ทายใจ สี กับ เซ็กส์






















































ให้เพื่อนเลือกสีที่ชอบมากที่สุดเพียง 1 สี
เท่านั้น


สีแดง

สีเหลือง

สีน้ำเงิน, สีฟ้าอ่อน

สีชมพู

สีเขียว

สีส้ม

สีขาว

สีม่วง

สีน้ำตาล

สีเทา

สีดำ





























สีแดง


คนที่ชอบสีแดงแรงฤทธิ์นั้นจะเป็นคนที่ง่ายต่อการปลุกเร้า ม๊ากมาก
แถมยังสนุกสนานกับการมีเซ็กส์ได้แบบไม่รู้จบด้วย
ถ้าเป็นไปก็คงจะดับยากน่าดูนะนี่








สีเหลือง
จากการวิจัยแล้วพบว่าผู้
ที่นิยมสีนี้ส่วนใหญ่มีแนวโน้มจะนิยมไม้ป่าเดียวกันเป็นที่สุด
(ส่วนใหญ่นะจ๊ะ) นอกจากนั้นคนที่ชอบสีนี้ยังชอบที่จะเป็นฝ่ายรับอีกด้วย
แถมยังไม่ถนัดกับการปฏิเสธข้อเสนอของใครๆ อีกต่างหาก








สีน้ำเงิน, สีฟ้าอ่อน


ใครมีแฟนที่ชอบสีนี้ถือว่าสุดยอดค่ะ
เพราะจะเข้าอกเข้าใจความต้องการอีกฝ่ายเสียเหลือเกิน
ผู้ชายที่ชอบสีนี้จะทรีต ผู้หญิงเวลามีเซ็กส์ได้อย่างนุ่มนวล ทะนุถนอม
ส่วนผู้หญิงที่ชอบสีนี้จัดว่าเป็นคนที่เอ็นจอยกับเซ็กส์มาก








สีชมพู


เป็นพวกที่ลังเลในการที่จะมีเซ็กส์เป็นอย่างมาก ถ้าให้ยั่วยวนน่ะถนัดนัก
ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะบริหารเสน่ห์ไปเรื่อยๆ เปลี่ยนชายควงแขนไม่ซ้ำหน้า
เพราะว่ากันว่าในส่วนลึกแล้ว
คนที่ชอบสีนี้จะเก็บความเกลียดผู้ชายไว้ในใจเงียบๆ
แต่ถ้าเป็นผู้ชายที่ชอบสีนี้ก็เป็นพวกคาสซาโนว่ากับสาวๆ ไปเรื่อยๆ เช่นกัน








สีเขียว


อินโนเซนต์ที่สุดในเรื่องเซ็กส์
ผู้หญิงบางคนอาจจะคงความไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้ไปจนตลอดชีวิต
ส่วนผู้ชายที่ชอบสีนี้ก็จะเป็นคนที่งุ่มง่ามเงอะงะอยู่เป็นอาจิณ
แต่ในขณะเดียวกันบุคลิกท่าทางก็กลับดูสุภาพจนน่าหลงใหล








สีส้ม


เป็นพวกที่ชอบจะให้การมีเซ็กส์เหมือนกับที่ตัวเองจินตนาการไว้
ดังนั้นเรื่องเล้าโลมนี่ก็จะถนัดนัก เพราะเขาจะมองว่ามันเป็นการแสดง
(ตามจินตนาการ) ที่ต้องทุ่มเท
ที่แปลกคือไม่ซีเรียสว่าตัวเองจะต้องไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้าหรือป่าว
ถ้าลีลาระหว่างประกอบกิจกรรมดี ก็ถือว่าสอบผ่าน








สีขาว


บริสุทธิ์ไร้เดียงสายิ่งกว่าคนที่ชอบสีเขียวอีกเพราะคนที่ชอบสีขาวจะเห็นว่า
การมีเซ็กส์เป็นเรื่องน่าอาย จูบแบบดูดดื่มก็ทำไม่ได้ เพราะไม่เหมาะสม
ยิ่งการมีอะไรตอนกลางวันยิ่งน่าอายใหญ่เลย
ผู้หญิงที่ชอบสีนี้จะเปลือยกายก็ต่อเมื่อมีผ้ามาคลุกเท่านั้น
ส่วนผู้ชายก็จะอาบน้ำเปลืองมากเวลามีเซ็กส์ เพราะกลัวไม่สะอาด









สีม่วง


คนชอบสีนี้จะมีเซ็กส์ในรูปแบบที่เหมือนกำลังซุ่มทำธุรกิจอยู่
คือตจะคำนึงถึงผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก ใครจะไม่ได้ไปถึงฝั่งฝันไม่เป็นไร
แต่เราต้องไปให้ถึงเท่านั้นเป็นพอ








สีน้ำตาล


เป็นคนที่ดูอบอุ่น สุขุมลุ่มลึก แต่ชอบเรื่องเซ็กส์เป็นที่ 1
ไม่ว่าคุณจะกระดิกตัวทำอะไรเขาก็จะเห็นว่ามันเร้าอารมณ์เขาเสมอ








สีเทา


ดูเหมือนว่าคุณจะมีด้านเซ็กส์เฉื่อยชา
ผู้ชายที่ชอบสีนี้จะเห็นเซ็กส์เป็นแค่การระบายอารมณ์เท่านั้น (ซึ่งนานๆ
จะมีสักที) ถ้าเป็นผู้หญิงที่ชอบสีนี้
พฤติกรรมทางเพศก็อาจจะเรียกได้ว่าแค่มีเซ็กส์เท่านั้น
ไม่ใช่การเมคเลิฟอันน่าตื่นตาตื่นใจ









สีดำ


ค่อนข้างจะชอบเซ็กส์แบบด้านมืดไปหน่อย
เป็นไปได้ว่าชอบความรุนแรงหรือที่เรียกว่าซาดิส (อูยน่ากลัว)






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:42:22 น.
Counter : 126 Pageviews.  

อย่าต้องตายเพราะงานที่คุณทำ
















































กิน นอน ทำงาน กิน นอน แล้วก็ทำงาน


คุณเคยคิดหรือเปล่าว่าทุกวันนี้คุณใช้ชีวิตให้ผ่านๆ ไปวันๆ ขับรถทางเดิมๆ
ทานอาหารที่เดิมๆ มีกิจกรรมนอกบ้านเดิมๆ พบคนหน้าตาเดิมๆ
แล้วงานที่ทำก็ยังเหมือนเดิม ไม่ได้แตกต่างไปจากวันที่คุณเริ่มงานใหม่ๆ
หากใช่ล่ะก็

สักวันคุณต้องตกใจกับเวลาที่ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์
และใบหน้าที่ดำคร่ำเครียดสักวันแน่ๆ



ลองส่องกระจกมองดูตัวเองบ้างหรือเปล่าว่าคุณดูแก่เกินอายุจริงหรือดูอ้วน
ขึ้นบ้างหรือเปล่า ลองหาวิธีสร้างสุขภาพที่ดีให้กับชีวิตการทำงานบ้างดี
มั้ยคะ
สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสดใส มีชีวิตชีวากับวันทำงานมากขึ้น
ไม่ว่านานจะมากจะเหนื่อยแคไหน คุณก็จะรับไหวค่ะ





























กาแฟถ้วยโปรดของคุณ


หากคุณเป็นคนที่ชอบทานกาแฟและหลงใหลรสชาติของกาแฟเป็นชีวิตจิตใจล่ะก็

คุณต้องหักห้ามบังคับใจตัวเองให้เวลาของการดื่มกาแฟ

ของคุณเหลือเพียง 2 ถ้วยต่อวัน จำไว้ว่ากาแฟมีส่วนทำให้ร่างกายของคุณขาดน้ำ

ทุกครั้งที่ดื่มกาแฟควรจะดื่มน้ำตามอีก 1 แก้วนะคะ








Rush Hours


ปกติคุณตื่นนอนกี่โมง นอนมากไปหรือนอนดึกไปหรือเปล่า

คุณควรตั้งเวลาตื่นนอนให้เร็วขึ้นจากปกติ 15-30 นาที เพื่อหลีกเลี่ยงเวลา

เช้าที่เร่งรีบ ให้ตัวคุณได้มีเวลาอาบน้ำ แต่งตัวมากกว่านี้

อย่าปล่อยให้ทุกเช้าที่คุณมาทำงานนั้นต้องแข่งขันกับเวลา
แม้ว่าคุณจะทำแบบนี้มา

เป็นปีๆ ก็ขอให้เห็นใจและสงสารร่างกายของคุณบ้าง

แค่รถติดตอนเช้าก็ทำให้เราเครียดพอแล้ว หากยังต้องรีบร้อนมาทำงานทุกวัน
ความรู้

สึกในวันทำงานของคุณก็จะเพิ่มความเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ

และส่งผลถึงสภาพจิตใจและโรคภัยต่างๆ ในอนาคตได้








Lunch Time


ถ้าคุณเป็นประเภทงานเยอะงานยุ่งและชอบทานอาหารเที่ยงในที่ทำงาน

หรือทานอาหารเร่งด่วนจำพวก Fast Food หรืออาหาร


จานด่วน คุณควรเปลี่ยนนิสัยของคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

อย่าลืมว่าคุณต้องใช้สมองทำงาน ร่างกายต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน หากเป็นไป

ได้คุณน่าจะหาโอกาสทานเที่ยงนอกสถานที่บ้าง ไปร้านนั้นร้านนี้

ใครว่าร้านไหนอร่อย ไปเถอะค่ะ อาหารเที่ยงของคุณจะผสมผสานไปกับ

เวลาพักผ่อน สมองของคุณจะได้พักผ่อนและพร้อมที่จะรับงานช่วงบ่ายต่อไป

ความเหนื่อยล้าจะรบกวนคุณหลังเลิกงานน้อยกว่าทุกวัน ไม่เชื่อลองทำดูสิ








ปัญหาส่วนตัว


ไม่ควรนำปัญหาส่วนตัวมาทำงานกับคุณด้วย และที่สำคัญ

ไม่มีความจำเป็นต้องบอกกล่าวเรื่องส่วนตัวของคุณกับเพื่อนร่วมงาน

หรือเจ้านายเพื่อเป็นข้อแก้ตัวเรื่องงาน

เพราะนอกจากจะทำให้คุณย้ำคิดถึงปัญหาสร้างความหงุดหงิดใจแล้ว

เจ้านายของคุณอาจจะมองเห็นว่าคุณแยก

แยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวไม่ได้อีกด้วย

อาจมีผลกับผลงานของคุณก็ได้นะคะ

เก็บปัญหาแก้เมื่อกลับบ้านดีกว่าค่ะ








แต่งตัวให้เป็น


เรื่องแต่งตัวไปทำงานเป็นเรื่องสนุกอย่างหนึ่งของผู้หญิงเรา

หากวันใดแต่งตัวสวยก็สร้างความมั่นใจและความอยากไปทำงานให้กับคุณได้

แต่หากแต่งตัวผิดกาละเทศะ หรือหวือหวาให้รู้สึกอึดอัดเกินเหตุ

ก็อาจทำให้วันทำงานวันนั้นเป็นวันที่หงุดหงิดใจได้ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

ดังกล่าวคุณควรมีรองเท้าส้นเตี้ยและเสื้อหนาวเตรียมไว้ที่ทำงานเผื่อว่าวัน
ใดคุณต้องใส่

รองเท้าส้นสูงปรี๊ดหรือเสื้อแขนกุดสุดเซ็กซี่
คุณจะได้ไม่ต้องทนเมื่อยทนหนาวในที่ทำงาน








พักสายตาสักนิด


คุณต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ทั้งวันหรือเปล่า

ถ้าใช่คุณควรสร้างนิสัยพักสายตาจากหน้าจอทุกๆ สิบนาที มองไปที่ไหนก็ได้
จะนอก

หน้าต่าง คุยโทรศัพท์กับลูกค้าแม้แต่แหงนมองเพดานหาจิ้งจกสักตัวก็ทำเถอะค่ะ

เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณไม่ปวดศรีษะแล้ว ยังผ่อนคลาย

ความเหนื่อยล้าของดวงตาได้อีกด้วย








ยาสามัญประจำโต๊ะทำงาน


เป็นไอเดียที่ดี หากคุณคิดจะมียาสามัญติดไว้บ้าง เช่น ยาแก้ปวดศรีษะ

ปวดท้องประจำเดือน เป็นต้น คุณจะทราบได้ล่วงหน้าได้อย่าง

ไรว่าวันไหนคุณจะปวดหัวเป็นไข้ขึ้นมา

พกไว้สักนิดคงไม่ทำให้โต๊ะทำงานของคุณรกหรอกนะคะ









การเมืองในที่ทำงานาก


บริษัทใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในประเทศไทย หรือต่างประเทศ

ก็หนีไม่พ้นเรื่องการเมืองในที่ทำงาน
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ

ไม่ยุติธรรมหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ ในที่ทำงาน

คุณควรยกประเด็นเรื่องที่คุณสงสัยนั้นถามและพูดคุยในห้องประชุม

เพื่อความกระจ่างและหาทางแก้ไขให้สมควร

อย่าเสียเวลาเม้าท์แตกกับเพื่อนร่วมงานหรือบ่นไปทั่วออฟฟิศเลยค่ะ

มันไม่มีประโยชน์หรอกด








ออกกำลังกายๆ


ยาที่สามารถทำให้สุขภาพของคุณดีที่สุดก็คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั่น
เอง

หาโอกาสเป็นสมาชิกสปอร์ตคลับใกล้ที่ทำงานสักแห่งและกำหนดวันออกกำลังกายให้
ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2
ครั้งจะเป็นการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทไหนก็ได้ ขอให้ทำอย่างสม่ำเสมอ

จนเป็นนิสัยหากทำได้คุณจะค้นความมหัศจรรย์

ที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจของคุณทันที

พอถึงตอนนั้นถ้าไม่ได้ออกกำลังกายคุณจะรู้สึกเนือยๆ

ไม่กระปรี้เปร่าหรือถึงกับหงุดหงิดได้เลยล่ะค่ะ






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:40:11 น.
Counter : 119 Pageviews.  

เหตุผลที่ผู้ชายรักแม่ มากกว่ารักแฟน



























แม่ไม่เคยหลอกให้เราหลงรัก


เพราะเราเต็มใจรักแม่โดยไม่ต้องหลง

แม่อาจเคยตีให้เราเจ็บ แต่ไม่เคยทำให้เราเจ็บหัวใจ

แม่ส่งเสียเรา แต่เราต้องส่งเสียแฟน

แม่ไม่เคยบอกเลิกรักเรา ทั้งสายตาและการแสดงออก






























แม่เป็นแบงค์ส่วนตัวตลอดเวลา


ไม่เคยคิดดอกเบี้ย และไม่ค่อยทวงคืน แถมคอยห่วงใยว่าจะพอใช้หรือป่าว

แม่เห็นเราเดินแก้ผ้าตั้งแต่เล็ก โดยไม่เคยติเรื่องรูปร่าง

แม่เป็นคนที่เห็นเราดีกว่าแฟนของแม่เสมอ

ขอหอมแก้มแม่ไม่ยากเท่าขอหอมแฟน








แม่ยอมตัดสายสะดือตัวเองเพื่อให้เราเกิดมา


แม่สอนให้เราพูดได้ เพื่อจะไปบอกรักแฟนตอนเราโต

แม่ยอมเป็นยัยอ้วนลงพุงตั้ง 9 เดือน เพื่อให้เราอาศัยอยู่ข้างใน
และในประเทศนี้ไม่มี วันแฟนแห่งชาติ
เหมือนวันแม่ใช่มั้ย






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:38:08 น.
Counter : 159 Pageviews.  

ปัสสาวะบ่อย สาเหตุหลักของไตเสื่อม








































































ปัสสาวะวันหนึ่งกี่ครั้งถึงเข้าข่ายบ่อยครั้งเกิน
ไป...


โดยปกติคนเราจะปัสสาวะตอนกลางวันประมาณ 3-5
ครั้งตอนเย็นถึงก่อนนอนอีกประมาณ 1-2 ครั้ง
และสำหรับคนที่ร่างกายแข็งแรงจะนอนได้นาน 8
ชั่วโมงโดยไม่ต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะ
ทั้งนี้เนื่องจากตามปกติกระเพาะปัสสาวะของเราจะเก็บน้ำปัสสาวะไว้ได้ประมาณ
150 ซีซี จึงจะรู้สึกปวดปัสสาวะ
แต่ในขณะหลับก็จะเก็บน้ำปัสสาวะได้มากขึ้นพร้อมทั้งไตก็จะกลั่นปัสสาวะได้
น้อยลงด้วยหากท่านใดมีการปัสสาวะบ่อยครั้งกว่านี้
โดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะนั้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายของ
คุณมีปัญหาบางประการ












สาเหตุปัสสาวะบ่อยในทัศนะการแพทย์จีน...



การแพทย์ตะวันตกและการแพทย์จีนมีทัศนะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเกี่ยวกับ
มูลเหตุและพยาธิสภาพของอาการปัสสาวะบ่อยครั้ง สำหรับการแพทย์จีน
สาเหตุปัสสาวะบ่อยครั้งโดยเฉพาะตอนกลางคืนต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะเกิดจาก
ภาวะไตอ่อนแอ หลายๆ ท่านอาจเพิ่งเคยได้ยินคำนี้เป็นครั้งแรก แต่จริงๆ
แล้วคำว่า ภาวะไตอ่อนแอ
ได้มีการบันทึกในตำราการแพทย์จีนมาแล้วนับพันปีและไม่ใช่โรคไตในความหมายของ
การแพทย์ตะวันตก หากหมายถึงสภาพไตกำลังเสื่อมลง ไม่แข็งแรงเท่าที่ควร
ทำให้ความสามารถในการขับน้ำและของเสียออกจากร่างกายของไตด้อยลง
และเกิดผลกระทบต่อดุลยภาพของอิเล็กโทรไลต์และความเป็นกรดด่างในร่างกายรวม
ทั้งเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนสำคัญหลายชนิดที่สร้างขึ้นจากไตและต่อมหมวดไต
การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะนำไปสู่อาการผิดปกติของอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย
รวมทั้งอาการปัสสาวะบ่อยด้วย
หากไม่มีการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะแก่ก่อนวัยและพัฒนาเป็นโรคร้าย
ต่างๆ หรืออาจเป็นโรคไตอักเสบหรือโรคไตวายได้ในที่สุด























สาเหตุใดทำให้ไตเสื่อมเร็วกว่าปกติ


ไตจะเสื่อมลงตามวัยตั้งแต่อายุ 30 ปี
ซึ่งเป็นความเสื่อมของร่างกายและไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงได้
แต่มีปัจจัยหลายอย่างทำให้ไตเสื่อมลงอย่างรวดเร็วและก่อนวัยอันควร อาทิ


1.กรรมพันธุ์ พ่อแม่ไม่แข็งแรงหรือมีลูกตอนอายุน้อยหรืออายุมาก
หรือมีลูกหลายคน
หรือตอนคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่มีการพักผ่อนและบำรุงอย่างเพียงพอ
หรือคลอดก่อนกำหนด ทั้งหมดนี้จะเป็นเหตุทำให้ไตของลูกค้าอ่อนแอตั้งแต่เกิด


2.การมีเพศสัมพันธ์มากเกินควร ทำให้ไตสูญเสียพลัง


3.ประสบอุบัติเหตุ ไตถูกกระทบกระเทือน


4.ระบบสืบพันธุ์ ทำงานเกินกำลังหรือทำงานหามรุ่งหามค่ำดูทีวี
เล่นเกมคอมพิวเตอร์จนอดหลับอดนอน


5.โรคเรื้อรังต่างๆ ความดันโลหิตสูง มะเร็ง เบาหวาน
ไขมันในเลือดสูง อัมพฤกษ์ อัมพาต วัณโรค หน่วยไตอักเสบ กรวยไตอักเสบ SLE
ฯลฯ


6.ปัจจัยเสี่ยงในชีวิตประจำวัน ผลข้างเคียงจาการใช้ยาเคมีเช่น
ยาแก้ปวด ยารักษาสิว ยาคุมกำเนิด ยาปฏิชีวนะ ยาลดความดัน ยาลดความอ้วน
ยาฮอร์โมน เป็นต้น ความเครียด มลภาวะเป็นพิษ ยาฆ่าแมลงที่ตกค้างในผักผลไม้
สารฮอร์โมนที่สะสมในเนื้อสัตว์อาหารทะเลที่แช่ฟอร์มาลิน
สารโซเดียมที่ผสมอยู่ตามอาหาร ขนมขบเคี้ยวและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เช่น
ผงชูรส ผงฟู เป็นต้น อาหารรสจัด รสเค็ม อาหารและเครื่องดื่มที่ผสมสี ฯลฯ


ปัจจัยดังกล่าวล้วนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพของไต
ไตจึงเสื่อมลงอย่างรวดเร็วและก่อนวัยอันควร











ปัสสาวะบ่อยครั้งกับไตอ่อนแอเกี่ยวข้องกันอย่าง
ไร...



หนึ่งในหน้าที่ของไตคือควบคุมความสมดุลของน้ำในร่างกายโดยอาศัยพลังไฟมิ่งเห
มิน จากไตในการระเหยน้ำให้กลายเป็นไอแล้วส่งไปยังปอด
ปอดก็จะส่งกระจายต่อไปทั่วร่างกายส่วนน้ำส่วนเกินก็จะถูกขับไปยังกระเพาะ
ปัสสาวะ ไตจะทำหน้าที่ควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะเหมือนประตูกั้นน้ำ
เมื่อประตูเปิดน้ำปัสสาวะก็จะไหลออกมา พอประตูปิด
กระเพาะปัสสาวะก็จะเก็บน้ำปัสสาวะเอาไว้ เมื่อไตอ่อนแอลง
น้ำก็ไหลล้นไปอยู่ในช่องท้องและใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการบวมน้ำ
ในขณะเดียวกันระบบควบคุมการเปิดปิดกระเพาะปัสสาวะของไตก็ผิดปกติไปด้วยจึง
เกิดอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ ปัสสาวะรดที่นอน
ปัสสาวะบ่อยครั้งหรือปัสสาวะกะปริดกะปรอยพร้อมทั้งมีอาการอ่อนเพลียเรื้อรัง
นอนไม่หลับ สะดุ้งตื่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย ขี้หนาว
สมาธิไม่ดีหรือกระวนกระวายร่วมด้วย











ปัสสาวะบ่อยเกิดจากการดื่มน้ำมาก...จริงหรือไม่


ส่วนความคิดที่ปัสสาวะบ่อยน่าจะมาจากการดื่มน้ำมากนั้นจริงๆ
แล้วการดื่มน้ำมากทำให้ไตขับน้ำปัสสาวะออกมามากจนต้องปัสสาวะบ่อยนั้นอาจ
เกิดขึ้นชั่วคราว แต่จะต้องไม่มีอาการอ่อนเพลียนอนไม่หลับ สะดุ้งตื่น
ปวดเมื่อยตามร่างกาย ขี้หนาวหรือภูมิแพ้ร่วมด้วยแต่อย่างใด
หากท่านใดมีอาการปัสสาวะบ่อยเป็นประจำร่วมกับอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง
ให้สันนิษฐานได้เลยว่าไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำมากเกินไปหรือภาวะกระเพาะ
ปัสสาวะบีบตัวไวเกิน แต่มีสาเหตุจากภาวะไตอ่อนแอต่างหาก











ภาวะไตอ่อนแอจะแสดงอาการอื่นๆ อย่างไรบ้าง..


ภาวะไตอ่อนแอ
นอกจากแสดงอาการปัสสาวะบ่อยครั้งแล้วยังสามารถแสดงอาการหลากหลายตามส่วน
ต่างๆ ของร่างกายและอาจแสดงอาการใดอาการหนึ่งหรือหลายๆ อาการพร้อมกันก็ได้
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสื่อมโทรมของไต อายุและระยะเวลาที่เรื้อรัง


1.ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ปวดหลังปวดเอว แขนขาอ่อนแรง
เป็นตะคริวบ่อย หนาวปลายมือปลายเท้า ปวดข้อ กระดูกพรุน โรคเกาต์ ฯลฯ


2.ระบบภูมิต้านทาน โรคภูมิแพ้
จามหรือคัดจมูกเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลง มีเสมหะ เป็นหวัดบ่อยหรือเป็นหวัดง่าย
เป็นลมพิษ ฯลฯ


3.ระบบประสาท นอนไม่หลับ หลับๆ ตื่นๆ ฝันบ่อย สะดุ้งตื่น
ขี้หลงขี้ลืม ขาดสมาธิ วิงเวียนศรีษะ กระวนกระวาย ซึมเศร้า วิตกกังวล
อ่อนเพลียเรื้อรัง ฯลฯ


4.ระบบทางเดินอาหาร เบื่ออาหาร ลำไส้แปรปรวน
อุจจาระร่วงเป็นประจำ ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องผูก ฯลฯ


5.ระบบทางเดินหายใจ ระคายคอบ่อย ไอเรื้อรัง หอบหืด ฯลฯ



6.ระบบสืบพันธุ์ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ ความต้องการทางเพศลดลง
หลั่งเร็ว มีบุตรยากหรือแท้งบุตร ช่องคลอดไม่กระชับ
เข้าสู่วัยทองก่อนวัยอันควร ฯลฯ


7.สภาพร่างกายภายนอก ผิวหน้าหมองคล้ำ หยาบกร้าน ไม่มีเลือดฝาด
มีฝ้าบนใบหน้า ใต้ตาหมองคล้ำ หน้าอกหย่อนยาน ผมร่วง ผมหงอกก่อนวัย
น้ำหนักขึ้นหรือลงอย่างฮวบฮาบ ฯลฯ



8.หู-ตา หูอื้อ ตาพร่า น้ำในหูไม่เท่ากัน ฯลฯ











วิธีการบำบัดรักษาของการแพทย์จีน ...


สำหรับอาการปัสสาวะบ่อยและอาการอื่นๆ ที่เกิดจากภาวะไตอ่อนแอ
การแพทย์จีนแนะนำควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ถูกสุขลักษณะและ
ควรรักษาแต่เนิ่นๆ เนื่องจากอาการของภาวะใตอ่อนแอมักจะเรื้อรังอย่างช้าๆ
จนเราคุ้นเคยกับความผิดปกติของร่างกายถึงขนาดลืมไปแล้วว่าตอนปกติจริงๆ
นั้นเป็นอย่างไร นอกจากนี้
ผลการตรวจการทำงานของไตตามหลักการแพทย์ตะวันตกที่ต้องรอให้ไตเสียไปมากกว่า
70% ถึงจะแสดงค่า BUN และ Creatinine ที่สูงขึ้นนั้
ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าถ้าผลการตรวจยังปกติ
อยู่ก็แสดงว่าไตยังแข็งแรง ทั้งๆ ที่ไตอาจเสื่อมไปมากแล้วก็ตาม
วิธีการรักษาของการแพทย์จีนจะเน้นวิธีการบำรุงรักษาไตเป็นหลักเพื่อบำบัด
หลายๆ อาการของภาวะไตอ่อนแอไปพร้อมๆ กัน ทั้งๆ
ที่แต่ละอาการดูเหมือนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันในมุมมองของการแพทย์ตะวันตก
ก็ตาม เมื่อไตแข็งแรงขึ้น อาการปัสสาวะบ่อยและอาการอื่นๆ
ของภาวะไตอ่อนแอก็จะค่อยๆ ทุเลาลงหรืออาจหายไปในที่สุด















ใครที่เคยคิดว่าปัสสาวะบ่อยเป็นเรื่องขี้ปะติ๋ว
ควรเปลี่ยนความคิดเสียตั้งแต่ตอนนี้และรีบบำบัดรักษาก่อนที่ทุกอย่างจะสาย
เกินไป.



ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ข้อมูลดี ๆ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก




























Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:36:08 น.
Counter : 186 Pageviews.  

รู้ได้ไงว่าเราเป็น เบาหวาน!!!














































น้ำตาล...ไปทำอะไรอยู่ในร่างกายของเรา


ปกติเมื่อคนเรารับประทานอาหารจำพวกข้าว แป้ง น้ำตาล
เข้าไปในร่างกายเริ่มตั้งแต่ในปากจะมีการย่อยสลายอาหารกลุ่มนี้ออกเป็นหน่วย
เล็กลงเรื่อย ๆ และเมื่อถึงลำไส้เล็กส่วนใหญ่ของหน่วยเล็ก ๆ
เหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตเพื่อให้ร่างกายนำเข้าไปในเซลล์ของ
ร่างกาย และเผาผลาญกลายเป็นพลังงานในร่างกายสามารถเคลื่อนไหว
คิดและปฏิบัติกิจในชีวิตประจำวันได้โดยมีฮอร์โมนจากตับอ่อนที่เรียกว่า
"อินซูลิน" เป็นสารช่วยนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์


ดังนั้นในกระแสเลือดของเราจะมีน้ำตาลอยู่เสมอแต่จะอยู่ในระดับที่พบดีสำหรับ
การนำไปใช้ที่เซลล์ของร่างกายคืออยู่ในช่วง 70-120 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
เมื่อไรที่ระดับน้ำตาลในเลือดเกิน 180
มิลลิกรัมต่อเดซิลิตรจะกรองน้ำตาลออกมาในปัสสาวะทำให้สามารถตรวจพบน้ำตาลใน
ปัสสาวะได้









เบาหวานคืออะไร


เป็นชื่อของกลุ่มอาการจากความผิดปกติที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้ตาม
ปกติ
ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและถูกขับออกมาทางปัสสาวะเนื่องจากร่างกาย
ขาดฮอร์โมนสำคัญตัวหนึ่ง คือ
อินซูลินจากตับอ่อนที่ผลิตไม่พอใช้หรือผลิตแล้วใช้ไม่ได้ตามปกติ
เมื่อมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงอยู่นาน
ก็จะเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาทั้งเฉียบพลันและเรื้อรังในกรณีเรื้อรังจะไปทำให้
หลอดเลือดเสื่อมเสียหายและทำลายอวัยวะส่วนปลายทาง เช่น ไต สมอง หัวใจ
เป็นต้น โดยเฉพาะเมื่อมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่ทำลายหลอดเลือดร่วมอยู่ด้วย










































อาการ...ของผู้ที่เป็นเบาหวาน


1. ปัสสาวะบ่อยและมาก ปัสสาวะกลางคืน


2. คอแห้ง กระหายน้ำ ดื่มน้ำบ่อย และมาก


3. หิวบ่อย กินจุ แต่น้ำหนักลด ผอมลง อ่อนเพลีย



4. เป็นแผลหรือฝีง่ายแต่หายยาก


5. คันตามผิวหนังและบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์


6. ชาปลายมือปลายเท้าความรู้สึกทางเพศลดลง


7. ตามัว พร่า ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย ๆ











สาเหตุของเบาหวาน


ในชุมชนไทยมีโอกาสพบคนเป็นเบาหวานตั้งแต่ช่วงอายุ 13 ปีขึ้นไป
โดยประมาณทั้งสิ้นถึงหนึ่งล้านเจ็ดแสนคน
นอกจากนั้นยังพบว่าเมื่ออายุสูงขึ้นมีโอกาสเป็นเบาหวานได้ง่ายขึ้น ได้แก่
ประชากรระหว่าง 20-44 ปี จะพบประมาณร้อยละ 2-3 และอายะ 45-59 ปี ขึ้นไป
อาจพบสูงถึงร้อยละ 10-12 สาเหตุของการเกิดโรคมีดังนี้


1. น้ำหนักเกิน ความอ้วน และขาดการเคลื่อนไหวออกกำลังกายที่เพียงพอ


2. กรรมพันธุ์ มักพบโรคนี้ในผู้ที่มีบิดา มารดา เป็นเบาหวาน
ลูกมีโอกาสเป็นเบาหวาน 6-10 เท่าของคนที่พ่อแม่เป็นเบาหวาน


3.
ความเครียดเรื้อรังทำให้อินซูลินทำงานนำน้ำตาลเข้าเนื้อเยื่อได้ไม่เต็มที่


4. อื่น ๆ เช่น จากเชื้อโรคหรือยาบางชนิด
เกิดร่วมกับโรคเนื้องอกของต่อมใต้สมองหรือต่อมหมวกไต เป็นต้น































ผู้ใด...ควรจะสงสัยว่าตนเองเป็นหวาน


ผู้มีอาการของโรคเบาหวาน ผู้มีอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 40 ปี
และผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี
ถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอย่างน้อยในข้อใดหนึ่งต่อไปนี้


1. มี บิดา มารดา พี่ หรือน้อง คนใดคนหนึ่งเป็นโรคเบาหวาน


2. อ้วน โดยมีดรรชนีมวลกายมากกว่าหรือเท่ากับ 25


3. มีภาวะความดันโลหิตสูง


4. มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ (ไตรกลีเซอไรด์) มากกว่า 250 มก./ดล. เอช ดี
แอล คลอเลสเตอรอล (HDL cholesterol) น้อยกว่า 35 มก./ดล.


5.
มีประวัติเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์หรือมีประวัติการคลอดบุตรที่น้ำหนักตัวแรก
คลอดมากกว่า 4 กิโลกรัม


6. มีประวัติหรือเคยมีประวัติน้ำตาลในเลือดสูงจากการตรวจเลือดโดยการงดอาหาร
(Fasting Plasma Glucose) = 110-125 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
หรือตรวจวัดน้ำตาลในเลือด 2 ชั่วโมงหลังกินกลูโคส 75 กรัม ตรวจพบน้ำตาล =
140-199) มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร












รู้ได้อย่างไร..ว่าเป็นเบาหวาน


ถ้าสงสัยว่ามีความเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่ง
ให้ไปตรวจน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้วที่สถานบริการรักษาพยาบาลพื้นฐาน
ก่อนไปตรวจจะต้องงดอาหารทุกชนิด ยกเว้นน้ำเปล่าก่อนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง
ถ้าผลเลือดตรวจพบน้ำตาลมากกว่าหรือเท่ากับ 110 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ต้องสงสัยว่าเป็นเบาหวาน และสามารถรับประทานอาหารได้หลังการเจาะเลือด


แต่ถ้าสถานบริการใดไม่มีเครื่องตรวจน้ำตาลในเลือด
ต้องตรวจน้ำตาลในปัสสาวะแทนให้ผู้รับบริการเตรียมตัวเก็บปัสสาวะ


ในการเก็บปัสสาวะเพื่อตรวจทดสอบให้มีมาตรฐานที่ดีในการตรวจนั้น
ควรปัสสาวะทิ้งหลังจากตื่นนอนตอนเช้าเสียก่อนแล้วจากนั้นดื่มน้ำตาม 1 แก้ว
รับประทานอาหารเช้าแล้ว หลังอาหาร 2 ชั่วโมงจึงเก็บปัสสาวะส่งตรวจ
และถ้ายังมีอาการน่าสงสัย
แต่ตรวจไม่พบความผิดปกติจากการตรวจน้ำตาลในปัสสาวะให้ไปตรวจอีกครั้งจากสถาน
บริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เช่น โรงพยาบาลชุมชน เป็นต้น


เมื่อตรวจพบความผิดปกติจากการตรวจคัดกรองข้างต้นแล้วสถานบริการพื้นฐานจะส่ง
ตัวท่านไปวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานหรือไม่โดยแพทย์
ซึ่งจะตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจากข้อพับแขนของท่านอีกโดยการเตรียมตัวเพื่อ
รับการตรวจเช่นเดียวกับการตรวจเลือดปลายนิ้วและจะวินิจฉัยว่าท่านเป็นเบา
หวานเมื่อผลเลือดของท่านมากกว่า 126 มก./ดล.ขึ้นไปอย่างน้อย 2 ครั้ง












แหล่งข้อมูล: คู่มือดูแลตนเองเบื้องต้น เรื่องเบาหวาน "รู้ทันเบาหวาน"

สำหรับผู้เป็นเบาหวาน กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข






Free TextEditor





















































 

Create Date : 10 เมษายน 2553    
Last Update : 10 เมษายน 2553 9:34:13 น.
Counter : 166 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.