วิธีรักษาความรักแม้...ห่างไกลกัน!?



















































"รักไม่สำคัญว่าห่างกันแค่ไหน!?"

ข้อสำคัญคือ
อย่าคิดว่าจะลองคบกันต่อถ้าคุณทั้งสองยังไม่ได้พูดคุย

และเสียสละให้กันไม่มากพอ ถ้านี่ไม่ใช่คุณล่ะก็ ตัดใจเสียเถอะ
เพื่อความสัมพันธ์ของคุณจะได้ไม่ขาดสะบั้นและมองหน้ากันไม่ติดอีกในอนาคต

ถ้าคุณทั้งสองคนพร้อมที่จะเสียสละเพื่อรักษา
ความสัมพันธ์ คุณพร้อมและจะพยายามต่อไป
และอย่าลืมอ่านคำแนะนำของเราเสียก่อนล่ะ


หาเวลาให้กันบ้างในแต่ละวัน


มันแน่นอนอยู่แล้ว
ที่การไปอยู่เมืองใหม่คุณต้องพบเจอคนใหม่ๆและสิ่งใหม่ๆ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ของคุณจะมีความสำคัญในอันดับท้ายๆ
คุณควรจะหาเวลาในแต่ละวัน โทรคุยกันหรืออีเมล์หากันบ้าง
บอกกันและกันว่าวันนี้เป็นอย่างไรทำอะไรบ้าง เช่นเพื่อนใหม่
เพื่อนร่วมงานใหม่ สถานที่ใหม่ๆ
เพื่อที่คุณทั้งสองจะได้รู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
นี่เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นขั้นเล็กๆเท่านั้นที่จะรักษาความสัมพันธ์ของคุณ
ทั้งคู่

ไปเยี่ยมกัน


พยายามหาเวลาไปหากันให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
และไม่ใช่เฉพาะเวลาที่คาดกันไว้อย่างพวกวันหยุด
การที่ไม่ได้พบปะพูดคุยกันเป็นเวลานานๆจะทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกโกรธ
เคืองได้ และหากไม่พยายามไปหากันแล้วล่ะก็
ต่อให้พวกคุณรักกันสักแค่ไหนความสัมพันธ์ก็คงอยู่ต่อไปไม่ไหว
มันต้องมีบ้างที่จะติดต่อกันแบบเห็นหน้าเห็นตา และได้สัมผัสกันบ้าง

วางแผนล่วงหน้า


อย่าลืมที่จะวางแผนเอาไว้ก่อน เพราะหากเธอมาเยี่ยมคุณ
คุณจะได้ว่างและได้ให้เวลากับเธอเต็มที่
ให้บอกเพื่อนและครอบครัวคุณไว้ก่อนล่วงหน้าว่าคุณจะไม่ว่างในช่วงที่เธอมา
เยี่ยม เพื่อคุณทั้งสองจะได้ใช้เวลาด้วยกันมากที่สุด
เธอจะรู้สึกได้ว่าที่เธอพยายามมาพบคุณน่ะคุณรู้สึกดีและซาบซึ้งใจและเธอคือ
คนรักที่แท้จริงของคุณ

ส่งของให้กันและกัน


ทำอะไรก็ได้ให้เธอรู้สึกได้ว่าคุณน่ะคิดถึงเธอมากแค่ไหน
ถ้าหากเธอเป็นฝ่ายที่ต้องไปไกล ส่งของไปให้เธอ เช่น
ขนมที่เธอชอบที่หาซื้อได้เฉพาะที่คุณอยู่ หรือหากเธอรู้สึกเหงาคิดถึงบ้าน
ให้คุณส่งรูปคุณทั้งสองคนให้เธอหรือทำซีดีเพลงให้เธอเอาไว้ฟัง
หรือเลือกเพลงต่างๆที่บ่งบอกว่าคุณน่ะคิดถึงเธอนะ
ความสัมพันธ์ที่ห่างไกลกันนี้ไม่มีเวลาให้มาดูใจกันหรอกนะ
มันเป็นเวลาที่คุณต้องรักษามันไว้ให้ได้ต่างหาก ทำให้เธอรักคุณ คิดถึงคุณ
และอยากจะพบคุณได้มากขึ้น

ผ่อนคลาย


มันอาจจะยากนะที่คุณจะผ่อนคลายและไว้ใจกันและกันได้
ในทางตรงกันข้ามอย่าเพิ่งเริ่มนึกถึงความร้ายแรงเพียงเพราะเธอมีเพื่อนใหม่ๆ
หรือเธอออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆบ่อยขึ้น
ถ้าคุณโทรหาเธอแล้วปรากฎว่าเธอไม่อยู่
อย่าเพิ่งคิดไปเองโดยอัตโนมัติว่ามีผู้ชายมาและรับเธออกไปข้างนอก
ถ้าคุณไม่ไว้เธอมากพอที่จะให้เธอใช้ชีวิตในแบบของเธอโดยไม่มีคุณ
บางทีคุณอาจจะต้องคิดทบทวนการเริ่มต้นจะมีความสัมพันธ์แบบนี้
และเมื่อคุณเลือกที่จะคบกันต่อ คุณก็ควรจะต้องไว้ใจกันมากขึ้น
โทรหาเธอใหม่ในเวลาอื่นก็ได้ และถามเธอว่า "ผมโทรมาแต่คุณไม่อยู่
คุณไปกินข้าวเหรอ"

หาทางออก..


ถ้าเป็นเพียงแค่การย้ายชั่วคราวและจะย้ายกลับมาในอีกไม่นาน
คุณทั้งคู่ก็ควรมีความอดทนจนกว่าเวลานั้นจะมาถึง
แต่ถ้าหากมันเป็นการย้ายไปโดยถาวรแล้วล่ะก็
คุณอาจจะต้องมาคิดหาทางออกให้กับความสัมพันธ์ โดยคุณอาจจะย้ายไปอยู่กับเธอ
หางานใหม่ และทำงานใหม่ใกล้ๆเธอ
ลองหาทางดูว่าจะมีใครช่วยเหลือคุณได้บ้างในเรื่องการหางานที่ใกล้ๆกัน

รักเธอให้มากขึ้น


ถ้าคุณตัดสินใจอย่างดีแล้วว่าจะจัดการกับรักทางไกลนี้ได้
ก็มีเพียงไม่กี่อย่างที่คุณทั้งสองต้องจำเอาไว้ "ความซื่อสัตย์และความรัก"
เพราะรักทางไกลมักมีปัญหา น้อยใจ ไม่เข้าใจ
ซึ่งคุณก็ควรจะรับมือกับมันให้ได้ด้วยเช่นกัน
ถ้าคุณให้ความใส่ใจกับความสัมพันธ์นี้เพียงพอ
ความรักของคุณก็จะอยู่รอดปลอดภัย










สนับสนุนข้อคิดนานาสาระโดย:








Free TextEditor







































































































 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 22:13:15 น.
Counter : 268 Pageviews.  

แพ้-ชนะ



















































ในโลกนี้มีทั้งคุณและโทษติดกันอยู่


ขึ้นอยู่กับเวลาไหนด้านไหนจะแสดงออกมาเท่านั้น ให้มีปัญญารู้สิ่งเหล่า
นี้ตามความเป็นจริง
แล้วเราก็จะวางใจได้ถูกต้องตามกระแสของธรรมดา ก็ไม่
ต้องไปเบียดเบียนกันด้วย กาย วาจา ใจ ความคิด ต้องรู้จักยอมในคราวที่ควรยอม











ต้องรู้จักยกย่องในคราวที่ควรยกย่อง

ไม่ถือรั้งด้วยทิฏฐิมานะซึ่งเป็นเหตุให้เบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
ขอให้ตระหนักว่าบนโลกนี้ไม่มีเป็นผู้ชนะอยู่ตลอดไป หรือเป็นผู้แพ้ตลอดไป
ยอมเขาบ้าง ยกเขาบ้างในเวลานี้
คราวต่อไปต้องยอมถึงคราวยกย่องต้องยกย่องพอสมควร ไม่ตะเบ็งแข็งขันไม่
ดื้อรั้น ถือดี มีทิฏฐิมานะ ที่เป็นเหตุให้เดือดร้อนเปล่าๆ










ขอขอบคุณ


ข้อมูลที่มีคุณภาพ

จาก หนังสือคติชีวิต

แต่งโดย วศิน อินทสระ






Free TextEditor







































































































 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 22:12:16 น.
Counter : 115 Pageviews.  

การสังเคราะห์ด้วยแสง














































































สิ่งมีชีวิตทุกชนิด


ต้องการอาหารและพลังงาน เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต
สิ่งมีชีวิตบางชนิดสามารถสร้างอาหารได้เองจากสารประกอบอนินทรีย์โดยใช้
พลังงานจากดวงอาทิตย์ เรียก กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง










กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง [ Photosynthesis]


เป็นกระบวนการที่ประกอบด้วยปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องกัน
เป็นลำดับที่ชั้นพาลิเสดเซลล์ของพืชโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่คลอโร
พลาสต์ในเซลล์พืชรับมาเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจน
จากน้ำ
หรือแหล่งไฮโดรเจนอื่น ๆ
ให้กลายเป็นสารประกอบประเภทคาร์โบไฮเดรทและมีก๊าซออกซิเจนเกิดขึ้น









กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง


และการหายใจในเซลล์จะทำงานร่วมกันอย่าง
สมดุลโดยกระบวนการหายใจจะสลายอาหารได้ พลังงาน และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงจะสร้างคาร์โบไฮเดรท
และมีก๊าซออกซิเจนเกิดขึ้นเป็นวัฎจักร































การสังเคราะห์ด้วยแสงจะเกิดขึ้นในมหาสมุทร


มากที่สุดประมาณ85
%โดยเฉพาะอย่างยิ่งไดอะตอมเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีการสังเคราะห์ด้วยแสงเกิด
ขึ้นมากที่สุดการสังเคราะห์ด้วยแสงของสิ่งมีชีวิตบนพื้นดินมีประมาณ10%
และแหล่งน้ำจืด 5% ตามลำดับ








คลอโรพลาสต์ [ Chloroplast ]


เป็นออร์แกเนลล์ชนิดหนึ่งในเซลล์พืช
ภายในคลอโรพลาสต์มีคลอโรฟิลล์เป็นองค์ประกอบ ซึ่งสามารถดูดกลืนพลังงานจาก
ดวงอาทิตย์ มาใช้ในกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง คลอโรพลาสต์ในพืชชั้นสูง
จะมีลักษณะเป็นรูปไข่หรือกลมรี
ขนาดยาวประมาณ 5 ไมครอน กว้าง 2 ไมครอน
หนา 1-2 ไมครอน มีเยื่อหุ้ม 2 ชั้น ภายในประกอบด้วยส่วนสำคัญ 2 ส่วนคือ
Stroma และ Lamella












สโตรมา (Stroma) เป็นของเหลวใส
มีเอนไซม์หลายชนิดที่นำไปใช้ในปฏิกิริยาที่ไม่ต้องใช้แสง


ลาเมลลา เป็นส่วนหนึ่งของเยื่อหุ้มชั้นในที่ยื่นเข้าไปในคลอโรพลาสต์





























มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ซ้อนกัน


ประกอบด้วยโปรตีน ไขมัน คลอโรฟิลล์และรงควัตถุ แผ่นลาเมลลาซ้อนกันหลาย ๆ
ชั้นเรียกว่า กรานา (Grana)
แผ่นลาเมลลาแต่ละแผ่นที่ซ้อนอยู่ในกรานาเรียกว่า ไทลาคอยด์ (Thylakoid )
เป็นแหล่งรับพลังงานจากแสง ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มของรงควัตถุระบบ 1
และรงควัตถุระบบ 2 มีชื่อเรียกว่า ควอนตาโซม ( Quantasome)












รงควัตถุคือ สารที่สามารถดูดกลืนแสง
รงควัตถุแต่ละชนิดจะดูดกลืนแสงสะท้อนสีต่างกัน


คลอโรฟิลล์ เป็นรงควัตถุที่พบในใบไม้สามารถดูดกลืนแสงสี ม่วง น้ำเงิน
แดงได้แต่สะท้อนแสงสีเขียว จึงทำให้เราเห็นใบไม้เป็นสีเขียว













ขอขอบคุณ ข้อมูลที่มีประโยชน์จาก เว็บไซต์schoolnet.nectec.or.th

เพื่อร่วมกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้บนโลกอินเตอร์เน็ต

ผู้มีบทความทางด้านวิทยาศาสตร์น่ารู้

สามารถส่งผลงานของท่านมาได้ที่ arunee@teeneemedia.com




























Free TextEditor







































































































 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 22:11:24 น.
Counter : 154 Pageviews.  

อาหารสมอง



















































ในโลกแห่งความคิด


คือสิทธิส่วนบุคคลอิสระเสรีไร้พรมแดน เราต้องการให้ความคิดปราดเปรียว
แล่นไหลท่องไปในโลกเสรี
แต่ไม่มีอะไรมาจุดประการความคิด มันก็ติดขัด

คิดไม่ออก ต้องมีข้อมูลมาให้ความคิดขบเคี้ยว ข้อมูลมาจากไหนก็มาจากการ
แสวงหาตาดูหูฟังค้นคว้าจากตำรับตำรา
หรือสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น


ร่างกายมีอาหารกายมาหล่อเลี้ยงไว้ สมองก็ต้องมีอาหารสมองมารับรองไว้
มิฉะนั้น ร่างกายก็ร่วงโรย สมองก็ฝ่อ
เราจึงต้องมีข้อมูลมาเป็นฐานความ
คิด และหมั่นคิดพิจารณาไตร่ตรอง มิใช่หามาก็เก็บไว้ไม่นำมาแปรสภาพไปเป็น
อย่างอื่น
จำแต่ไม่คิดก็ไม่ต่างอะไรกันนกแก้วนกขุนทอง
คิดแต่ไม่จำก็สับสนอีก









อย่างไรก็ตาม


การจะหาอาหารสมองมาเติมก็ต้องคัดเลือกอยู่เหมือนกัน
ใช่ว่าจะเป็นอะไรก็ได้ บางคนมีความคิดก้าวร้าว
เพราะมีอาหารสมองกักขฬะกระดาง อาหารสมองดีมีสาระก่อให้เดความคิดริเริ่ม
สร้างสรรค์ในทางดีงาม นั้นแหละเป็นที่พึงประสงค์









ขอขอบคุณ


ข้อมูลที่มีคุณภาพ

จาก หนังสือพัฒนาชีวิตจากชีวิตจริง

แต่งโดย พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์






Free TextEditor







































































































 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 22:10:29 น.
Counter : 101 Pageviews.  

ระวังแพ้ยาย้อมผมจนหน้าบวม






















































สถาบันโรคผิวหนังเมืองน้ำชากล่าว


เตือนวัยรุ่นที่นิยมย้อมผมให้มีสีประหลาดต่าง ๆ ว่า
ได้มีผู้เกิดอาการแพ้ยาย้อมผมกันมากขึ้น นอกจากผิวหน้าจะเกิดอักเสบแล้ว
ในรายที่ร้ายแรงถึงหน้าบวมฉึ่งได้













วารสารการแพทย์อังกฤษรายงานว่า


สถาบันแจ้งว่า ยาย้อมผมส่วนใหญ่เกือบถึง 2 ใน 3
ล้วนแต่เข้าสารเคมีที่เรียกว่า พาราฟีนีเลนไดอามีน และอื่นๆ
ซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดอาการแพ้ มันเคยก่อปัญหาขึ้น จนถึงกับรัฐบาลเยอรมัน
ฝรั่งเศส และสวีเดน ห้ามยาย้อมที่มีสารนี้ และปัจจุบันกฎหมายของสหภาพยุโรป ยอม
ให้ยาย้อมผมที่มีสารไม่เกิน 6% เท่านั้นจำหน่ายได้
































การวิจัยทางตลาดของอังกฤษเมื่อไม่กี่วันมานี้ได้
พบว่า


มีผู้นิยมย้อมผมกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนในวัยหนุ่มสาว ก่อนหน้านี้
สมาคมสบู่และผงซักฟอกญี่ปุ่น ก็เคยสำรวจพบว่า นักเรียนหญิงระดับโรงเรียน
มัธยม ชอบย้อมผมกันมากถึง 41% ยิ่งบรรดาสาววัยยี่สิบต้น ๆ
ต่างนิยมทำกันมากถึง 85%.











ขอขอบคุณข้อคิดนานาสาระ โดย: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ






Free TextEditor







































































































 

Create Date : 19 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มิถุนายน 2553 22:09:29 น.
Counter : 322 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.