Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2557
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
3 พฤศจิกายน 2557
 
All Blogs
 
The Railway Man โศกนาฏกรรมที่มนุษย์ (ไม่พึง) กระทำต่อมนุษย์ด้วยกัน


The Railway Man หนังร่วมทุนระหว่างออสเตรเลียกับอังกฤษ  อาจจะเพราะทั้งสองเป็นประเทศในเครือจักรภพ และทหารทั้งสองประเทศต่างมีประสบการณ์เลวร้ายในการสร้างรถไฟสายมรณะในจังหวัดกาญจนบุรีมาด้วยกัน  อนุสนธิของเหตุการณ์สำคัญในเรื่องล้วนเกิดขึ้นจากโศกนาฏกรรมอันโด่งดังในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กับการสร้างทางรถไฟข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแควโดยเชลยศึกของทั้งอังกฤษและออสเตรเลีย  ซึ่งขณะนั้นญี่ปุ่นบุกเข้ามายึดสิงคโปร์และจับเชลยศึกทหารอังกฤษส่งเข้ามาสร้างทางรถไฟในประเทศไทย 

The Railway Man ถ่ายทำในประเทศไทยกว่า 80% ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายนปีที่แล้ว โดยใช้สถานที่อย่าง หัวลำโพง บางซื่อ และจังหวัดกาญจนบุรีเป็นสถานที่ถ่ายทำหลัก โดยผู้สร้าง แอนดี้ พาเธอร์สัน ได้เอ่ยถึงการถ่ายทำว่า “มันสำคัญที่เราจะต้องใช้สถานที่จริง เพื่อถ่ายทอดบรรยากาศออกมาให้มีความถูกต้องมากที่สุด ในขณะเดียวกันแนวทางที่เราต้องการนำเสนอกับเรื่องนี้ก็คือ การก้าวข้ามความคิดที่ว่าใครเป็นฝ่ายดีหรือฝ่ายร้าย เพราะมันเป็นโอกาสที่ดีในการกลับไปสำรวจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต และยอมรับกับความผิดพลาดที่ได้ทำลงไปในฐานะปัจเจกบุคคล เพราะผมเชื่อว่าไม่มีใครบนโลกที่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น” ฟังดูก็ออกจะโลกสวยดีนะ  แต่ในขณะภาวะสงครามตอนนั้น  กองทัพญี่ปุ่นคงไม่คิดอะไรมากไปกว่าความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะสงคราม  ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใด.. แม้จะไร้มนุษยธรรมแค่ไหนก็ตาม....

เออ..ทำไมหนอ ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่ดูน่ากลัวมั่กๆ  ทั้งความทะเยอทะยานในการเอาชนะสงครามและความร้ายกาจในการรุกรานประเทศอื่น  สร้างโศกนาฏกรรมเป็นรอยด่างไปทั่วตั้งแต่กรณีนานกิงมาจนถึงทางรถไฟสายมรณะ

The Railway Man เป็นเรื่องราวของ Eric Lomax ผู้บันทึกเรื่องราวในชีวิตจริงของตนเองในฐานะเชลยศึกชาวอังกฤษที่ต้องเผชิญวิบากกรรมอันแสนทรมานจากเหล่าทหารญี่ปุ่นอันโหดเหี้ยม  หากแต่เรื่องราวที่เล่าขานในหนังมิได้เน้นชีวิตเชลยศึกในช่วงนั้นเป็นหลักเหมือนเรื่องอื่นๆ อย่าง The Bridge on the river Kwai หรือ Merry Christmas Mr. Lawrence   The Railway Man กลับพูดถึงผลต่อเนื่องของสงครามที่สร้างแผลทั้งทางกายและใจให้กับทหารผ่านศึกเหล่านี้ซึ่งล้วนมีฝันร้ายติดตามมากันทุกคน

หนังจับความตั้งแต่ตัว Lomax ในวัยกลางคน (นำแสดงโดย Colin Firth) ซึ่งใช้ชีวิตอย่างเดียวดายเป็นตัวของตัวเองในสหราชอาณาจักร  โดยสิ่งเพลิดเพลินในชีวิตของเขานั้นคือการวนเวียนอยู่กับการเดินทางโดยรถไฟเป็นหลัก  นั่นเพราะเขาเป็นคนที่บ้ารถไฟตั้งแต่สมัยยังหนุ่มๆ  เขารู้เรื่องราวประวัติความเป็นมาของรถไฟทุกสายทั่วโลก  แต่น่าแปลกว่าทำไมเขาถึงชอบนั่งอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยวแม้ในผับประจำของเพื่อนๆ เหล่าทหารผ่านศึก  และเพราะการเดินทางนี่แหละที่ทำให้เขาพบกับสาวใหญ่วัยเดียวกัน Patti (นำแสดงโดย Nicole Kidman) และตกหลุมรักกับเธอมา ณ บัดนั้น  กว่าจะรู้อะไรเป็นอะไร Patti ก็ตัดสินใจแต่งงานกับเขาด้วยความยินดีของเพื่อนๆ ทหารผ่านศึกทั้งหลาย  แต่ความสุขของชีวิตคู่ดำเนินไปได้ไม่นานก่อนที่เธอจะรู้ตัวว่าสามีของเธอมีปัญหาทางจิตอย่างมากกับอดีตเมื่อครั้งเป็นทหารประจำที่สิงคโปร์ยามญี่ปุ่นบุกเมื่อสงครามโลก  Lomax มีอาการคลุ้มคลั่งหาสาเหตุไม่ได้เป็นครั้งคราวสลับกับอาการซึมเศร้าเป็นระยะ  โดยที่เขาไม่พยายามเล่าอะไรให้ภรรยาสุดที่รักฟังเลย  แต่ Patti เป็นผู้หญิงที่แกร่งเกินจะยอมแพ้  เธอจึงตามค้นคว้าจนได้ความจริงจากเพื่อนทหารผ่านศึกของเขาในที่สุด

จากฉากอันสวยงามของชนบทในอังกฤษ ได้ถูกพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อครั้ง Lomax ถูกจับตัวไปให้ทำงานสร้างทางรถไฟสายมรณะที่จังหวัดกาญจนบุรี   ซึ่งการถ่ายทำจำลองสถานการณ์ในยุคนั้นทำได้ยอดเยี่ยม  เนรมิตบรรยากาศความหฤโหดกลับมาให้ชมได้อย่างสวยงามและสยดสยองในเวลาเดียวกัน   เรื่องเล่าย้อนสลับไปมาระหว่างความปรวนแปรกับอาการทางจิตของ Lomax ในยุคปัจจุบันกับที่มาที่ไปของต้นเหตุเมื่อครั้งเป็นเชลยศึก  โดยไม่รีบร้อนบุ่มบ่าม  ปล่อยให้คนดูอยากรู้อยากเห็นอยากติดตามที่มาที่ไปโดยผ่านความพยายามของภรรยา Lomax  และทำให้ได้เห็นแผลของสงครามที่ติดมากับสภาพจิตที่ผิดปกติของเหล่าทหารผ่านศึก  ซึ่งมักจะนัดมาสุมหัวกันที่ผับขาประจำโดยไม่อยากให้ครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้อง   มันเป็นความเจ็บปวดทรมานที่ฝังรากลึกในจิตใต้สำนึก  เป็นการแชร์ความเจ็บปวดของอดีตที่ผ่านมาต่อกันและกันผ่านบรรยากาศอันนิ่งเงียบ  โดยไม่ต้องสื่อสารทางคำพูดให้มากความ

ในช่วงครึ่งหลังของเรื่อง  ความรุนแรงของเหตุการณ์ได้เผยโฉมของมันจนถึงจุดไคลแมกซ์  เผยถึงประเด็นสำคัญของการถูกกระทำย่ำยีทรมานทรกรรมที่ทำให้ Lomax ต้องกลายเป็นคนแบบนี้   ขณะเดียวกันก็ผูกปมใหม่ขึ้นมาจากข้อมูลที่เขาได้รับจากเพื่อนทหารผ่านศึกที่ยังไม่เคยลืมความแค้นที่ต้องสะสาง..กับนายทหารญี่ปุ่นตัวร้ายที่มีส่วนร่วมในการทรมานพวกเขาตอนนั้นซึ่งยังคงมีชีวิตอยู่และทำงานอยู่ในประเทศไทย   ในที่สุดเขาตัดสินใจที่จะยุติฝันร้ายของเขาให้ได้..ด้วยการเดินทางมาเผชิญหน้ากับอดีตทหารญี่ปุ่นซึ่งทำหน้าที่เป็นไกด์ทัวร์พิพิธภัณฑ์สงครามในจังหวัดกาญจนบุรี   

คอลลิน เฟิร์ธ และนิโคล คิดแมน  ทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมเช่นเคยในฐานะนักแสดงมืออาชีพ  โดยเฉพาะบทบาทของ Lomax ที่คอลลินต้องผจญกับความสับสนของมโนธรรมกับความแค้น ว่าเขาจะต้องเลือกทางออกกับมันอย่างไร   เป็นบทที่ท้าทายและต้องการความสามารถในการแสดงที่ต้องเปี่ยมประสบการณ์   เช่นเดียวกับบทอดีตนายทหารญี่ปุ่นที่ได้ Hiroyuki Sanada ที่เราคุ้นหน้ากันดีในหนังญี่ปุ่นและหนังฮอลลีวู้ดหลายเรื่องมานำแสดง   เขาต้องเผชิญกับความสำนึกผิดต่อวิบากกรรมที่ได้ร่วมกระทำต่อมวลมนุษย์ด้วยกันและอยู่กับความเจ็บปวดไปชั่วชีวิตเช่นกัน    ยังมีบทของ Jeremy Irvine ซึ่งนำแสดงเป็น Lomax ในวัยหนุ่มที่ต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมอันแสนทรมานครั้งนี้ด้วยความเด็ดเดี่ยว  จนไม่น่าเชื่อว่าเขาจะอยู่รอดมาถึงวันนี้  ซึ่งเขาได้ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม 

ในสถานภาพของการเป็นหนังที่ทำมาจากเรื่องจริง (Based on a true story) ทำให้ทุกอย่างดูเข้มข้นและได้อารมณ์สมจริง   โดยเฉพาะกับผู้ชมชาวไทยที่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เรามีส่วนร่วม   แม้จะเสมือนเป็นเพียงคนดูก็ตาม   ซึ่งสิ่งที่ The Railway Man สามารถสื่อเข้าไปถึงเบื้องลึกในจิตใจ  มีมากกว่าแค่ความระทึกในเนื้อหาอันชวนติดตามเหมือนหนังทางรถไฟสายมรณะเรื่องอื่นๆ   หากแต่สามารถเจาะใจเข้าไปรับรู้ความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจของทหารผ่านศึกเหล่านั้น   จากการที่เราเคยเดินชมสุสานทหารผ่านศึกที่ตายกันเป็นเบือด้วยความรู้สึกเฉยๆ  หรือได้ชมวิวช่องเขาขาดที่เป็นโลเคชั่นจริงของเหตุการณ์อย่างผ่านๆ   ครั้งนี้ดูสถานการณ์เหล่านั้นถูกประทับในความทรงจำอันหฤโหดอย่างเป็นจริงเป็นจัง   ความทุกข์ทรมานเหล่านั้นถูกสัมผัสได้ทันทีหลังจากได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้   และสามารถรำลึกได้ทันทีว่า..วินาทีนั้นทำไมมนุษยโลกถึงต้องโหดร้ายต่อกันอะไรขนาดนั้น  

Dr. Philip Towle จาก University of Cambridge ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับค่ายเชลยศึก POW แห่งนี้โดยเฉพาะได้ให้ความเห็นไว้น่าสนใจ  สำหรับในแง่ความถูกต้องทางประวัติศาสตร์เขาให้ระดับ 3 ดาวจาก 5 ดาวสำหรับหนังเรื่องนี้   ซึ่งเหตุการณ์ในค่ายเชลยศึกเขาไม่มีอะไรติดใจนัก  เขาพูดถึงอาการดราม่าที่หนังพยายามสร้างขึ้นจากการให้ตัวเอกของเรื่องพกความแค้นในการที่จะกลับมาเอาคืนกับอดีตทหารญี่ปุ่นซึ่งไม่ได้คาดคิดว่าจะได้พบกับ Lomax อีกครั้ง ซึ่งในเรื่องจริงนั้น  Lomax ได้มีการวางแผนที่จะไปพบเจอกันโดยทั้งสองฝ่ายต่างรู้ตัวอยู่แล้ว  ดูประมาณว่าในเนื้อหนังได้เพิ่มความซับซ้อนทางอารมณ์และการกดดันในการตัดสินใจให้กับตัวละครเอกอย่าง คอลลิน เฟิร์ธ

The Railway Man นับเป็นหนังที่สมควรติดตามเรื่องหนึ่ง  ไม่ใช่แค่โปรดักชั่นที่เพียบพร้อมดูดีทำได้ถึง  หรือผู้กำกับ Jonathan Teplitzky ที่เล่าเรื่องได้ลงตัว  สร้างบรรยากาศที่สมจริงสมจัง  หากแต่สำนึกแห่งมโนธรรมได้ถูกกระตุ้นเตือนในรำลึกเสมอว่า เราเป็นมนุษย์ซึ่งเป็นสัตว์ประเสริฐ  สมควรจะมีเมตตาธรรมต่อกัน  เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไม่ว่ายากดีมีจน  ภัยพิบัติมาโครมเดียวก็มีสิทธิ์ตายได้พร้อมกันถ้วนหน้า  แล้วจะมาเข่นฆ่าทำร้ายกันด้วยเหตุผลกลใด?   ฤาเพียงต้องการที่จะสนองตัณหาซาดิสต์ของผู้นำมารร้ายที่ถือกำเนิดขึ้นมาเพื่อทำลาย?   สติเท่านั้นที่จะทำให้มนุษย์แตกต่างจากสัตว์โลกตั้งแต่ระดับอะมีบ้ายันมาถึงปลาวาฬหลังค่อม  และสติอีกเช่นกันที่สามารถกำกับการเลือกทางเดินที่ถูกต้องให้กับหมู่มวลมนุษย์  เมื่อนั้นคำว่า “โศกนาฏกรรม”ก็จะมีอยู่ในเพียงนิยาย....




Create Date : 03 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2557 9:29:01 น. 3 comments
Counter : 1595 Pageviews.

 
เรื่องนี้น่าดูค่ะ
เคยคิดอยู่ว่า ช่วงเวลาสงครามที่เขาสู้กัน
วางแผนที่จะฆ่ากันเนี่ย
ที่จริง เขาเกลียดกันจริงๆหรอ?

ถ้าวันนึงพวกเขาทั้งสองฝ่ายมาเดินถนนมาเจอกัน หลังจากนั้นแล้วจะรู้สึกกันยังไง


โดย: กาบริเอล วันที่: 3 พฤศจิกายน 2557 เวลา:12:31:41 น.  

 
Hello, Neat post. There is an issue with your site in web explorer, could check this? IE nonetheless is the market leader and a huge part of folks will omit your excellent writing because of this problem.
ugg australia classic short chestnut //www.bionetus.com/wp-content/plugins/stivali-ugg/Q74X5IWmHg/


โดย: ugg australia classic short chestnut IP: 192.99.14.34 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2557 เวลา:23:17:40 น.  

 




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:8:09:50 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.