♣ อย่าทำร้ายใคร .. ด้วยการผูกมัด ♣














































เราต่างแสวงหาใครสักคน . . .
แต่
เราอาจลืมคิดไปว่า . . . ตลอดชีวิตนั้นนานแค่ไหน
หากวันหนึ่ง . . .
เราบังเอิญไปพบใครอีกคนกลางทาง
แล้วอยากชวนให้เขาเดินไปด้วยกันกับเรา
เรา
ต้องทำร้ายใครอีกคนหรือเปล่า . . .
คนที่เรา . . .
อยากจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตคนนั้น

ชีวิตเปลี่ยนแปลงเสมอ . .
.ไม่มีอะไรแน่นอน
กระทั่วหัวใจเราเอง . . .
กว่าจะถึงวันสุดท้ายของ
ชีวิต
เราอาจเปลี่ยนรองเท้าไปเป็นร้อยคู่
และเปลี่ยนเส้นทางไปเป็น
ร้อยครั้ง

อย่าทำร้ายใคร . . . ด้วยการผูกมัดเลย
เพราะตลอด
ชีวิตนั้น...
เราต้องตัดสินใจอีกเป็นแสนล้านครั้ง
ขึ้นอยู่กับว่า .
. . ครั้งไหนบ้างที่จะไม่ทำให้ใครต้องร้องไห้
และครั้งไหน . . .
ที่เราจะแน่ใจได้ว่าเป็น "เขา" จริง ๆ











Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 6:05:59 น.
Counter : 165 Pageviews.  

♣ สุขภาพเสื่อมจากคอมพิวเตอร์ ผักผลไม้ช่วยได้ ♣











































เคยนับดูเล่นๆ ไหมคะว่า วันหนึ่งๆ
เราต้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละกี่
ชั่วโมง เมื่อไม่นานมานี้ พนักงานหญิงของออฟฟิศแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย
ประเทศจีน นิยมสวมหน้ากากกันทั่วออฟฟิศ เพราะต้องนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์วันละ 4-5
ชั่วโมง สำหรับคนทำงานอย่างเราๆ ฟังแล้วก็ได้เวลาสังเกตตัวเองว่ามีปัญหาสุขภาพบ้างหรือเปล่า
ลองมาเช็คอาการ พร้อมกับดูอาหารที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายกันเลยค่ะ


ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนล้า กล้ามเนื้อเกร็ง ตึง

การรับประทานบร็อกโคลี่
ปลากินทั้งกระดูก
เพราะมีแคลเซียมที่จำเป็นต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาทและต่อการเกร็ง
คลายกล้ามเนื้อ รับประทาน ผักโขม ถั่วเปลือกแข็ง
เมล็ดทานตะวัน จมูกข้าวสาลี ที่มีแมกนีเซียม ช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย


ตาอ่อนล้า ตาพร่ามัว

ควรรับประทาน คะน้า พริก ผักปวยเล้ง มันเทศ ผักหวานบ้าน ตำลึง
เพราะมีลูเทอินและซีเซนทิน ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสื่อมของศูนย์จอตา
ลดความเสี่ยงของการเกิดจอประสาทตาเสื่อมตาได้ นอกจากนี้ควรรับประทาน แครอต ผักปวยเล้ง ฟักทอง
เพราะมี เบตาแคโรทีน มีส่วนช่วยป้องกันการเสื่อมของศูนย์จอตา


มีปัญหาผิวหน้า

หากมีปัญหาผิวหน้า เช่น
มีริ้วรอยเหี่ยวย่น และสงสัยเหมือนสาวๆ ที่ประเทศจีนว่า อาจเกิดจากรังสีจากคอมพิวเตอร์
ควรรับประทาน ผักผลไม้สีสดทุกชนิด
เพื่อเพิ่มสารต้านออกซิเดชั่น นอกจากนี้ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
และรับประทานอาหารเย็นที่ย่อยง่ายและรสไม่จัด
เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานไม่หนัก ทำให้เริ่มวันใหม่อย่างสบายตัว

เมื่อ
กินถูกแล้ว ก็อย่าลืมออกกำลังกายช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉงด้วยนะคะ









Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 6:03:38 น.
Counter : 118 Pageviews.  

♣ 12 เทคนิค .. กันสมองเหี่ยว ♣















































เรื่องของการปลุกระดมสมองให้สดชื่นแจ่มใสเป็นเรื่องที่ใครๆ ก็ต้องการ
เพราะเมื่อสมองแจ่มใส ปลอดโปร่ง อะไรก็ดีตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น
การฟัง พูด อ่าน เขียน จดจำ หรือความคิด



กลับกัน หากสมองเหี่ยว ฝ่อ ไม่สดใส อาจจะเกิดจากความเครียด
หรือการหมกมุ่นกันเรื่องใดเรื่องหนึ่งนานๆ หรือ ขาดการพักผ่อน
ทักษะดังกล่าวก็จะลดน้อยถอยไป กรรมวิธีที่จะทำให้สมองแข็งแรงไปอย่างยืนยาวนั้น
สถาบันดีสปายน์ไคโรแพรคติก เทคนิคมาแนะนำ



1.
ดื่มน้ำให้พอ
เพราะสมองของคนเราประกอบด้วยน้ำถึง 85%
ดังนั้นเมื่อร่างกายขาดน้ำ สมอง ก็จะทำงานช้าลง
ทำให้กลายเป็นคนคิดช้าหรือคิดอะไรไม่ค่อยออก



แต่การดื่มน้ำนั้นแต่ละคนจะมีความต้องการน้ำไม่เท่า
กันขึ้นอยู่กันน้ำหนัก และพฤติกรรมต่างๆ ทั้งการเคลื่อนไหว และการบริโภค
แต่โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใหญ่ควรดื่มน้ำวันละ 3-5 ลิตร ส่วนเด็ก 2-3 ลิตร



2.
หายใจลึกๆ
ช่วยส่งพลังงานไปถึงสมอง ถ้านั่งหายใจ หลังก็ควรจะตั้งตรง
จะช่วยให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายได้มากขึ้น
และถ้านั่งนานเนไปควรเปลี่ยนอิริยาบถ ยืดเส้น ยืดสาย เพื่อให้ปอดขยาย



3.
เลือกรับประทานอาหาร
ที่มีไขมันดีทดแทนไขมันในสมองที่สึกหรอ อาทิ น้ำมันปลา สารสกัดจากใบแปะก๊วย
ปลาแซลมอน อีฟนิ่งพริมโรส วิตามินซี



4.
ตั้งโปรแกรมให้สมอง

โดยใช้ความตั้งมั่นตั้งใจอย่างจริงจัง สมองจะค่อยๆ ปรับพฤติกรรมให้ไปสู่เป้าหมายได้



5.
หัวเราะและยิ้มบ่อยๆ
ช่วยให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน
ไปกระตุ้นพลังออร่าให้สว่างสดใสจะช่วยดึงดูดสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต



6.
ฝึกสมาธิพัฒนาอารมณ์
ให้สมองผ่อนคลาย
จะช่วยทำให้มีจินตนาการมีความคิดสร้างสรรค์
สามารถทำได้ทั้งตื่นเช้าหรือก่อนนอนทุกวัน



7.
ออกกำลังกาย
กระตุ้นการทำงานของสมองพร้อมกับดื่มน้ำบ่อยๆ



8.
หาอะไรใหม่ๆ ให้ชีวิต
เช่น รู้จักคนใหม่ๆ
อ่านหนังสือเล่มใหม่ ขับรถเส้นทางใหม่ หรือแลกเปลี่ยนทัศนคติใหม่ๆ
กับเพื่อน สมองจะหลั่งสารแห่งความสุข (เอ็นดอร์ฟิน)
และสารแห่งการเรียนรู้ โดปามีน ทำให้เกิดการอยากเรียนรู้อย่างมีความสุข



9.
รู้จักให้อภัยและลดความโกรธ
จะทำให้สูญเสียพลังงานน้อยลง
และยังเป็นการช่วยลดภาระให้กับสมอง



10.
พูดเรื่องดีๆ
กับตัวเองซ้ำๆ ให้เกินวันละ 100 ครั้ง



11.
บันทึกสิ่งดีๆ
ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันลงในสมุดบันทึก
ช่วยทำให้สมองคิดในเชิงบวก ทำให้หลับฝันดี มีสมาธิ



12.
พักผ่อนให้เพียงพอ
โดยช่วงเวลา 21.00 น.
จะเป็นช่วงเวลานอนที่ดีที่สุด



เรื่องนี้ไม่ใช่เหมาะสำหรับเด็ก แต่เป็นเรื่องที่ทุกเพศ
ทุกวัยสามารถปฏิบัติได้เป็นการยืดอายุสมอง ให้อยู่กับเราไปได้นานเท่านาน!!












Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 6:01:02 น.
Counter : 140 Pageviews.  

♣ ยาคูลท์ .. ช่วยกำจัดกลิ่น ♣


















































เชื่อได้ว่า... คงมีสาวๆ หลายคน
ที่กำลังประสบปัญหากับสิ่งนี้ กับกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ในจุดซ้อนเร้น
(อวัยวะเพศ) ที่หากแฟนหนุ่มเข้าใกล้ คงร้องจ๊ากจนต้องวิ่งหนีไปสามร้อยลี้
จนทำให้เพื่อนๆ ขาดความมั่นใจ แต่วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ กับวิธีง่ายๆ
มาฝากกัน ในการกำจัดกลิ่นนั้นให้หายไป



สำหรับกลิ่นเหม็นไม่พึงประสงค์ในจุดซ้อน
เร้นของสาวๆ ที่เกิดขึ้นนั้น
เกิดได้จากเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีในช่องคลอดลดน้อยลง
ซึ่งถูกทำลายโดยแบตทีเรีย จนเกิดเป็นกลิ่นเหม็นออกมา
ในบางรายกลิ่นอาจจะแรงมาก แม้ในขณะเข้าใกล้ แต่ไม่ใช้เรื่องที่น่าตกใจ
เพราะปัญหาที่เกิดนี้มีวิธีรักษาได้อย่างง่ายดาย



ส่วนวิธีรักษานั้น เพียงแค่เพื่อนๆ
เพิ่มเชื้อจุลินทรีย์เข้าไปทำลายแบตทีเรียที่เกิดอยู่
โดยเชื้อจุลินทรีย์ชนิดดีที่ว่านี้ ก็คือเชื้อ "แลคโตบาซิลัส"
(Lactobacillus) ที่มีอยู่ในยาคูลท์ ซึ่งเพื่อนๆ คงรู้จักกันดี
เพียงแค่เพื่อนๆ ทานยาคูลท์วันละขวด
เพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีให้กับร่างกาย
ให้เข้าไปทำลายแบตทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น
เท่านี้กลิ่นเหม็นที่เพื่อนๆ ไม่พึงประสงค์ในจุดซ้อนเร้นก็จะหายไปเอง










Free TextEditor





















































 

Create Date : 09 เมษายน 2553    
Last Update : 9 เมษายน 2553 5:57:04 น.
Counter : 395 Pageviews.  

ยิ่งปล่อยวาง ยิ่งเป็นสุข














































ความยึดมั่นเป็นตัวทุกข์
มีความยึดมั่นในสิ่งใดก็เป็นทุกข์ในสิ่งนั้นถ้าปล่อยวางได้ก็ไม่ทุกข์


ให้เราจำคำพูดของพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ความยึดมั่นเป็นตัวทุกข์

มีความยึดมั่นในสิ่งใดก็เป็นทุกข์ในสิ่งนั้นถ้าปล่อยวางได้ก็ไม่ทุกข์

เราจึงควรรู้เท่าทันสิ่งนั้น อย่ายึดอย่าถือให้มันรุนแรง
แต่ให้รู้ว่าสิ่งนี้มัน

ไม่ใช่ของแท้ของจริงเป็นสิ่งที่ผ่านมาในวิถีชีวิตของเรา มันเป็นสิ่งที่

ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป อะไรที่ผ่านมาในชีวิต ลาภผ่านมา ยศผ่านมา

ความสุขผ่านมา สรรเสริญผ่านมา แล้วมันก็ผ่านไป แต่เราหลงผิดว่า

เมื่อมันผ่านไปแล้ว เราก็กลับไปจับมันอีกรถไฟออกแล้ว เรากระโดดจับ

รถไฟเลยล้มลงไปปากแตก ขาหักแขนหัก ได้รับความทุกข์ความเดือดร้อน

อารมณ์ทั้งหลายที่เกิดขึ้นในใจของเราก็เป็นอย่างนั้น พระพุทธเจ้าจึงสอน

ว่าให้ปล่อยวางให้อยู่ด้วยความว่าง ในการยึดถือในสิ่งนั้น ให้ใช้ปัญญา

พิจารณาให้รอบคอบ




แหล่งที่มา : ความแก่ที่ท่านยังไม่รู้จัก รวมพระธรรมเทศนา

ของพระธรรรมาจารย์ ,2542







Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 14:51:48 น.
Counter : 278 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

Valentine's Month


 
tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.