ระวัง!! ภัยร้ายมือถือถ่ายรูป














































นั่งระวัง อย่าใส่กระโปรงสั้น
นั่งระวัง อย่าใส่กระโปรงสั้น
อุทธาหรณ์เตือนใจ นักศึกษาสาว ระวังกันบ้าง
ภัยมือถือ แต่งตัวกันดี ๆ หน่อย ถ้าไม่อยากเป็นดาราจำเป็น




















เวลาเดินก็ต้องระวัง อย่ารัด อย่าฟิตนัก
เวลาเดินก็ต้องระวัง อย่ารัด
อย่าฟิตนัก




















เวลายืนก็ระวัง ผ่ามากไปก็ไม่ดี
เวลายืนก็ระวัง ผ่ามากไปก็ไม่ดี






























































ไม่ต้องรัดมากนักหรอก  ไม่งาม เรามาเรียนหนังสือ หาความรู้  <br>มีครคอยจ้องมองและแอบถ่ายอยู่
ไม่ต้องรัดมากนักหรอก ไม่งาม
เรามาเรียนหนังสือ หาความรู้ มีครคอยจ้องมองและแอบถ่ายอยู่




























Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 6:28:43 น.
Counter : 6395 Pageviews.  

ทายคุณ จากห้องที่ชอบ































































# ห้องนอน


คุณเป็นคนมีจินตนาการและบุคลิกร่าเริงแจ่มใสคุณเชื่อในรักแท้

แต่กว่าที่คุณจะเจอรักแท้คุณก็อาจจะสนุกไปกับการหว่านเสน่ห์

คุณดึงดูดความสนใจของผู้คนได้จากท่าทางการพูด
ซึ่งอาจทำให้บางคนอิจฉาคุณก็ได้











# ห้องนั่งเล่น


คุณเป็นคนชอบเข้าสังคมและพูดคุยพบปะกับผู้คน เมื่อใดก็ตามที่มีโอกาส

คุณก็จะช่วยเหลือคนอื่นๆเสมอ คุณไม่เคย ปฏิเสธความรับผิดชอบ

และจริงๆแล้วคุณออกจะชอบบทบาทการเป็นผู้นำด้วย คุณเป็นคนหัวโบราณ
ระมัดระวัง

และไม่ตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

คุณเป็นคนที่เปิดเผยและชอบการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้อื่น


อย่างไรก็ตามคุณก็ยังต้องการเวลาที่จะอยู่ตามลำพังเพื่อจัดการลำดับความคิด
ของตนเองด้วย











# ห้องรับประทานอาหาร


คุณเป็นคนหัวโบราณ ระมัดระวังตัวและไม่ตื่นตระหนกในยามฉุกเฉินคุณ

เป็นคนเปิดเผยและชอบการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่นๆ

แต่คุณก็ยังอยากมีเวลาอยู่ตามลำพังเพื่อเรียบเรียงความคิดของคุณเอง










# ห้องน้ำ



คุณดูแลตัวเองอย่างดีและออกจะกังวลเรื่องสุขภาพของตัวเอง

ถ้าคุณได้ยินข่าวเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บใหม่ๆ

คุณก็จะเริ่มสังเกตอาการของตัวเองทันที

ซึ่งบางครั้งก็อาจจะทำให้เพื่อนฝูงรำคาญเอาได้

อย่างไรก็ตามคุณเป็นคนมองโลกในแง่ดี ทำให้คุณค่อนข้างจะป๊อบปูล่าร์ล่ะ










# ห้องครัว


คุณเป็นคนง่ายๆ และไม่เห็นแก่ตัว
คุณจะมีความสุขที่สุดเมื่อได้ดูแลคนอื่นๆ

บางครั้งคุณอาจจะเอะอะโวยวาย
แต่คุณก็ทำให้คนอื่นรู้สึกสบายเมื่ออยู่ใกล้

และพวกเขาก็มักจะขอคำแนะนำจากคุณเมื่อมีปัญหา











# ระเบียง


คุณรักอิสระเสรีและเกลียดการถูกควบคุมเป็นที่สุด

คุณต้องการที่จะเดินออกไปจากกฏเกณฑ์และปล่อยให้จินตนาการชี้นำชีวิต

เมื่อใดที่คุณจำเป็นที่จะต้องเติมพลังให้กับตัวเอง
คุณจะตรงไปทะเลหรือป่าเขา











# ห้องเขียนหนังสือ


คุณเป็นคนจริงจังกับชีวิตและอยากให้ทุกอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย

คุณมีความภาคภูมิใจและมีเกียรติคุณ ไม่ชอบหากถูกล้อเลียน
คุณเป็นผู้ฟังที่ดี

แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของผู้อื่นก็ตาม











# ไม่มีห้องโปรด


คุณสนอกสนใจผู้คนรอบข้างและไม่สนใจเรื่องวัตถุ

คุณเป็นคนชอบช่วยเหลือและเอาใจใส่ครอบครัวดี
ทำให้พวกเค้ารักคุณมากเลยล่ะ







Free TextEditor




















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 6:25:43 น.
Counter : 125 Pageviews.  

ทางออกคนเป็นหนี้




























































ทุกข์ของคนเป็นหนี้


นางสาวพศนา บุญทอง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค
มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค สภาพปัญหาของคนเป็นหนี้ว่า การเป็นหนี้นั้นมี 2
ระบบคือ เป็นหนี้ในระบบ นั่นก็คือหนี้บัตรเครดิตทีทำธนาคารหรือบริษัทต่างๆ
และนอกระบบนั่นก็คือผู้ให้เงินกู้ต่างๆ ซึ่งเราจะเห็นได้ทั่วไปทั้งเสาไฟฟ้า
ใบปลิวต่างๆ เป็นต้น


ปัญหาหลักของผู้เป็นหนี้นอกจากต้องหาเงินมาชำระเจ้าหนี้แล้ว
ระบบการทวงหนี้ที่ก่อให้เกิดความอับอ้ายก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งนั่นคือมีการส่ง
แฟกซ์มาจะประจานที่ทำงาน หรือโทรศัพท์ไปทวงหนี้ที่ทำงาน
หรือแม้กระทั่งมีการข่มขู่ให้ชำระหนี้โดยเร็ว
และบริษัทที่รับทวงหนี้นั้นเป็นผู้รู้กฎหมาย


จากลักษณะการทวงหนี้ต่างๆนั้น ทำให้ลูกหนี้บางรายต้องตกงาน
เพราะทำให้บริษัทเสียชื่อเสียงและบั่นทอนคุณภาพการทำงาน
ทำให้ลูกหนี้บางรายคิดฆ่าตัวตายเพื่อหนี้ปัญหา
อย่างล่าสุดมีผู้ชายคนหนึ่งเข้ามาร้องเรียนต่อศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค
ว่า เขาได้พยายามฆ่าตัวตายมา 2 ครั้งแล้วแต่ไม่สำเร็จ
เพราะเมื่อคิดว่าลูกจะทำอย่างไรเมื่อตนตายไปแล้ว เขาก็เลิกล้มความตั้งใจ
และเล่าวนไปวนมา ต้องพาไปหาหมอก่อนจึงจะคุยกันรู้เรื่อง
หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภคกล่าว










การทวงหนี้โหดๆ โดยนักกฎหมายทำได้หรือไม่


คุณเสงี่ยม บุญจันทร์ รองโฆษกสภาทนายความ
ให้ความเห็นต่อกรณีการทวงหนี้โหดของนักกฎหมายหรือทนายความว่า
ไม่สามารถกระทำการข่มขู่หรือประจานได้ถือเป็นความผิด
หากพบว่าทนายความทำผิดจริงสามารถร้องเรียนได้ หรือการออกเอกสารต่างๆ
เป็นการข่มขู่ว่าจะเอาไปติดคุกบ้าง
ซึ่งนั่นถือเป็นความผิดทางแพ่งจะเอาผิดทางอาญาไม่ได้
หรือโดยใช้การขู่เพื่อให้ลูกหนี้ชำระหนี้เร็วอย่างหนึ่งคือการพาคนอื่นไป
ทำลาย ไปข่มขู่ในลักษณะอย่างนั้น ผู้บริโภคสามารถแจ้งความได้
เช่นการกรรโชกทรัพย์ การหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาในลักษณะต่างๆ เช่นส่งแฟกซ์
การเขียนป้ายประจาน หรือการพาคนไปประจานหน้าที่ทำงาน เป็นต้น


แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าบุคคลนั้นเป็นทนายหรือไม่
สามารถตรวจสอบชื่อได้ที่ สภาทนายความทั่วประเทศ
เพราะทนายความทุกคนจะต้องทำการขึ้นทะเบียน


ในกรณีหนี้นอกระบบ สภาทนายความก็ได้รับเรื่องร้องเรียนเช่นกัน
โดยจะมองประเด็นไปที่การคิดดอกเบี้ยเกินอัตรา
หรือการทำสัญญาผิดรูปแบบเช่นทำไว้ 1,000 บาท ไปเขียน 10,000 บาท
เป็นต้นนั่นถือว่าสัญญาเป็าโมฆะ
และการทวงหนี้นั้นหากพาคนไปข่มขู่ลูกหนี้นั้น ถือเป็นความผิดทางอาญา
ซึ่งสามารถเอาผิดได้


โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลหนี้ต่างๆที่มีการเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรานั้น
มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และดอกเบี้ยก็เป็นโมฆะ
ส่วนเงินต้นหากมีหลักฐานชัดเจนก็ว่ากันไปตามจริง










คนเป็นหนี้ลักษณะไหน


ถามถึงลักษณะการเป็นหนี้ของประชาชน รศ.ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ให้ข้อมูลว่าหนี้ภาคครัวเรือนนั้นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมากจาก 75,000
บาทต่อครัวเรือนเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบัน 110,000 บาท ต่อครัวเรือน
คิดรวมทั้งประเทศประมาณ160,000 ล้านบาท คิดเป็น 1 ใน 3
ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ นั่นสะท้อนให้เห็นว่าในปี 2544 2546
มีอัตราการเพิ่มของหนี้มากกว่าการเพิ่มของรายได้
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆก็ไม่มากนัก แต่ถ้าหากรายได้ผันผวน
รวมถึงอัตราดอกเบี้ยเปลี่ยนไป หรือสถานการณ์การจ้างงานเปลี่ยนไป
ทุกคนก็เดือดร้อน


หากมองในภาพรวมอาจจะเป็นไม่ปัญหา แต่เมื่อมองแยกออกมาเป็นส่วนน้อยนั้น
บางครัวเรือนมีหนี้ถึง 3 แสน 4 แสน บาท และรายได้ก็น้อย จากการไม่มีงานทำ
ผมไม่อยากให้มองดูแต่เพียงภาพรวมเพียงอย่างเดียว ต้องดูทิศทาง
และมองปัญหาของคนส่วนน้อยที่เป็นหนี้มากด้วย
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าว










ทำไมคนถึงเป็นหนี้


หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภคกล่าวถึงสาเหตุของการเป็นหนี้ของผู้
บริโภคว่า สาเหตุหลักๆมาจาก รัฐบาล
กล่าวคือรัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจรายย่อยต่างๆ มีเงินเดือน 5,000 บาท
มีบัตรเครดิตได้หลายใบ ส่วนที่สองคือคนปล่อยให้กู้
ซึ่งก่อนนี้จะปล่อยให้กู้เงินนั้นต้องมีข้อมูลว่าลูกหนี้สามารถชำระหนี้ให้
ได้หรือไม่ ส่วนที่สามคือผู้บริโภค


รศ.ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ
กล่าวถึงนโยบายกระตุ้นการบริโภคเพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัวว่านโยบายเป็นการ
กระตุ้นเศรษฐกิจที่ผ่านมาของรัฐนั้นเป็นการลงทุนโดยภาครัฐ
รัฐบาลอัดฉีดเงินเข้าไปและเงินเหล่านั้นก็มาจากภาษีอากร
อย่างโครงการเอื้ออาทรต่างๆ
สุดท้ายก็ต้องใช้เงินของประชาชนขึ้นอยู่ว่าจะช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง
และการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายในภาคเอกชน
ด้วยการใช้เครื่องมือของรัฐทั้งหลายที่จะให้เครดิต
ให้เงินกู้ได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไม่ยั่งยืน


การจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวอย่างแท้จริงต้องเกิดจากการลงทุนจากเอกชน
ที่มาจากการลงทุนจากต่างประเทศหรือการส่งออก หรือรายได้จากการท่องเที่ยว
ถือเป็นการสร้างงานและไม่ก่อความเดือดร้อนให้ผู้คนด้วยนั่นถือเป็นการ
กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และที่ง่ายที่สุดคือการบริโภค


ในประเทศที่พัฒนาแล้วเขาทำกันได้เพราะบุคลากรมีคุณภาพ
มีวิจารณญาณในการใช้จ่าย การมีหนี้ไม่ถือว่าไม่ดี สำคัญที่ว่ากู้มาทำอะไร
ถ้ากู้มาเพื่อบริโภคถือว่าเป็นปัญหาเพราะค่าของที่ซื้อมาลดลงไปทุกวันๆ
ถ้ากู้มาลงทุน หรือเพื่อการศึกษา เพื่อการผลิต เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต
การกู้นั้นก็ไม่เป็นภาระ
แต่ในประเทศของเราต้องยอมรับว่ายังขาดวิจารณญาณในการบริโภค ในการกู้ยืม
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์กล่าว










มาตรการควบคุมการออกบัตรเครดิตและบริษัทเงินกู้


รองโฆษกสภาทนายความ
กล่าวถึงมาตรการควบคุมการออกบัตรเครดิตนั้นต้องขึ้นกับนโยบายในภาครัฐ
ซึ่งกระทรวงการคลังสามารถดำเนินการได้เลย
สามารถออกระเบียบในการทำบัตรเครดิต
กำหนดรายได้ขั้นต่ำว่าจะต้องมีจำนวนเท่าใด
ซึ่งตรงนี้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคดูแลอยู่
รวมถึงต้องวางกฎเกณฑ์ทางการเงิน และพัฒนาระบบตรวจสอบลูกหนี้ก่อนให้กู้


ระเบียบในการใช้เงินของบุคคลหรือลูกหนี้
เราถือว่าใช้เงินกันโดยขาดระเบียบเห็นว่าอะไรง่ายก็จะแก้เพียงส่วนนั้น
รัฐบาลต้องเข้ามาควบคุมอย่างจริงจัง รองโฆษกสภาทนายความกล่าว


รศ.ดร. วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ให้ความเห็นต่อมาตรการควบคุมของภาพรัฐว่า
รัฐต้องดำเนินการออกมาตรการควบคุมอย่างจริงจัง อย่าง
สคบ.ต้องมีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองผู้บริโภค จะอ้างโน่นนี่ตามกฎหมายไม่ได้
และสถานบันการเงินต้องมีการควบคุมอย่างจริงจัง










ทางออกคนเป็นหนี้ควรจะเป็นอย่างไร


อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
ให้ความเห็นว่าสำหรับผู้บริโภคที่มีปัญหาอยู่แล้วนั้นตัวผู้บริโภคเองต้อง
ตระหนักว่าตัวเองมีปัญหา และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค
รวมถึงต้องศึกษากฎหมายก่อนการกู้เงินด้วย และไม่ต้องกังวลในการใช้หนี้
ต้องเลือกว่าจะใช้หนี้ใครก่อน
หลังเลือกใช้หนี้รายใดรายหนึ่งและปรึกษาผู้รู้


อีกทั้งหน่วยงานรัฐเองต้องออกมาให้ข้อมูลข่าวสารกับผู้บริโภค
เพราะปัจจุบันการตลาดมีกลไกที่ลึกซึ้งในการกระตุ้นให้ผู้บริโภคซื้อได้อย่าง
แนบเนียนมาก อีกทั้งบัตรเครดิตต่างๆก็ได้มาอย่างง่ายดาย
อีกทั้งได้รับการกระตุ้นจากภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย
ผู้บริโภคจึงตกอยู่ในภาวะลำบาก รวมถึงขาดข้อมูลที่เท่าทัน
อีกทั้งหน่วยงานรัฐอย่าง สคบ.ต้องออกมาดำเนินการอย่างจริงจัง


คุณเสงี่ยม บุญจันทร์
รองโฆษกสภาทนายความแนะทางทางออกกรณีที่ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบทางด้านสัญญา
กู้ยืมเงิน สามารถร้องเรียนไปยัง สำนักงานคณะกรรมคุ้มครองผู้บริโภคได้
หรือถูกฟ้องในเรื่องสัญญา ก็สามารถต่อสู้ได้ในประเด็นสัญญาไม่เป็นธรรมได้
อย่างเช่น กรณีที่ว่าจ่ายเงินต้นไปแล้วดอกเบี้ยยังไม่ลด
กลายว่าดอกเบี้ยมาเป็นเงินต้น


หากยังไม่มีการฟ้อง เราสามารถดำเนินการตามกฎหมายก่อนได้โดยไปร้องที่ สคบ.
แล้ว สคบ.จะเรียกคู่กรณีมาเจรจา
และหากว่าชัดเจนว่าสัญญาไม่เป็นธรรมก็อาจจะออกระเบียบบังคับเป็นสัญญาควบคุม
ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายเป็นต้น







Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 6:23:11 น.
Counter : 196 Pageviews.  

ระวังเป็นหมันเพราะควันบุหรี่










































รู้ไหมค่ะว่านอกจากผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเสี่ยง
ที่จะเป็นหมันแล้ว ยังเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการเป็นหมันได้โดยเฉพาะผู้หญิง


วารสารการแพทย์ฮิวแมนรีโพรดักชั่นยุโรป
ตีพิมพ์ผลการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยแม็กมาสเตอร์และสถาบันวิทยา
ศาสตร์สุขภาพแฮมิลตันในออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ศึกษาผู้หญิงจำนวน 225 คน
ที่เข้ารับการรักษาเรื่องการมีบุตรยาก ประกอบด้วย กลุ่มสูบบุหรี่ 39 คน
สูบเฉลี่ย 11 มวนต่อวัน กลุ่ม 40
คนที่สูบเฉลี่ยเท่ากลุ่มแรกและมีคนที่บ้านสูบด้วย กับ 146
คนที่ไม่สูบและไม่มีคนใกล้ชิดสูบ


นักวิจัยพบว่าอัตราการตั้งครรภ์ระหว่างกลุ่มหญิงที่สูบบุหรี่และกลุ่มหญิง
ที่ไม่สูบแต่ใกล้ชิดกับผู้ที่สูบ ไม่มีความแตกต่างกันมากนัก
ขณะที่อัตราการตั้งครรภ์ผู้หญิงทั้งสองกลุ่มน้อยกว่าคนที่ไม่สูบและไม่ได้
ใกล้ชิดกับคนที่สูบถึงร้อยละ 50


ถึงแม้ว่าผลการค้นพบเหมือนจะชี้ว่าหญิงที่ตั้งครรภ์ปกติแล้วสามารถสูดควัน
บุหรี่ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าหญิงตั้งครรภ์จะต้องรับแต่สารธรรมชาติ
เพราะผู้หญิงหลายคนที่มีภาวะการตั้งครรภ์ปกติและสูบบุหรี่ก็สามารถตั้งครรภ์
ได้
และผู้หญิงที่มีปัญหามีบุตรยากอาจจะไวต่อการเกิดผลร้ายจากควันบุหรี่ไปบ้าง


"เราพบว่าคุณภาพของตัวอ่อนทารกและอัตราการตั้งครรภ์ใน 3 กลุ่มจริงๆ
แล้วคล้ายคลึงกัน
แต่เราพบความแตกต่างที่ชัดมากในอัตราการตั้งครรภ์ต่อการพัฒนาตัวอ่อนในกลุ่ม
คนไม่สูบอยู่ที่ 48% คนที่สูบ 19% และคนที่ไม่สูบแต่ได้สูดควัน 20%" ไมเคิล
นีล ผู้นำการวิจัยกล่าว


อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า
แม้จะต้องทำการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว
แต่ผลการค้นพบเบื้องต้นนี้ก็สามารถเตือนผู้หญิงได้ระดับหนึ่งแล้วว่าควรจะลด
หรือหลีกเลี่ยงการรับควันบุหรี่ ดูแลสุขภาพคุณบ้างนะคะ







Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 6:20:55 น.
Counter : 154 Pageviews.  

ตำนานวันสงกรานต์ และสิ่งมงคลที่ควรทำ



















































ตำนานของสงกรานต์นี้มีปรากฎในศิลาจารึกที่วัดพระ
เชตุพน


ตำนานของสงกรานต์นี้มีปรากฎในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนโดยย่อว่า
มีบุตรของเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ ธรรมบาลกุมาร เป็นผู้ที่รู้ภาษานกแล้ว
เรียนไตรเพทจบ เมื่ออายุได้เจ็ดขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆ
แก่มนุษย์ทั้งปวง ซึ่งในขณะนั้น
โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งว่า
เป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง


เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ สัญญาไว้ว่า
ถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศีรษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมารเสีย
ปัญหานั้นว่า

ข้อ ๑.เช้าราศีอยู่แห่งใด

ข้อ ๒.เที่ยงราศีอยู่แห่งใด

ข้อ ๓. ค่ำราศีอยู่แห่งใด


ธรรมบาลขอผลัด ๗ วัน ครั้นล่วงไปได้ ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ได้
จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น มีนกอินทรี ๒
ตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น
ครั้งเวลาค่ำนางนกอินทรีจึงถามสามีว่า พรุ่งนี้จะได้อาหารแห่งใด สามีบอกว่า
จะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะทายปัญหาไม่ออก
นางนกถามว่า ปัญหานั้นอย่างไรสามีจึงบอกว่า ปัญหาว่าเช้าราศีอยู่แห่งใด
เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกถามว่า จะแก้อย่างไร
สามีบอกว่า เช้าราศีอยู่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า
เวลาเที่ยงราศีอยู่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก
เวลาค่ำราศีอยู่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า


ครั้งรุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา
ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง ๗
อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่า
เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาล
ศีรษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดินไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ
ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง
จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้นเอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดาผู้ใหญ่
นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้ว แห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐
นาที แล้วก็เชิญประดิษฐานไว้ในมณฆปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาศ
บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ พระเวสสุกรรมก็นฤมิตรแล้วด้วย
แก้วเจ็ดประการชื่อ ภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา
เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมุลาด
ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้งแล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ครั้งถึงครบกำหนด
๓๖๕ วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์นางเทพธิดาเจ็ดองค์
จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี
แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น เราสมมติเรียกว่า
นางสงกรานต์ มีชื่อต่างๆ ดังนี้ ทุงษ, โคราค, รากษส, มัณฑา, กิริณี,
กิมิทา และ มโหทร



คำว่า "สงกรานต์" มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ-กรานต แปลว่า ก้าวขี้น ย่างขึ้น
หรือก้าวขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้น สู่ราศีใหม่
หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งตกอยู่ในวันที่ ๑๓,๑๔,๑๕ เมษายนทุกปี
แต่วันสงกรานต์นั้นคือ วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔
เป็นวันเนา วันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศก


ความหมายของคำที่เกี่ยวข้องกับสงกรานต์ มีดังนี้


สงกรานต์ ที่แปลว่า "ก้าวขึ้น" "ย่างขึ้น" นั้นหมายถึง การที่ดวงอาทิตย์
ขึ้นสู่ราศีใหม่ อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกเดือน
ที่เรียกว่าสงกรานต์เดือน แต่เมื่อครบ ๑๒ เดือนแล้วย่างขึ้นราศีเมษอีก
จัดเป็นสงกรานต์ปี ถือว่าเป็น วันขึ้นปีใหม่ทางสุริยคติ ในทางโหราศาสตร์


มหาสงกรานต์ แปลว่า ก้าวขึ้นหรือย่างขึ้นครั้งใหญ่
หมายถึงสงกรานต์ปี คือปีใหม่อย่างเดียว กล่าวคือสงกรานต์หมายถึง
ได้ทั้งสงกรานต์เดือนและสงกรานต์ปี แต่มหาสงกรานต์ หมายถึง
สงกรานต์ปีอย่างเดียว


วันเนา แปลว่า "วันอยู่" คำว่า "เนา" แปลว่า "อยู่"
หมายความว่าเป็นวันถัดจากวันมหาสงกรานต์มา ๑ วัน
วันมหาสงกรานต์เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ย่างสู่ราศีตั้งต้นปีใหม่
วันเนาเป็นวันที่ดวงอาทิตย์เข้าที่เข้าทาง
ในวันราศีตั้งต้นใหม่เรียบร้อยแล้ว คืออยู่ประจำที่แล้ว



วันเถลิงศก แปลว่า "วันขึ้นศก" เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่
การที่เปลี่ยนวันขึ้นศกใหม่มาเป็นวันที่ ๓ ถัดจากวันมหาสงกรานต์
ก็เพื่อให้หมดปัญหาว่า การย่างขึ้นสู่จุดเดิม สำหรับต้นปีนั้นเรียบร้อยดี
ไม่มีปัญหาเพราะอาจมีปัญหาติดพันเกี่ยวกับชั่วโมง นาที วินาที
ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์
ที่จะเปลี่ยนศกถ้าเลื่อนวันเถลิงศกหรือวันขึ้นจุลศักราชใหม่มาเป็น วันที่ ๓
ก็หมายความว่า อย่างน้อยดวงอาทิตย์ได้ก้าวเข้าสู่ราศีใหม่ ไม่น้อยกว่า ๑
องศาแล้วอาจจะย่างเข้าองศาที่ ๒ หรือที่ ๓ ก็ได้


วันสงกรานต์เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ซึ่งกษัตริย์สิงหศแห่งพม่า
ทรงตั้งขึ้นเมื่อปีกุนวันอาทิตย์ พ.ศ. ๑๑๘๑
โดยกำหนดเอาดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษได้ ๑ องศา
ประกอบกับไทยเราเคยนิยมใช้จุลศักราช
สงกรานต์จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยอีกด้วย
ในปีแรกที่กำหนดเผอิญเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่วันที่ ๑๓
เมษายนทุกปี แต่เมื่อเป็นประเพณี ก็จำเป็นต้องเอาวันนั้นทุกปี
เพื่อมิให้การประกอบพิธี ซึ่งมิได้รู้โดยละเอียดต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา
วันที่ ๑๓ จึงเป็นวันสงกรานต์ของทุกปี



ปกติวันสงกรานต์จะมี ๓ วัน คือ เริ่มวันที่ ๑๓ เมษายน ถึงวันที่ ๑๕
เมษายน วันแรกคือวันที่ ๑๓ เป็นวันมหาสงกราต์
วันที่พระอาทิตย์ต้องขึ้นสู่ราศีเมษ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา
(พระอาทิตย์คงอยู่ที่ ๐ องศา) วันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศกใหม่
และเริ่มจุลศักราชในวันนี้ เมื่อก่อนจริงๆ มีถึง ๔ วัน คือวันที่ ๑๓ -๑๖
เป็นวันเนาเสีย ๒ วัน (วันเนาเป็นวันอยู่เฉยๆ) เป็นวันว่าง
พักการงานนอกบ้านชั่วคราว


จะเห็นได้ว่า วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จนถึง
พ.ศ.๒๔๘๓ ทางราชการจึงได้เปลี่ยนไหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ ๑ มกราคม
เป็นวันขึ้นปีใหม่ เพื่อให้เข้ากับ หลักสากลที่นานาประเทศนิยมปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ ประชาชนก็ยังยึดถือว่า
วันสงกรานต์มีความสำคัญ









ข้อควรปฏิบัติในวันสงกรานต์- การเตรียมงาน



วันตรุษและวันสงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่คนไทยยังถือว่าวันตรุษคือวันสิ้นปี
วันสงกรานต์คือวันขึ้นปีใหม่ดังกล่าว ดังนั้น
จึงต้องตระเตรียมงานกันเป็นการใหญ่ จนมีคนที่พูดกันติดปากว่า
"ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่" สิ่งที่ตระเตรียมกันนั้น
จึงเป็นเรื่องที่จะต้องกระทำกันเป็นพิเศษตามลำดับ ดังนี้

๑. เครื่องนุ่งห่มเพื่อใส่ในโอกาสไปทำบุญที่วัด
ตลอดจนเครื่องประดับตกแต่งร่างกายอย่างค่อนข้างจะพิถีพิถัน

๒. ของทำบุญ เมื่อใกล้จะถึงวันงานก็เตรียมของทำบุญเลี้ยงพระ
และที่เป็นพิเศษของที่จะทำขนมพิศษ ๒ อย่างได้แก่ ข้าวเหนียวแดงในวันตรุษ
และขนมกวน หรือ กะละแมในวันสงกรานต์ นอกจากจะทำขึ้นเพื่อทำบุญแล้ว
ยังแลกเปลี่ยนแจกกันในหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อแสดงอัธยาศัยไมตรีในวันสำคัญ

๓. การทำความสะอาดบ้านเรือนที่อาศัยตลอดจนบริเวณใกล้เคียง
เพื่อให้ดูเรียบร้อยโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บูชาพระและที่เก็บอัฐิบรรพบุรุษ
แม้เสื้อผ้าที่ใช้สอยก็ต้องซักฟอก ให้สะอาดหมดจดโดยถือว่า
กำจัดสิ่งสกปรกให้สิ้นไปพร้อมกับปีเก่าและต้อนรับปีใหม่
ด้วยความบริสุทธ์ผุดผ่อง

๔. สถานที่ทำบุญ วัดเป็นสถานที่ทำบุญสวดมนต์เลี้ยงพระ
และทำต่อเนื่องกันหลายวัน นอกจากจะทำความสะอาดกุฎิที่อาศัยแล้ว
ยังต้องทำความสะอาดหอสวดมนต์ โบสถ์วิหาร ศาลาการเปรียญ ตลอดจนลานวัด
เพราะต้องใช้ทำกิจกรรมหลายอย่าง ได้แก่ การทำบุญตักบาตร ปล่อยนกปล่อยปลา
สรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และงานรื่นเริงต่างๆ ด้วย













สิ่งที่ได้จากการทำบุญสงกรานต์


๑. เป็นการแสดงความเคารพบูชาต่อสิ่งที่ตนเคารพ ต่อบิดามารดา
และผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ

๒. เป็นการชำระจิตใจ และร่างกายให้สะอาด

๓. เป็นการรักษาประเพณีมาแต่เดิม

๔. เป็นการสนุกสนานรื่นเริงในรอบปี และพักจากงานประจำชั่วคราว
เพื่อจะไปพักผ่อนหย่อนใจ

๕. เป็นการเตือนสติว่ามนุษย์นั้นผ่านไป ๑ ปีแล้วและในรอบปีที่ผ่านมา
เราได้ทำอะไรบ้างและควรจะทำอะไรต่อไปในปีที่กำลังจะมาถึง

ู๖. เป็นการเตรียมตัวบวช ถ้าเป็นผู้ชายโดยเอาระยะเวลานี้บวชกัน
เพราะหลังสงกรานต์ต้องเตรียมตัวทำนาแล้ว

๗. เป็นการทำความสะอาดพระ โต๊ะบูชา บ้านเรือน ทั้งในและนอกบ้าน







Free TextEditor





















































 

Create Date : 08 เมษายน 2553    
Last Update : 8 เมษายน 2553 0:56:32 น.
Counter : 159 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  

tongsehow
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tongsehow's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.