Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
27 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
Lust, Caution ผลงาน Erotic-Suspense ของอังลี่กับเรต NC-17 ในบางกอกไทยแลนด์นี่เอง



ได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้แวบๆ ในช่องเคเบิล พอทราบว่าเป็นงานของอังลี่ ก็ให้รู้สึกทึ่งและอยากดูขึ้นมาติดหมัด แค่เห็นลีลาของหนังและความประณีตด้านภาพ ก็ทราบได้ว่าไม่ธรรมดา..

หลังจากยุ่งๆ เรื่องงานหัวทิ่มหัวตำอยู่พัก จู่ๆ หนังเรื่องนี้ก็ไปโผล่ที่โรงหนัง House หน้าออฟฟิศที่ RCA แบบเงียบๆ แถมไม่มี Banner โฆษณาใดๆ ให้สะดุดตาอีกตะหาก ออกจะแปลกใจอยู่นิดๆ ว่าหนังระดับผู้กำกับออสการ์จาก Brokeback Mountain มาฉาย ทำไมถึงไม่โปรโมตเท่าที่ควร

มาถึงบางอ้อ ก็ตอนเข้าไปดูเนื้อเรื่องในโรงนั่นแหละ....




ไม่ได้มีอะไรอยู่ในหัวเลยกับ Lust, Caution ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเรื่องราวของจีนในยุคญี่ปุ่นบุก ช่วง ค.ศ. 1942 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในช่วง 4 ปีของสงคราม โดยสถานที่นั้นคือ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกง

เป็นเรื่องของกลุ่มนักศึกษารักชาติที่บ้าลุกขึ้นมาทำตัวเป็นสายลับ (ไม่ได้จับบ้านเล็กนะจ๊ะ) วางแผนเข้าไปฆ่าผู้มีอิทธิพลซึ่งเข้าข้างญี่ปุ่น โดยมีแม่นางเอก Tang Wei (อ่านว่าไรมิซาบเหมือนกัน) ทำตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เอาตัวเข้าแลกเพื่อให้สมอารมณ์หมาย..เอ๊ย สมประสงค์ในการฆ่า

เรื่องวนเวียนอยู่กับความพยายามในการดำเนินแผนการ (แบบงูๆ ปลาๆ ของเหล่า นศ. นักแสดงละคร) จนกลายจากมือสมัครเล่นมาเป็นมืออาชีพแบบตกกะไดพลอยโจนในที่สุด

ด้วยเรื่องราวพีเรียดของยุคสมัยแห่งการรักชาติ ด้วยโปรดักชั่นดีไซน์ที่อลังการดูสมจริง CG ก็ดูเนียนเข้ากับเรื่องราว เห็นภาพของเซี่ยงไฮ้ยุคนั้นซึ่งรุ่งเรืองราวกับเมืองในยุโรป

จู่ๆ หนังก็กลายพันธุ์มาเป็นแนวฟิล์มนัวร์ลุ้นระทึก.. ตามด้วยลีลาอีโรติกกระชากอารมณ์คนดูแทบตกเก้าอี้ด้วยฉากสังวาสศิลป์ระหว่างแม่นางเอกกับตาผู้ร้าย โทนี่ เหลียงเฉาเหว่ยของเรานั่นเอง



การดำเนินเรื่องที่ประณีตเนิบๆ เก็บทุกรายละเอียดของพัฒนาการตัวนางเอกในช่วงหันมาเป็นนางนกต่อนั้น ทำได้ถึงตามสไตล์อังลี่ ภาพนั้นชัวร์ว่าเริ่ดมากด้วยฝีมือตากล้องระดับออสการ์ โรดรีโก้ ปรีเอโต้ แต่ในเวลา 157 นาทีที่ผ่านไป เริ่มรู้สึกขึ้นเรื่อยๆ ว่า เอ่อ..มันละเอียดไปปะ (แถมด้วยอาการปวดฉี่เป็นเครื่องเคียง เลยทำให้ดูไม่ค่อยเป็นสุขซะเรย)

ในความนิ่งและเนิบนั้น อังลี่ก็ยังคงรู้จักเอาทริคของฮอลลีหวูดมากระตุกอารมณ์คนดูให้หัวทิ่มกับฉากรุมฆาตกรรมแบบบังเอิญของกลุ่มนักศึกษาที่ดูสมจริงจนชวนสยอง ไปจนถึงฉากอีโรติกเชิงสัญลักษณ์ (symbolic) ที่ต้องยกนิ้วให้ในความอาจหาญชาญชัยของทั้งคู่พระคู่นาง ที่กระหน่ำกันด้วยลีลาโลดโผนโจนทยาน หากแต่สวยงามด้วยแสงเงาและไม่รู้สึกลามกจกเปรตแต่ประการใด ทั้งๆ ที่พ่อเหลียงของข้าพเจ้าถึงจุดสุดยอดให้เห็นสีหน้ากันจะจะตาแบบประทับใจมั่กๆ ..5555

ดาราพอร์โนทั้งหลายต้องชิดซ้ายตกตึกไปเป็นแถบ เพราะทั้งแม่นางเอก Tang Wei และพ่อ Tony ตีบทเลิฟซีนได้แตกกระจุยกระจาย และที่แน่ๆ ไม่ต้องห่วงว่าจะมียาหม่องมาป้ายให้จิตหงุดเงี้ยว เรต NC-17 เนี่ย ล่อซะชัดแจ๋วกระหน่ำจนออกจะกลัวว่ากุ้งยิงมาเยือน...

เรื่องนี้ต้องขอปรบมือแสดงความชื่นชมกับกองเซ็นเซอร์อย่างจริงใจ เพราะฉากเหล่านี้บ่งบอกพัฒนาการของจิตใจตัวแสดงเป็นลำดับ (แต่สมควรจะแบ่งเรตได้แล้วจ้า เผื่อเด็กมัธยมหลงเข้าไปดูจะได้ไม่กระเด็นออกมานอกโรงซะก่อน)



สรุปว่าสมควรแจกออสการ์ให้กับทั้งสองหนุ่ม(ใหญ่)สาว(น้อย) กับฉากสังวาสสัญลักษณ์นี้ไปเลย ทึ่งมั่กๆ ว่าอังลี่ทำอารายหยั่งงี้เป็นด้วย!! หนังฝรั่งที่ว่าฉากอีโรติกเด็ดๆ อย่าง Henry and June (ซึ่งเจอเรตเดียวกัน) มาเจอฉากนี้ม้วนเสื่อกลับบ้านเก่าไปเรย ที่แปลกใจคือ ..ให้ความระทึกอารมณ์แต่ไม่สร้างความรู้สึกตะขิดตะขวง (ว่าลามก..โลโซ ฯลฯ)ในขณะชมแต่ประการใด

ส่วนความประทับใจในเนื้อเรื่องนั้นดูจะด้อยกว่าฉากอัศจรรย์พันลึกไปบ้าง หากเพราะพ่ออังลี่ดูจะให้รายละเอียดกับแรงผลักดันของความสัมพันธ์ตัวเอกทั้งสอง จนเหตุผลและแรงจูงใจในเหตุการณ์อื่นๆ รอบด้านดูลดน้อยถอยลงไปตามลำดับ เรื่องราวที่เป็นซับพล็อต กลายมาเป็นคำพูดให้ตัวแสดงมาเล่าเรื่องไปซะส่วนใหญ่ ...เดี๋ยวสืบรู้เรื่องคนนี้ เดี๋ยวก็จับคนโน้นได้ ...(ทำเป็นหนังไทยไปด้ายย)

ดูๆ ไปยิ่งไม่ค่อยเข้าใจว่า ทำไมแม่นางเอกฮีโร่คนนี้ถึงตัดสินใจเอาวิญญาณเข้าแลกขนาดนั้น เพราะเท่าที่เรื่องปูพื้นมา ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเห็นนิสัยใจคอความเด็ดเดี่ยวและความมุ่งมั่นที่จะเสียสละต่อชาติบ้านเมืองอะไรขนาดนั้น



แต่ก็ต้องยอมรับว่าการแสดงนั้นดูสมจริงและหยอดลีลาดราม่าได้อย่างมีชั้นเชิงไม่ดูเว่อร์ ตาพระเอก หวังลีฮอม เท่านั้นที่ดูอ่อนหัดไปหน่อย เมื่อเทียบกับการแสดงชั้นครูจากพ่อโทนี่ เหลียง และแม่นางเอกสาว ที่มีบทหลากหลายอารมณ์ไว้ให้โชว์ออฟ

น่าเสียดายที่ท้ายเรื่อง น่าจะขมวดแค่ตอนที่แม่นางเอกหนีออกมาจากเหตุการณ์วุ่นวาย และดึงแคปซูลยาพิษออกมาก็น่าจะพอแล้ว พอยืดเรื่องต่อออกไป ความรู้สึกมันเลยถูกลากจน..เห็นความไม่ลงตัว...ก็เลย ..แป่วว

อุ๊ย..เผลอสปอยล์ไปป่าวเนี่ย...

ยังไงก็เป็นผลงานประณีตของชาวเอเชียอย่างที่ฮอลลีหวูดยังทำกันไม่เป็น ไปดูเหอะ.. ถึงมันจะยาวไปหน่อย..ก็คุ้ม เท่าที่ได้ข่าวมา แต่ละเวอร์ชั่นที่ฉายแต่ละโรง ความยาวก็แตกต่างกันไป และแน่นอน ฉากบทอัศจรรย์ก็คงถูกหั่นต่างกันไปด้วย เท่าที่ทราบ เวอร์ชั่นที่โรงหนังเฮาส์ อาร์ซีเอ เป็นฉบับที่ครบถ้วนที่สุดและยาวที่สุด (157 นาที) แม้กระทั่งฉบับที่อังลี่ตัดต่อเพื่อฉายในจีนยังยาวแค่ 148 นาที



Lust, Caution ได้รับรางวัลหนังยอดเยี่ยม สิงโตทองคำ จากเทศกาลภาพยนตร์ที่เวนีส ประเทศอิตาลี



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2550 8:11:26 น. 8 comments
Counter : 2650 Pageviews.

 
ขอเข้ามาแวะเยี่ยมแผนกภาพยนต์เสียหน่อย...ทำไงจะได้ดูละหว่า!


โดย: tanodom วันที่: 27 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:59:26 น.  

 
คุณ tanodom จะเปลี่ยนแนวมาชมหนังเด็กห้ามดูเหรอคร้าบ..

คิดว่าหนังยังคงอยู่อีกสักพักหรอกน่ะ.. แหม อย่าบอกนะว่าแถวอาร์ซีเอไม่เคยเที่ยว.. โรงหนังอยู่ตรงท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ทางออกด้านเพชรบุรีไงครับ


โดย: หมีบางกอก IP: 124.120.201.68 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:06:12 น.  

 
พี่หมีครับพี่หมี

หนังเรื่องนี้จะยังฉายที่ House อีกนานมั้ยอะครับ

หรือมันออกไปแล้วเนี่ย

แวะเวียนไปแถวๆนั้นอยู่เรื่อยๆ

แต่ไม่ค่อยได้แวะดูหนัง

สงสัยต้องหาโอกาสไปดูซะแล้ว (ถ้ามันยังไม่ออกนะ )

อ้อ พี่หมีไปดูรักแห่งสยามมารึยังครับ

เพิ่งไปดูมา ยังไม่อินไม่หายเลย

อยากฟังพี่หมีวิจารณ์อะครับ


โดย: น้องเท่ (Fight_on ) วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:11:36:13 น.  

 
คิดว่ายังคงอยู่นะ พรุ่งนี้ก็ต้องไปออฟฟิศ ว่าจะไปดู รักแห่งสยอง..เอ๊ย สยามนี่แหละ จะดูให้ว่ายังอยู่มั้ย

เพื่อนๆ ที่ไปดูในโรงในเมือง บอกว่าโดนหั่นเรียบ..


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 2 ธันวาคม 2550 เวลา:20:55:58 น.  

 
ตามมาดูที่ RCA เพราะเกรงจะไม่ได้เห็นฉากสำคัญ

ก่อนอื่นต้องสารภาพเลยว่า ยังไม่ได้อ่านวิจารณ์ของพี่หมีแบบลงระยละเอียด หรือแม้แต่วิจารณ์ที่ไหน เพราะไม่อยากถูกตีกรอบความคิดโดยนักวิจารณ์ (ลำพังกรอบความคิดของตัวเองก็แคบจะแย่อยู่แล้ว)

วิ่งมาถึงโรงก็เลยเวลาฉายไป 15 นาทีแล้ว

ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ที่ภาวนาให้ฉายหนังตัวอย่างนานๆ

แต่พนักงานฉายบอกว่า ฉายไป 10 นาทีแล้วค่ะ

แป่ววววว

อะ ไม่เป็นไร 10 นาทีเอง

แต่ปรากฏว่า เข้าไปก็นั่งงงยิ่งกว่าไก่ตาแตก

ว่าเจ๊ ซ้อ ตั่วซ้อ เหล่านี้เป็นใคร นั่งเล่นไพ่อะไรกันเนี่ย

แล้วนี่เมื่อไหร่ จะเลิกคุยกันซะที รีบๆตัดไปบทอัศจรรย์เลยจะดีกว่านะ

เอ้ย ไม่ใช่ ใครกันเนี่ย คุยกันจัง แถมเดาไม่ออกเลยว่า ก่อนหน้านี้เกิดอะไร และกำลังจะเกิดอะไรขึ้น

พยายาม เงี่ยหูฟัง เอ... ไม่สิ ฟังภาษาจีนไม่ออก พยายามอ่านคำบรรยายทั้งไทยทั้งอังกฤษ เพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมด เพื่อพยายามทำความเข้าใจเรื่องราว

กว่าจะเริ่มเข้าใจก็ตอนเข้าสู่ช่วง flashback ซึ่งเข้าใจว่าคนทั้งโรงก็คงเริ่มเขาใจเนื้อเรื่องพร้อมๆกันกับผมนี่แหละ

ถ้าถามสิ่งที่ประทับใจจากหนังเรื่องนี้ ก็คงต้องตอบว่า ฉากอย่างว่านั่นแหละ ที่ไม่เหลืออะไรให้ต้องจินตนาการกันเลย ยกเว้นแค่"สถิติ"บางอย่างของพระเอก

ซึ่งก็ใช่ว่าจะจับมาใส่ เพราะอยากโชว์ให้เห็นว่า ทำได้เหมือนกัน แต่มันมีเหตุผลรองรับที่อาจจะดูมีน้ำหนักมากที่สุดในเรื่องก็ได้

ถ้าถามเรื่องการแสดง ผมยกให้นางเอกคนเดียวที่กินขาดเลย ส่วนคนอื่นๆยังขาดๆเกินๆ

เรื่องโปรดักชั่น ก็โอเคเลย แค่เนรมิตเซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง สมัยสงครามโลกขึ้นมาได้ก็สุดยอดแล้ว แสงสวย มุมกล้องเนียน แต่เพลงประกอบเป็นฝารั้ง ฝาหรั่ง จนนึกว่าดูหนังฮอลลีวู้ด

แต่สิ่งที่หงุดหงิด คือ บท

เนื่องจากบทภาพยนต์เรื่องนี้ ขยายมาจากเรื่องสั้น (มั้ง) มันก็เลยไม่ค่อยมีอะไรซักเท่าไหร่ แต่ไอ้ที่มีหนะ ก็เล่นเล่าซะละเอียด แถมไม่ค่อยน่าเชื่อ ว่าด้วยเพราะเหตุผลนี้ ตัวละครทั้งหกตัวจะยอมตายถวายหัว

เห็นด้วยกับพี่หมีครับว่า น่าจะจบตอนนที่หยิบยาเหน็บ เอ้ย เม็ดยานั่นขึ้นมาก็พอ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้เห็นความอาลัยอาวรณ์ของพระเอกเลยแม้แต่น้อย


โดย: น้องเท่เอง (Fight_on ) วันที่: 9 ธันวาคม 2550 เวลา:19:47:28 น.  

 
ชวนแก๊งไปดูที่เฮ้าส์มาเมื่อเสาร์ที่แล้ว...ถูกต้อง...หลังจากอ่านที่พี่หมีวิจารณ์แหละ

ดูบทอัศจรรย์ไปก็กลั้นหายใจไป ใจเต้นตึกตักรัวเร็วไม่เป็นส่ำ...

จนฉากเหล่านั้นผ่านไปแล้ว ก้มลงมองที่หน้าตัก...ก็ให้ฉงนสนเท่ห์ว่าเหตุใดจึงมีรอยเปียกชื้นเป็นด่างดวง...

กรี๊ด!!!! รอยน้ำลาย!!!!


โดย: หนูดูว้อป (doo_wop_boy ) วันที่: 10 ธันวาคม 2550 เวลา:0:01:54 น.  

 
จริงๆ คุณน้องเท่ยังเข้าไปดูไม่สายเท่าไรดอก ช่วงที่แม่ซือเจ๊ตั้วเจ๊ที่นั่งจั่วไพ่นอกกระจอกอยู่นั้น ก็ยังเป็นช่วงแรกของเรื่อง ซึ่งจริงๆ ฉากนั้นเป็นการปูพื้นตัวแสดงได้ดีทีเดียว และเห็นชั้นเชิงของการตัดต่อ รวมทั้งฝีมือการแสดงแบบเป็นทีมที่เข้าขากัน มีการวางช็อทอย่างละเอียดประณีต ซึ่งหาดูไม่ได้ในหนังไทย..(อ่าว อดแขวะมาไม่ได้อีก)

แหม พอรู้ว่ามีบทอัศจรรย์รออยู่ ก็พาลสมาธิกระเจิดกระเจิงไม่นึกอยากดูรายละเอียดส่วนอื่นละซี พ่อคุณ...

..............................................

คุณน้องดูว้อปจ๊ะ นี่จะเรต NC-47 หรือกระไร มัวแต่จ้องตอนแม่นางเอกขี่ม้าส่งเมืองกะพ่อเหลียงจนตาแทบทะเล็ดละซี


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 12 ธันวาคม 2550 เวลา:20:57:46 น.  

 
Thanks for any other great article. Where else may just anyone get that kind of information in such an ideal approach of writing? I've a presentation next week, and I'm at the look for such info.
Ray Ban Clubmaster //www.spftransfer.com/


โดย: Ray Ban Clubmaster IP: 94.23.252.21 วันที่: 4 สิงหาคม 2557 เวลา:1:28:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.