Group Blog
 
<<
มกราคม 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
19 มกราคม 2551
 
All Blogs
 
Cloverfield Witch Project ขออนุญาตสปอยล์เละพอท้วมๆ




แรกเริ่มเดิมที ตั้งใจว่าจะไปดูหนังฝั่งตรงกันข้าม.. Across The Universe
แต่รอบหนังไม่เป็นใจ ก็เลยย้ายมาอีกโรงใหญ่..สยามภาวลัย

แต่หลังจากดูหนังอสูรกาย..เอ่อ จำชื่อไม่ได้เนี่ย จนจบ ..น่าจะไปฉายในทีวีคงเข้าท่ากว่านิ

ไม่ต้องมาฉายโรงใหญ่จอยักษ์ให้เปลืองค่าไฟ.. ด้วยเหตุที่ทั้งเรื่องประหนึ่งถ่ายด้วยโฮมวิดิโอ (จริงๆ ก็ถ่ายด้วยวิดิโอนั่นแหละ หากแต่เป็นกล้องไฮเดฟ)

ใครที่ชมเจสัน บอร์นภาคหลังๆ แล้วเวียนเฮดกับมุมกล้องแฮนด์เฮลด์ที่ชวนหัวทิ่มตลอดเรื่อง

Cloverfield สามารถทำให้ท่านลืมเรื่องนั้นไปได้สนิทสนม...





คนสร้างเขาตั้งชื่อเป็นปริศนาไม่ให้รู้เรื่องว่าอะไรเป็นอะไร เพราะอยากให้คนดูกระเหี้ยนกระหือรือติดตามกันเอง

แต่คนไทยดั๊นนนไม่เก็ต ตั้งชื่อราวกับภาคต่อของก๊อตซิลล่า ก็เลยจบข่าว...
ความลึกลึบชวนพิศวงของแคมเปญโปรโมตก็เลยกลายเป็นซีโร่ ..ตามประสาสติปัญญาบริษัทโฆษณาแบบไทยๆ

ตอนดูจบ..พ่อหนุ่มที่นั่งข้างๆ อุทานออกมาว่า..เหมือน Blair Witch เรยฟระ!!
ก็เลยบรรลุ ณ บัดเดี๋ยวนั้น...

(หมายเหตุ – Blair Witch Project คือหนังทุนต่ำถ่ายด้วยวิดิโอมือถือ โยกเยกเอยน้ำท่วมเมฆทั้งเรื่อง แต่เซอร์ไพรส์คนดูด้วยลีลาสยองขวัญแปลกใหม่ หนังก็ดังได้..แต่ข้าพเจ้าขอสารภาพว่าดูไม่จบ ด้วยเหตุที่สงสาร(ลูกกะ)ตาตัวเองเป็นอันมั่ก)

และเป็นที่มหัศจรรย์..ที่ข้าพเจ้าสามารถชม Cloverfield Witch Project บนจอใหญ่ยักษ์ได้จนจบโดยไม่อ้วกไปซะก่อน...





ขอให้ทำใจไว้ว่า นี่คือหนึ่งในหนังก๊อตซิลล่าที่เปลี่ยนมุมมองจากบุคคลที่สาม (คนดู) มาเป็นบุคคลที่หนึ่ง (หรือสอง?)ในฐานะผู้ร่วมเหตุการณ์โดยมองผ่านกล้องวิดิโอที่กระเตงกันไปทั่วเรื่อง....

แต่แรก..ไอเดียในการไม่ให้มองเห็นสัตว์ประหลาดบุกเมืองชัดเจน ถือว่าเวิร์คมากทีเดียว เพราะเป็นการสร้างความตื่นเต้นระทึกขวัญในแนวฮิทชค็อกได้อย่างมีชั้นเชิง

และคนสร้างก็ไม่แคร์ที่จะไม่สนใจที่มาที่ไปของไอ้เจ้าตัวประหลาดนี้ โดยใช้กลวิธีของหนังเบี่ยงเบนจุดสนใจของเรื่องไปอยู่ที่ชะตากรรมของเหยื่อไม่กี่คนแทน โดยอาศัยสไตล์ของการถ่ายทำที่แทนสายตาผู้ชมผ่านกล้องโฮมวิดิโอ ดึงคนดูเข้าไปร่วมเหตุการณ์ด้วย..ซึ่งก็ยอมรับว่าทำได้ดีไม่น้อย

หากแต่ความทนทานของสายตาข้าพเจ้ากับสไตล์วิดิโอหัวทิ่มหัวตำแบบนี้ มักจะทนอยู่ได้ไม่เกินสิบนาที ทำให้ต้องคอยหลับตาสงบสติอารมณ์เป็นพักๆ ใครที่ตั้งใจไปชมหนังที่ถ่ายทำอย่างประณีต เอ็ฟเฟ็คอลังการ ก็ขอให้คิดทบทวนอีกครั้ง

จริงๆ ก็ต้องชมว่า CG ในเรื่องก็ทำได้เนียนเข้ากับสไตล์กล้องวิดิโอสุดสวิงนี้ ดูกลมกลืนและน่าลุ้นดีทีเดียวเจียว ฝรั่งมันเก่งตรงสไตล์นี่แหละ แต่งได้บรรยากาศสมจริงจนเราอดสยองไปด้วยไม่ได้ โดยเฉพาะฉากที่เดินไปในความมืดของอุโมงค์รถใต้ดิน แล้วไปจ๊ะกะ....บรื๊อวววว

แรงจูงใจของบทในการที่จะลากตัวละครให้ไปทำอะไรเสี่ยงๆ เกินเหตุเนี่ย จริงๆ มันก็เป็นสูตรสำเร็จแหละ หากแต่คนเขียนจะทำให้คนดูเชื่อตามได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งในเรื่องนี้จะเป็นประเด็นสำคัญ เพราะจะเป็นฟากที่ทำให้หนังดูมีอะไรๆ นอกจากสัตว์ประหลาดถล่มเมือง... ซึ่งดูเป็นพล็อตรองไปซะ

Cloverfield จะดูมีสีสันและดึงดูดคนดูให้ติดตามได้ก็ด้วยประเด็นนี้แหละ (นอกจากความเวียนหัวของมุมกล้องสุดสวิงริงโก้)





น่าเสียดายที่ความคลุมเครือลึกลับของตัวประหลาดถูกเผยเยอะไปพอสมควรในกลางเรื่อง (คงเพราะอยากขาย CG มั่งฮี แหม ..หนังจอใหญ่นะจ๊ะ ไม่ใช่ฉายทีวี) ก็เลยทำให้เสน่ห์แห่งความชวนพิศวงของเรื่องมันหายไปไม่น้อย

ทำให้ภาพช่วงจบที่เผยตัวเต็มๆ ของตัวประหลาดเลยไม่เซอร์ไพรส์เท่าที่ควร ประกอบกับชะตากรรมของตัวละครที่แสนจะบังเอิญมาจ๊ะกัน..(เหอๆ เมโลดราม่าไม่ใช่มีแต่ในหนังไทยนิ) ก็เลยดูจงใจจะบีบเค้นอารมณ์คนดูไปหน่อย

และตัวละครที่ตกเป็นเหยื่ออีกรายที่ออกจะน่าสงสารเป็นอันมั่ก..คือ เทพีเสรีภาพ เหอๆๆ ไม่ว่าเรื่องไหนก็เรื่องนั้น โดนทุกที เรื่องนี้ดันเผยมาตั้งแต่ตัวอย่าง..หัวกระเด็นเข้ามากลางเมือง (แหม เป็นเราไม่เอาช็อทนี้มาเล่นให้เสียของ..เก็บไว้เซอร์ไพรส์คนดูในเรื่องเต็มดีฝ่า)

หนังไทยน่าจะดูเป็นอุทาหรณ์ว่า ความตั้งใจในการถ่ายทำแบบมั่วๆ ซั่วๆ ดูไม่เนียน ก็กลายเป็นสไตล์หนึ่งที่ขายได้ หากแต่ CG เอ็ฟเฟ็คที่เห็นนั้น มันคงไม่ง่ายตามไปด้วย มนุษย์เราก็ช่างเก่งกาจในการคิดค้น Software ที่มาสร้างภาพพิศดารสั่นๆ ไหวๆ ให้กลมกลืนกับสไตล์เรื่องประหลาดๆ นี้ได้

สะท้อนให้เห็นว่าสไตล์และกึ๋นในการเล่าเรื่องเป็นสิ่งสำคัญ...





แปลกดี..ในความงุนงงของสมองที่กำลังปรับตัว
หลังจากเดินออกมาจากโรงสักพัก...

เสียง..ครืดดด ดังมาจากด้านหลัง ....

อะจ๊ากสส..(นึกว่าก๊อตซิลล่าบุกพารากอน)

ธ่อ..ที่แท้พนักงานเขากำลังเลื่อนโต๊ะ...

เหอะๆ ดูซิ บรรยากาศมันตามมาหลอนเราถึงนอกโรง..เวรแท้ๆ








Create Date : 19 มกราคม 2551
Last Update : 19 มกราคม 2551 17:16:04 น. 4 comments
Counter : 1280 Pageviews.

 
ผมดูหนังพวกแฮนด์เฮลล์ไม่ได้เลยครับพี่ขวัญ

ดูแล้วอ้วกทุกที ภูมิต้านทานการถ่ายทำแบบนี้ต่ำมาก

เห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์นี้มันราวกับหนังอลังการมาก


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:15:45:22 น.  

 
อะ ลีลาการวิจารณ์นี่ไม่เบาเลยนะคร้าบบบ พี่หมี


โดย: ทายาทตระกูลหยี วันที่: 19 มกราคม 2551 เวลา:19:42:52 น.  

 
อ่า จริงครับ .. เทพีเสรีภาพนี่เหมือนเป็นจุดที่ต้องโดนทำลายในแต่ละเรื่องเลย
ไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องนี้ ..


โดย: nologo วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:1:42:31 น.  

 
คนที่มีปัญหาด้านสายตา เวียนหัวง่าย เช่น ดูหนัง 3 มิติ แล้วมีอาการเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน, คนที่มักจะเมารถ เมาเรือง่าย อ่านหนังสือบนรถแล้วเวียนหัว คลื่นไส้ ไม่ควรไปดูหนังเรื่องCLOVERFIELDนี้ เพราะคุณจะเจอกับอาการเวียนหัว คลื่นไส้ จะอาเจียน ตลอดทั้งเรื่อง เนื่องจากเค้าทำหนังให้คนดูรู้สึกว่าเป็นหนังแบบ reality คือคนทั่วๆไปถ่ายวีดีโอกันเองในงานเลี้ยงส่งเพื่อนไปต่างประเทศ แล้วสัตว์ประหลาดก็ดันโผล่มาบุกโลกพอดี ก้อเลยถ่ายๆๆๆๆๆๆๆๆๆเหตุการณ์การหนีเอาชีวิตรอดจากสัตว์ประหลาดตลอดทั้งเรื่อง กล้องเลยแกว่งเพื่อให้คนดูตื่นเต้นตลอดทั้งเรื่อง เล่นเอาคนดูอ้วกเกือบพุ่ง ดิฉันเอง ยาดม 2 หลอด ยังเอาไม่อยู่ ต้องออกไปสูดอากาศนอกโรงหนัง พร้อมกับบ่นๆๆๆๆๆๆๆกับพนักงานหน้าโรงหนัง ส่วนเทคนิคการทำฉากและสัตว์ประหลาดจากคอมพิวเตอร์อยู่ในเกณฑ์ดี เสียแต่เนื้อเรื่องน้อยไป ซีนที่ต้องเป็นซีนอารมณ์(ซีนที่กล้องควรนิ่งรับอารมณ์นักแสดง)ก็ยังแกว่งกล้องเสียจนคนดูเสียอรรถรส ดิฉันขอให้คะแนนหนังเรื่องนีเพียง 3 จากคะแนนเต็ม 10 ค่ะ


โดย: mixzypat IP: 210.203.176.104 วันที่: 23 มกราคม 2551 เวลา:18:10:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.