Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
2 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
กรณีจา พนมฟัดกะสหมงคล..สะท้อนอะไรในวงการหนังไทย?




หลังจากติดตามข่าวฮ็อตที่บางคนแอบเม้าท์ว่าสร้างกระแส?..ของจา พนม แอ็คชั่นซูเปอร์สตาร์ของไทย ที่ข่าวความขัดแย้งของเขากับต้นสังกัดดังไปถึงหน้านิตยสารวาไรตี้ของฮอลลีหวูด.. ก็ได้แต่หัวเราะหึๆ อยู่ในใจ ว่าวัฏจักรหนังไทยมันช่างวนเวียน..เวียนอยู่ในวังวนของความมั่วซั่วเช่นนี้แล...

เหตุการณ์ท็อล์คออฟเดอะทาวน์ครั้งนี้สะท้อนอะไร? ..มาตรฐานถอยหลังลงคลองของวงการหนังไทย....ความดังที่เร็วเกินไปของดารา....ผลประโยชน์ที่ขัดแย้ง....หรือ นิสัยไร้วินัยของคนไทย?

ว่าไปอาจจะเป็นบทสรุปรวมของทุกข้อที่กล่าวมาก็น่าจะเป็นไปได้...

ลองหันมามองหนังไทยในช่วงที่ผ่านมา...หนังคุณภาพไปหลบหลังเสาอยู่แถวไหนก็ไม่ทราบ ฤาจะหมดยุคทองของหนังไทย?

หนังที่ตะกายอยู่รอดได้ตอนนี้ดูท่าจะมีแต่สูตรสำเร็จ.. ผีกะเทยตลกโลกแตก?

หรือองค์บาก 2 จะกลายเป็นความหวังที่จะปลุกวงการให้ฟื้นคืนชีพจากสุสานมัมมี่ภาคสี่ ...แต่จากข่าวที่โหมกระหน่ำอยู่ตอนนี้ดูท่าจะไร้อนาคต...

หลังจากได้ชมตัวอย่างองค์บาคภาค “ลูกกูอยู่ไหน” รวมทั้งข่าวและบทสัมภาษณ์จากรายการคมชัดลึกทางเนชั่นแชแนล ก็พอประมวลได้ว่า นิสัยไร้วินัยคือไทยแท้นั้นยังคงสถิตครบถ้วนอยู่ในวงการ...

เนื้อหาที่สัมผัสได้จากตัวอย่างขององค์บาก 2 ก็ประหนึ่งได้ดูสตั๊นท์โชว์ที่จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าอะไรเกิดขึ้นที่ไหนและอย่างไร ราวกับได้ชม Apocalypto ผสมผเสกับ Tomb Raider ภาคพิศดารเข้าด้วยกัน

ก็พอมองเห็นเลาๆ ว่า ..ถึงจะไม่มีจา พนมกลับมากำกับ(และแสดง)อีก 20% สุดท้ายของโปรดักชั่น ปรัชญา ปิ่นแก้วและพันนา ฤทธิไกร ก็ยังคงน่าจะรวบรัดตัดความองค์บาก 2 ให้จบลงได้ทันเวลาตามคิว

ยิ่งได้ชมข่าวการยื่นโนติส 7 ข้อโดยทนายของจา กับฝ่ายของสหมงคล ซึ่งข้อสุดท้ายนั้นคือ ขอฉีกสัญญาที่เหลือกับเสี่ยเจียง ก็ให้พิศวงอยู่ในใจว่า นี่กะจะทิ้งทุ่นกันไม่ให้สัมพันธภาพหลงเหลือเลยหรือกระไร

ก็น่าคิดอยู่...ว่าอาจมีใครที่ยื่นข้อเสนอที่ดีกว่าให้ จา พนมกระนั้นหรือ?





ส่วนในรายการคมชัดลึกนั้น ด้วยคำถามที่สะเปะสะปะไร้ทิศทาง (ผิดสไตล์เนชั่นมากก) แทนที่จะได้ข้อมูลที่ตรงเป้าชัดเจน ก็เลยต้องฟังบทสัมภาษณ์อ้อมโลกที่ไม่ได้มีอะไรใหม่จากที่อ่านในข่าว นสพ.

ดูเหมือนว่าทุกคนในรายการ ทั้งปรัชญา พันนา และอัครพล ลูกเสี่ยเจียงซึ่งเป็นผู้คุมเงิน ก็ยังคงเอ๋อๆ เซอร์ๆ แบบไร้ข้อสรุป (ราวกับทำหนังคนละเรื่องกัน) ตอบไม่ตรงประเด็นอ้อมไปอ้อมมา หรือว่านี่คือสไตล์การคิดการอ่านของคนในวงการก็มิทราบได้ คือวกไปเวียนมา..มิน่าหนังไทยมันถึงจับประเด็นอะไรไม่เคยแหลมคมจนจับใจคนดูได้อยู่หมัด

มองในภาพรวม ฟังดูเหมือนว่าไอเดียในการสร้างสรรค์ไอดอลของวงการหนังบู๊ระดับโลกก็ดูเป็นระบบตามสูตรสำเร็จดีอยู่ แต่ขบวนการที่จะผลักดันให้ไปถึงจุดนั้น มันเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ขนาดไหน

มันก็เหมือนภาพลักษณ์ของหนังไทยทุกวันนี้ ที่รูปลักษณ์โดดเด่นเห็นได้ชัดในแง่ความเป็นรูปธรรม ทั้งการออกแบบโปสเตอร์สิ่งพิมพ์ชิ้นงานโฆษณา ล้วนโชว์ฝีมือได้ว่าไม่น้อยหน้าต่างประเทศ แต่ถ้ามองไปถึงกลยุทธ บอกได้อย่างเดียวว่าแป้ก...หน้าหนังที่เห็นอาจจะไม่ใช่เนื้อหนังจริงๆ ที่ควรจะเป็น

เราอ่อนด้อยตลอดเวลาเรื่องเนื้องาน ได้แต่เมคอัพแต่งหน้าทาปากตีหัวเข้าบ้าน แต่คุณค่าของเนื้อในนั้น..แหะๆ

ดูเอาง่ายๆ หนังหลายเรื่องต้องเจ๊งไปเพราะกลยุทธโฆษณาที่ผิดพลาด หนังดีๆ หลายเรื่องต้องพังไปเพราะเหตุฉะนี้ แล้วแพะรับบาปก็คือคนดู ซึ่งมักจะถูกประณามประจำว่า ทีหนังดีๆ ก็ดูไม่เป็น..ไม่สนับสนุน

ไม่ใช่อะไรหรอก..ดูโคดสะนาประชาสัมพันธ์ยังไงก็ไม่ Get ว่าเนี่ยคือหนังของกรูซึ่งพลาดไม่ได้ ก็พี่แกมัวเหวี่ยงแหผ่านสื่อ ไม่เคยนึกถึงกลยุทธที่จูงใจ..และยิงให้ตรงถึงกลุ่มเป้าหมาย...

นั่นแค่ตัวอย่างย่อยๆ ของทัศนคติหลงทาง.. สิ่งเหล่านี้ยังกินแถวไปถึงตัวเนื้อหนังที่ล้วนมีแต่หน้าฉากเคลือบหรู โปรดักชั่นการถ่ายทำบ้านเราทุกวันนี้ไม่แพ้ใคร Art Direction หรือ Cinematography ถือได้ว่าไม่น้อยหน้าจีนหรือแขก หรือแม้แต่ฝาหรั่ง

แต่แก่นของมันคือ บทหนัง การแสดง หรือวิธีเล่าเรื่อง กลับกลายเป็นจุดอ่อนด้อยที่สุดของวงการ...ต่อให้โมะหน้าเมคอัพหลอกแด๊กส์คนดูแค่ไหนก็เอาไม่อยู่ดอกพี่น้อง คนดูคนไทยไม่ได้ดักดานหลงยุคจนโงหัวไม่ขึ้นเหมือนเมื่อก่อนแล้ว





ที่เพ้อมายาวเนี่ยมิใช่จะฟุ้งซ่านไร้สติ หากแต่จะสะท้อนให้เห็นว่า คนในวงการหนังไทยเรามักจะติดอยู่กับกระพี้ ไม่ได้มองเลยว่าตัวหลักสำคัญของการผลิตงานที่ดีและประสบความสำเร็จในโลกมันอยู่ตรงไหน

ทัศนคติของผู้ร่วมรายการคมชัดลึกล้วนสะท้อนมุมมองของคนทำงานในวงการที่เคยชินกับวิธีการที่หลวมๆ ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างเข้าใจเอาเอง ทั้งฝ่ายนายทุน ทีมงาน และจา พนม ก็ไปคนละทางสองทาง จนป่านนี้ก็ยังเข้าป่าเข้ารกหาทางออกไม่เจอ...

(รวมทั้งผู้ดำเนินรายการที่ไม่ทำการบ้านล่วงหน้ากับผู้ถูกสัมภาษณ์ ทำให้ได้แต่เนื้อหาที่ลอยๆ แทนที่จะเจาะให้เข้าประเด็น)

การทำงานด้วยความรู้สึก โดยโยนเงินสองสามร้อยล้านให้ไปสร้างหนังง่ายๆ นั้น ดูเป็นความไว้ใจที่ไร้ความรอบคอบไม่น้อย แต่นั่นแหละ..สไตล์การทำงานของคนไทย จะหาชาติใดเลียนแบบก็มิได้ เพราะความสัมพันธ์มักมาก่อนความเป็นมืออาชีพ

ข้อเสนอ 7 ข้อ (อ่านได้จากข่าวด้านล่าง) จากทนายของจา พนม ก็สะท้อนอะไร (แปลกๆ) บางอย่าง... ก็คงต้องให้ท่านผู้อ่านใช้วิจารณญาณเอาเอง





ภาพยนตร์ตัวอย่าง องค์บาก 2



ข่าวจาก Nine Entertain

จาพนม" เผยอยากเอาเงิน 50 ล้านไปทำบุญ ลั่นทำไม? เรื่องมันถึงมายาขนาดนี้ และหากไม่ได้ทำหนังองค์บาก 2 ต่อ ถือเป็นเรื่องเวรกรรม

นายพนม ยีรัมย์ นักแสดงแอ็คชั่นชื่อดัง เปิดเผยทางโทรศัพท์กับสำนักข่าวไทย เปิดเผยว่า ที่ขอเงินล่วงหน้าจากการจำหน่ายหนังองค์บาก2 เป็นเงิน 50 ล้านบาทนั้น จะเอาไปทำบุญ พร้อมกับพูดว่า "คนเรามีเงินก็ต้องใช้ มีเรื่องให้ใช้อยู่แล้ว" ต่อข้อซักถามที่ว่าเงิน 50 ล้านเยอะมากจะเอาไปทำไม มีหนี้สินมากหรือ จาพนมเปิดเผยว่าขอไม่ตอบ

ทั้งนี้จาพนม เปิดเผยกับสำนักข่าวไทยว่า หากจะไม่ได้กลับไปกำกับภาพยนตร์และแสดง "องค์บาก2" ก็สุดแต่เวร แต่กรรม ถือว่าบุญวาสนามาเท่านี้

จาพนม ได้ให้ทนายยื่นข้อเสนอ 7 ข้อ ผ่านตัวแทนของสหมงคลฟิล์ม ดังนี้

1.ของบประมาณในการถ่ายทำหนัง ส่วนที่เหลืออีก 20% เป็นเงิน 55 ล้านบาท ไม่รวมค่าโปรดักชั่นฟิล์ม ค่าตัวดารา ฝ่ายสตูดิโอ โรงถ่าย

2.ทีมงานโปรดักชั่นทั้งหมด จา พนม ขอเลือกเอง โดยมีนายพันนา ฤทธิไกร รวมอยู่ด้วย

3.ให้ผู้จัดการส่วนตัวของจา ตรวจสอบดูแลบัญชีค่าใช้จ่ายของกองถ่าย และงานโปรดักชั่นทั้งหมด

4.ระยะเวลาการถ่ายทำของงานที่เหลือ กำหนดแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2551

5.ขอความชัดเจนในเรื่องค่าตัวในการแสดง และการกำกับหนังในเรื่ององค์บาก 2

6.รายได้จากการจัดจำหน่าย การฉายภาพยนตร์ "องค์บาก 2" ที่จาจะได้รับจากการกำกับและการแสดง ที่เดิมกำหนดไว้ จะได้รับ 25% จากรายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว ขอเปลี่ยนเป็นเหมาจ่าย 50ล้านบาท

7.ยกเลิกสัญญาจ้างนักแสดงทั้งหมด

โดยจาพนม ตัดพ้อผ่านการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า "ทำไมเป็๋นแบบนี้ โลกมายาจริงๆ" แล้วจาพนมก็ถอนหายใจ พร้อมกับตัดบทขอวางสาย










Create Date : 02 สิงหาคม 2551
Last Update : 4 สิงหาคม 2551 10:13:21 น. 11 comments
Counter : 697 Pageviews.

 
แม่นู่แอลเห็นข่าวแล้วก็งงๆ คือมนุษย์จะมองว่าตัวเองถูกและเห็นแก่ตัวเสมอ ไม่เช่นนั้น สงคมเราคงไม่เป็นเช่นนี้ นานาจิตตัง


โดย: NathalieNoelle วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:10:05:26 น.  

 
เรื่องนี้ยาวแน่ ๆ อ่ะค่ะ ดูท่าจะไม่จบง่าย ๆ แล้วเราจะได้ดูหนังไม๊หล่ะเนี่ย


โดย: ถั่วงอกน้อยค่ะ วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:11:36:15 น.  

 
โอ้ว เรื่องมันเป็นแบบนี้นี้เอง


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:12:07:11 น.  

 
ความต้องการไม่ตรงกัน


โดย: อ่อนโยน 2006 วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:13:09:38 น.  

 
ou don't worry about it, it's still on my plan.


โดย: aaaa IP: 202.91.19.205 วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:15:57:12 น.  

 
ไม่ดูมานแล้ว
เซ็งจิตขอรับ.


โดย: shoolsign IP: 202.5.83.100 วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:20:50:36 น.  

 
หลังจากได้ฟังจาให้สัมภาษณ์รายการ
นึงแล้ว
ขอบอกว่าเสื่อมศรัทธาไปเลยอ่ะค่ะ

เราคิดว่าที่เค้าอึดอัดก็คงมีเหตุผลแหละ
และเรื่องที่จะฉีกสัญญา
มันก็เป็นธรรมดามนุษย์ที่แสวงหาสิ่งที่ดี
กว่า

แต่เค้าทำในเวลาที่ไม่เหมาะสมอ่ะค่ะ
แล้ววิธีที่เค้าใช้นั้น
มันไม่ถูกต้อง ไม่มีความรับผิดชอบเอา
เสียเลย

ไม่ว่าเค้าจะได้ในสิ่งที่เค้าเรียกร้องไป
หรือเปล่า

แต่เค้าก็เสียคะแนนนิยมไปเยอะค่ะ
อย่างน้อยก็จากเราคนหนึ่งแหละ

T_T


โดย: XODA IP: 125.24.201.172 วันที่: 3 สิงหาคม 2551 เวลา:9:16:08 น.  

 
แวะมาเยี่ยมก้ะ

จะบอกว่าทำเพลงใหม่แย้ว

พักนี้พี่ไม่ค่อยออนเลยงิ

คิดถึงค่า


โดย: littlephantom วันที่: 4 สิงหาคม 2551 เวลา:22:14:11 น.  

 


Comment Hi5 Glitter


เมื่อวานเน็ตล่มจ้า ขออภัยมิได้มาเยือน
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมกันเด้อ



โดย: หอมกร วันที่: 5 สิงหาคม 2551 เวลา:7:28:45 น.  

 
เห็นข่าวแล้วเกิดคำถามขึ้นมากมายในใจ
ยิ่งวันที่จา พนมพูดออกสื่อ ยิ่งมีคำถามประเด ประดังในสมองเพิ่มขึ้นมาอีก 3 เท่าตัว
กะว่าเดี๋ยวนักข่าวคงถามให้ (นักข่าวสมัยนี้กล้าถาม กล้าล้วง) ปรากฎว่า ถามอะไรไม่รู้
- ที่ผ่ามมาหายไปไหน
-ไปอยู่ที่ไหน
-ทำไมไม่โทร มาเคลียร์

โถ ชั้นไม่อยากรู้ตรงน๊านน เอ๊ นักข่าวนี่คัดกันมาแน่ๆเลย ฮืออ ฮืออ ฮืออ

จะว่าไปถ้าเราไปถาม คำถามแรกคงโดนพี่จาแพ่งกบาลเป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ๆเลย


โดย: Shallow Grave วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:12:07:52 น.  

 
หนังก้อกระจอก ยังจะหยิ่งอีก

ปีกกล้าขาแข็ง สงสัยลืมตัวแล้วมั้ง

ก่อนมีองค์บาก เป็นยังงัย

คนแบบนี้ไม่เจริญหรอก


โดย: TER IP: 86.132.103.66 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:4:55:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.