Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 กรกฏาคม 2557
 
All Blogs
 
The Best Exotic Marigold Hotel เสน่ห์ของหนังอังกฤษ



The Best Exotic Marigold Hotel (2012)

หนังชื่อยาวนี้บรรเลงตรงตัวตามชื่อของโรงแรมที่โฆษณาไว้อย่างหรูในประเทศอินเดีย ซึ่งแต่แรกข้าพเจ้าก็ไม่รู้หรอกว่าหนังอังกฤษเรื่องนี้จะไปเล่าเรื่องกันข้ามโลกไปถึงJaipur อินตระเดียโน่น ทราบแต่ว่าเป็นหนังอังกฤษเรียบๆ ที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับวงการหนังทั่วโลกเลยทีเดียวด้วยความฮือฮาทำรายได้ไปร่วม138 ล้านดอลล่าร์ จากทุนสร้างแค่ 10ล้านดอลล่าร์ (สร้างหนังไทยได้สิบเรื่องพอดี) เปิดโอกาสให้ดาราอังกฤษสว.ทั้งหลายได้สร้างสีสันให้กับวงการหนังอังกฤษกันถล่มทลาย หนังประสบความสำเร็จในอังกฤษอย่างไม่คาดคิด และยังข้ามโลกไปสร้างชื่อในเมกาได้อย่างน่าทึ่ง เรื่องราวของหนังมาในแนวหลายชีวิตที่ต้องบังเอิญมาพบพานกันในโรงแรมชื่อยาวนี้ หลายชีวิตที่ล้วนอยู่ในบั้นปลายวัยเกษียณที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี อย่างหนึ่งคือหลายคนกำลังถึงทางตันที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีที่ให้ตัวเองรู้สึกมีคุณค่าและสามารถเอาชีวิตรอดได้ในวัยเกษียณ อีกอย่างหนึ่งคือ ปัญหาชีวิตที่สั่งสมมานานแล้วมาเพิ่งออกฤทธิ์เอาตอนบั้นปลายชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลที่ทำให้เขาเหล่านั้นต้องตัดสินใจเลือกทางชีวิตของเขาเอง

สิ่งที่น่าสนใจ..โดยเฉพาะผู้ชม สว.อย่างข้าพเจ้า นั่นเพราะเป็นประเด็นที่หนังได้ตีได้ถูกจุด มันไม่ได้เกิดเฉพาะกับ สว.ในประเทศอังกฤษ หากแต่มันเป็นปรากฏการณ์ที่แพร่สะพัดไปทั่วโลกเลยทีเดียว

The Best Exotic Marigold Hotel เป็นการรวบรวมดารารุ่นสว.ฝีมือดีของอังกฤษหลายคนด้วยกัน นอกจากขาประจำอย่าง Judy Dench หรือ MaggieSmith ยังมี Bill Nighy, PenelopeWilton, Celia Imrie, RonaldPickup, Tom Wilkinson ซึ่งเราอาจจะไม่คุ้นชื่อ และยังขาดไม่ได้กับบทสำคัญๆของชาวอินเดียในเรื่องอีกหลายคน โดยเฉพาะ DevPatel ซึ่งโด่งดังมาจาก Slumdog Millionaire




หนังเปิดตัวด้วยความเป็นมาของตัวละครมากมายหลายคนในเวลาเดียวกันอย่างชาญฉลาด แค่ฉากสั้นๆ ก็เล่าเรื่องให้เข้าใจได้อย่างน่าทึ่ง เป็นการแนะนำตัวละครสว.แต่ละคนในเรื่องซึ่งอยู่ในลอนดอน และต่างกำลังประสบปัญหาชีวิตวัยทองที่ไม่ซ้ำแบบ ตั้งแต่แม่ม่ายผัวตายกระทันหันทิ้งหนี้สินไว้ให้เพียบ ผัวเมียวัยเกษียณที่หาความลงตัวไม่ได้ในชีวิตเมียก็มีแต่ความไม่สบอารมณ์มองโลกในแง่ลบ ผัวก็เอาแต่ยอมตามใจมองโลกในแง่ดี หรือสาวแก่ที่กำลังประสบปัญหาสุขภาพและต้องผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกสะโพก ซึ่งทางเดียวที่จะได้ทำทันทีโดยไม่ต้องรอคิวคือโรงพยาบาลในอินเดีย ผู้พิพากษาที่รีไทร์ตัวเองเพราะอยากกลับไปเห็นหน้าคู่รัก(ชาย)ชาวอินเดียซึ่งพลัดพรากกันตั้งแต่หนุ่มๆเป็นครั้งสุดท้าย หรือ พ่อม่ายนักรักที่ไม่ยอมแก่และล่ารักไม่รู้จบหรือแม่ม่ายที่ยังฝันที่จะได้สามีใหม่ดีๆ อีกสักคน?

และด้วยการตัดสลับเหตุการณ์ไปมาอย่างมีชั้นเชิง ในขณะเดียวกันก็นำเสนอไตเติลของเรื่องเป็นการแนะนำตัวโรงแรมThe Best Exotic Marigold Hotel ไปในตัว ผู้กำกับได้นำคนดูเข้าสู่แรงจูงใจของตัวละครในการตัดสินใจเดินทางไปหาหนทางใหม่ในชีวิตที่อินเดียด้วยการลำดับภาพที่เหนือชั้น ทั้งๆ หากเรามองลึกลงไปใน motive ของแต่ละคนอาจจะยังไม่เข้าใจถ่องแท้นักว่าทำไมถึงตัดสินใจพาตัวเองข้ามโลกไปไกลขนาดนั้น หากแต่กลวิธีนำเสนอแบบลัดเวลาของภาพยนตร์และจังหวะจะโคนที่ลงตัว ก็สามารถทำให้คนดูจินตนาการได้และยอมรับโดยปริยาย



น่าทึ่งที่ Ol Parker ผู้เขียนบทภาพยนตร์ได้เรียบเรียงเรื่องราวอันยุ่งเหยิงเหล่านี้ได้ลงตัวอย่างชวนติดตาม(โดยไม่งุนงงหัวทิ่มไปซะก่อน 555) บุคลิกแต่ละคนต่างมีความน่าสนใจคนละแบบแตกต่างกันสิ้นเชิง นอกจากเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของแคแรคเตอร์ตัวแสดงนอกจากจะทำให้เรื่องดูสนุกสนานมีสีสันยังเป็นแรงจูงใจที่ทำให้พล็อตของเรื่องเดินไปอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่เมโลดราม่าบังเอิญกันไปเรื่อยเปื่อยเหมือนละครหลังข่าว และด้วยความเก๋าของดาราแต่ละคน ลีลาการตีบทจึงไม่ธรรมดาด้วยการแสดงที่ดูเป็นธรรมชาติ และด้วยอารมณ์ขันแบบอังกฤษ ตัวแสดงที่ดูล้นกว่าเพื่อนคงจะเป็นเจ้าหนุ่มอินเดีย“ซันนี่” ผู้จัดการโรงแรม ซึ่งแสดงโดย Dev Patel ที่ทำตัวเหมือน Comedian ตระกูลเชิญยิ้มที่ตอแหลได้ทุกกรณี แต่อาศัยว่าบุคลิกแขกๆ มักจะมีอะไรล้นๆอยู่แล้ว ก็เลยพอกล้อมแกล้มไปได้ ยังไม่รวมดาราแขกคนอื่นทั้งแม่ของเขาและแฟนสาว แม้แต่คนใช้ก็เล่นได้กลมกลืนกันดีกับดาราระดับอินเตอร์

ชาว สว.จากอังกฤษทุกคนต่างมีความหวังที่จะไปรีเฟรชตัวเองที่ TheBest Exotic Marigold Hotel ในอินเดีย จากแค่โบรชัวร์โฆษณาที่เขียนไว้อย่างหรูหราชวนไปพัก ทั้งๆ ที่ตัวโรงแรมซึ่งแม้จะสวยงามด้วยสไตล์ศิลปะท้องถิ่น แต่ก็แทบจะเป็นโบราณสถานไปแล้วจากความเก่าแก่และขาดการทะนุบำรุง ด้วยเหตุที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อผู้ล้มเหลวในชีวิตแก่ลูกชายคนเล็กที่หวังไว้ว่าจะไม่ล้มเหลวอีกครั้งเหมือนพ่อ อาศัยความช่างพูดเอาตัวรอดกับความหวังเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของตัวเองทั้งๆ ที่ไม่ได้มีความสามารถในการดำเนินธุรกิจอะไรนักหนา เจ้าหนุ่มซันนี่ได้พยายามลุ้นเงินทุนจากนักธุรกิจใหญ่(ที่ก็ยังไม่วางใจกับความกะล่อนของเขา) เพื่อนำมาบริหารโรงแรมให้เกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง




คิดดูว่าเนื้อหนังผูกกันไว้มากมายหลายปม และกับผู้คนมากหลาย แต่สามารถเล่าได้อย่างสนุกสนานชวนติดตาม ทั้งๆที่ด้านหนึ่งได้นำเสนอชีวิตอันแสนยากลำบากของชาวอินเดียที่ต้องดิ้นรนในเมืองที่ไร้ระเบียบ แต่ก็ยังงดงามด้วยวัฒนธรรมประเพณีและน้ำใจของคนพื้นบ้าน ตรงนี้ต้องขอชื่นชมกับการถ่ายทำที่ไม่ได้เฟคสภาพแวดล้อมจนเกินความเป็นจริง จนบางครั้งดูเหมือนว่าอินเดียไม่เป็นประเทศที่น่าอยู่สักเท่าไร เห็นความขัดแย้งของวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออก และสิ่งที่เรียกว่า Culture Shock ที่ทำให้เหล่าสว.จากสหราชอาณาจักรหลายคนต้องช็อคซีเนม่ากับความเป็น “แขก” หลายสิ่งหลายอย่าง โดยเฉพาะตัวโรงแรมที่ไม่มีความพร้อมในการบริการแม้แต่น้อย แล้วยังวัฒนธรรมการกินอยู่ที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้ผู้เขียนบทพยายามสอดแทรกสลับไปมาระหว่างเรื่องราวของแต่ละตัวละครไว้อย่างแยบยล ถึงแม้จะไม่ได้เคลียร์ไปหมดทุกเรื่อง แต่ทุกอย่างก็มีที่มาที่ไปและโยงใยกันอย่างคนดูเต็มใจติดตาม โดยไม่รู้สึกขัดเขินแถมยังแทรกอารมณ์ขันคันๆเป็นระยะๆ

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือ เขาสามารถสร้างบรรยากาศของการเอาใจช่วยตัวแสดงให้ฟันฝ่าอุปสรรคแต่ละขั้นแต่ละตอน ทำให้คนดูอยากรู้ต่อว่าชีวิตแต่ละคนจะคลี่คลายไปในทางใด จังหวะจะโคนของเรื่องร้อยเรียงไปอย่างมีเสน่ห์ด้วยฝีมือผู้กำกับ JohnMadden ที่บ่งบอกวิสัยทัศน์ชั้นครู คนดูจะได้เห็นอินเดียในหลากหลายมุม ทั้งมุมแห่งความทุกข์ ความสุข ความรวยความจนความรัก ความชัง แต่ก็ยังคงความรู้สึกดีๆไว้ได้ตลอด




ซึ่งในที่สุด สว.ทุกคนต่างก็มีทางออกของตนเอง จากบทเรียนของการมาได้ร่วมชีวิตกันในช่วงสั้นๆใน The Best Exotic Marigold Hotel รวมทั้งได้เรียนรู้ถึงมิตรภาพของการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามปัจฉิมวัย เป็นบทเรียนเตือนสติเราเช่นกันว่าคนทุกคนล้วนมีคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าจะอายุจะมากจะน้อย หากค้นให้พบความต้องการ ความสามารถและหนทางที่ถูกที่ควร ผู้สูงวัยทุกคนต่างมีหนทางที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีคุณค่าได้ทั้งนั้น นับเป็นภาพยนตร์ที่สร้างกำลังใจและคุณค่าชีวิตแก่คนดู ไม่ว่าจะหนุ่มสาวเฒ่าแก่ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ต้องอยู่ร่วมในสังคมเดียวกัน เกื้อหนุนและเห็นคุณค่าของกันและกัน

นี่คือความประณีตอย่างหนึ่งของหนังอังกฤษ เป็นการนำเสนอเรื่องราวความแตกต่างของวัฒนธรรมสองชาติได้กลมกลืนและรื่นรมย์ ด้วยอารมณ์ขันคลาสสิคแต่ไม่ตกยุค ด้วยดนตรีประกอบกลิ่นอายของสองชาติผสมผสานกันได้อย่างชวนฟัง ด้วยโปรดักชั่นที่ถ่ายทำได้ดูเป็นธรรมชาติไม่ดูประดิษฐ์เกินเหตุ และที่สำคัญด้วยรสนิยมที่ดีของผู้กำกับภาพยนตร์(ที่ทำให้คนดูรู้สึกว่าตัวเองมีคลาสขึ้นมาด้วย)

มีข่าวดีสำหรับแฟนคลับ สว. The Best Exotic Marigold Hotel ภาคสองเพิ่งปิดกล้องไปหมาดๆ เมื่อเร็วๆ นี้ โดยคราวนี้นอกจากจะมีทีมนักแสดงชุดเดิมกลับมาแล้ว ยังได้แขกรับเชิญคนใหม่คือ Richard Gere ดาราอเมริกันชื่อดังมาร่วมวงไพบูลย์กับดาราอังกฤษกันให้เป็นที่บันเทิง(กว่าเดิม) ทาง Fox Searchlight กำหนดไว้คร่าวๆว่าจะออกฉายในเดือนมีนาคม ปีหน้า โดยทีมผู้กำกับและผู้เขียนบทคนเดิม คือ John Madden และ OlParker




Create Date : 16 กรกฎาคม 2557
Last Update : 16 กรกฎาคม 2557 11:58:08 น. 1 comments
Counter : 3833 Pageviews.

 
โอ๊ะโอ.. อ่านแล้วอยากดูขึ้นมาติดหมัดเลยจ้ะพี่หมี ดาราตะละคนระดับเทพทั้งนั้นด้วย.. เดี๋ยวต้องไปสรรหามาเสพมั่งละ..

พี่หมีสบายดีนะจ๊า? พักนี้คุณน้องหมกตัวอยู่ที่เฟซซะส่วนมาก แทบไม่ได้เข้าบล็อกเลย นอกจากนานๆทีจะมาอัพแต่ก็ไม่ค่อยได้ไปทักเพื่อนฝูง มันเข้ายากเข้าเย็นน่ะพี่

ปล.คิดถึงนะจ๊าาา


โดย: ป้าโซ วันที่: 25 กรกฎาคม 2557 เวลา:16:44:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.