Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
25 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
วันนี้ฉาย 2 เรื่องควบ-หนังเซ็กซ์สยอง In the realm of the senses/หนังทริลเลอร์คล้ายๆ ดี The Mist



In the Realm of the Senses

หนังญี่ปุ่น In the realm of the senses เรื่องนี้ ทำมาตั้งแต่ปี 1976 ผลงานของผู้กำกับดัง Nagisa Oshima เป็นโปรดักชั่นที่ร่วมลงทุนระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่งเศส (ถ้าให้ไอ้ยุ่นเพียวๆ คงกลัวๆ กล้าๆ อยู่)

เรื่องราวเซ็กซ์สยองที่ทำมาจากเรื่องจริงในญี่ปุ่นยุค 1930 ชายหญิงคู่หนึ่งลุ่มหลงซึ่งกันและกัน วันๆ เอาแต่ปั่มปั๊มได้ทุกที่ทุกเวลา แทบไม่มีเวลาทำมาหากิน และดีกรีความรุนแรงของเซ็กซ์ก็เพิ่มขึ้นตามวันเวลาและความคลั่งไคล้ต่อกัน จนเซ็กซ์แบบปรกติไม่สามารถเข้าไปทดแทนความรู้สึกที่ทั้งสองมีต่อกันได้ เมื่อนั้น..สุดยอดของเพศรสจะมีได้ก็คือความตายเท่านั้น...

ไม่น่าเชื่อว่ามุมมองทางเพศของคนญี่ปุ่นจะลึกล้ำอะไรได้ขนาดนั้น เรื่องราวอันแสนอีโรติกแฝงด้วยจิตวิทยานี้นำเสนอด้วยวิธีการไม่ประนีประนอมใดๆ ทั้งสิ้น ตัวแสดงทุกคนในเรื่องกล้าหาญชาญชัยสุดๆ ไม่ว่าหนุ่มเฒ่าสาวแก่แม่หม้าย ต่างโชว์ของดีกันจะจะ สอดใส่กันจริงๆ ไม่ต้องจินตนาการให้เมื่อยตุ้ม ไม่ต้องระแวงยาหม่องใดๆ มาป้ายตามสไตล์ไอ้ยุ่น (ยกเว้นเวอร์ชั่นที่ฉายในญี่ปุ่น แหะๆ ขนาดฟิล์มยังต้องส่งไปล้างที่ปารีส ตัดต่อเสร็จกันที่นั่น แถมหลายประเทศก็ยังแบน/เซนเซอร์กันให้วุ่นวาย)





ฉากเซ็กซ์ในเรื่องหวือหวาทั้งสถานการณ์ที่ทั้งสองไม่เคยนึกอายฟ้าดิน ฟาดกันได้ทุกหนแห่ง มีผู้ร่วมชมสารพันตั้งแต่สาวๆ ไปยันคุณยาย แถมบางทียังฉุดเข้าไปร่วมวง ไปจนถึงเซ็กซ์พิศดารไม่ทำมะดา อย่างเช่น เอาไข่ต้มไปให้นางเอกฝึกออกไข่ เอิ๊กกก....แล้วพระเอกก็เก็บเอามากิน...เหวอออ (ขณะที่ให้เกอิชาบรรเลงดนตรีประกอบอารมณ์) คิดได้ไงอะซีนนี้...ข้าพเจ้าขอคำนับสาเกไปเรยสิบจอก...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หนังก็ดูไม่ใช่ porno ยังคงศิลปะการถ่ายทำและเล่าเรื่องอย่างเหนือชั้นตามสไตล์ของ Oshima

Nagisa Oshima ไม่ใช่ผู้กำกับกระจอกที่ไหน ถึงอายุอานามจะอาวุโสกว่าข้าพเจ้าไม่น้อย ก็คว้ารางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมเมืองคานส์มาแล้ว จากหนังแนวเดียวกัน Empire of Passion ซึ่งคงต้องรีบไปควานมาดูโดยด่วนเช่นกัน นอกนั้นก็ยังมีหนังระดับอินเตอร์ Merry Christmas, Mr. Lawrence หนังสมัยสงครามโลก ที่ได้เดวิด โบวี่ มาปะทะบทบาทกับดาราญี่ปุ่น รวมทั้งหนังเกย์ซามูไร Gohatto หรือ Taboo ซึ่งแอบได้ดูทางยูบีซีเมื่อสองปีที่แล้ว





The Mist

ถึง The Mist จะออกจากโรง..นำมาเล่าเลทไปนิด ก็ดีแล้วละ..เพราะคงสปอยล์ซะกระเจิง..อิอิ..เหมาะกับคนดูมาแล้วนะจ๊ะ

ติดตามผลงานของ แฟรงค์ ดาราบอน เจ้าของงานดัง Shawshank Redemption และ The Green Mile มาสม่ำเสมอ แต่ก็แปลกใจที่หายหน้าไปนาน ครั้นกลับมาด้วยผลงาน The Mist (ของสตีเฟน คิง เช่นเคย) ก็ประหลาดใจนิดๆ ว่าทำไมถึงเลือกเรื่องซึ่งคล้ายกับ The Fog ของจอห์น คาร์เพนเตอร์ (ที่รีเมคมาแล้วอีกตะหาก) คงจะมีอะไรพิเศษกว่ากระนั้นหรือ...

เรื่องราวของสิ่งประหลาดที่คืบมากับสายหมอก เปรียบเปรยกับหมอกอึมครึมกลางใจมนุษย์กิเลสหนา กลายเป็นธีมหลักของเรื่อง ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าต้นฉบับเรื่องสั้นของสตีเฟน คิงเขียนในแนวนั้นหรือเปล่า.. เปิดโอกาสให้แฟรงค์ดำเนินเรื่องได้ลงลึกกว่า The Fog อยู่ไม่น้อย ตัวละครคุณน้าคลั่งพระเจ้าที่กลายเป็นเจ้าแม่จูงใจกลุ่มคนที่สิ้นหวังได้ในที่สุด ได้กลายเป็นจุดหักเหของเรื่องซึ่งผู้กำกับได้เสียดสีสังคมความเชื่อของอเมริกันที่ดูงมงายง่ายดาย ทั้งๆ ที่มีชีวิตที่ศิวิไลซ์กว่าประเทศใดในโลก แปลกที่ว่าเขาสามารถเอาความเชื่อในพระเจ้ามาเล่นกันแบบนี้ได้โดยไม่โดนโจมตี

ความที่บทบาทของตัวละครมีมากมายที่ต้องเข้ามาติดกับอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต(นรก)นี้ด้วยกัน ทำให้การแจกแจงรายละเอียดของบททำด้วยความลำบากพอควร เบื้องลึกตัวละครเลยมีได้คนละนิดละหน่อย เข้าข่ายสไตล์หนังวินาศทั้งหลาย ยิ่งดูไปๆ เหตุการณ์แบบ melodrama ที่เกิดขึ้น และการกำจัดตัวละครให้ตกเป็นเหยื่อไปทีละคน ประมาณเข้าสูตรสำเร็จของหนังแนว Disaster ไปโดยปริยาย ความเข้มข้นลึกล้ำของเรื่องก็เลยเหลืออยู่แค่ความขัดแย้งของศรัทธาต่อพระเจ้ากับการเอาชีวิตรอด ซึ่งดูๆไปก็รู้สึกมันเว่อร์ๆ ไปทุกที อย่างว่าเราก็ไม่ใช่ฝาหรั่งอเมริกัน ก็ไม่รู้สึกอินสักเท่าไร

ช่วงแรกๆ ของเรื่องทำได้ชวนลุ้นชวนติดตามอยู่ไม่น้อย ความลึกลับของสิ่งที่มองไม่เห็นในสายหมอกมฤตยูมักเป็นเสน่ห์ให้ชวนระทึกอยู่เสมอ แต่พอได้เห็นตัวประหลาดเยอะขึ้น ก็เลยงั้นๆ ถึงยังไงฉากค้างคาวประหลาดที่จู่โจมเข้ามาในซูเปอร์มาร์เก็ตก็ทำได้ตื่นเต้นดีไม่น้อย เห็นความละเอียดของจังหวะและเอ็ฟเฟ็คที่ทำได้ตื่นตาทีเดียว





แต่น่าเสียดาย..ความพยายามของคนดีๆ ที่ต้องการเอาชีวิตรอดกลับมาต้องมากลายเป็นซีโร่ตามใจผู้กำกับ โดยหวังจะตลบหลังความรู้สึกคนดูให้หัวทิ่มกลายเป็น dark side ending โดยไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไร

ผู้กำกับพยายามหาเหตุให้พระเอกและพรรคพวกหนีกลุ่มคลั่งศาสนาออกมาตายเอาดาบหน้า ขับรถดุ่ยๆ ไป โดยไม่ดูอีกต่างหากว่าน้ำมันมีแค่ไหน? อยู่ดีๆ ก็ปล่อยให้น้ำมันหมดเอาดื้อๆ กลางถนนในสายหมอก แล้วทั้งหมดก็พาลสิ้นหวังดื้อๆ (เช่นกัน) คิดได้อย่างเดียวว่าในปืนมีลูกพอจะฆ่าตัวตายทั้งคันรถเพื่อหนีสัตว์ประหลาดหรือไม่? (ทั้งๆ ที่พระเอกก็เป็นคนที่สู้หัวชนฝามาตลอด ยอมแม้กระทั่งเสี่ยงชีวิตช่วยคนที่รู้ว่าไม่มีทางรอด..)

จู่ๆ ก็ตัดสินใจยิงปังๆ เด็ดสะมอเร่ (แม้กระทั่งลูกตัวเอง) เหลือแต่อีพระเอกคนเดียวที่ไม่มีกระสุนเหลือพอฆ่าตัวตาย (ขณะเดียวกัน ข้าพเจ้าก็เริ่มตะหงิดๆ ว่า ตอนจบมันต้อง.. โอ มายกร๊อด..กลายเป็นเหมือนที่คิดซะไม่มี) อยู่ดีๆ หมอกจางลงกระทันหัน กลายเป็นกลุ่มรถถัง กองทหารกำลังอพยพช่วยเหลือคนมาได้ ปล่อยให้พระเอกกรีดร้องตีอกชกหัวในชะตากรรม เหอะๆ คงสนุกที่ได้ทำร้ายจิตใจคนดู...

แต่ไม่คิดหรือว่า..มันจะสร้างทัศนคติห่วยๆ และความหมดหวังให้กับชีวิต โดยเฉพาะกับคนที่พยายามต่อสู้เพื่อช่วยเหลือคนอื่น โอเคร..เข้าใจอยู่ว่าหนังเป็นเสรีนิยม อยากจะบิดให้มันนอกโลกยังไงก็ได้ แต่ในเมื่อทำหนังในแนว Mainstream แบบนี้ แถมเข้าสูตรสำเร็จหนังโลกาวินาศ มันย่อมมีผลต่อคนดูในวงกว้าง... โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน (แหม..เข้าล็อคละครสวรรค์เบี่ยงยังไงยังงั้น)

ถ้าอยากทำแนวอันเดอร์กราวนด์ พยายามทำตัวเป็นหนังคัลต์ ขายสไตล์เกร๋ก็ทำไปเถอะ ไม่ใช่ขนมผสมน้ำยาอย่างนี้....จะเล่าแบบแนวๆ ก็ไม่ใช่ ยังต้องทำตามใบสั่งแบบฮอลลีหวูดอยู่ มันก็เลยทะแม่งๆ เช่นนี้แหละท่าน ถ้าใครดูแล้วรู้สึกผะอืดผะเอาก็อย่าได้แปลกใจ...ก็สมควรอยู่หรอก




Create Date : 25 เมษายน 2551
Last Update : 25 เมษายน 2551 15:09:38 น. 12 comments
Counter : 5177 Pageviews.

 
พี่หมีอย่าลืมไปดู Funny Games ในวันที่ 1 พฤษภาคมนี้นะครับ



โดย: I will see U in the next life. วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:12:36:06 น.  

 
อูย อยากดูเฮียเหลียงเล่นเลิฟซีนง่ะพี่เหม


โดย: คอนเส็ปต์ผมมีแค่เนี้ยแหละ อิอิ (Nagano ) วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:21:04:10 น.  

 
แว้ก อายจัง ดูภาพแล้วนึกว่าเรื่องนั้น


โดย: Nagano วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:21:05:52 น.  

 
พีหมีวิจารณ์ได้อรรถรสเชียวครับ


โดย: กระต่ายไม่ขูดมะพร้าว วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:21:22:55 น.  

 
แหะๆ น้องดองที่รัก คุณพี่หมีไม่รู้จะทำใจได้แค่ไหนนะกะไอ้หนัง Funny Games เนี่ย ยิ่งบรรยายว่าสอง ชม.ในโรงหนังเนี่ยเหมือนนรก.. กัวข้าพเจ้าจะบอกศาลาเผ่นออกนอกโรงซะก่อน...

...................................................

น้องโนะที่รักยิ่ง สงสัยหลงไปในหมอกมหากาฬนานไปนิด เลยหลุดบล็อคไปซะงั้น ค้นย้อนหลังไปอ่านเรื่อง Lust, Caution ได้นะจ๊ะ น่าเสียดายไม่ได้ชมหน้าเฮียเหลียงตอนไคลแมกซ์ สุดยอดดด...ดีวีดีน่าจะมีแล้วนา...

.....................................................

คุณน้องต่ายคับ..ไอ้ที่ได้อรรถรสน่ะ พี่หมีขอเดาว่าเป็นหนังญี่ปุ่นเป็นแน่แท้ ใช่ปะ... ลองหามาชมจิ ไอ้บรรดาหนัง xxx ทั้งหลายต้องชิดซ้ายตกคูไปเกลี้ยง


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 25 เมษายน 2551 เวลา:23:38:28 น.  

 
สวัสดีตอนเช้าครับพี่หมี

ถ้าไปหามาดูต้องไปแอบดูเครื่องเล็กครับ ถ้าฉายจอใหญ่ ผมว่ามันจะมโหฬารไปครับ


โดย: กระต่ายไม่ขูดมะพร้าว วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:9:22:13 น.  

 
มาตอบช้าไปหน่อยนะครับพี่หมี ช่วงนี้ขี้เกียจเข้า bloggang ประมาณว่า up blog ตัวเองเสร็จก็เก็บเสื่อหนีไปเลย

เรื่องกล้อง ถ้าพี่หมีจะเอากันสั่น ก็เล่น sony ไปเลยครับ เพราะมันมีระบบกันสั่นในตัวกล้อง รู้สึกว่า D60 จะไม่มีนะครับ จะมีก็แต่เลนส์ nikon ที่มี code VR อะครับ ถ้าจำไม่ผิด
ส่วนเรื่องตัวไหนจะวัดแสงละเอียด ดีหรือไม่ดี ถูกใจหรือไม่ถูกใจ อันนี้ต้องลองเองเลยครับ เพราะแต่ละค่ายเขาก็อวดว่าของเขาดี แต่รู้สึกว่าพวกตากล้องจะให้ credit กับ 3d matrix ของ nikon มากกว่าค่ายไหนๆ นา...


โดย: ทายาทตระกูลหยี วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:15:39:07 น.  

 
เหอๆๆๆๆ น่าดูแฮะเรื่องแรก

แวะเข้ามาส่งข่าวว่าอัพเพลงลงบล๊อคแล้สค่ะพี่

และที่สำคัญ กล่องคอมเม้นท์โดนใจมาก

หนูชอบแพนด้าๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: littlephantom วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:23:37:24 น.  

 
พี่หมีผมอยากดูเซ็กส์สยองอ่า

555

The mist ผมชอบนะ เพราะไปดูกับกิ๊กหง่า 555


โดย: mantis IP: 210.86.190.136 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:1:37:46 น.  

 
แบบนี้เลยพี่ผมชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


โดย: tot IP: 113.53.56.188 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:47:24 น.  

 
ชอบแนวนี้จัง


โดย: akehup IP: 118.172.108.122 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:20:44 น.  

 
อยากดูเหมือนกัน


โดย: เด็กใหม่ IP: 183.88.249.26 วันที่: 20 มิถุนายน 2554 เวลา:12:27:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.