของตัวเองรึเปล่าวุ้ยเรา


โดย: น้องเท่ (Fight_on ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:08:27 น.  

 
ขออำภัย ..ลืมๆ ไม่ได้แวะมาดู

น้องเบคอนพูดได้ตรงเป้าปุๆ เป็นอันมั่ก ช่ายแร้ว..นิทรรศการจบ ..แต่ผลพวงที่ได้ต้องมีอะไรต่อเนื่อง แต่เท่าที่เห็น นิทรรศการทั้งหลายแหล่ ดูเกร๋แบบอิมพอร์ต แต่ไกลๆ ตัวพิกล นักออกแบบระดับท้องถิ่นบ้านเฮา จะมีโอกาสเปิดหูเปิดตากะเค้ามั้ยเนี่ย

..............................

คุณน้องเท่..ท่าทางคงเจอปัญหาคล้ายๆ แบบนี้มาบ้างกระมัง....

ถูกต้องแล้วคร้าบบ..ถ้าการคัดสรรบุคลากรที่เข้ามาทำงานมันไม่ลงตัว มันก็จะได้อะไรที่หลุดๆ ทำนองนี้แหละหนา


สงสัยอยู่ว่าวิสัยทัศน์ของคนจัดการมองงานครีเอทีฟ งานดีไซน์ไว้เป็นแบบไหน ..ต้องบรรยากาศหรูเริ่ดแบบเอเยนซี่โคดสะนากระนั้นเหรอ

เลยกลายเป็นสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายจำนวนจิบจ้อยในเมืองไปซะเนี่ย...

แล้วที่ไม่เข้าใจที่สุดคือการตั้งเรตราคาค่าตัวแบบเดียวกับงานเอเยนซี่ข้ามชาติ... หรือนั่นคือความเข้าใจของเขาว่า คนมาทำงานแนวๆ นี้ถ้าเกร๋จิงต้องมีค่าตัวเท่านี้??

ยังไม่รวมถึงการเลือกสถานที่ และค่าใช้จ่ายมหาศาล... ถ้าเคยทำเอเยนซี่หรูเฟ่มาคงไม่มาลงทุนผิดที่ผิดทางแบบนี้เป็นแน่

เพราะงานครีเอทีฟพวกนั้นเดินไปพร้อมกลยุทธทางการตลาดตลอดเวลา..


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 21 พฤศจิกายน 2550 เวลา:22:42:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.