คุณของความเครียด












































ทมยันตีเคยเล่าว่านวนิยายเบาสมองของเธอที่ใช้นามปากกาว่า "โรสลาเรน" นั้น
ล้วนเขียนในยามที่กำลังเครียดทั้งนั้น มุขตลกของชาร์ลี แชปลิน
ซึ่งนำความครื้นเครงมาสู่ชาวโลกนั้น
ส่วนใหญ่ก็ขุดมาจากเบื้องหลังชีวิตอันทุกข์ระทม
ดาวตลกเป็นจำนวนไม่น้อยก็มีชีวิตไม่ต่างจากเขา
เพราะฉะนั้นความเครียดจึงมิใช่สิ่งกดดันบั่นทอนชีวิตแต่ถ่ายเดียว
หากยังเป็นปัจจัยแห่งการสร้างสรรค์ด้วย


จริงอยู่ความเครียดทำให้ชีวิตเป็นทุกข์ แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นแรงผลักดัน
ให้ชีวิตจิตใจดิ้นรนขวนขวายหาสิ่งอื่นที่ดีกว่า อันได้แก่ความโปร่งเบา สบาย
ราบรื่นและสมดุล ในยามเครียด จิตจะว่องไวเป็นพิเศษ
ในการฉกฉวยอะไรก็ได้เพื่อมาบรรเทาความเครียด หรือบางทีก็ "หลุด"
ออกไปจากเรื่องจำเจได้ง่าย ของบางอย่างในยามที่เราปกติ
ก็เห็นเป็นเรื่องธรรมดา
แต่เวลาเครียดแล้วจะเห็นเป็นเรื่องตลกหรือไร้สาระไปเลย
(ภาษาสมัยใหม่เรียกว่า "เซอร์")
ถ้าเราไม่หมกมุ่นหรือวิตกกังวลกับความเครียดมากเกินไปนัก ลองมองออกไปนอกตัว
เพียงแต่เปลี่ยนมุมมองนิดเดียวก็มีเรื่องให้หัวเราะได้มากมาย
บางทีก็คิดเรื่องตลกออกมาได้อย่างน่าแปลกใจ


แต่ถ้าท่านเป็นคนชอบเรื่องจริงจัง ไม่นิยมมุขตลก
ก็ลองมองประโยชน์ของความเครียดในอีกแง่หนึ่งก็ได้
นั่นคือการเป็นสัญญาณเตือนตน ว่ากำลังมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเรา
เวลาเจริญสติทำสมาธิภาวนาหากมีความเครียดเกิดขึ้น
นั่นแสดงว่าเรากำลังทำผิดวิธี อาจจะเพ่งมากไปหรือกดห้ามความคิดเอาไว้ก็ได้
เมื่อรู้เช่นนี้เราก็ควรหย่อนลงมาอีกนิด ทำใจให้เป็นกลาง ๆ มากขึ้น
ต่อเมื่อความเครียดหายไปนั่นก็หมายความว่าจิตของเราได้สมดุลแล้ว สามารถ
"เดินหน้า" ต่อไปได้


มิใช่จำเพาะแต่การภาวนาเท่านั้น แม้ในชีวิตประจำวัน
ความเครียดก็เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ดีสำหรับเราทุกคน
มันอาจกำลังบอกเราว่าเรานอนน้อยเกินไป เราทำงานมากเกินไป
หรือไม่ก็เตือนว่าเรากำลังคิดมากเกินไปแล้ว
ถ้าเราหัดฟังสัญญาณจากความเครียดบ้าง เราจะรู้ทันทีว่า
ถึงเวลาแล้วที่เราต้องพักผ่อน หรือปล่อยวางความคิดลงเสียบ้าง


ความเครียดเตือนเราให้คืนสู่ดุลยภาพ ถ้าเรากินมากไป
ความอึดอัดจะเตือนให้เราหยุด ถ้าไม่หยุด ผลร้ายจะเกิดขึ้นตามมา
ในทำนองเดียวกัน ถ้าเราหาเรื่องมาใส่สมองจนแน่นไปหมด
มิตรที่จะเตือนเราให้รู้จักเพลาเสียบ้างก็คือความเครียดนี้เอง


ความเครียดเป็นเสมือนเสียงตะโกนโหวกเหวก แม้จะรบกวนโสตประสาทไปบ้าง
แต่ก็จำเป็นสำหรับคนขับรถที่กำลังหลับใน หรือเพลิดเพลินกับการพูดคุย
จนไม่รู้ว่ากำลังวิ่งออกนอกเลน ถ้าเราสดับตรับฟัง "เสียง"
ของความเครียดเสียบ้าง ชีวิตจิตใจก็จะน้อมสู่ทางสายกลางได้มากขึ้น


เป็นเพราะเราเห็นความเครียดเป็นศัตรู
จึงมัวแต่วิตกกังวลกับมันเลยไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ
มิหนำซ้ำบางทีก็หาทางสยบมันด้วยยาสารพัดชนิด
โดยยังใช้ชีวิตและปล่อยจิตใจให้เสียศูนย์ไปตามเดิม
ผลก็คือโรคภัยไข้เจ็บต่างถามหา โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคกระเพาะ
หรืออาจรวมถึงโรคมะเร็ง
ไม่ต้องพูดถึงโรคประสาทซึ่งกลายเป็นปัญหาใหญ่ของคนสมัยนี้ไปแล้ว.



พระไพศาล วิสาโล ...






Free TextEditor





















































Create Date : 07 เมษายน 2553
Last Update : 7 เมษายน 2553 22:54:09 น. 0 comments
Counter : 199 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.