ผู้หญิงเป็นไงในสายตาผู้ชาย


































































ใครเคยมีรัก คงรู้ซึ้งถึงคำว่า แฟนเก่า หรือ
อดีตคนรัก ใช่มะ


อู้ยอย่าทำส่ายหน้าหน่อยเลย... อยู่มาจนป่านนี้แล้วจะให้เชื่อหรือว่า
ยังไม่เคยรักใครจริงๆอ่ะ


ในเมื่อเป็นแฟนเก่า ก็แสดงว่า พวกคุณเลิกคบหากันแล้ว
ไม่ว่าจะเลิกกันด้วยเหตุใด เพราะการเลิกเนี่ย มีรายละเอียดเยอะเหลือเกิน
ถ้าสรุปรวบรัด เชื่อว่าความรู้สึกที่ยังเหลืออยู่กับ แฟนเก่า
น่าจะแบ่งได้เป็น 3 ประการ ก.ไม่อยากเจอกันอีกแล้ว เพราะเข็ด,
เซ็งหรือเจ็บแล้วต้องจำก็เหอะ ทำกันไว้แรงก็งี้แหละ
ข.ยังโอภาปราศรัยกันอยู่ แต่น้าน นานถึงจะเจอกันที อาจเคยทำกันไว้เจ็บ
แต่ก็ลืมๆ ไปแล้ว หรือ ค.ยังรักกันอยู่ เป็นเพื่อนกันได้
บางรายมีแฟนเก่าเป็นเพื่อนสนิทด้วยซ้ำ
มีไว้แทะโลม...เอ้ยปรึกษาหารือก็ยังดี


ผู้ชายบางคนที่เคยมีแฟนแล้ว และต้องเลิกรากันไป
คงเคยเกิดอาการแบบนี้กันบ้าง คิดไม่ถึงเล้ย...ว่าผู้หญิงจะเป็นแบบนี้
แบบไหนน่ะเหรอ ก็ทำนองนี้ไงเล่า










1. ผู้หญิงนะเหรอ ไม่ เคยพอใจอะไรง่ายๆหรอก


สังเกตดูเดะเวลาแฟนหนุ่มทำอะไรก็แล้วแต่ ให้หล่อนงี้
โอ้ยไม่เห็นเธอชอบสิ่งที่เค้าทำให้เลย มีแต่จะติโน่นตินี่ ใครว่ามีแต่
ผู้ชายที่เห็นผู้หญิงเป็นของตายน้า เพราะผู้หญิง (บางคน) พอมีแฟน
ก็ย่ามใจคิดว่าแฟนของเธอเป็น ของตาย จะรักก็ได้ จะแกล้งก็สนุก
หรือทำเป็นบ่นให้เขาเสียความรู้สึกบ่อยๆ ก็มี










2. ผู้หญิงอยากควบคุมและครอบงำแฟนของเธอล่ะสิ


ถ้าหล่อนควบคุมความคิดและการกระทำของแฟนได้
ต่อไปหล่อนก็ไม่ต้องกังวลว่าเค้า จะแหกคอกหนีไปมีใครอื่น
แถมยังง่ายที่จะตะล่อมให้เค้าทำอะไรตามที่เธอปรารถนาด้วย โอ้ย
ไม่รู้ว่าเรื่องบนเตียงหล่อนก็อยากเป็นฝ่ายคุมเกมรึเปล่าเนอะ


แต่จะมีชายสักกี่คนเชียวที่ปล่อยให้สาวจูงจมูกได้ มีแต่สาวๆ
มากกว่ามั้งที่โดนจูงจมูกน่ะ










3.
ผู้หญิงขี้อิจฉาแถมชอบแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของซะด้วยดิ


เออจริงนะ แต่ สาวๆ แค่ไม่อยากให้ แฟนของหล่อนไปให้ความสำคัญกับผู้หญิงอื่น
จนเกินความพอดี มากกว่า จึงต้องแสดงความเป็นเจ้าของ เชอะ อิจฉง อิจฉาอะไร
กล่าวหากันชัดๆ อีกอย่างถ้าหล่อนเป็นเจ้าของจริง
แล้วทำไมจะแสดงออกว่าเป็นเจ้าของไม่ได้นะ แปลกจริงเชียว
ทำหยั่งกะฝ่ายชายไม่ชอบแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของหรือเป็นแฟนกะสาวๆ งั้นแน่ะ
ผู้ชายสติแตกเพราะหึงหวงก็มี นี่ยิ่งกว่าอิจฉาอีก เพราะหึงน่ะ
นอกจากกินไม่ได้แล้ว ยังทำอันตรายให้ผู้อื่นด้วย
ถึงแม้ผู้หญิงแสดงอาการหึงบ่อยกว่าก็เหอะน่า










4. ผู้หญิงใช้อารมณ์มากเกินไป


บางคนจู่ๆ ก็ชอบร้องไห้ให้แฟนสงสาร บางรายถ้าโกรธเมื่อไหร่
ต่อให้ง้อหล่อนแค่ไหน นู่นเลยอีก 7 วัน ค่อยได้พูดกันก็เห็นมาแล้ว
ไม่รู้เรอะว่า เป็นเรื่องยากที่สาวๆ จะควบคุมฮอร์โมนขึ้นๆ ลงๆ ของตัวเองได้










5. ผู้หญิงชอบคาดหวังจากแฟนจะตาย


ทั้งๆที่ทุกคนเป็นมนุษย์เหมือนกันนี่หว่า แล้วหล่อนยังจะคาดหวังให้แฟนของ
ตัวดีเลิศประเสริฐศรี ทั้งด้านการงาน, เงินเดือน
และความรับผิดชอบต่อการใช้ชีวิตคู่...
ไม่มากไปเรอะ...เอ้าก็ผู้ชายอยากเป็นช้างเท้าหน้าไม่ใช่รึ










6.
ผู้หญิงชอบขโมยความอิสระไปจากพวกผู้ชายว่าไหมล่ะ


ลองเป็นแฟนกะหล่อนดิ สาวๆ ส่วนใหญ่จะเรียกร้องขอเวลา, ขอความสนใจ
และขอความเห็นใจจากผู้ที่ตกหลุมมาเป็นแฟนกะเธอแน่ๆ
แต่ก็อีกถ้าไม่ให้หล่อนเรียกร้อง สิ่งต่างๆ
เหล่านี้จากแฟนแล้วจะให้ไปสนใจใครว้า ขืนเป็นแฟนกันแต่ไม่มีเวลาให้กัน
แล้วจะเป็นแฟนไปทำมั้ย ก็มันต่างจากเป็นโสดตรงไหนล่ะ











แหม...วิพากษ์วิจารณ์อิสตรีซะอร่อยเหาะไปเลยนะ


ส่วนสาวๆ ก็ฟังไว้ขำๆ ล่ะกันว่า หนุ่มๆ มีทัศนคติอย่างนี้กะหล่อน
มนุษย์ต่างคนก็ต่างคิดกันไปเรื่อยเปื่อย
จึงมีทั้งสิ่งที่จริงและไม่จริงปนกัน
จะกระต่ายตื่นตูมไปไยในเมื่อผู้ชายเค้าก็มีจุดอ่อน
และพยายามกำจัดจุดอ่อนของเค้าเหมียนกัน


แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ







Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 7:05:10 น.
Counter : 147 Pageviews.  

กินอาหารเช้าทุกวัน ลด อ้วน ได้



















































คำถามที่ตามมาก็คือ
ความสำคัญของอาหารเข้าอยู่ที่ตรงไหน
และการกินอาหารเช้าจะมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?


วิถีชีวิตของคนเมืองในปัจจุบันที่ต้องรีบเร่งออกจากบ้านเพื่อไปให้ทัน
โรงเรียนหรือทันเวลาทำงานในตอนเช้า บวกกับการต้องเสียเวลาในการเตรียมอาหาร
เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนส่วนใหญ่ละเลยอาหารมื้อเช้า
ซึ่งถือเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน


คำถามที่ตามมาก็คือ ความสำคัญของอาหารเข้าอยู่ที่ตรงไหน
และการกินอาหารเช้าจะมีประโยชน์อย่างไรบ้าง?


ดร.สิติมา จิตตินันทน์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยโภชนาการ
มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลถึงเรื่องอาหารเช้ากับสุขภาพว่า อาหารเช้านั้น
เป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน
และการไม่รับประทานอาหารเช้าก็มีผลเสียมากกว่าผลดี










หากงดอาหารเช้าจะทำให้มีแนวโน้มการรับประทานอาหาร
ที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากขึ้น
จนเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน


กล่าวคือนับจากอาหารมื้อเย็น จะเห็นได้ว่า
ร่างกายของเราต้องอดอาหารมาประมาณ 10-12 ชั่วโมง
ซึ่งส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ดังนั้น
หากงดอาหารเช้าจะทำให้มีแนวโน้มการรับประทานอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงใน
มื้อเที่ยงมากขึ้น จนเป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน


อาหารเช้าที่เหมาะสมควรมีค่าพลังงานและสารอาหารอย่างน้อย 1 ใน 4
หรือร้อยละ 25 ของปริมาณที่ควรจะได้รับตลอดวัน
ส่วนการกระจายของพลังงานในมื้อกลางวันและมื้อเย็น ควรอยู่ที่ร้อยละ 35 และ
30 ตามลำดับ และที่เหลือเป็นพลังงานจากอาหารว่างอีกร้อยละ 10


ทั้งนี้ รายงานการวิจัยในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกตีพิมพ์ใน The
Journal of Obesity Research ในปี 2002 พบว่า ร้อยละ 80
ของอาสาสมัครซึ่งมีมากกว่า 3,000 คน
ที่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักส่วนเกิน
และยังสามารถรักษาน้ำหนักไม่ให้เพิ่มขึ้น
ล้วนแต่เป็นผู้ที่กินอาหารเช้าเป็นประจำทั้งสิ้น
เนื่องจากการกินอาหารเช้าจะช่วยในการควบคุมความหิวและปริมาณการกินในมื้อถัด
ไปได้ดีขึ้น










ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจอเมริกาอีกชิ้น
หนึ่งเมื่อปี 2003 ยังพบด้วยว่า


ดร.สิติมาให้ข้อมูลด้วยว่า
นอกจากแนวโน้มในการช่วยป้องกันโรคอ้วนและเบาหวานแล้ว
ผลการวิจัยจากสมาคมแพทย์โรคหัวใจอเมริกาอีกชิ้นหนึ่งเมื่อปี 2003
ยังพบด้วยว่า
การกินอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมออาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือด
สมองและโรคหัวใจด้วย


สำหรับการจัดเตรียมอาหารเช้าของครอบครัว
ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการบริโภคอาหารเช้าของเด็กและเยาวชนนั้น
ผู้ปกครองควรตระหนักถึงความสำคัญของอาหารเช้าต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและทาง
จิตใจของเด็ก ซึ่งจะส่งผลต่อภาวะโภชนาการและความสามารถการเรียนรู้
นอกจากนี้
ผู้ปกครองและผู้ให้การเลี้ยงดูเด็กยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างแบบอย่างที่ดี
ของพฤติกรรมการบริโภคอาหารเช้าให้แก่เด็กด้วย


หากไม่มีเวลาพอ
ควรเลือกอาหารพร้อมรับประทานที่สามารถหยิบฉวยได้ทันทีในตอนเช้า เช่น
นมกล่อง น้ำผลไม้กล่อง และผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม
แล้วนำไปรับประทานในรถระหว่างทางไปโรงเรียน
หรือไม่อย่างนั้นผู้ปกครองอาจต้องเผื่อเวลาสัก 10
นาทีในการลุกขึ้นมาอุ่นอาหารซึ่งเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนกลางคืน เช่น ข้าวผัด
บะหมี่ผัด ผัดมักกะโรนี ข้าวกับหมูทอด ข้าวต้ม เป็นต้น
ปัจจุบันการอุ่นอาหารสามารถทำได้ง่ายในไมโครเวฟ ซึ่งใช้เวลาแค่ 1-2 นาที
ทั้งนี้ควรเลือกทานอาหารเช้าที่มีความหลากหลาย
แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณค่าทางโภชนาการ







Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 7:03:15 น.
Counter : 142 Pageviews.  

ยืนยันสูบบุหรี่จัดทำชายเซ็กส์เสื่อม














































นิโคตินและสารเคมีพิษอื่นๆ ซึ่งอยู่ในบุหรี่
สามารถลดปริมาณเลือดที่ไหลเวียนเข้าสู่อวัยวะเพศชาย


เอเอฟพี - ชายที่สูบบุหรี่เกินวันละ 1 ซอง
มีโอกาสที่จะได้รับความทุกข์ทรมานจากภาวะไร้สมรรถภาพทางเพศ
ยิ่งกว่าชายซึ่งไม่สูบบุหรี่ถึงเกือบ 40%
ทั้งนี้เป็นผลการศึกษาชายชาวออสเตรเลียกว่า 8,000 คน ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 16
ถึง 59 ปี


การศึกษาคราวนี้พบว่า ชายผู้ตอบแบบสอบถามเหล่านี้ เกือบ 10%
มีอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัว
ทว่าพวกที่สูบบุหรี่จะมีอัตราส่วนสูงกว่าคนอื่นๆ กล่าวคือ
ผู้สูบบุหรี่ถึงวันละ 20 มวน น่าเกิดอาการเช่นนี้มากกว่าพวกไม่สูบถึงราว
24% ยิ่งคนที่สูบเกินวันละ 20 มวน จะเพิ่มเป็น 39% ทีเดียว


คณะผู้ศึกษาที่นำโดย หลี่หมิงเวิน
แห่งสำนักบริการสาธารณสุขเขตตะวันตกเฉียงใต้นครซิดนีย์
ให้คำจำกัดความภาวะอวัยวะเพศไม่แข็งตัวว่า
หมายถึงบุคคลผู้นั้นประสบปัญหาการทำให้มันแข็งตัวในยามที่ต้องการ
อีกทั้งปัญหานี้เกิดขึ้นอย่างน้อย 1 เดือนในรอบปีที่ผ่านมา


การศึกษานี้ตีพิมพ์ทางออนไลน์ในวารสาร โทแบคโค คอนโทรล
อันจัดทำโดยแพทยสมาคมของอังกฤษ


ก่อนหน้านี้มีการศึกษาวิจัยที่ระบุว่า นิโคตินและสารเคมีพิษอื่นๆ
ซึ่งอยู่ในบุหรี่ สามารถลดปริมาณเลือดที่ไหลเวียนเข้าสู่อวัยวะเพศชาย
ตลอดจนลดแรงดันเลือดในอวัยวะนี้







Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 7:01:36 น.
Counter : 216 Pageviews.  

ฮวงจุ้ยเสริมรัก













































เสริมดวงชะตารัก เพื่อให้ความรักของคุณยืนยาว


เมื่อมีความรักไม่ว่าใครก็อยากจะให้ความรักของตัวเอง
ยืนยาวหวานแหววทั้งนั้น หรือแม้แต่ยามที่คุณแอบชอบใครสักคน
คุณก็อยากให้รักนั้นเป็นจริง เคล็ด (ไม่) ลับ เสริมดวงชะตารัก
ในคราวนี้ก็เป็นภาคแรกเราขอแนะนำหลักง่าย ๆ กับการจัดห้องนอนและเตียงนอน
เพื่อให้ความรักของคุณยืนยาว ซึ่งเทคนิคต่าง ๆ นี้
ล้วนแล้วแต่ติดอันดับกันทั้งนั้น ลองดูสิคะ...


1. ใต้เตียงนอนไม่ควรเอาของที่ไม่ใช้แล้ววางไว้
ยิ่งเป็นของที่ปรักหักพังยิ่งแย่ใหญ่ แต่ถ้าคุณไม่มีที่ไว้ของจริง ๆ
ก็ให้เลือกเก็บแต่ของใหม่ ๆ เท่านั้น แล้วไม่ใช่ว่าจะวางกองสุมกันเข้าไปล่ะ
ต้องจัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ถ้าใต้เตียงรกมาก ๆ หรือเก็บของหัก ๆ
เหลือใช้ทิ้งไว้ จะทำให้คุณหรือคนรักมีสุขภาพไม่แข็งแรง
แถมยังไม่เรื่องวีนใส่กันบ่อย ๆ


2. หน้าต่างห้องนอนนั้น
ควรใช้ม่านบังตามากกว่าจะเป็นมู่ลี่กันแดดที่ดูแข็ง
ไม่มีความพลิ้วไหวเหมือนกับผ้า ห้องนอนต้องการบรรยากาศที่นุ่มนวล
ไม่ใช่ความเป็นงานเป็นการ
เชื่อกันว่าถ้าใช้ม่านบังตาติดจะช่วยเสริมโชคเรื่องความรัก


3. ถ้าห้องนอนของคุณมีหน้าต่างกระจกใส ที่สามารถมองวิวสวย ๆ นอกบ้านได้
ไม่ควรจะเลื่อนเตียงเข้าไปติดกับหน้าต่างกระจกนั้น
หรือวางใกล้กันมากเกินไป แม้ว่าคุณอยากจะนอนชมวิวภายนอกก็ตาม
พลังที่ผ่านเข้ามาจากภายนอกนั้น
แม้จะไม่ทำให้คู่รักที่นอนอยู่บนเตียงมีเรื่องราวถึงกับต้องเลิกกัน
แต่ก็จะส่งผลให้นอนไม่หลับหรือฝันร้ายอยู่เรื่อย ๆ


4. ควรหาแจกันดอกไม้มาวางไว้ในห้องนอน สักหนึ่งอัน
หรือจะเป็นกระถางต้นไม้ก็ได้ โดยควรใช้กระถางสีขาว
ส่วนต้นไม้ให้เป็นสีแดงหรือชมพู จะช่วยเพิ่มพลังรักให้เจิดจ้ายิ่งขึ้น


5. อย่าหันหัวเตียงไปทางห้องน้ำ ความรักจะพุ่งลงเหว
มีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง


6. ทิศที่วางเตียงนอนนั้น ไม่ควรหันปลายเท้าให้ตรงกับประตูห้องนอน
เพราะเป็นสัญลักษณ์การนอนของคนที่ตายแล้ว ไม่เป็นมงคลอย่างยิ่ง
ากปลายเตียงหันไปทางประตูห้องนอนพอดีล่ะก็
จะมีเรื่องให้เดือดร้อนใจในครอบครัว สุขภาพไม่ดี
อาจมีคนใดคนหนึ่งเจ็บป่วยอยู่เรื่อย ๆ ความอบอุ่นในความรักลดน้อยลง


7. พื้นของห้องนอนนั้นมีความสัมพันธ์กับชีวิตรักเช่นกัน
พื้นของห้องนอนควรเป็นพื้นเรียบ มีลวดลายสบายตา หากเป็นพื้นเรียบ สีเรียบ ๆ
ได้จะดีที่สุด อย่าเลือกพรมปูห้องนอนที่มีลวดลายฉวัดเฉวียนน่าเวียนหัว
เพราะจะส่งผลให้ความรักของคุณวุ่นวายด้วยเช่นกัน อย่าอินเทรนด์ให้มากนัก
พื้นของห้องนอนต้องไม่ใช้วัสดุซึ่งขรุขระมาปู
ไม่ว่ามันจะเก๋เลิศขนาดไหนก็ให้เมินหน้าหนีซะ
ถ้าอยากให้ความรักของคุณราบรื่น


8. อย่าใช้ผ้าห่มสีขาวในห้องนอน เพราะผ้าห่มสีขาวนั้น
หากนำมาคลุมร่างจะเหมือนกับสัญลักษณ์ของคนตาย
ผ้าปูที่นอนสีขาวแม้จะดูสะอาดสะอ้าน แต่ก็ไม่เหมาะกับห้องนอนนัก
สีขาวโพลนจะส่งผลให้พลังความรักกระจัดกระจาย
เลือกผ้าปูที่นอนที่มีโทนสีอื่นดีกว่า


9. หากคุณทะเลาะกันบ่อย ๆ
อาจเป็นไปได้ว่าปลายเตียงของคุณหันไปทางประตู พลังงานทางลบจะเข้ามาทางนั้น
คุณแก้ไขได้ด้วยการแขวนกระจกบานเล็ก ๆ ไว้ที่ปลายเตียง
เพื่อสะท้อนพลังอันเลวร้ายออกไป


10. หาผ้าที่ทอด้วยด้ายสีทอง หรือผ้าที่เป็นสีทองวางไว้บนเตียง
เนื้อผ้าที่ส่องประกายแวววาว จะช่วยให้คุณสร้างบทรักบนเตียง
ที่ประณีตละเมียดละไมขึ้น


11. หากหมู่นี้คุณพบว่าตัวเองอารมณ์ร้อน จนพาลโมโหคนรักบ่อย ๆ
ให้หาชามสวย ๆ ใส่ก้อนหินหรือคริสตัลวางไว้ใต้เตียงนอน
จะช่วยทำให้คุณอารมณ์เย็นขึ้น


12. อยากให้ความรักของคุณมั่นคง และให้เขาของคุณรู้สึกถึงความเป็นแมน
และอยากปกป้องทะนุถนอมคุณ ให้หาหินควอตซ์สีขาวใส
ก้อนใหญ่พอประมาณมาวางไว้ใต้เตียง


13. อย่าติดตั้งดวงไฟที่ทำให้เกิดแสงส่องเป็นลำมาที่เตียง
ของคุณอย่างเด็ดขาด เพราะความรักของคุณจะกลายเป็นเรื่องที่ยุ่งเหยิง
น่าปวดหัว ให้ย้ายเตียงจนพ้นลำแสงนั้น
ถ้าทำไม่ได้ให้แขวนสร้อยลูกปัดที่ปลายเตียง
เพื่อซึมซับพลังงานที่ขัดแย้งนั้น


14. หากคุณกังวลว่าเขากำลังปิ๊งสาวหรือหนุ่มคนใหม่อยู่
ให้เปลี่ยนม่านหน้าประตูห้องนอน เป็นม่านที่ร้อยด้วยลูกปัด
เชื่อกันว่าลูกปัดจะช่วยเก็บพลังงานรักให้อยู่เป็นที่เป็นทางไม่วอกแวกไปที่
อื่น


15. หากเตียงนอนของคุณอยู่กึ่งกลางระหว่างประตูสองด้าน เช่น
ประตูเข้าห้องและประตูห้องน้ำ
ให้ย้ายตำแหน่งของเตียงหรือไม่ก็หาฉากมากั้นระหว่างกันเสีย
เพื่อให้พลังงานความรักนั้นรวมกันเป็นหนึ่ง







Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 6:59:26 น.
Counter : 163 Pageviews.  

คุณกำลังกลัวความรักอยู่หรือเปล่า




















































ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป



คำกล่าวที่มีความหมายดี ๆ นี้ดูสวยงาม

แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ

จริง ๆ ในสายตาของบางคน

ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย

หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย

จากความรักมาแล้ว.....


ที่เป็นอย่างนี้อาจเพราะพวกเขารู้สึกว่า

การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก

ก็เหมือนกับการเสี่ยง... เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ...

ถูกทำให้ผิดหวัง...ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด

จึงเป็นที่มาของความรู้สึก..กลัวความรัก.....


..... แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต

แต่มันก็มีค่า.. ต่อการมีชีวิตอยู่

เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย


.... อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า

ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน

เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก

ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า

มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว










ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัว
เอง


เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น

แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก

เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา

จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึก ๆ

แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างนั้น


.... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน

ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่าย ๆ

แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ

ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา


...แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม

เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า

เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง

ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น

เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี

เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก

หยูกยาก็ติดไปบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ

พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้


.... แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย

ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร...

รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง..

แต่เชื่อไหมว่า..การเดินทางครั้งต่อไปของเรา

มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ... ว่าไหม...?










....."วันนั้น อ่อนแอ แต่วันนี้ไม่ใช่"....
.






Free TextEditor


























 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 6:57:17 น.
Counter : 118 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.