สถาบันพลังจิตตานุภาพก่อตั้งโดยพระเทพเจติยาจารย์















































































เอกสารศูนย์ฝึกสมาธิ สถาบันพลังจิตตานุภาพ
วัดธรรมมงคล ประจำปี 2549

แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร 10260

โทร/โทรสาร 0-2311-1387 , 0-2741-3552 , 0-2311-3903

สำรองที่พักได้ที่ศูนย์สมาธิวิริยานุภาพ โทร. 0-2741-7822



สถาบันพลังจิตตานุภาพก่อตั้งโดยพระเดชพระคุณพระเทพเจติยาจารย์
(หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร)
มีจุดผระสงค์ในการเผยแพร่สมาธิเพื่อเพิ่มพลังจิตแก่ประชาชน ทุกเพศ ทุกวัย
ทุกอาชีพ โดยท่านคำนึงว่า
ชาวโลกได้พัฒนาก้าวไปไกลถึงยุคโลกาภิวัตน์เขาได้ลงทุนสร้างวัตถุต่างๆ



ทั้งแหล่งบันเทิงเริงรมย์ทั้งสิ้นอำนวยความสะดวกสบายทั้งหลายทั้งที่อยู่
อาศัย และรวมทั้งรถยนต์เรือยนต์ ครื่องบิน ยานอวกาศ
สมารถย่นระยะทางไกลให้ใกล้ไปมาได้ง่าย ทั้งโทรทัศน์ โทรสาร โทรศัพท์
ก็ย่นระยะการติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสบาย
หมดเงินเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านเขาก็ยังทุนกันได้
แล้วทำไมเราจะไม่สร้างนครธรรมให้ทันสมัยด้วยไฮเทคต่างๆ


เพื่อย่นระยะการศึกษาและปฏิบัติธรรมะบ้างมิได้หรือด้วยเหตุนี้ท่านจึงได้
สร้างนครธรรมและเปิดสอนสมาธิให้กับประชาชรเพื่อย่นระยะการศึกษาและปฏิบัติ
ธรรมะ โดยสร้างเป็นสถาบันพลังจิตตานุภาพ จัดทำหลักสูตรครูสมาธิระยะเวลา 6
เดือนให้ประชาชนในการต่อมา






























หลักสูตรครูสมาธิ


เป็นหลักสูตรสอนสมาธิให้กับประชาชน เพื่อที่จะเป็นครูสอนสมาธิได้
ตามหลักการของพระเดชพระคุณพระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์
สิรินฺธโร)ซึ่งเริ่มเปิดดำเนินการสอนมาตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2540


ใช้ภาคทฤษฎี ภาคปฏิบัติพร้อมทั้งนำไปสมัครภาคสนาม ณ
ดอยอินทนนท์จังหวัดเชียงใหม่เป็นเวลา 4 วัน 3 คืน จึงจะจบหลักสูตร
และจัดพิธีมอบประกาศนียบัตรให้

บัดนี้นักศึกษาครูสมาธิที่จบหลักสูตรแล้วรวม 17 รุ่น และรุ่นที่ 19
จะปฐมนิเทศวันอาทิตย์ที่ 6 สิงหาคม 2549 เริ่มเวลา 13.00น. เป็นต้นไป

1. ภาคปกติ วันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 18.00-20.30 น.(
สาขาที่เปิดสอนคือ วัดธรรมมงคล,สาขาที่ 1,สาขาที่ 4 )

2.ภาคพิเศษ วันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.00-16.30 น.(สาขาที่เปิดสอนคือ
วัดธรรมมงคล, สาขาที่ 2 ,สาขาที่ 4 )


ในขณะเดียงกันยังมีผู้สนใจการทำสมาธิอีกเป็นจำนวนมากแต่ไม่สามารถเรียนตาม
หลักสูตร เช่น
ยุวสาสมาธิ,ชินสาสมาธิ,นิรสาสมาธิ,อัตถสาสมาธิและคณะสสมาธิ
เพื่อสอนสมาธิให้กับประชาชนทุกเพศ ทุกวัย โดยแท้จริง
































หลักสูตรยุวสาสมาธิ

ให้เยาวชนฝึกทำความสงบแก่จิตใจ โดยการทำสมาธิเพิ่มพูนพลังจิต
เพื่อที่เยาวชนจะได้เจริญวัยทั้งร่างกายและจิตใจอย่างสมบูรณ์
มีพัฒนาการในการรักษาศีลการใช้สมาธิ
และการใช้ปัญญาเพื่อการศึกษาเล่า
เรียน


ประพฤติปฏิบัติหน้าที่ของเยาวชน
และดำเนินชีวิตเป็นส่วนหนึ่งของสังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคตอย่างมีคุณภาพ
หลักสูตร 3 วัน 2 คืน ทั้งในและนอกพื้นที่


หลักสูตรชินสาสมาธิ (สมาธิชนะใจตนเอง)


เป็นหลักสูตรเบื้องต้นสำหรับบุคคลทั่วไป ดังนี้


1. ชินสาสมาธิ 1 หลักสูตร 1 วัน ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.30-16.00น. ณ
ศูนย์สมาธิวิริยานุภาพ


2. ชินสาสมาธิ2 หลักสูตร 3 วัน 2 คืน


-คณะประชาชนทั่วไป มี เดือน ละ 1 ครั้ง ปฐมนิเทศวันศุกร์
19.30น.ปัจฉิมนิเทศวันอาทิตย์เวลา 16.00น.

-คณะบุคคลหรือหน่วยงาน ข้าราการ นักศึกษาหรือบริษัทต่างๆ ที่จัดมาเป็นคณะ
รับได้ตลอดปี


หมายเหตุ สำหรับหลักสูตร 3 วัน 2 คืนนั้นจะมีระเบียบปฏิบัติ
มีที่พักอย่างดี มีอาหารตารางเรียน และฝึกปฏิบัติในแต่ละวันตามกำหนดเวลา
ผู้เข้าปฏิบัติจะถือศีล 5

การแต่งกายขอให้สุภาพ เรียบร้อย (ไม่จำกัดสี)































หลักสูตรนิรสาสมาธิ (สมาธิตดความกังวล)


หลักสูตร 3 วัน 2 คืน สำหรับผู้ที่จบหลักสูตรครูสมาธิแล้ว
และบุคคลทั่วไปที่ผ่านการฝึกอบรมสมาธิเบื้องต้น (ชินสาสมาธิ) 3 ครั้งขึ้นไป
หลักสูตรนี้เน้นการปฏิบัติหลักให้ทุกท่านได้ทำสมาธิอย่างต่อเนื่อง

เพื่อความก้าวหน้าแห่งการทำสมาธิและเป็นการพัฒนาจิตใจที่สำคัญ
ผู้เข้าปฏิบัติต้องถืออุโบสถศีล (ศีล 8)กำหนดเดือนละ 1 ครั้ง
และไปปฏิบัติธุดงค์นอกสถานที่ทุก 3 เดือน (มินิธุดงค์)































หลักสูตรปุริสาสมาธิ (ทำสมาธิเพื่อประโยชน์แก่ตน)


เป็นหลักสูตรสำคัญสำหรับ ผู้ที่จบหลักสูตรครูสมาธิแล้ว
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาครูสมาธิได้ปฏิบัติสมาธิอย่างต่อเนื่อง
โดยมีกิจกรรมดังนี้ การเดินจงกรม

การทำสมาธิ สวดมนต์และการฟังธรรมเทศนา และไปมินิธุดงค์

เรียนวันจันทร์- ศุกร์ มี 2 ช่วง คือ


-ช่วงบ่าย เวลา 14.00-16.00น.


-ช่วงค่ำเวลา เวลา 18.15-20.15น.











หลักสูตรอัตถสาสมาธิ
(ทำสมาธิเพื่อประโยชน์สูงสุด)


เป็นหลักสูตรสำหรับผู้ที่จบหลักสูตรครูสมาธิแล้วหรือกำลังศึกษาอยู่
และผู้ที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตรต่างๆมาแล้ว
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ได้ปฏิบัติสมาธิอย่างต่อเนื่อง


นอกจากจะทำสมาธิแล้วยังได้เรียนธรรมศีลศึกษา ตรี โท เอกพร้อมกันไปด้วย
เพื่อจะได้ประโยชน์แก่ตนเอง ทั้งยังได้ทราบหลักคำสอนของพระพุทธศาสนา

รับสมัครปีละ 1 ครั้ง ในช่วงก่อนเข้าพรรษา

จิตตัง ทันตัง สุขาวะหัง : จิตที่ฝึกฝนดีแล้ว
นำความสุขมาให้
,/b>










ขอขอบคุณ


ข้อมูลที่มีคุณภาพ

จาก สถาบันพลังจิตตานุภาพ(วัดธรรมมงคล)







Free TextEditor







































































































 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 19:17:15 น.
Counter : 357 Pageviews.  

เกลียดเขาแล้วเราล่ะ

















































เกลียดเขาแล้วเราล่ะ




เกลียดคนเขาคิด
หรือเราเขาจะรัก เบื่อเขานักคิดหรือเราเขาจะชอบ
จะว่าเขามองดูให้รู้รอบ
หากเขาชอบเราทั้งโลกค่อยนินทา
เขาก็มีส่วนเสีย
ของเขาหน่อย เราก็น้อยมากบ้างตามปะสา
เราเกลียดเขาด้วยเหตุปวงนานา
เขาก็ด่ารเราด้วยเหตุทั้งปวง

เป็นมนุษย์ทุกคนนั้นมีสิทธ์
หากยึดติดคิดหลงในโลกบ้า
ต้องมีบ้างผิดถูกเป็นบางครา
ใครเกิดมาแล้วดีจนวันตาย
เป็นมนุษย์มีสิทธ์คิดให้
ถูก รู้จักปลูกความดีให้ชั่วหาย
สร้างความดีไว้คู่โลกก่อนกายตาย
ยังพอได้รับคำชมพอสมควร



ขอบ
คุณบทความจาก ธรรมะไทย








Free TextEditor







































































































 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 20:49:41 น.
Counter : 118 Pageviews.  

รักถูกขัดขวาง

















































รักถูกขัดขวาง



รักมอบให้ยอมตายตอบแทนรัก
เสียสละประจักษ์รักแท้มั่น
นับเป็นความลุ่มหลงคงจาบัน
ที่อยู่ในสรวงสวรรค์หายลับตา

ถูกโมหะครอบงำ
จิตดำปิ๊ดปี๋ ดั่งหว่านพืชไม่ผลบนหินผา
คิดไม่ออกทำไม่ได้ไร้ปัญญา
มีแต่พาสู่อบายให้ทุกข์ตรม

ขัดหัวใจให้เอี่ยมลอออ่อง
ปัดฝุ่นหมองจากใจหายขื่นขม
รู้จักรักคืออะไรใครชื่นชม
มีแต่คนนิยมว่ารักจริง


ขวางโมหะราคะและความใคร่
เหลือเพียงใจพิสุทธิ์เป็นกลางยิ่ง
มอบให้ใครไม่หวั่นและประวิง
ดั่งมอบธรรมเป็นมิ่งมงคลใจ

.....................................................
สุ
จิ ปุ ลิ...(หัวใจนักปราชญ์)





ขอบคุณบทความจาก ธรรมะไทย









Free TextEditor







































































































 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 20:46:47 น.
Counter : 122 Pageviews.  

หมดหวังท้อแท้ในชีวิต..คิดอย่างไรให้ ใจสู้

















































ในช่วงเวลาที่ผ่านมาของชีวิต..
หลายคนคงผ่านบทเรียน
แห่งชีวิตมานับไม่ถ้วน..
ทั้งบทเรียนแห่งความผิดหวัง..
บทเรียนแห่ง
ความท้อแท้..แพ้ชีวิต..
บทเรียนแห่งความสำเร็จ..


ไม่ว่าจะเป็นบทเรียนใด ๆ
ก็ตาม..
เมื่อเราเกิดความผิดหวัง...ท้อแท้..ในชีวิต..
เราต้อง
พยายามปรับใจ..วางใจให้ถูก..
ด้วยวิธีการคิดที่จะปรับเปลี่ยน..ชีวิตของ
เรา..
ให้มีกำลังใจ..สู้ต่อไป..




วิธีคิดที่จะสร้างพลังใจให้สู้
คือ..
วิธีที่ ๑
คิดแบบตรงกันข้ามกับความรู้สึกในขณะนั้น
เช่น
>>>…ถ้าทุกข์ ก็คิดสร้างสุข
>>>…
ถ้ายากก็คิดแบบง่าย...
>>>…ถ้าเกิดปัญหา ก็คิดแก้ปัญหา..



วิธี
ที่ ๒ คิดแบบสร้างกำลังใจ
เช่น
>>>…ปลุกปลอบใจตนเอง...ทุกครั้งที่เกิด
ความท้อแท้..ผิดหวัง
>>>…บอกตนเองเสมอว่า..เราต้องทำได้..เรา
ต้องทำได้อย่างแน่นอน..
>>>…เราต้องทำได้แน่นอนที่สุด..ไม่มี
คำว่า..ทำไม่ได้..
>>>…ท่องไว้ในใจว่า..ไม่มี ไม่เป็น
ไม่เหนื่อย...
>>>….ไม่ทุกข์ ไม่ท้อ ไม่หนี ไม่มีปัญหา...



วิธี
ที่ ๓ คิดแบบมีเป้าหมายในชีวิตที่แน่นอน มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว..
>>>…หากยังไม่ประสบความสำเร็จ..
>>>…
ก็จะไม่เลิก ลด ละ ความเพียรพยายาม..
>>>…จงสู้ต่อไปจนกว่าจะ
ประสบความสำเร็จ..
>>>…แม้จะเป็นวินาทีสุดท้ายของลมหายใจก็
ตาม..



วิธีที่ ๔
คิดใหญ่ไม่คิดเล็ก..

>>>…
มองปัญหาออก..แก้ปัญหาเป็น..
>>>…คิดการใหญ่...ใช้คนเป็น..รู้
เห็นตามความถูกต้อง..
>>>…มุ่งปรองดอง...รักษาน้ำใจ..สร้าง
มิตรภาพ..
>>>…อย่าลืมว่า.. “ยิ่งสูงยิ่งหนาว” ...
>>>…
ต้องคิดดี..ทำดี..พูดดี..ทุกที่ทุกเวลา...



ดังนั้น..
ถ้า
ท้อแท้..หมดหวังในชีวิต..
จงพยายามคิดให้ใจสู้...
อย่าเชื่อ
ว่า...เราทำไม่ได้..ถ้ายังไม่ได้ลงมือทำ..
อย่าท้อแท้..ตราบใดที่เรายัง
ไม่ได้พยายาม..
อย่าสิ้นหวัง...ตราบใดที่เรายังมีกำลังใจ..
อย่าแพ้
ชีวิต...ตราบใดที่ใจของเรายังมีหวัง..
จงอย่าทำลายความหวัง...เพียง
เพราะ....
การดูหมิ่นตนเองว่า... “ทำไม่ได้”...













ขอบคุณบทความจาก
ธรรมจักร









Free TextEditor







































































































 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 20:45:43 น.
Counter : 111 Pageviews.  

เหตุผลที่เราควรรักแม่ มากกว่าแฟน




















































แม่.
. . ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก
เพราะเราเต็มใจรักแม่ โดยไม่ต้องหลง

...

แม่.
. . อาจเคยตีเราให้เจ็บ แต่ไม่เคยทำให้เราเจ็บหัวใจ
แม่. . .
ส่งเสียเรา แต่เราต้องส่งเสียแฟน


...
แม่. . . ไม่เคยบอกเลิก
แม่. . .
เป็นแบงค์ส่วนตัวที่เวลากู้ไม่เคยคิดดอกเบี้ย
และไม่ค่อยทวงคืน
...


แม่. . .
เห็นเราเดินแก้ผ้าตั้งแต่เล็ก โดยไม่เคยติเรื่องรูปร่าง
แม่. . .
เป็นคนที่เห็นเราดีกว่า แฟนของแม่เสมอ
ขอหอมแม่ไม่ยากเท่าขอหอมแฟน


...
แม่. . .
ยอมตัดสะดือตัวเองเพื่อให้เราเกิดมา
แม่. . . สอนให้เราพูดได้
เพื่อจะไปบอกรักแฟนตอนโต
แม่. . . ยอมเป็นยายอ้วนลงพุงตั้ง 9 เดือน
เพื่อ
ให้เราอาศัยอยู่ข้างใน


...


และในประเทศนี้ไม่มี . . . “วันแฟนแห่งชาติ”
เหมือนวันแม่ใช่มั้ย

...


รู้ว่าความรักของแม่
ยิ่งใหญ่กว่าแฟนแล้ว. . .
พรุ่งนี้!! คุณอยากบอกแม่ว่าอะไรดี. . .?


...
อย่ารอโอกาส
หรือรอเวลาบอกรักแม่เฉพาะ “วันแม่” เท่านั้น
. .
.เพราะวันเวลาอาจทำให้คุณ . . . ไม่มีโอกาสบอกรักแม่ก็เป็นได้












ขอบคุณบทความจาก ธรรมจักร








Free TextEditor







































































































 

Create Date : 05 มิถุนายน 2553    
Last Update : 5 มิถุนายน 2553 20:44:29 น.
Counter : 111 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.