Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
19 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
จิปาถะสารพันหนังให้จิกกัดในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา

เวลาที่ผ่านไป..กับหนังที่ได้ดู ไม่ทำให้นึกอยากเขียนรีวิวสักกี่มากน้อย... แต่เอาเถอะ เดี๋ยวจะกลายเป็นบล็อกปลาร้าค้างปี ลองมาดูแบบยำรวมมิตรสักเล็กน้อยพอเป็นไอเดีย…

..........................................................................

SPIDER MAN 3



ใครบังอาจมาเม้าท์ว่าอีชั้นหน้าบานยะ...

Black Spidy เห็นมีหลายคนปลื้มกันอยู่ แต่สไปเดอร์แมนภาคนี้กลับทำให้เสียดายทุนสร้างอยู่พิกล หนังที่ขึ้นหิ้งแล้วต้องมาสู้กับตัวเอง ว่าจะดีกว่าตอนแรกๆ หรือไม่เนี่ย น่าเหนื่อยนิ... แซม ไรมี่เป็นผู้กำกับที่เก่ง แต่พอต้องทำหนังซ้ำๆ กันสามตอนเนี่ย ก็ตึ้บได้เหมือนกัน กระนั้นฉากต่อสู้ก็ทำได้ถึงเช่นเคย และยังคงประดิดประดอยได้หวือหวาแบบ CG ฮอลลีหวูด ฉากพวกนี้แทบจะหาของจริงไม่มี กลายเป็นการ์ตูนไปหมดแร้วว.. ล้วนแต่วาดขึ้นเกือบ 100% ..จริงๆ ก็วาดมันหมดทั้งเรื่องก็จบเนอะ

ส่วนนางเอกก็ถูกเม้าท์ว่าหาความสวยไม่ได้เรย..แหม เห็นใจหน้ากางๆ ของเธอหน่อย แฮร์สไตลิสต์คงจนปัญญาหรือกระไรที่จะหาทรงผมที่ทำให้หน้าเธอดูดีขึ้น จริงๆ หล่อนเป็นนักแสดงที่เล่นได้ดีทีเดียว หากแต่บทแบบนี้ดูจะธรรมดาไปแล้วสำหรับเธอ ส่วนพระเอกปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เรากลับชอบตอนเป็นแมงมุมดำแฮะ ดูร้ายๆ เหมือนตัวเองดี 5555....

น่าเสียดายที่หนังยืดยาดไปด้วยจังหวะยานๆ ของบทที่กินแถวไปถึงการต่อสู้ที่ทิ้งช่วงจนรู้สึกไม่สมจริง แต่ในฐานะแฟนขาประจำ ยังไงก็ต้องดูอะนะ..แหม ก็อ่านการ์ตูนมาตั้งแต่ยังไม่สิบขวบ ทั้งๆ ภาษาประกิตไม่กระดิกซักตัว...

..........................................................................

CHILDREN OF MEN



โทรมสนิทศิษย์ส่ายหน้า

Children of Men ผลงานแนวเซอร์ของอัลฟองโซ กัวรอง (ผกก.แฮรี่ พอตเตอร์ ภาค 3) เรื่องนี้ดูจากดีวีดี เป็นเรื่องของโลกอนาคตที่ขาดแคลนเด็กอย่างหนัก เนื่องจากผู้หญิงเป็นหมันกันไปหมด... เรื่องทำได้ซับซ้อนพอควร แต่บรรยากาศของอนาคตในเกาะอังกฤษดูซกมกพิกล ไคลฟ์ โอเวนเป็นตัวเอกในการเดินเรื่องตลอด ส่วนจูลีแอน มัวร์ มาประดับฉากพอเป็นชูรส ไมเคิล เคนยังคงความเป็นมือโปรได้ดี

ความน่าสนใจอยู่ที่บรรยากาศของฉากเด็ดๆ ของการหนีท่ามกลางความขัดแย้งของคนสารพัดกลุ่ม ด้วยมุมกล้องและจังหวะการนำเสนอที่ดูสมจริงไม่เหมือนใคร ลาก Take กันยาวๆ เป็นสิบนาที กะจะโชว์กึ๋นของการถ่ายทำที่ต้องเตรียมพร้อมและซ้อมกันเฮือกไปข้าง หากแต่น่าเสียดายที่ motivation บางจุดของบทมันดูไม่มีเหตุผลเท่าที่ควร ก็เล็กๆ น้อยๆ อะนะ แต่ทำให้หนังไม่ดูขลังเท่าที่ควรจะเป็น

ล่าสุด หนังเรื่องนี้ได้รางวัลหนังไซไฟยอดเยี่ยมจาก Saturn Awards

..........................................................................


SUNSHINE




"เฮ่ย..ผมชักเบื่อกำกับพวกคุณแล้วว่ะ ใกล้จบเรื่องแล้ว เล่นกันเองได้ปะ"

ที่ตัดสินใจเข้าไปดูก็เพราะชื่อผู้กำกับ Danny Boyle โดยแท้ เริ่มเรื่องชวนติดตามไม่น้อย ถึงจะไม่ดูฉีกไปจากแนวหนังอวกาศชวนสยองเรื่องอื่นๆ อย่าง Event Horizon หรือ Alien แต่ก็มีคอนเซปต์ที่น่าสนใจทีเดียว ในการเอาเรื่องดวงอาทิตย์ที่กำลังจะดับมาเป็นประเด็นให้มนุษย์ต้องดิ้นรนเข้าไปจุดประกายให้มันสว่างขึ้นอีกครั้งด้วยอภิมหาระเบิด หากแต่น่าเสียดายที่ช่วงท้ายซึ่งต้องเฉลยปริศนาของตัวฆาตกร กลับทำได้ไม่เซอร์ไพรส์เท่าไร แถมยังต้องทำเอ็ฟเฟคยาหม่องมาบังๆ ตัวร้ายที่หน้าตาก็ใกล้เคียงเฟรดดี้แห่ง Nightmare on the Elm street ดูคล้ายการแก้ปัญหาที่ตัวผู้ร้ายดูไม่น่ากลัวชวนแหวะเท่าที่ควรจะเป็น เลยทำให้เห็นไม่ถนัดไปซะหมดเรื่อง ที่เหลือคนดูก็จินตนาการความอุบาทว์ต่อเอาเองนะจ๊ะ

หนังน่าจะมีสไตล์มากกว่านี้ เรื่องนี้มองไม่เห็น signature ของแดนนี่ บอยล์เลย เหมือนเป็นแค่หนัง Scifi-thriller ที่ ผกก.คนไหนก็ทำได้เรื่องนึง...

..........................................................................

แสบสนิทศิษย์ส่ายหัว (ดิกๆ)



"..เล่นให้มันตาหลกหน่อยซีฟะ..แสดด"

ขัดจังหวะให้ถลาไปเล็กน้อย..ด้วยหนังไทย “แสบสนิทสิดส่ายน่า” .. สนใจอยู่ ว่ามันทำเงินขนาดนั้นด้วยเหตุผลอันใด แล้วก็พบว่าบรรยากาศความยืดๆ ของแก๊กตลกคาเฟ่ยังคงความคงกะพันเหนียวแน่นกว่าจตุคามรุ่นใดๆ เช่นเคย แถมกระหน่ำด้วยคำด่าหยาบคายโลกแตก ชนิดที่ข้าพเจ้าต้องเบรกไปสามหนออกไปนั่งกินส้มตำสงบสติอารมณ์ และแล้ว ก็ยังดูได้แค่ครึ่งเรื่อง กะว่าจะกลั้นใจดูให้จบในที่สุดแหละ แต่เมื่อไร..ก็เมื่อนั้น...

ช่วงต้นที่ดูมีชอบอยู่ตอนเดียวคือ นางเอกกะโก๊ะตี๋เต้นยึกยักทำเอ็มวีให้กำลังใจพระเอก แค่นั้น นอกนั้นยืดดด และยืดดดเป็นตังเม (ที่หากินแสนยากทุกวันนี้ แต่ดั๊นมาปรากฏในหนังไทยด้ายย) ส่วนฉากเด็ดที่โก๊ะตี๋นั่งอึแล้วเจอผีน่ะ เอ่อ...ต้องขอชมว่าฉากห้องน้ำทำได้ดี ถ่ายได้อารมณ์จนต้องทำจมูกฟุดฟิด...

ว่าแล้วก็พาลนึกถึงตลกซิทคอมช่องสามเรื่อง “เป็นต่อ” ที่มีชาคริต สาวๆ และทีมตลก มาป่วนทุกวันพฤหัสตอนสี่ทุ่ม เป็นละครทีวีที่ใช้ศักยภาพของตลกได้คุ้มมั่กๆ ด้วยบทที่ตั้งใจเขียนร้อยเรียงกันชนิดมุกต่อมุก เล่นคำให้ฮาได้ร่วมสมัยโดยไม่ต้องด่าหยาบๆ คายๆ ดูได้ทั้งไฮซ้อยันชาวบ้านร้านตลาด ถึงเนื้อเรื่องออกจะดูเป็นสังคมไฮซิ้มไปบ้างแต่ก็ยังสื่อสารให้เข้าใจได้ในวงกว้าง น่าจะเป็นกรณีศึกษาให้หนังไทยเอามาใช้ประยุกต์ในการเขียนบทดีๆ กะเค้ามั่ง จะได้อัพเกรดสติปัญญาคนดูระดับชาวบ้านๆให้มีทางเลือกในการชมมหรสพแบบอื่นบ้าง โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการพาลูกหลานไปเสียพฤติกรรมกับหนังหยาบคายไร้สติเกลื่อนเมือง

เอ่อ...ได้ยินเสียงตบกันวี้ดว้าย...โผล่หน้าไปดู โห.. “แรมพิศวาส”นั่นเอง กะลังจิกหัวตบกันเป็นหมู่อย่างมันเลยทีเดียวเชียว...เกี๊ยด..เกียด นังผกาตัวร้าย..เอิ๊กๆๆ

..........................................................................

NEXT



"แหม..เรื่องที่ถูกจับในห้องน้ำน่ะ ตาตำรวจมันหลอกล่อชั้นเอง เหอะ...เมื่อยปากจะตาย" ผู้กำกับลี ทามาโฮรี่ บ่นหลังจากถูกจับในห้องน้ำสาธารณะในแอลเอ..ในชุดมิสทิฟฟานี่ค่ะ

ตัดกลับมาแบบกระชากอารมณ์แถวโรงหนังย่านอาร์ซีเอ (อยู่ตรงข้ามออฟฟิศพอดิบพอดี) หลังจากทำท่ารีบร้อนเหมือนมีมีตติ้งกะลูกค้า..เผ่นออกมาจากออฟฟิศ ที่แท้หนัง NEXT มันมีรอบห้าโมงสิบนาที เราก็ไม่อยากเข้าไปสาย ให้หัวเรื่องมันหายไปเสียอารมณ์เป่าๆ หลังจากรีบจ้ำเข้าไปนั่งกระหืดกระหอบเล็กน้อย ก็พบว่ามีพ่อลูกอ่อนพาเจ้าหนูวัยสักสองขวบมานั่งจ้อเสียงลั่นอยู่ข้างๆ โชคดีที่โรงมันว่างๆ ก็เลยต้องหอบเป้คู่ใจเผ่นไปอีกมุมของโรงแทบไม่ทัน เออ..เด็กมันคงดูรู้เรื่องดอกนะ พ่อแม่แบบไทยๆ เนี่ย น่าจะจับไปอบรมบ่มนิสัยมากกว่าเด็กๆ ซะอีก

นิโคลาส เคจ สร้างหนังให้ตัวเองเล่นได้ถี่ยิบเป็นอันมาก สารพัดสารพันบุคลิก คราวนี้มาด้วยทรงผมกระเซอะกระเซิง ทำให้หน้าเฮือกไปกว่าวัย ด้วยแนวเรื่องยอดนิยมของฮอลลีหวูดยุคนี้ คือเล่นกับการเหลื่อมของเวลา โดยคุณท่านสามารถมองเห็นอนาคตของตัวเองล่วงหน้าในช่วงเวลา 2 นาที

ดูเป็นสูตรสำเร็จที่หนังฮอลลีหวูดเอามาเล่นกันกระหน่ำในช่วงนี้ ท่าทีคงเป็นเพราะมันเล่าเรื่องได้ซับซ้อนและท้าทายการเขียนบทอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเล่าไม่ดี อาจจะมีการหัวทิ่มไปได้ง่ายๆ แต่ที่น่าสนใจคือ เทรนด์ของหนังแนวนี้มีไม่น้อย อย่างเช่น Déjà vu แม้กระทั่งหนังรักอย่าง Lake House (ที่รีเมคจากอิลมาเร่ของเกาหลี) แหม ..ไหนจะมาสู้สูตรสำเร็จหนังตลกโลกแตกแบบไทยๆ ได้นิ ด่ากันกระจาย ใครเข้าไปดูคงต้องไปรดน้ำมนต์ 9 วัด..



หนังเขียนได้ซับซ้อนน่าสนใจไม่เลวเลยทีเดียว แถมด้วยฉากแอคชั่นที่ยัดเยียดได้ดูกลมกลืนไม่น้อย รวมไปถึงเปิดโอกาสให้เล่นกับการตัดต่อย้อนเวลาไปมาได้น่าทึ่ง ทำให้นึกถึงนักเขียนบทไทยๆ เรา เมื่อไรจะมีโอกาสได้โชว์กึ๋นเขียนหนัง (สูตรสำเร็จ) แบบนี้กันบ้าง แหะๆ ..แต่ถามหน่อย คนไทยยุคนี้ที่ลึกซึ้งกับงานเขียนจะหลงเหลือสักกี่คน น่าจะจัดประกวดงานเขียนบทหนังขึ้นมาได้แล้วนะ เปิดโอกาสให้คนมีฝีมือได้เกิดมั่ง ไม่ใช่ได้แต่พวกลิ้นกระดาษทรายน้ำลายชแล็ค…บรรดาเสี่ยๆ พากันเป็นโรค egg บางเป็นแถวๆ

เอ๊า...เลยไปถึงไหนกันเนี่ย ว่าไปหนัง NEXT ทำท่าจะดูดีอยู่แล้วเชียว หากแต่มาลงเอยกับสูตรสำเร็จ (อีกเหมือนกัน)กับฉากแอ็คชั่นเท่ๆ แถมพระเอกยังแบ่งภาคได้มหัศจรรย์พันลึกหนักเข้าไปทุกที ความน่าเชื่อถือของเรื่องก็เริ่มดูลดน้อยถอยลง ตามความยืดๆ ของจังหวะ (แน่ะ แอบมาเลียนแบบหนังไทยได้ไงเนี่ย) แถมความเง็งๆ เริ่มเข้ามาครอบงำ (ว่าอารายของมันกานเนี่ย) แต่ท้ายสุดก็สามารถหักมุมกลับมาได้อย่างติดดีสเบรก ทำให้คนดูหัวทิ่มไปตามกัน แถมรู้สึกเคว้งๆ ไม่เต็มตาเต็มใจไงไม่ทราบ แหม ไอ้ครั้นจะเล่าให้ฟังก็เดี๋ยวกลายเป็นเรื่องสปอยล์เละเทะให้ก่นด่ากันอีก ขอ บลาๆๆๆ ไว้ก็แล้วกัน

ยังมีหนังซอมบี้ 28 weeks later (สูตรสำเร็จ) ซึ่งไม่ค่อยนึกอยากเท่าไร เพราะไม่ใช่แฟนแหวะพันธุ์แท้ กำลังทำใจอยู่...

..........................................................................

So GAYYYYY.....เกร๋มากกกก

ANOTHER GAY MOVIE



อยากรู้ว่าบ้าบอแค่ไหน ตามไปดูตัวอย่างได้ที่ //www.anothergaymovie.com

สำหรับหนังแนวนอกกระแส ได้ดูหนังเกย์ๆ อยู่สองเรื่องติดต่อกัน Another Gay Movie หนังอเมริกัน ซึ่งเป็นแนวตลกเสียดสีจิกกัดเกย์กันได้โลกแตกถึงใจ ฮาแบบ Hard core อยู่ไม่น้อย บรรดา Straight ที่ไม่ประสีประสายังไม่อยากแนะนำให้ชม อาจจะช็อค..เหอๆๆ หรือสาวๆ สาวก Y ก็อาจจะกรี๊ดดด... (เพราะมีฉากจะๆ ไม่เซ็นเซอร์อยู่ไม่น้อย) ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะหาดีวีดีในไทยดูได้หรือไม่

9 DEAD GAY GUYS



ใน 9 Dead Gay Guys ขำที่ซับไทยแปลคำว่า Blow Job = รับงาน ....5555 อยากลงไปดิ้นกระแด่วๆ

ส่วนอีกเรื่องคือ 9 Dead Gay Guys เป็นหนังอังกฤษ แนวๆ ...ที่คิดว่าหาดีวีดีดูได้ไม่ยาก หนังคอมเมดี้แบบอังกฤษจะดูกวนๆ แบบมีสไตล์ แล้วไม่ต้องมีฉากล่อแหลม แต่ก็ให้อารมณ์ที่ลับๆ ล่อๆ ไม่เบา ตลกแบบอังกฤษถึงไม่โฉ่งฉ่างแบบไอ้กัน แต่ก็หลุดโลกอยู่ ใครชอบอะไรแปลกๆ ไม่เหมือนชาวบ้านสมควรจะดู แต่บอกไว้ก่อนว่า แค่ได้ดู Brokeback Mountain เนี่ย ไม่ได้ทำให้ได้รู้จักโลกของเกย์แบบเฮี้ยนๆ ได้หรอกนะ



อ้อ ลืมไปอีกสองเรื่องได้ไงเนี่ย Hedwig and the angry inch และ Mysterious Skin เป็น Gay Theme เหมือนกัน หากแต่คนละแนวโดยสิ้นเชิง ไปซื้อดีวีดีที่แมงป่องตอนโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 คุ้มมาก เป็นหนังที่ตั้งใจทำทั้งคู่ Hedwig มีสไตล์ประหนึ่งเกือบจะเป็นมิวสิควิดิโอ แต่ก็เล่าเรื่องได้สนุกด้วยเพลงร็อคมันๆ มากมาย สไตล์หนังเก๋ทีเดียว พัฒนามาจากละครบรอดเวย์ ในปี 1998 ชื่อเดียวกัน หนังได้รางวัลหลายสถาบัน ทั้งจาก Sundance film festival ปี 2001 ด้วยรางวัลกำกับยอดเยี่ยม และ Audience Award



ส่วน Mysterious Skin นั้น ออกจะฮาร์ดคอร์ด้วยแนวเรื่อง ไม่ได้มีฉากล่อแหลมอะไรเลย แต่เรื่องราวที่เกี่ยวกับเด็กเล็กๆ ที่ต้องผจญปัญหาทางเพศกับผู้ใหญ่ มันย่อมเฉียดฉิวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมันถึงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกตอนชมอยู่ไม่น้อย ส่วนข้อเท็จจริงในแง่จิตเภทควรจะเป็นอย่างไรนั้น...ฯลฯ และ ฯลฯ สงสัยต้องไปถามคุณหมอ"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"...

..........................................................................

ELVIS : THAT'S THE WAY IT IS



"เหอะๆๆ..พวกคุณรู้มั้ยเนี่ย ไอ้ที่ผมขาสั่นดิกๆ บนเวทีน่ะ เพราะตื่นเต้นจะแย่อยู่แล้ว.."

ปิดท้ายด้วยภาพยนตร์คอนเสิร์ตกึ่งสารคดีของเอลวิส ซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการหวนกลับสู่วงการเพลงอีกครั้งหลังจากทุ่มเทกับงานแสดงหนังในฮอลลีวู้ดอยู่นับสิบปี ซึ่งการกลับมาครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนจากภาพลักษณ์เดิมๆ โดยสิ้นเชิงมาสู่แนวดนตรีใหม่รวมทั้งชุด Jumpsuits สีขาวมหัศจรรย์ที่ออกแบบมาเพื่อเอลวิสโดยเฉพาะ

ซึ่งในช่วงเริ่มปี 1970 นั้น เอลวิสยังคงหุ่นอันเพรียวบางแสนเซ็กซี่ พร้อมความฟิตเปรี๊ยะบนเวทีคอนเสิร์ต ด้วยลีลาที่ต้องใช้พลังกันสุดๆ หนังเล่าให้เห็นถึงเบื้องหลังการฝึกซ้อมที่ต้องเตรียมเพลงกันอย่างหนัก ก่อนที่จะแสดงจริงบนเวทีในลาสเวกัส น่าเสียดายที่ฟุตเตจในวิดิโอที่ดาวน์โหลดมานี้ ไม่ทราบว่าเป็นเวอร์ชั่นไหน ทาง Turner Company บอกไว้ว่าขุดมาจากกรุที่นึกว่าล่องหนไปแล้วมาสร้างสรรค์ใหม่ ซึ่งเราเคยดูเวอร์ชั่นออริจินัลที่โรงหนังแกรนด์สมัยยังวัยสะรุ่น จำได้ว่าบางซีนและบางเพลงนั้นหายไป โดยเฉพาะบทสัมภาษณ์ที่บ่งบอกความไม่มั่นใจว่าจะได้รับการต้อนรับจากคนดูแค่ไหน แล้วเพลง I just can't help believing (จริงๆ ของ BJ Thomas) หายไปไหนไม่ทราบ เพลงโปรดของเราซะด้วย..

สิ่งที่น่าสนใจคือ บรรยากาศของยุคสมัยและแนวการเรียบเรียงเพลงของยุคนั้น ซึ่งมีกลิ่นอายของทั้ง country, rock, soul และ gospel ปนเปกัน เอลวิสนิยมแนวดนตรีผิวดำ อยู่เสมอ แม้วงคอรัสแบคอัพที่เป็นผู้หญิงก็ยังใช้นักร้องผิวดำ เพลงมีทั้งเพลงยอดนิยมของเอลวิสเองตั้งแต่รุ่นร็อคแอนด์โรล มาจนถึงเพลงฮิตยุค 70 ส่วนลีลาบนเวทีนั้นหายห่วง เอลวิสยังฟิตสุดๆ ไม่อ้วนตึ้บเหมือนช่วงท้ายๆ ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต แล้วโดยส่วนตัว เขาเป็นคนที่ Hyperไม่น้อย แอคชั่นอะไรก็ตาม..ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว






Create Date : 19 พฤษภาคม 2550
Last Update : 28 พฤษภาคม 2550 0:08:54 น. 2 comments
Counter : 1903 Pageviews.

 
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กะไปหาดูหนังผีเกย์ที่กำลังฉายอยู่ แต่ไม่รู้มันเข้าโรงไหน เลยเสี่ยงไปเซ็งทั่นลาดพร้าว ก็ไม่มีตามที่คาดไว้ เลยได้ดูเดอะ ลาสท์ มิมซี่ ซะงั้น ก็เพลินๆดีอะพี่ รู้งี้ ไปหาเกะร้องดีกว่าเสียอีก แหะๆๆ


โดย: 16เมษา วันที่: 21 พฤษภาคม 2550 เวลา:20:00:41 น.  

 
^
Poltergay ฉายเครือ APEX จ้า...


โดย: nanoguy วันที่: 31 พฤษภาคม 2550 เวลา:16:36:17 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.