ในปลาทูน่า มีน้ำมันปลามากจริงหรือ???













































"น้ำมันปลา ในปลาทูน่า"

น้ำมันปลา หรือที่เรียกกันว่า โอเมก้า 3
จะมีมากในปลาที่อยู่ในทะเลลึก
ปลาไทยๆ ของเราก็มี
และในปลาทูก็มี ตรงส่วนที่มีมากคือตรงส่วนหัว และปริมาณจะลดลงไปตามลำดับ


ส่วนหางจะมีน้อยที่สุด ทางกรมอนามัยได้ทำการวิเคราะห์แล้วว่าปลาช่อนก็มี
นอกจากนี้ในปลาตาเดียว ปลากะพงก็มี
ในปลาทูจะมีปริมาณมากกว่าปลาทูน่าด้วยซ้ำ การเอาปลาทูมาทำอาหาร


เช่น ต้มส้มปลาทู ต้มยำปลาทู ฉู่ฉี่ปลาทู ปลาทูทอด ยำปลาทูนึ่ง เมี่ยงปลาทู
กินเป็นประจำก็จะได้โอเมก้า 3 ที่อร่อยๆ จากปลา.
















Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:31:24 น.
Counter : 153 Pageviews.  

ชายที่ชอบโมโห-เกลียดชังคนอื่น เสี่ยงเป็นโรคปอด
















































"เสี่ยงต่อโรคปอด"

วารสารโธร็อกซ์ ของสมาคมแพทย์อังกฤษ
เผยแพร่ผลการวิจัยของทีมแพทย์
จากมหาวิทยาลัยแพทย์ฮาร์วาร์ด
ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตส์ สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2529
จากการศึกษาสุขภาพของชายวัยกลางคน 670 คน อายุระหว่าง 45-86 ปี
มีอายุเฉลี่ยประมาณ 62 ปี


โดยแพทย์ได้ทำการวัดระดับของอารมณ์ความเกลียดชังด้วยวิธีที่เรียกว่า "คุ้ก
เมดลีย์ สเกล" และวัดกำลังของปอด
ด้วยการวัดปริมาณของอากาศที่ถูกขับออกมาในแต่ละวินาที
เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินการทำงานของปอด
โดยจัดให้มีการทดสอบอาสาสมัครเหล่านี้ทุกๆ 8.2 ปีโดยประมาณ ทั้งหมด 3
ครั้งด้วยกัน










"โมโหก็ส่งผลต่อปอด"


หลังจากตัดปัจจัยอื่นๆ ที่จะทำให้ปอดเสื่อมเร็วขึ้น เช่น การสูบบุหรี่
ออกไป นักวิจัยพบว่า อารมณ์โมโหก็จะส่งผลต่อการทำงานของปอดเช่นกัน
เนื่องจากอัตราการเกิดความเกลียดชังใกล้เคียงกับความสามารถในการทำงานของปอด
โดยผู้ที่มีความเกลียดชังหรือโมโหมาก
การทำงานของปอดก็จะลดลงมากกว่าอาสาสมัครคนอื่นๆ
ที่อารมณ์ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงหรือมองโลกในแง่ดีมากกว่า โดยทุกๆ
ระดับของอารมณ์ที่ฉุนเฉียวมากขึ้น จะทำให้อากาศที่ขับออกมาจากปอดน้อยลงไป 9
มิลลิลิตร


ก่อนหน้านี้ได้มีการสำรวจพบว่า อารมณ์เกลียดชังและโมโห
มีผลเกี่ยวเนื่องกับการเกิดโรคหัวใจ โรคหืดหอบ ความดันโลหิตสูง และโรคอื่นๆ
อีกมาก อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการพบสาเหตุที่แน่ชัดที่ทำให้เกิดโรค
โดยทฤษฎีหนึ่งระบุว่า
การโมโหหรือเกลียดชังจะส่งผลกับกระบวนการผลิตฮอร์โมนในร่างกาย
ซึ่งจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในตัวคนมีปัญหา ทำให้เกิดการติดเชื้อเรื้อรัง
ส่งผลให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย.
















Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:27:51 น.
Counter : 144 Pageviews.  

หลับง่ายถ่ายคล่องด้วยแกงขี้เหล็ก


















































"บรรเทาเครียด โรคประสาท"

ตำราแผนโบราณของ "หมอพร"
หรือกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ กล่าวว่าให้เอา
แก่นขี้เหล็ก
แก่นฝาง ใบมะกา ใบมะขาม ใบส้มป่อย ฯลฯ รวม 24 สิ่ง หนักเท่ากัน
ใส่หม้อดินต้มน้ำพอควร รับประทานครั้งละ 1 ถ้วย วันละ 2 เวลา บรรเทาเครียด
แก้โรคประสาท ได้ผลชะงักนักแล


ตำราแผนไทยฉบับอื่น ๆ กล่าวถึงสรรพคุณขี้เหล็กไว้ตรงกันว่า
ใบขี้เหล็กแก้นอนไม่หลับ เป็นยาระบายอย่างอ่อน ดอกแก้รังแค แก้หืด
และอาการนอนไม่หลับ ส่วนขี้เหล็กทั้งห้า (คือเอาทั้งใบ ดอก ผล ต้น ราก)
ช่วยถ่ายพิษกระษัย พิษไข้ ฯลฯ

เอขี้เหล็กมีดีอะไรหนอ ?


ขี้เหล็กเป็นพืชพื้นเมืองในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบทั่วไปในประเทศไทย
ศรีลังกา มาเลเซีย และเพื่อนบ้านใกล้เคียง ดอกขี้เหล็กเป็นช่อสีเหลือง
คนชนบทนิยมเก็บใบอ่อนและดอกมาทำแกงชี้เหล็ก อร่อยอย่าบอกใคร


เมื่อราว 60 ปีมาแล้ว ในช่วงสงครามโลก
ประเทศไทยขาดแคลนยาและเวชภัณฑ์จำเป็นอย่างมาก ศาสตราจารย์นายแพทย์อวย
เกตุสิงห์
ได้พยายามศึกษาค้นคว้าตำรายาไทยเพื่อหาว่าพืชสมุนไพรตัวใดที่อาจนำมาใช้แทน
ยาแผนปัจจุบันได้










"หลายชนิดมีผลต่อประสาทส่วนกลาง"


ในราวปี พ.ศ. 2485 คุณหมออวย ได้พบว่า
สมุนไพรไทยหลายชนิดมีฤทธิ์ต่อประสาทส่วนกลาง
โดยเฉพาะขี้เหล็กตำรับยาไทยหลายเล่มระบุสรรพคุณตรงกันในด้านคลายเครียด
บรรเทาอาการจิตฟุ้งซ่านขี้เหล็กเป็นอาหารพื้นบ้านชาวไทยมานานหลายร้อยปีแล้ว
ความปลอดภัยอยู่ในระดับที่มั่นใจได้


ห้าปีต่อมา แพทย์หญิงอุไร อรุณลักษณ์ แผนกสรีรวิทยา โรงพยาบาลศิริราช
ได้ทำการศึกษาอย่างจริงจัง
โดยกระทำการสะกัดสารสำคัญจากใบขี้เหล็กด้วยแอลกอฮอล์
แล้วนำสารที่ได้ฉีดใส่สัตว์ทดลอง
เพื่อดูว่ามันจะมีฤทธิ์อย่างที่คนโบราณบันทึกได้หรือไม่


ฮู เร !


สัตว์ทดลองที่ได้กินหรือฉีดสารสะกัดจากใบขี้เหล็ก จะมีอาการซึม
เคลื่อนไหวช้าลง ชอบอยู่เฉย ๆ ซุกหน้าแต่ไม่ถึงกับหลับ


คุณหมออุไร ได้ทดลองใช้สารสะกัดขี้เหล็กกับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนไม่หลับ 8
คน พบว่าขี้เหล็กช่วยให้หลับได้ดีตลอดคืน
จึงสรุปว่าขี้เหล็กมีฤทธิ์เป็นยาสงบระงับ (Sedative)ได้










แสดงว่าสารสำคัญในขี้เหล็กออกฤทธิ์ได้จริง
และไม่รุนแรง


นั่นเป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญของขี้เหล็กที่จะอวดโฉมในวงการแพทย์ไทยและวงการ
แพทย์โลก


ในเมืองนอก คณะผู้วิจัยในมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม
ประเทศอังกฤษได้ศึกษาหาว่าสารสำคัญตัวนี้คืออะไร และพบในเวลาต่อมาว่า
มันคือสารพวกโครโมน (Chromone) พวกเขาตั้งชื่อมันว่า บาราคอล (Barakol)
หรือแอนไฮโดรบาราคอล


ขณะนี้องค์การเภสัชกรรมได้พัฒนาขี้เหล็กไทยให้เป็นยาคลายเครียด
ช่วยให้นอนหลับอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ยังติดขัดเรื่องความเป็นพิษต่อตับ
ทำให้การพัฒนาประสบอุปสรรค


นอกจากฤทธิ์คลายเครียด หนังสือยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณสุขมูลฐาน
กระทรวงสาธารณสุข ปี พ.ศ. 2537 กล่าวว่า แอนทราควิโนน
ในใบและดอกตูมของขี้เหล็ก ยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อน ๆ
และช่วยแก้อาการท้องผูกได้


น่าสนใจนะครับ เมืองไทยมีอะไรดี ๆ ที่คนรุ่นใหม่ยังไม่รู้อีกแยะ


แหมหลับง่าย ถ่ายคล่องอย่างนี้หิ้วแกงขี้เหล็กกลับบ้านสักถุง
ทานเป็นกับข้าวมื้อเย็น ดีไหมครับ ? หรือจะลองปรุงแกงขี้เหล็ก สูตรคุณสมัคร
ก็น่าสนใจนะครับ
















Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:25:50 น.
Counter : 212 Pageviews.  

พักนวดมือ ก่อนสู้งานต่อ










































"ลดอาการปวดตามข้อ"

มาทำงานตั้งแต่เช้าจนเย็น คุณต้องนั่งพิมพ์เอกสาร
ตอบอีเมล์ไม่รู้กี่สิบฉบับ
ไหนจะต้องจับเม้าส์ทั้งวัน
มือคุณต้องเกร็งและรู้สึกเมื่อยแน่ ๆ
ลองหาเวลาก่อนคุณจะเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์
หลังปิดเครื่องตอนกลับบ้านหรือจะตอนที่รถติดไฟแดง นวด ฝ่ามือ
ลดอาการปวดตามข้อ

ยืดกล้ามเนื้อที่ข้อมือ :
เคยมีคุณครูสอนการออกกำลังกายบอกไว้ว่า
การยืดกล้ามเนื้อเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันอาการบาดเจ็บต่าง ๆ
ถ้าอยากให้แขนที่ล้าสบายขึ้นก็ยืดข้อมือกันก่อน
นั่งให้สบายและยืดแขนข้างขวาออกไปด้านหน้าให้สุด
ยกฝ่ามือให้ตั้งขึ้นแล้วใช้มือข้างซ้ายดัดนิ้วด้านขวาเข้าหาตัว ทำค้างไว้
10 วินาทีแล้วปล่อย สลับกับอีกข้าง

ได้เวลานวดมือแล้ว :
ใช้นิ้วโป้งนวดฝ่ามืออีกข้างเป็นวงกลมทั่วทั้งฝ่ามือและตามความยาวของนิ้ว
ถ้านวดแล้วเจอจุดที่เจ็บให้หยุดแล้วค่อยๆ กดค้างไว้ประมาณ 2-3 วินาที
จากนั้นก็ปล่อยและเลื่อนไปนวดที่อื่นต่อ
วิธีนี้สามารถลดอาการเกร็งและของเสียที่รวมตัวตามกล้ามเนื้อบางส่วนของมือ
คุณ ทำสลับกับอีกข้าง ขอบอกว่าคุณสามารถทำได้เรื่อยๆ ในช่วงที่ว่าจากงาน






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:23:55 น.
Counter : 141 Pageviews.  

7 วิธีทำให้หน้าเด็ก










































ใคร ๆ ก็อยากเป็นสาวผิวใส


ไร้ริ้วรอยและความหมองคล้ำ แต่วัยที่มากขึ้นรวมทั้งมลภาวะรอบกาย
อาจทำให้ผิวค่อย ๆ เหี่ยว แบบไม่รู้ตัวได้ค่ะ

มาเริ่มต้นดูแลผิว เพื่อรักษาความสดใสของผิวกันดีกว่าค่ะ





























1. ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ


ไม่ว่าจะฤดูกาลไหน ครีมกันแดด
เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องผิวจากภัยแดดที่ขึ้นชื่อว่า
>b?เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวเหี่ยวย่น
การทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันจึงเป็นเสมือนการสร้างเกราะคุ้มกันให้กับผิว
หน้า ถ้าไม่ได้ไปเผชิญกับแดดแรง ๆ เลือกครีมกันแดดที่มีค่า>B?


SPF 15 ก็พอค่ะ และในช่วงกลางวันที่แดดจ้า
หลบแดดได้จะเป็นวิธีปกป้องผิวที่ดีที่สุด หรือถ้าต้องไปรับไอแดดกันจริง ๆ
ควรสวมหมวกปีกกว้าง สวมแว่นกันแดด และใส่เสื้อผ้าโทนสีเข้ม เนื้อหนา
ที่สามารถป้องกันการทะลุทะลวงของรังสี UV ทั้ง UVA
ที่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวคล้ำและมีริ้วรอย และ UVB
ที่ทำให้ผิวไหม้เกรียม








2. อย่ารบกวนผิวมากเกินไป


การรบกวนผิวมากไป ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพผิวแต่อย่างใดการล้างหน้าบ่อยเกินไป
หรือขัดถูเช็ดผิวหน้าอย่างรุนแรงเพื่อให้มั่นใจ ว่าสะอาดเพียงพอ
กลับเป็นการทำร้ายผิวแบบไม่รู้ตัว
เพราะอาจทำให้ผิวมีริ้วรอยและหยาบกร้านได้โดยเฉพาะคนที่ผิวแห้ง
การล้างหน้าต้องทำอย่างนุ่มนวลเช็ดผิวอย่างเบามือ
เพื่อป้องกันริ้วรอยก่อนวัยนอกจากนี้ควรเลือกใช้ผลิตภัณท์ที่อ่อนโยนต่อผิว
ด้วย









3. เลือกใช้ผลิตภัณท์ที่มีส่วนผสมของ AHA


AHA หรือ Alpha hydroxy acid มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวให้ขาวขึ้นแล้ว
ยังช่วยรักษาริ้วรอยจากแสงแดดได้ด้วยซี่งปัจจุบัน เครื่องสำอางส่วนใหญ่
จะมีส่วนผสมของ AHAในปริมาณ 2-15 % ซึ่งมักไม่เป็นอันตรายกับผิว
แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรเลี่ยงที่จะไปตากแดดแรง ๆ เพราะการใช้
AHAจะทำให้ผิวหน้าไวต่อแดดมากขึ้นดังนั้นเพื่อป้องกันการแพ้
ควรใช้ครีมกันแดดร่วมด้วยเสมอ









4. ลดริ้วรอยบาง ๆ ใต้ตาด้วยเรตินอล


เมื่ออายุมากขึ้น ริ้วรอยใต้ตา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความร่วงโรยของผิวได้
โดยเฉพาะผิวใต้ตา ซึ่งค่อนข้างบอบบาง


จึงเกิดริ้วรอยได้ง่าย หากทิ้งไว้
ก็กลายเป็นรอยตีนกาได้คงถึงเวลาที่คุณจะต้องหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเรติ
นอล ซึ่งมีคุณสมบัติลดเลือนริ้วรอยจางๆ ได้ดี
นอกจากนี้เรตินอลยังช่วยกระตุ้นการเสริมสร้างคอลลาเจน
ทำใหผิวหน้าเต่งตึงขึ้นได้








5. อาหารต่อต้านริ้วรอย


ผู้เชี่ยวชาญท่านได้ศึกษาพบว่า อาหารที่อุดมไปด้วยผลไม้,ผัก และไขมันต่ำ
จะช่วยให้ผิวพรรณของเราแข็งแรงพอที่จะต่อต้านสิ่งที่จะมาทำลายผิวให้อ่อนแอ
จนเป็นสาเหตุให้เกิดริ้วรอยได้ ค่ะ
โดยเฉพาะแสงแดดภัยตัวฉกาจของการทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้าของหญิง
สาวค่ะชนิดของอาหารที่แนะนำให้รับประทานก็คือ
อาหารที่มีไขมันต่ำลดการรับประทานเนื้อแดงและของหวานลง
นอกจากนี้ก็ควรเพิ่มการรับประทานผักใบเขียว, ผลไม้ เมล็ดถั่วต่างๆ,
น้ำมันมะกอกที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว
รวมทั้งเมล็ดธัญพืชต่างๆค่ะซึ่งอาหารดังกล่าวจะอุดมไปด้วยวิตามินที่มีฤทธิ์
ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินเอและซี และอี
จะช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรงและปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำลายจากสิ่งแวดล้อมภายนอก
ได้









6. เว้นอาหารที่ทำลายผิวพรรณ


ไขมันอิ่มตัวในเบคอน ไส้กรอก ไอศกรีม และเนยสด
กระบวนการเผาผลาญอาหารเหล่านี้ จะเกิดอนุมูลสารอิสระสูง
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์ของร่างกายเหี่ยวย่น และเสื่อมโทรม
ส่วนอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป
มีผลขัดขวางกระบวนการสร้างคอลลาเจนของเซลล์ผิว ทำให้ผิวหย่อนยาน



เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน คาเฟอีนจะดูดซับความชื้นจากผิว
ถ้าคุณติดกาแฟจนยากที่จะเลิก เมื่อคุณดื่มกาแฟ 1 แก้ว
ก็ควรดื่มน้ำเปล่าแก้วโต ๆ ตามไป 1 แก้วเช่นกัน
เพื่อป้องกันไม่ร่างกายขาดน้ำ และผิวพรรณขาดความชุ่มชื้นไปด้วย
เครื่องดื่มแอลกฮอล์ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผิวพรรณ ขาดความเปล่งปลั่ง
ถ้าคุณเป็นนักดื่ม ทุกครั้งที่ดื่มแอลกฮอล์ อย่าลืมดื่มน้ำเปล่าแก้วโต 2
แก้ว เพื่อชดเชยไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำ
และช่วยป้องกันไมให้ผิวขาดความชุ่มชื้น








7. ใช้ชีวิตอย่างสมดุล


สาวบ้างานทั้งหลาย มีสิทธิ์ผิวหย่อนยาน ไม่สดใส
ได้เร็วขึ้นเพราะการทำงานหนัก ชนิดอดหลับอดนอน หรือไม่มีเวลาสำหรับพักผ่อน
นอกจากร่างกายจะอ่อนล้าแล้ว ผิวพรรณก็หมองคล้ำ
ทำให้คุณดูทั้งโทรมทั้งเหี่ยวเชียวล่ะ แม้อยากเป็นดาวรุ่งมากแค่ไหน
ก็ควรจัดเวลางานและเวลาส่วนตัวให้สมดุลมีเวลาสำหรับการออกกำลังกาย
และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ซึ่งจะช่วยให้เซลล์ผิวแข็งเรง
ไม่หย่อนยานก่อนวัยหากปล่อยให้ความเครียดสุมหัว จนไม่มีเวลาคลายเครียด
นานวันเข้า ผิวพรรณก็ร่วงโรย จนเกินเยียวยา
เครื่องสำอางมหัศจรรย์ที่ว่าแน่ๆ ก็ไม่อาจจะช่วยฉุดรั้งความสดใส
และความเปล่งปลั่งของผิวสาวกลับคืนมาได้หรอกค่ะ






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:21:58 น.
Counter : 149 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.