ภัยขั้นวิกฤติ






























สาวหาเพื่อนทางอินเทอร์เน็ตถูกหลอกไปมอมยา


"เหล่านักศึกษาถูกแอบถ่ายในห้องน้ำใจกลางเมือง
คู่รักพลอดรักกันในรถแล้วโดนจี้
พฤติการณ์ข่มขืนส่งตรงถึงที่-บริการเดลิเวอรี่ที่ไม่ได้โทร.สั่ง"








เหล่านี้คือตัวอย่างเล็กน้อย


ของภัยคุกคามในสังคมเสื่อมทรามทางศีลธรรม
ที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ซึ่งหากจะเรียกว่าวิกฤติก็คงไม่ผิดนัก








สกู๊ปพิเศษครั้งนี้จึงทำการรวบรวม

"แผนประทุษกรรม" หรือพฤติการณ์การกระทำผิดของคนร้าย
ซึ่งมักกระทำซ้ำๆ กันในรูปแบบเดิม รวมถึงวิธีป้องกันตัวจากภัยเหล่านั้น
เพื่อให้ทุกท่านกลายเป็น "คนรู้ทัน"
ไม่ต้องตกเป็นเหยื่อคนชั่วบางรายที่ยังลอยนวลอยู่ร่ำไป

หมายเหตุ : อย่าเพิ่งกลัวว่าจะเครียด
ครั้งนี้เป็นเรื่องภัยรอบตัวที่อ่านง่าย สบายตา แต่มีสาระ...เชื่อสิ






























เสียตัวเพราะ "ยาได้ผัว"


แอบถ่ายห้องน้ำ ห้องลองเสื้อ


ฉกชิงวิ่งราว


ถ้าเธอเหงา คุยกับเราทางอินเทอร์เน็ตสิจ๊ะ


ม่านรูดบนรถยนต์ แหล่งเพาะเชื้อชั่วที่ไม่มีวันตาย

ข่มขืนส่งตรงถึงที่-บริการเดลิเวอรี่ที่ไม่ได้โทร.สั่ง


ตำรวจปลอมรีดไถ


แท็กซี่หื่นกาม


ช่างซ่อมแอร์ "นอสตราดามุส"

กลโกง แก๊งค์ต้มตุ๋น มุกควายกว่านี้มีอีกไหม






Free TextEditor


























 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:51:31 น.
Counter : 141 Pageviews.  

ข้อแตกต่าง ชาย VS หญิง





























































































1.ความคิดถึง
ผู้หญิง =
เพิ่งแยกจากเรามาแค่ครู่เดียวเอง ก็คิดถึงอยากเจอหน้าเจาอีกแล้วน่ะ



ผู้ชาย = ความคิดถึงก็เหมือนการได้ลงเตะฟุตบอลที่เราอยากเตะพอได้เตะแล้วก็

หายอยาก








2.การจีบ
ผู้หญิง =
เขาเข้ามาคุยกับเราบ่อยๆอย่างนี้ เขากำลังจีบเราอยู่แน่เลย



ผู้ชาย = บางครั้งการจีบก็เป็นแค่การทดสอบความสามารถของตัวเอง
ไม่ได้รู้สึกจริงจังเลย








3.การตกหลุมรัก


ผู้หญิง = การก้าวขาหล่นลงไปในหัวใจของเขา ลึกจนยากจะปีนขึ้นมาง่ายๆ



ผู้ชาย = การเดินสะดุดขาอ่อนของเธอ
อาจจะเซไปบ้างแต่ไม่ถึงกับทำให้เสียการทรง

ตัว








4.หัวใจ


ผู้หญิง = อวัยวะที่ยกให้เขาไปแล้ว ก็ไม่อยากให้เขาส่งคืน



ผู้ชาย = อวัยวะที่ให้ในการหายใจอะดิ










5.แฟนเก่า ผู้หญิง = คนรักของวันวานที่ถ้าบังเอิญเจอหน้าในวันไหน
ก็ทำให้ใจสั่น ผู้ชาย = ใคร? เธอคือใครหรอ จำไม่ได้แล้วอะ








6.แฟนใหม่


ผู้หญิง =คนรักของวันนี้ที่เราอยากให้เป็นคนรักของวันหน้า ไปนานๆ



ผู้ชาย = แฟนของวันนี้ แต่วันหน้าค่อยว่ากันอีกที








7.โทรศัพท์


ผู้หญิง = เครื่องมือสื่อสารที่ช่วยสื่อความคิดถึง



ผู้ชาย = เครื่องมือสื่อสารที่เธอมีไว้คอยโทรจิกตามตรวจสอบเราทุกที่
ทุกเวลา








8.ความเหงา


ผู้หญิง = แค่ไม่มีเขาเราก้อเหงาเหลือเกิน



ผู้ชาย = 365 วันไม่เหงา เพราะเราไม่ขาดเพื่อน








9.ดอกไม้


ผู้หญิง = เดินผ่านร้านดอกไม้ทีไร อยากให้เขาซื้อให้เรา แค่ดอกเดียวก็พอ



ผู้ชาย = ก็แค่ดอกไม้ดอกเดียว ทำไมเธออยากได้อะไรนักหนา








10.จูงมือ


ผู้หญิง = เป็นแฟนกันแรกๆ เขาจูงมือเราไม่ยอมปล่อย



ผู้ชาย = โอ้ย ผมไม่ได้เด็กๆแล้วนะ ต้องจูงมือข้ามถนนด้วย








11.หึง


ผู้หญิง = รักคือหึงหึงคือรัก ไม่รักไม่หึง ไม่หึงถ้าไม่รัก



ผู้ชาย = ที่ผมเผลอลงไม้ลงมือกับคุณน่ะ เพราะผมหึงนะ








12.น้ำตา


ผู้หญิง = เครื่องมือที่ช่วยลดความเครียดตามธรรมชาติ



ผู้ชาย = เครื่องมือเรียกร้องความสนใจของผู้หญิง









13.เดทครั้งแรก


ผู้หญิง = เหตุการณ์ตื่นเต้นที่สุดอีกครั้งในชีวิต
เขาจะพาเราไปนั่งกินอาหาร

ร้านไหนนะ



ผู้ชาย = เหตุการณ์ผลาญเงิน หวังว่าเธอคงไม่เห็นแก่กิน
เลือกร้านแพงๆเหมือนยัยคนก่อน








14.ช้อปปิ้ง


ผู้หญิง = กิจกรรมสุดโปรด ได้ทำแล้วเหมือนมีสารเอ็นโดรฟินหลั่งออกมา



ผู้ชาย = เครียดก็ช้อป มีความสุขก็ช้อป อารมณ์ปกติก็ช้อป ผู้หญิงโรคจิต!








15.การสารภาพรัก


ผู้หญิง = เป็นแฟนกันมาตั้งนาน แค่คำว่ารักคำเดียว
เขายังไม่เคยพูดให้เราได้ยิน

เลย



ผู้ชาย = เป็นแฟนกันมาตั้งนาน คำว่ารักคำเดียวจะสำคัญอะไรนักหนา








16.อกหัก


ผู้หญิง = ทำลายของๆเขา ฉีกรูปคู่ทิ้ง เก็บตัวอยู่ในห้อง ฯลฯ เจ็บนี้อีกนาน




ผู้ชาย = กินเหล้า,จีบดะ,เที่ยวกระจาย ฯลฯ 3 วันหายอกหัก









17.งอน


ผู้หญิง = ดูเขาเถอะ! หาเรื่องให้เราต้องงอนอีกแล้ว



ผู้ชาย = ดูมัน! งอนได้ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ








18.ง้อ


ผู้หญิง = ดีใจจังเขาง้อเราแสดงว่าเขายังรักเราอยู่



ผู้ชาย = เซ็ง! ต้องแกล้งง้อไปงั้นแหละ
ดีกว่าต้องทนเห็นหน้าที่เป็นตูดของเธอ






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:49:02 น.
Counter : 135 Pageviews.  

นิสัยต้องห้าม



















































ทราบหรือไม่คะ

ศัตรูตัวฉกาดของความหล่อ ความงาม จริง ๆ แล้ว มันก็คือนิสัยเสีย ๆ
บางอย่างของคุณ ๆ นั้นเองแหละ มาดูกันเลยดีกว่า
ว่านิสัยที่ว่าไม่ดีต่อใบหน้านั้น มีอะไรบ้าง
แล้วคุณมีนิสัยแบบนี้อยู่สักกี่ข้อ































- ชอบขมวดคิ้วและชักสีหน้า :


ก็นี่น่ะ เป็นสาเหตุสำคัญของรอยเหี่ยวย่นเลยนะ ถ้าตอนยังเป็นวัยรุ่นทำน่ะ
คงไม่รู้สึกเท่าไหร่ แต่ถ้าตอนนี้คุณถึงวัยปลายยี่สิบ
หรือย่างเข้าเลยสามแล้วล่ะก็ ลองไปยืนชักสีหน้า หรือขมวดคิ้วหน้ากระจกดูสิ
แล้วจะตกใจ








- เลียปาก :


นอกจากจะเป็นบุคคลิกที่ดูจะไม่ค่อยงามแล้ว มันยังทำให้ปากเราแห้งด้วย
เพราะหลังจากน้ำลายแห้งแล้ว มันจะดูดความชื้นจากริมฝีปาก
ลิปมันที่ทาเพื่อปกป้องความชุ่มชื้นและแสงแดด
ก็จะหมดไปแล้วน้ำลายยังไปสร้างสารบางอย่างที่ช่วยดุดแสดงแดดเข้าไปมากขึ้น
อีกล่ะค่ะ








- ขยี้ตา :


ก็ผิวรอบดวงตาน่ะบอบบางมาก การขยี้ตบ่อย ๆ
จะทำให้ริ้วรอบก่อตัวขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว








- ใช้มอยเจอร์ไรเซอร์บำรุงผิวหน้าขวดเดียว :


ก็ขวดเดียวมันจะไปพออะไรล่ะคะ ยิ่งถ้าวัน ๆ ต้องเจอมลพิษนานารูปแบบ
อีกทั้งกลางวันกลางคืน ก็มีความแตกต่างกัน
อย่างน้อยครีมสำหรับกลางวันและกลางคืนก็ไม่ควรจะใช้ขวดเดียวกันแล้วล่ะค่ะ








- กัดเล็บ และปล่อยมือแห้ง :


การกัดเล็บเนี่ย นอกจากจะบ่งบอกบุคคลิกภาพที่ไม่มีความมั่นใจแล้ว ยังสกปรก
และทำให้เล็บอ่อนแอด้วย เล็บก็จะกุด ๆ ไม่สวย ซึ่งเราไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ
มือน่ะ เป็นสิ่งที่สังเกตเห็นกันได้ง่าย แล้ในแต่ละวันน่ะ
เราก็โชว์มือบ่อยซะด้วย และใครที่มัวแต่ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าจนลืมผิวมือน่ะ
ก็ช่วยให้เวลากับมือสักหน่อยนะคะ เพราะถ้าหน้าเด้งแต่มือเหี่ยวน่ะ
มันก็ดูเหมือนแต่งตัวไม่เสร็จน่ะแหละ








- แปรงผมตอนที่ผมเปียก :


ถือว่าเป็นการทำร้ายผมอย่างรุนแรงเลยเชียวหละ ใครที่ชอบทำแบบนี้
ขอให้เข้าใจเสียใหม่ว่า ผมแห้งน่ะเปราะบางกว่าผมเปียกตั้ง 30% เลยนะ









- ห่อไหล่ :


การห่อไหล่ด้วยการนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะทั้งวี่ทั้งวัน
กล้ามเนื้อไหล่และคอจะเกร็งและตึงเครียด
ซึ่งอาจจะด่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังตามมาก็ได้นะ








- บีบสิว :


หลาย ๆ คนเห็นเป็นทนไม่ได้ มันกวนใจจริง ๆ ใครต่อใครก็บ๊อกบอกกันมา
อย่าบีบนะ แต่มือมันก็ช่างไม่ฟังเอาเสียเลย ใครมีปัญหานี้
ต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงก่อนว่า ถ้าคุณไปบีบมัน
อายุของมันจะยืดยาวอยู่บนหน้าของคุณนานยิ่งขึ้นไปอีก
และอาจจะทำให้เป็นแผลเป็นเลยก็ได้ ทางที่ดีเราต้องยับยั้งชั่งใจดีกว่านะ








- เกาแผลยุงกัด :


ยุ่งกัด ก็มันคัน ยิ่งเกาก็ยิ่งมัน ยิ่งคันเข้าไปใหญ่ เกาไปเกามาเลือดซิบ
และบางทีก็ติดเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิตเลย คิดดูเถอะว่า
ถ้าบนตัวคุณมีแต่ลายแผลเกายุงกัดน่ะ มันจะเยินขยาดไหน








เอาหละนิสัยไม่
ดีหลายอย่างนี้ เลิกให้เร็วที่สุดก็ยิ่งจะเป็นผลดีต่อคุณเองนะคะ






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:46:28 น.
Counter : 164 Pageviews.  

สวยใสสไตล์ธรรมชาติ ภายใน 10 นาที




































สวยใสสไตล์ธรรมชาติ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที

คุณก็สวยพอที่จะออกนอกบ้านแล้วล่ะค่ะ การแต่งหน้าให้ดูอ่อนใส
เป็นธรรมชาติ

เฉดสีเครื่องสำอาง ควรเลือกใช้ น้ำตาลเอิร์ทโทน หรือน้ำตาลอมส้ม






























เริ่มต้นที่การทารองพื้น


การแต่งหน้าให้สวยใสแบบธรรมชาติ ควรใช้รองพื้นแบบบางเบา แต้มบริเวณหน้าผาก
แก้มทั้งสองข้าง จมูกและปลายคาง ใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้ทั่วใบหน้า
แล้วใช้พัฟแตะแป้งฝุ่นชนิดโปร่งแสง ลูบเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า








คิ้ว เลือกใช้อายแชโดว์เฉดสีเดียวกันกับสีผม


เขียนคิ้ว ถ้าจะให้รูปคิ้วสวยเป็นธรรมชาติ ควรใช้ Eye Brow Brush
ไล้จากหัวคิ้วไปตามแนวคิ้วเพียงบาง ๆ โดยให้หางคิ้วเข้มกว่าหัวคิ้ว
ส่วนคนที่คิ้วดกอยู่แล้ว ใช้มาสคาราใส ปัดลูบคิ้ว ก็เพียงพอแล้วค่ะ








ตา เลือกใช้อายแชโดว์โทนน้ำตาลหรือน้ำตาลอมส้ม


โดยเริ่มทาจากบริเวณหางตา แล้วค่อย ๆเรื่อยมายังบริเวณหัวตา
แต่บริเวณหางตาควรเน้นให้มีสีเข้มกว่า เกลี่ยให้กลมกลืนกัน
แล้วใช้ดินสอสีน้ำตาลเข้ม เขียนเป็นเส้นบาง ๆ ทั้งบนและล่าง
โดยเขียนให้ชิดขอบตามากที่สุด แล้วลงมือปัดมาสคารา โดยปัดลงก่อน
แล้วค่อยย้อนปัดขึ้น จากนั้นให้ใช้แปรงเล็ก ๆ ปัดอีกครั้ง
เพื่อไม่ให้ขนตาติดกันเป็นแพ








แก้ม เติมสีสันให้กับพวงแก้ม


เริ่มที่โหนกแก้ม ถ้าไม่รู้ว่าโหนกแก้มอยู่ตรงไหน ให้ยิ้มเล็ก ๆกับกระจก
แล้วคุณจะเห็นค่ะ ค่อย ๆ ไล้แปรงบริเวณโหนกแก้ม ไปจนถึงบริเวณหู
แล้วลงมือไล้ใบหน้าให้กลมกลืนกัน








ปาก ใช้ดินสอเขียนขอบปากระบายสี


ตามรูปปากก่อนที่จะทาลิปสติค ถ้ารู้สึกว่า ปากสีเข้มเกินไป ใช้ลิปกลอสทาทับ
จะเบรคสีให้ดูอ่อนลง และยังช่วยให้เรียวปากดูโดดเด่น มีชีวิตชีวาขึ้น
แค่นี้ใบหน้าของคุณก็สวยใส เป็นธรรมชาติ ดูอ่อนเยาว์อีกด้วยค่ะ






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:44:31 น.
Counter : 123 Pageviews.  

ส้มเขียวหวานอาจลดความเสี่ยงการเกิด มะเร็งตับ

















































"ดื่มน้ำส้มเขียวหวานทุกวัน"

คณะนักวิจัยที่สถาบันวิทยาศาสตร์ผลไม้เขตร้อนแห่งชาติ
ของญี่ปุ่น
ศึกษาชาวเมืองมิคคาบิ จังหวัดชิซูโอกะ 1,073 คน
ที่ทานส้มเขียวหวานจำนวนมาก พบว่า
ตัวอย่างเลือดของอาสาสมัครมีสารเคมีที่ช่วยลดการเป็นโรคตับ
ภาวะหลอดเลือดแข็ง และภาวะดื้ออินซูลิน


ด้านคณะนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแพทย์เกียวโต
ศึกษากับผู้ป่วยตับอักเสบเพราะเชื้อไวรัส 75 คน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มแรก 30 คน ให้ดื่มน้ำส้มเขียวหวานทุกวัน วันละ 1 แก้ว เป็นเวลา 1 ปี
กลุ่มสอง 45 คน










"ลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับ"


ไม่ได้ดื่ม ปรากฏว่า กลุ่มแรกไม่มีใครเป็นมะเร็งตับเลย ขณะที่กลุ่มสอง
มีอัตราเป็นมะเร็งตับร้อยละ 8.9 คณะนักวิจัยเตรียมขยายเวลาศึกษาวิจัยเป็น 5
ปี เพื่อให้ได้ผลที่แม่นยำขึ้น


ด้านมูลนิธิวิจัยมะเร็งอังกฤษ ให้ความเห็นว่า
กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยชิ้นหลังมีจำนวนน้อยเกินกว่าที่จะให้ผลชัดเจนว่า
การทานส้มเขียวหวานช่วยลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งตับได้
และในขณะนี้ยังไม่มีงานวิจัยยืนยันว่า ผลไม้ชนิดใดให้ผลเรื่องนี้เป็นพิเศษ
แต่ละปีอังกฤษพบผู้ป่วยมะเร็งตับรายใหม่เกือบ 2,800 ราย อย่างไรก็ดี
มูลนิธิหัวใจอังกฤษ เห็นว่า งานวิจัยของญี่ปุ่นสนับสนุนคำแนะนำของมูลนิธิ
เรื่องทานผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 จาน
จะลดความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดและหัวใจได้.
















Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 8:42:49 น.
Counter : 437 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.