Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
5 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
ซิทคอม “เป็นต่อ” กับนโยบายโคตร..สะนา แอบแฝง..




เพิ่งดูซิทคอมเรื่องดังของซีนารีโอ “เป็นต่อ” เมื่อคืนไป เป็นตอนที่มีหลากรสชาติคล้ายยำรวมมิตรอยู่ไม่น้อย มีทั้งบทตลกที่เริ่มเลยขีดความสุภาพ.. ไปจนถึงฉากซึ้งๆ ระหว่างความรักของพี่น้อง จริงๆ ก็เคยชื่นชมซิทคอมเรื่องนี้อยู่ไม่น้อยในความพยายามที่จะสร้างสไตล์คอมเมดี้แบบไทยๆ ให้เกิดขึ้นได้สำเร็จ แล้วก็ดูจะเป็นซิทคอมเรื่องเดียวที่ดูแล้วไม่ขัดหูขัดตาเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่บริษัทเดียวกันทำ แถมยังพยายามแฝงบทดราม่าแนวชีวิตๆ ให้ดูไม่เบาโหวงจนเกินไป

แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัตถุดิบในการเขียนบทคงจะร่อยหรอไปตามลำดับ หากจะลากยาวต่อไป ยังนึกไม่ออกว่ามุกทั้งหลายแหล่จะขุดมาจากไหนได้….

ความสนุกในแต่ละตอนของ “เป็นต่อ”ในปัจจุบัน ก็เลยดูลุ่มๆ ดอนๆ ไปตามบท (ที่เริ่มโลกแตกเป็นตลกคาเฟ่) และตามความว่างของนักแสดงที่บางทีมาไม่ตรงกัน แล้วที่เห็นกันจนชินตาคือ สไตล์การแฝงโฆษณาประชาสัมพันธ์ผสมผเสเข้าไปในเนื้อเรื่อง ตั้งแต่ป้ายโฆษณา สินค้าที่ใช้ในฉาก เสื้อผ้า ไปจนถึงยัดเยียดเข้าไปในบทพูดกันกระหน่ำ ยิ่งช่วงหลังๆ มีการโปรโมทละครเวทีในสังกัด ก็ใส่กันเข้ามาทุกตอน ถึงขนาดเน้นคำชื่อละครกันแทบทุกประโยค

โดยเฉพาะตอนเมื่อคืนนี้ ที่พยายามเอาละครมิวสิคัล “แคทส์” ที่กำลังจะลงโรงในเดือนหน้า มาแฝงในตัวบทชนิดเป็นประเด็นสำคัญอีกต่างหาก นอกจากจะทำทีล้อเลียนเพลง “Memory”ในเรื่อง (ไม่รู้ว่าจะช่วยโปรโมท หรือช่วยทำลายกันนิ..เหอๆ) ก็ยังนำตัวละครมาผูกกับเรื่องอย่างเป็นจริงเป็นจัง จริงๆ ก็ทำได้ไม่เลวอยู่หรอก หากแต่มันเล่นแฝงไว้ทุกตอนในช่วงนี้ ก็เลยสร้างความรำคาญให้คนดูอยู่ไม่น้อย

จริงๆ สไตล์แฝงโฆษณาในทีวีซีรี่ส์เนี่ย น่าจะเริ่มมาจากหนังทีวี Sex and the City ก่อนเป็นแน่แท้ เนื่องจากความดังของซีรี่ส์ชุดนี้ แล้วเรื่องราวก็เกี่ยวพันกับแฟชั่นอยู่มากหลาย โอกาสที่สินค้าแบรนด์เนมดังๆ จะไปเผยตัวจึงเป็นไปได้มาก แต่ที่น่าสนใจคือ เขาทำมันอย่างดูกลมกลืนไม่ยัดเยียด ได้ความรู้สึกไฮคลาสไม่ล้นจนคนดูอึดอัด เลยกลายมาเป็นสไตล์ให้ซิทคอมบ้านเราเอามาเป็นแบบอย่าง (ชนิดที่แทบกระเด้งออกมานอกจอ)

เลยนึกเสียดายว่า ในความคิดสร้างสรรค์ที่ได้พยายามสร้างซิทคอมชุดนี้ให้ดูกลมกลืนไม่เว่อร์เหมือนเรื่องอื่น ด้วยกลุ่มนักแสดงที่เข้าขากันอย่างดี สิ่งเหล่านี้กลับกำลังกลายพันธุ์ไปเรื่อยๆ ตามกระแสทุนนิยมและการตลาดที่แรงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงขั้นทำลายคุณค่าของตัวเอง และเข้าใจดีว่า เมื่อเรื่องดำเนินไปมากขึ้นเรื่อยๆ มุกต่างๆ ในบทก็ย่อมวนเวียนไม่มีอะไรใหม่ๆ

นี่อาจเป็นสัญญาณ..ว่าถึงเวลาหรือยังที่ควรจะต้องจบซีรี่ส์นี้ แล้วสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ขึ้นมาแทนที่ ขนาด Sex and the City ซึ่งกำลังดังถึงขีดสุด ก็ยังต้องถึงบทจบ นั่นเพราะฝรั่งเขาเข้าใจถึงธรรมชาติของสื่อ และเป้าหมายของเขาคือคุณภาพและความประทับใจที่ทิ้งไว้ให้ผู้ชม

และที่ไม่เข้าใจอยู่อย่าง ทำไมซิทคอมทุกเรื่องของวิกนี้ จะต้องมีเสียงหัวเราะของคนดูแซมให้เป็นที่กระเทือนรูหู การลอกเลียนสไตล์ของฝาหรั่ง ด้วยเสียงหัวเราะแหกโค้งแบบไทยๆ ดูมันจะหาความกลมกลืนไม่ได้มากกว่า แทนที่จะได้อารมณ์ขำๆ เลยกลายเป็นอารมณ์ทำลายมุกไปซะงั้น...



Create Date : 05 ตุลาคม 2550
Last Update : 6 ตุลาคม 2550 5:51:27 น. 10 comments
Counter : 618 Pageviews.

 
อื้มม วิจารณ์ได้ดีมากค่ะ

อยู่เมกาไม่ค่อยได้ดูหรอกค่ะ

ส่วนมากจะดูผ่านยูทูบน่ะค่ะ

เห็นจะจริงอย่างที่ว่าค่ะ


โดย: มาดามอุ้ย วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:12:56:30 น.  

 
ชอบดูเป็นต่อค่ะ..ถึงแม้จะมีโฆษณาแฝงเยอะก็ตาม...แต่เมื่อดูซิทคอมแล้วจะไม่ซีเรียสกับมัน..ดูไปขำขำ..ถ้าบางมุขฝืดก็แค่ อืมมม...คงออกอากาศมานานเลยหามุขยากหน่อย..ก็ให้อภัยกันไป..แต่ก็จะยังคงรอดูชมตอนต่อไปค่ะ


โดย: ปีศาจรองเท้า (ShoesMonster ) วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:13:15:10 น.  

 
ผมก็ไม่ชอบเสียงหัวเราะเหมือนกัน


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:13:19:26 น.  

 
เยอะจริง ๆ แหละ


โดย: null (jipnaja ) วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:13:49:41 น.  

 
เยอะเกินไปจริงๆ

และมุข ไม่สุภาพเนี่ย ... เริ่มเยอะเกินไปล่ะ


โดย: ฟ้าสีหม่น คืนไร้ดาว วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:14:04:10 น.  

 
เห็นด้วยมากๆเลย ทุกทีดูจนจบ แต่เมื่อคืนอึดอัดอย่างมาก เลยเปลี่ยนไปดูเจาะใจแทน โฆษณาแฝงมีทุกเรื่องจริงๆกับละครค่ายนี้


โดย: นุนิก วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:14:48:35 น.  

 
ตอนที่ไปตกระกำลำบากอยู่ต่างประเทศ

ผมชอบดูซิทคอมมากถึงมากที่สุด เพราะ

1. ได้เรียนภาษาอย่างที่คนทั่วๆไปเค้าพูดกันจริงๆ

2. ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของสังคมไปในตัว ทั้งที่เป็นวัฒนธรรมจริงๆ และวัฒนธรรมเกินจริงที่พบได้ในทีวีเท่านั้น รวมถึง pop culture ด้วย

3. ได้คลายเครียด คลายเหงา เพราะอย่างน้อย ทุกคืนวันธรรมดาหลังสองทุ่มก็จะมานั่งเฝ้าหน้าจอคอยดูเรื่องโปรด

4. ยังนึกไม่ออก


ซิทคอมในดวงใจคือ Friends

ดูหมดทุกตอนแล้ว

ทั้งตอนที่ออกอากาศใหม่ (ใหม่ของตอนนู้น)

กับตอนที่ออกอากาศซ้ำ

มุกที่เคยขำไปแล้ว ยังอุตส่าห์ขำซ้ำได้อีก

Product placement ในเรื่อง Friends มีให้เห็นบ้างประปราย ไม่น่าเกลียดจนเกินไป

ที่สำคัญคือ มันน่าเชื่อว่าตัวละคร มีสิ่งนั้นอยู่ในอพาร์ทเม้นท์จริงๆ ไม่ใช่ตั้งใจเอามาวางเรียงกันเป็นตั้งๆ หรือ มีโปสเตอร์โฆษณาติดอยู่ทุกฝา

ตัวอย่างเช่น


โอรีโอตรงหน้า Ross

ซึ่งตามแหล่งข่าวบอกว่า ตอนที่ออกอากาศครั้งแรกทางฟรีทีวี มันไม่ได้อยู่ตรงนั้น แต่พอทำออกมาขายให้ไปฉายซ้ำทางช่องทางอื่น กับ DVD เค้าก็จัดการใช้เทคนิคทางภาพ เติมเจ้าโอรีโอลงไป

ส่วนเรื่องเสียงหัวเราะ เนื่องจาก การบันทึกภาพของซิทคอมในอเมริกาทำกันในสตูดิโอ และมี live studio audience อย่างที่มักจะใช้โฆษณาในหลายๆเรื่อง

เสียงหัวเราะตอนที่ตัวละครยิง punch line มันก็เลยฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า

ยังเคยอยากไปดูตอนที่เค้าบันทึกเทป เรื่อง Friends เลย

เอ๊ะ ไม่สิ ซิทคอมในอเมริกาส่วนใหญ่ไม่ใช้เทป แต่จะใช้ฟิลม์ซะมากกว่า (ข้อมูลย้อนหลังไปประมาณ 3 ปีนะครับ ถึงตอนนี้เค้าใช้วัสดุอะไรกัน ผมไม่ทราบแล้ว)

แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้ไปซักที

ตกลงเคยได้ทำอะไรบ้างมั้ยเนี่ยเรา

ในที่สุด หลังจาก 11 ปี

ใช้ทีมเขียนบทตั้งไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่

ก็มาถึงตอนจบ

ซึ่งตอนโน้น ถือเป็นเรื่องใหญ่เลยว่า จะจบยังไง

รายการTV/นิตยสารข่าวบันเทิงก็คาดคะเนกันไปต่างๆนานา

มีการถ่ายตอนจบหลอกๆต่อหน้า live studio audience เอาไว้

แล้วก็แอบไปถ่ายตอนจบจริงๆกันลับหลัง

เสียดายอยู่เหมือนกันว่ามันจบแล้ว

แต่ก็คืดว่าถึงเวลาแล้ว เพราะตัวละครก็เติบโตขึ้น คนดูก็เติบโตขึ้น

อีกอย่าง จบซะตั้งแต่ตอนที่เรทติ้งยังดีๆอยู่ ดีกว่ารอให้ไม่มีคนดู แล้วถูกทางเน็ทเวิร์คยกเลิกไป

ถึงทุกวันนี้ ถ้าว่างก็จะงัด dvd ขึ้นมาดู - ซึ่งแอบมีครบทุกตอน

ดูแล้วก็ยังขำได้ทุกมุก เหมือนไม่เคยได้ดูมาก่อน

และยังระลึกถึงความสุขที่ได้รับจากเพื่อนๆทั้ง 6 คนอยู่เสมอ


-----------------
ภาพจาก //www.frankwbaker.com/prodplacementtv.htm


โดย: น้องเท่ (Fight_on ) วันที่: 16 พฤศจิกายน 2550 เวลา:13:55:34 น.  

 
ไม่ชอบก้อไม่ต้องดูของเค้า

ก้อต้องเข้าใจว่าปัจจุบันมันมีการแข่งขันกันทางตลาดสูง แล้วเขาก้อมีรายได้จากการโฆษณา เขาก้อต้องทำตามหน้าที่
คณะผู้จัดเขาก้อคงคิดว่าคนดูจะชอบ และมันก้อเปนเอกลักษณ์ของเขาที่จะใช้เสียงหัวเราะในทุกเรื่องในเครือของเขา
รายการมีตั้งหลายรายการมีตั้งหลายช่องถ้าไม่ชอบก้อไม่ต้องดู
แล้วถ้าคุนเป็นผู้จัดคุนจะทำได้ดีเหมือนเขาหรือป่าว


โดย: มะเหวงโหวง IP: 111.84.66.46 วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:02:56 น.  

 
เออ ไม่ชอบก็ไม่ต้องดู คนเขียนเก่งกว่าไหนๆ มาวิจารณ์ โถ่ ไปเขียนเองคงจะทำอะไรไม่ได้มาก คงไปยืนอึ้งอยู่


โดย: เเ IP: 124.122.65.135 วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:17:26:03 น.  

 
ทำไมอ่ะ คุณไม่ชอบก้อไม่ต้องดูแค่นี้ก้อจบ! ก้อแค่เปลี่ยนช่องไปมือขาดหรอ
หรอว่าบ้านมีแค่ช่อง3 ถึงเปลี่ยนไม่ได้
คนเค้าอยากดูและชอบเป็นต่อกันมากมาย ทำไมอ่ะถึงมีโฆษณาแฝง แต่เค้าก้อเป็นเครือข่ายเดียวกันอ่ะ จะเก็บเอามาคิดทำไมให้มันเปลืองสมอง!!


โดย: คนรักเป็นต่อ IP: 10.0.3.114, 61.7.177.179 วันที่: 8 เมษายน 2554 เวลา:0:35:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.