หากลูกมีสมาธิสั้น
หากลูกมีสมาธิสั้น

คอลัมน์ สดจากจิตวิทยา

นฤภัค ฤธาทิพย์/กรมสุขภาพจิต



เด็กสมาธิสั้น หรืออาจเรียกว่าเด็กไฮเปอร์ มักจะพบปัญหาหลักๆ 3 ด้านด้วยกัน คือ

- มีสมาธิสั้นเด็กมักจะทำอะไรได้ไม่นาน วอกแวก ไม่มีสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับงานที่ทำได้ มักใจลอย เหม่อลอยง่าย ในเด็กเล็กจะเล่นอะไรได้ไม่นาน เปลี่ยนของเล่นไปเรื่อยๆ ส่วนเด็กโตมักทำงานไม่เสร็จ ทำงานตกหล่น ไม่ครบ ไม่ละเอียด

- ซนอยู่ไม่นิ่ง เด็กมักซุกซนไม่ยอมอยู่นิ่ง ซนมาก เหลียวซ้ายแลขวา แกะโน่นเกานี่ อยู่ไม่สุขปีนป่าย นั่งไม่ติดที่ ชอบคุย ส่งเสียงดังรบกวนคนรอบข้าง

- หุนหันพลันแล่น ยับยั้งตัวเองไม่ค่อยได้ ขาดความยั้งคิด วู่วาม ไม่อดทนต่อการรอคอย ไม่เคารพกฎระเบียบ ไม่อยู่ในกติกา ทำอะไรค่อนข้างรุนแรง ชอบสอดแทรกเวลาคนอื่นคุยกัน

เด็กที่มีลักษณะดังกล่าว จะก่อให้เกิดผลเสีย เช่น ทำงานไม่ทัน ทำการบ้านไม่เสร็จ เรียนไม่รู้เรื่อง ไม่มีสมาธิในการเรียน เข้าสังคมยากเพราะเพื่อนไม่อยากเล่นด้วย เนื่องจากชอบใช้ความรุนแรง หรือก่อความรำคาญแก่คนรอบข้าง ดังนั้น หากลูกมีอาการดังกล่าว ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัย รวมทั้งหาแนวทางในการพัฒนาและดูแลลูกให้เหมาะสมต่อไป

//www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROamIyd3dPVEV6TURnMU1nPT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09TMHdPQzB4TXc9PQ==



Create Date : 13 สิงหาคม 2552
Last Update : 13 พฤษภาคม 2557 13:59:21 น.
Counter : 597 Pageviews.

0 comment
มอเตอร์ไซค์สยอง
มอเตอร์ไซค์สยอง

ขนหัวลุก

ใบหนาด



"ลูกปลา"เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากอโศก-ดินแดง

เรื่องภูตผีปีศาจเป็นสิ่งที่ถกเถียงกันมาช้านานแล้วว่ามีจริงหรือไม่? แม้ว่าปัจจุบันนี้โลกเราจะก้าวเข้าสู่ความเจริญทางวัตถุสุดขีด ชนิดที่คนสมัยก่อนมาเห็นเข้าแทบจะไม่ยอมเชื่อสายตาตัวเอง หรือไม่ก็ช็อกตายไปแล้ว

แต่ความเชื่อถือในสิ่งเร้นลับต่างๆ ที่ยังพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ไม่ได้ ก็ยังไม่หมดสิ้นไปจากจิตใจผู้คนส่วนมากหรอกค่ะ..โดยเฉพาะเรื่องผี หรือวิญญาณ!

มีผู้กล่าวว่า พลังจิตของคนเรามีอำนาจแรงกล้าเพียงใด พลังของวิญญาณก็มีฤทธิ์เดชแรงกล้าเพียงนั้น โดยเฉพาะวิญญาณที่เจ็บปวด ทนทุกข์ทรมาน หรือเคียดแค้น อาฆาตมาดร้ายอย่างรุนแรงก่อนที่ชีวิตจะหลุดลอยออกจากร่าง ก็ย่อมจะมีอำนาจเพิ่มขึ้นจนน่าขนพอสยองเกล้าเกินกว่าจินตนาการได้

ดิฉันมีประสบการณ์น่าขนหัวลุกเรื่องวิญญาณผีตายโหงมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

สมัยเด็กดิฉันอยู่กับพ่อแม่ที่ดินแดงนี่เอง ย่านนั้นมีตึกรามบ้านเรือนคับคั่ง ถ้าจะมีอะไรก็น่ากลัวก็คือคนร้าย เพราะมีคนแปลกหน้ามากมายที่เราไม่รู้จัก มาจากที่ไหนบ้างก็ไม่มีทางรู้หรอกนะคะ..มีเรื่องฉกชิงวิ่งราวและลักทรัพย์ ประเภทตัดช่องย่องเบามีทั้งนั้น อยู่ที่ว่าใครจะระมัดระวัง ไม่ตั้งตนอยู่ในความประมาทแค่ไหน..

แต่ก็อุตส่าห์มีคนเล่าว่าผีดุค่ะ! ตั้งแต่สามเหลี่ยมดินแดง โบสถ์แม่พระ ไม่ถึงถนนรัชดาภิเษก ล้วนแต่ผีดุทั้งนั้น

ถนนรัชดา หรือที่เราเรียกกันว่าถนนตัดใหม่ สมัยนั้นรถรายังไม่คับคั่งนัก ทำให้เร่งความเร็วกันเต็มที่ อุบัติเหตุก็พลอยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่ละครั้งก็มักจะรุนแรงตามความเร็ว จนบาดเจ็บล้มตายกันมาก เห็นในข่าวทีวีแล้วน่าสยองที่สุด

แถวถนนใหญ่ปากซอยก็มีรถชนกันบ่อยๆ ค่ะ ส่วนมากมักเป็นมอเตอร์ไซค์ที่แล่นพรวดพราดออกไป รถทางตรงเบรกไม่ทันก็ชนโครม เขาว่ากระเด็นหวือไปไกลเหมือนเหาะได้..ตกลงมาตายคาที่ คนที่เคราะห์ร้ายเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนเสียชีวิต ส่วนใหญ่ก็เป็นคนในย่านนั้นแหละค่ะ มีทั้งวัยรุ่นและคนเมาที่ซิ่งรถตอนมืดค่ำจนถึงดึกๆ ดื่นๆ เพราะกฎหมายยังไม่เข้มงวดเรื่อง "เมาไม่ขับ" เหมือนสมัยนี้นี่คะ

เขาว่าผีดุๆ ก็เพราะมีคนโดนผีหลอกบ่อยๆ แถวหน้าบ้านเรานี่เอง!

ก่อนนั้นดิฉันก็ได้ยินแต่เขาเล่าว่า! ยังไม่เคยรู้จักคนที่ตายแล้วกลายมาเป็นผีที่คอยหลอกหลอนคนแถวนั้น จนกระทั่งรายล่าสุดชื่อพี่โจ้ เรียนอาชีวะปีสุดท้าย ได้ข่าวว่าชอบไปซิ่งรถกับเขาคืนวันศุกร์วันเสาร์เป็นประจำ

วันหนึ่งก็ได้ข่าวว่าเกิดอุบัติเหตุที่ปากซอยบ้าน พี่โจ้บึ่งรถจากถนนซูเปอร์ไฮเวย์เลี้ยวซ้ายมา..รถกระบะคันหนึ่งโผล่พรวดออกจากซอย พี่โจ้คงเบรกไม่ทันหรือหลบไม่พ้น ชนโครมครามดังเหมือนฟ้าผ่า รถกระบะคันนั้นก็เร่งความเร็วหลบหนีไปโดยไม่ยอมลงมาช่วยเหลือ

พี่โจ้คอหัก กะโหลกแตก กระดูกแทบจะหักป่นไปทั้งตัว!

ไม่ช้าก็ลือกันกระหึ่มว่าวิญญาณผีตายโหงเฮี้ยนหนัก เพราะจิตใจคงหมกมุ่นแต่จะกลับบ้าน วิญญาณไม่ยอมรับว่าตัวเองไม่มีร่างกายอีกแล้ว แต่กลายเป็นพลังลี้ลับแต่น่าสยดสยองสิ้นดีสำหรับผู้พบเห็น..พี่โจ้ยังคิดแต่จะมุ่งหน้ากลับบ้านอยู่เลยค่ะ!!

ตาเมินกับลุงเอียด คอเหล้าขาประจำร้านกลางซอย เล่าว่ากำลังนั่งคุยโม้กันอยู่หน้าร้านราวสามทุ่มกว่าๆ คิดว่าหมดแก้วก็จะให้คิดเงินอยู่แล้ว พอดีได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ดังแว่วมาจากปากซอย..รู้สึกเสียงคุ้นหูยังไงชอบกลก็เลยหันไปมองพร้อมๆ กัน

ภาพที่เห็นทำให้นั่งตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาป ปากอ้าค้าง ใบหน้าชาเห่อจนไม่รู้สึกรู้สา แต่ขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

นั่นคือ..พี่โจ้กำลังนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์ขับผ่านไปช้าๆ เหมือนภาพสโลว์โมชั่น..ครั้นได้สติ ตาเมินกับลุงเอียดก็กระโดดผลุง แผดร้องจนอาโกเจ้าของร้านหันขวับมามอง พอได้ยินเสียงร้องซ้ำๆ ซากๆ ว่า..ผีไอ้โจ้ๆๆ อาโกก็พลอยเข่าอ่อนไปอีกคน

ป้านวลกับลูกสาวชื่อพี่หน่อยไปงานสวดศพญาติ ขากลับอุตส่าห์นั่งตุ๊กตุ๊ก มาก็ไม่วายเจอภาพสยองขวัญเข้าจนได้

เพิ่งจะเข้าซอยมาหยกๆ ได้ยินรถมอเตอร์ไซค์ข้างหลังดังกระหึ่ม พอหันไปมองก็เห็นพี่โจ้เร่งรถมาประกบ..หันมามองช้าๆ จนเห็นใบหน้าแหลกยับชัดเจนอยู่ในแสงไฟเยือกเย็นเล่นเอาสองป้าหลานร้องวี้ดว้าย ผวากอดกันกลม..พี่หน่อยถึงกับร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น

ดิฉันเองก็ประสบกับภาพสยองยิ่งกว่านั้นอีกค่ะ

คืนเกิดเหตุไม่ทราบว่านอนไม่หลับเพราะอะไรแน่? อาจจะได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์แล่นผ่านไปตอนดึกๆ จนสะดุ้งตื่นก็ได้..ตอนนั้นยังแยกไม่ออก หรือจำไม่ได้หรอกว่าเสียงรถของใคร แต่ที่แน่ๆ คือไม่กล้าลุกไปดู

เขาว่าคนจะโดนผีหลอกน่ะทำยังไงก็หนีไม่พ้น..คืนนั้น เราดูทีวีกันที่ห้องรับแขกชั้นล่างจนถึงสี่ทุ่มกว่า รุ่งขึ้นเป็นวันเสาร์ไม่ต้องรีบตื่นไปโรงเรียน แต่ดิฉันเกิดง่วงนอนขึ้นมาเลยขึ้นไปนอนก่อน..ตอนนั้นเองที่ได้ยินเสียงรถแล่นเข้าซอยมา ไม่รู้ว่ามีอะไรดลใจให้เดินไปมองทางหน้าต่าง

ภาพที่เห็นในแสงไฟคือ..มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งเล่นช้าๆ ผ่านไป ไม่ใช่พี่โจ้..ไม่ใช่ใครทั้งนั้น..แต่เป็นรถว่างเปล่าที่แล่นไปได้โดยไม่มีคนขับ!

ดิฉันกรีดร้องแทบบ้านแตก พ่อแม่วิ่งโครมครามขึ้นมา ดิฉันพูดอะไรไม่ออกได้แต่ชี้มือไปที่ถนน รถอุบาทว์คันนั้นค่อยๆ ลับตาไปอย่างเชื่องช้า..นึกถึงภาพรถมอเตอร์ไซค์ที่ไม่มีคนขับแต่แล่นผ่านไปในแสงไฟเยือกเย็นแล้วยังขนหัวลุกอยู่เลยค่ะ!

//www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hPVEk0TURNMU1RPT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09DMHdNeTB5T0E9PQ==



Create Date : 28 มีนาคม 2551
Last Update : 28 มีนาคม 2551 20:13:31 น.
Counter : 472 Pageviews.

3 comment
ชัตเตอร์สยอง
ชัตเตอร์สยอง

ขนหัวลุก

ใบหนาด



"โอ๊ค" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกเมื่อถ่ายรูปผีตายโหง

เรื่อง "ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ" กำลังดัง ขนาดฝรั่งฮอลลีวู้ดซื้อลิขสิทธิ์ไปทำหนังใหม่เวอร์ชั่นใหม่เป็นเงินถึง 38 ล้านบาท เข้าใจว่าจะตกลงซื้อขายกันเมื่อ 3-4 ปีก่อน ตอนที่เงินบาทยังอ่อนอยู่ในราว 38 บาทต่อ 1 ยูเอสดอลลาร์ กำหนดฉายเขย่าขวัญประชาชนไปทั่วโลกภายในปีนี้แหละครับ

ตอนที่เป็นหนังไทยน่ะ ผมก็ว่าน่ากลัวจนจับจิตจับใจแล้วเชียวนา คนทำหนังเขาเก่ง ข้อสำคัญก็คือ...เรื่องราวน่าขนหัวลุกทำนองนี้ ผมได้ประสบพบเจอกับตัวเองมาแล้ว!

หลายปีก่อนโน้น ผมยังเป็นนักศึกษาสาขาสื่อสารมวลชน หรือที่เรียกกันสมัยนี้ว่านิเทศศาสตร์นั่นแหละครับ หนึ่งในวิชาที่ต้องเรียกก็คือ การถ่ายภาพ!

วิชานี้ผมชอบเป็นชีวิตจิตใจ ขนาดลงทุนซื้อกล้องอย่างดี แล้วท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆเพื่อเก็บรูปวิวทิวทัศน์สวยๆ บางทีก็ถ่ายรูปนก ผีเสื้อ ดอกไม้ ที่สำคัญเราต้องถ่ายรูปบุคคลให้ดูดี มีสาระ และผมก็ทำได้คะแนนเต็มแน่ะ กลายเป็นศิษย์คนโปรดของอาจารย์ไปเลยครับ

ผมกับอาจารย์สนิทกันมากขึ้น เพราะผมมักจะไปถามเทคนิคจากท่าน แล้วก็นำมาทดลองกับกล้องคู่ใจ เอาผลงานไปให้ท่านดูเพื่อรับคำติชม จะไปพัฒนาฝีมือได้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ

จวบจนทุกวันนี้ผมยังไปมาหาสู่ท่านอยู่ และงานถ่ายรูปก็เป็นงานอดิเรกของผม

สมัยที่ยังเป็นนักศึกษา ตระเวนหาวิวถ่ายภาพไปนั้น ผมกับเพื่อนสนุกกันมาก มันเป็นการได้ท่องเที่ยวไปในตัวครับ เราไปตามสถานที่เช่น น้ำตก ทะเล ป่า เขา...

เรื่องหนึ่งที่เรามักจะพูดล้อเล่นกันเสมอก็คือ...เวลาไปถ่ายรูปตามสถานที่แปลกๆ เราจะเสียวไส้ กลัวติดอะไรเข้ามาในภาพด้วย!

สาเหตุมันมีมาแล้วครับ...

อาของเพื่อนผมถ่ายรูปในงานศพญาติ แล้วก็ติดภาพวิญญาณของผู้ตายมาอย่างน่าอัศจรรย์ที่สุด จากนั้นมา พวกเราก็สนใจเรื่องนี้...ไม่ใช่สนใจจนตามล่าถ่ายภาพผีนะครับ แต่เราชอบอ่าน ชอบดูเรื่องราวเหล่านี้ และคิดว่า...ถ้าเราถ่ายผีติดมามันคงตื่นเต้นน่าดู

แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องจนได้ เรื่องนี้เกิดกับเหน่ง - เพื่อนรักผมเอง!

วันนั้นเหน่งนั่งรถเมล์กลับบ้าน ระหว่างทางเจอกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นข้างถนน คือ มีผู้หญิงคนหนึ่งถูกรถชนตายคาที่เลยครับ เธอขี่มอเตอร์ไซค์มาคนเดียวแล้วโดนรถทัวร์พุ่งทับ...สภาพศพน่ากลัวจนบอกไม่ถูก เจ้าเหน่งนึกยังไงไม่ทราบได้...มันซูมเข้าไปเต็มหน้าแล้วกดชัตเตอร์เก็บภาพมา

เฮ้อ...เจ้าเหน่งนี่มันพิเรนทร์นะครับ ที่จริงมันถ่ายรูปศพนั้นมารูปเดียวแหละ แต่มันน่ากลัวเหลือจะกล่าว...หญิงสาวที่เคยสวยโดนล้อขนาดมหึมาทับศีรษะจนแตกเหมือนแตงโมผ่าซีก เลือดและมันสมองกระจาย ดวงตาหลุดเละ เลือดทะลักทลายออกมาทางปากและจมูก

ตั้งแต่นั้นมา กล้องของเจ้าเหน่งกลายเป็นกล้องสยอง มันมักจะถ่ายรูปติดอะไรแปลกๆ เข้ามาเสมอ!

เช่น ถ้าถ่ายพวกเรากำลังตั้งวงเล่นดนตรีกัน ก็จะมีเงาคล้ายผู้หญิงปรากฏอยู่ด้วย บางทีเจ้าเหน่งให้เพื่อนใช้กล้องนี้ถ่ายรูปมัน พอล้างฟิล์มออกมาก็จะมีผู้หญิงลึกลับมาแสดงตัวให้เห็น...เดินอยู่ด้านหลังบ้าง ชะโงกหน้าออกมาจากพุ่มไม้ข้างๆ บ้าง...ใบหน้านั้นเลอะเลือน พร่ามัวเหมือนหลุดโฟกัสหรือมีหมอกบัง แต่ดูแล้วมันก็เป็นผู้หญิง...

และเป็นผู้หญิงคนเดียวกันหมดเลยด้วย!!

เราเอาภาพต่างๆ มาวางเรียงบนโต๊ะ แล้วช่วยกันพินิจพิเคราะห์ ผมยอมรับเลยว่า ขนลุกซู่ หนาวเยือกไปทั้งตัว

ผมบอกให้เหน่งเอาภาพศพที่มันถ่ายไว้มาเทียบกันดูซิ! พอเหน่งทำตามพวกเรา ต่างก็อ้าปากค้าง เถียงไม่ออกเลยครับว่าเป็นคนเดียวกันจริงๆ ลักษณะคือผมยาวตรงใบหน้าที่แท้จริงจะเป็นอย่างไรไม่ทราบ แต่ชุดที่สวมใส่ก็ใช่เลย

นี่แสดงว่า เธอมาปรากฏตัวในภาพถ่ายของเจ้าเหน่ง หลังจากที่เธอตายไปแล้ว อย่างน่าสยดสยอง และนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เสียแล้ว เจ้าเหน่งหน้าซีดจ๋อยไปเลย...มันเพิ่งแน่ใจว่าถูกผีตามอยู่ตลอดเวลา...ผีหญิงสาวที่ตายโหง!

ทำยังไงดีล่ะ? เราช่วยกันคิด แล้วเพื่อนคนหนึ่งก็เสนอให้เผารูป เผาฟิล์มทิ้งแล้วทำบุญ ขอขมาศพนั้นซะ

จากนั้น วันรุ่งขึ้น พวกเราก็นัดกันไปหาพระที่วัดใกล้บ้าน (วัดอินทรวิหาร) เล่าเรื่องแปลกประหลาดและน่าขนหัวลุกให้ท่านฟัง ท่านก็เลยช่วยสวดมนต์ส่งวิญญาณให้หญิงสาวนั้นไปสู่สุคติ

นับแต่นั้น เจ้าเหน่งไม่แตะกล้องอีกเลย!

มันขายต่อลูกๆ และเลิกถ่ายรูป คงจะเข็ดไปนาน ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ก็เช่นกัน ต่างคนต่างเลิกเพราะไม่ได้มีใจรักวิชาถ่ายภาพอย่างผม บางคนอาจจะเบื่อหน่ายก็ได้ แต่ฉวยโอกาสยกเอาเรื่องกลัวผีมาบังหน้าซะงั้น

ส่วนผมรู้สึกเฉยๆ กับเรื่องเหล่านี้ ยังคงมีความสุขกับการถ่ายรูป และไม่เคยเจอเรื่องราวสยองขวัญแบบเรื่องกล้องเจ้าเหน่งอีกเลยครับ!

//www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hPVEkyTURNMU1RPT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09DMHdNeTB5Tmc9PQ==



Create Date : 26 มีนาคม 2551
Last Update : 26 มีนาคม 2551 21:33:12 น.
Counter : 373 Pageviews.

2 comment
คุณยายยังอยู่!
คุณยายยังอยู่!

ขนหัวลุก

ใบหนาด



"ภรณี" เล่าเรื่องขนหัวลุกเมื่อวิญญาณคุณยายมาปกป้องหลาน

วันที่ 5 กันยายน เป็นวันสำคัญในชีวิตของดิฉัน เพราะเป็นวันที่คุณยาย-ซึ่งดิฉันรักที่สุดในโลกได้ลาจากไปตลอดกาล...

เอ๊ะ! ไม่ใช่ซิคะ ดิฉันพูดผิด! ขอพูดใหม่นะคะ...คุณยายละสังขารไปเท่านั้นต่างหาก ที่จริงคุณยายยังอยู่กับดิฉันเสมอ แม้ไม่มีร่างกาย แต่ท่านก็ยังคุ้มครองดิฉันตลอดมา...คุณเชื่อไหมล่ะคะ?

ตอนนั้นดิฉันอายุ 15 ปีเท่านั้นเอง ถ้านับถึงตอนนี้ก็ 35 ปีแล้วค่ะ คุณอาจจะสงสัยว่านานขนาดนี้ท่านอยู่ทำไม? ไม่ไปผุดไปเกิด?

เอ...เรื่องนี้ก็พูดยากนะคะ!

โบราณท่านว่า เวลาในเมืองสวรรค์กับโลกมนุษย์เรานั้นไม่เท่ากันหรอก เวลาร้อยปีของเราอาจจะแค่วันเดียวของท่าน! คุณคงเคยได้ยินมาบ้างนะคะ ดังนั้น คิดๆ ไปแล้วดิฉันก็อบอุ่นใจนักหนา คุณยายยังอยู่ใกล้ๆ คอยปกป้องดูแลดิฉันและลูกๆ ซึ่งก็คือเหลนของท่าน

เมื่อ 16 ปีก่อน ลูกต้นของดิฉันอายุ 4 ขวบ กำลังซนน่าดูเลย และดิฉันก็เพิ่งคลอดลูกต๊อบออกมาได้แค่ 3 เดือน ฉะนั้นเราก็จำเป็นต้องมีพี่เลี้ยงเด็กมาช่วยดูแลน้องต้น

เดิมทีดิฉันมีอ้วนเป็นสาวใช้ คอยช่วยซักผ้าอ้อม จ่ายกับข้าว และทำกับข้าวในบางครั้ง เธอนิสัยดี ขยันขันแข็ง พอดิฉันต้องการเด็กใหม่อีกสักคน อ้วนก็เสนอ "ขวัญเรือน" น้องสาวแท้ๆ ของเธอมาให้พิจารณา

แหม! คนใช้ที่เราไว้ใจได้น่ะหายากออกจะตาย ดิฉันยังนึกดีใจที่ได้ขวัญเรือนมาอยู่ด้วยอีกคน หวังว่าเธอคงน่ารักเหมือนพี่สาวของเธอน่ะค่ะ!

ขวัญเรือนอายุยังไม่เต็ม 17 เลย เธออยู่บ้านทำนา เลี้ยงวัวเลี้ยงควาย เธออยากมากรุงเทพฯตั้งนานแล้วค่ะ

เด็กสาวอวบท้วมตัวเตี้ยคนนี้ค่อนข้างขี้อาย เธอเงียบๆ ไม่ค่อยพูดเหมือนพี่สาว...เมื่ออยู่นานๆ เข้าดิฉันก็สังเกตว่าเธอเป็นคนขี้หงุดหงิด มันทำให้น่าหนักใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ขวัญเรือนทำหน้าที่ดูแลน้องต้นได้ดีพอใช้

อีกอย่างหนึ่ง น้องต้นช่วยเหลือตัวเองได้ดีทีเดียว ทั้งเรื่องกินข้าวเอง อาบน้ำเอง เสียอย่างเดียวที่แกซน และบางทีก็ดื้อตามประสาเด็ก

ดิฉันแอบเห็นว่าเมื่อขวัญเรือนหงุดหงิด อ้วนจะรีบเปลี่ยนหน้าที่กันทันที คืออ้วนจะวางมือจากงานบ้านมาดูน้องต้น ส่วนขวัญเรือนก็ไปทำงานบ้านแทน

แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้!

วันนั้นเป็นตอนบ่ายสี่โมงกว่าๆ น้องต้นกลับจากโรงเรียน อาบน้ำอาบท่าแล้วขี่จักรยานเล่น ดิฉันได้ยินขวัญเรือนเรียกให้น้องต้นทำการบ้าน ซึ่งไม่เป็นผลสำเร็จ ต้นจะขี่จักรยาน ไม่อยากทำการบ้าน ขวัญเรือนมีท่าโมโหขึ้นมาเพราะต้นมักจะทำการบ้านเสร็จช้า...กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปสามทุ่ม บางวันก็ง่วงและงอแง ดิฉันเป็นแม่ยังเอาไม่อยู่

ขวัญเรือนพยายามให้ต้นทำการบ้านตั้งแต่สี่โมงครึ่งจนเกือบหกโมงเย็น เธอคงเหนื่อยและอารมณ์เสียอย่างแรง...

ทันใดนั้น เสียงต้นก็ร้องหวีดแหลมอย่างเจ็บปวด แกวิ่งน้ำตานองหน้ามาหาดิฉันและเปิดเสื้อให้ดูที่หน้าอก!

เนื้ออ่อนๆ ขาวๆ ปรากฏเป็นรอยเล็บหยิกลึกจนเลือดซึม รอบๆ เป็นจ้ำเขียวช้ำ ดิฉันเห็นแล้วสงสารลูกจับใจ ปากสั่นใจสั่น เรียกขวัญเรือนมาต่อว่า ว่าทำไมต้องหยิกน้องรุนแรงขนาดนี้? เธอหน้างอแดงก่ำ ตาวาวโรจน์ ไม่มีทีท่ากลัวเกรงดิฉันเลย...

เธอจ้องต้นอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป

ดิฉันโกรธจนน้ำตาร่วง อ้วนตกใจมาก และแน่ละ...เธอสงสารน้อง พาขวัญเรือนเข้าห้องคนใช้ ปิดประตูเงียบ...คงคุยกันว่าอยู่ไม่ได้แล้วบ้านนี้!

ครู่ใหญ่ อ้วนก็เปิดประตูออกมา ทิ้งให้ขวัญเรือนอยู่คนเดียว อ้วนมาถามดิฉันว่าจะจัดการอย่างไร? จะให้ขวัญเรือนกลับบ้านนอกเลยไหม?

ยังไม่ทันที่ดิฉันจะตอบอะไร เสียงขวัญเรือนก็ร้องกรี๊ดลั่น...เธอเปิดประตูผาง วิ่งโครมคราม ร้องไห้โฮๆ อย่างคนตกใจสุดขีด เธอวิ่งเข้ามาหาดิฉันแล้วซุกตัว...สั่นเทิ้มไปทั้งร่างจนน่าสงสาร

เมื่อได้สติขึ้นมาบ้าง ขวัญเรือนก็ละล่ำละลักเล่าว่า...ขณะอยู่ในห้องและเคียดแค้นแน่นอก ก็มีหญิงชราผมสีเงินยวง ห้อยหัวลงมาจากเพดานห้อง ร่างนั้นเหมือนคนธรรมดา แต่มันสยดสยองที่สุด...เท้าทาบอยู่กับเพดาน ลำตัวเหยียดตรงลงมา ใบหน้าดุดัน ชี้หน้าเธออย่างเกรี้ยวกราดคาดโทษ

ดิฉันกับอ้วนร้องพร้อมๆ กันว่า...อะไรนะ?!

ขวัญเรือนบอกว่า ใบหน้านั้นคือหญิงชราในรูปในห้องพระ...คุณยายดิฉันเองค่ะ

ดิฉันฟังอย่างตื่นตะลึง และยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว...คุณยายยังอยู่!

ขวัญเรือนลาออก ส่วนอ้วนยังอยู่แต่ขอไปนอนกับแม่ครับ เธอไม่กล้าอยู่คนเดียวอีกเลย จนกระทั่งขอลาไปแต่งงานในอีก 10 ปีต่อมา

จนทุกวันนี้ ดิฉันยังรู้สึกว่าคุณยายอยู่ใกล้ๆ บางทีก็ได้กลิ่นหอมที่เป็นกลิ่นประจำตัวของท่าน...ปกติดิฉันกลัวผี แต่กับคุณยายแล้ว ดิฉันอุ่นใจมากๆ เลยค่ะ

//www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hPVEkxTURNMU1RPT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09DMHdNeTB5TlE9PQ==



Create Date : 25 มีนาคม 2551
Last Update : 25 มีนาคม 2551 20:34:58 น.
Counter : 321 Pageviews.

2 comment
ปอบที่ดอนจาน
ปอบที่ดอนจาน

ขนหัวลุก

ใบหนาด



"จุลินทร์" เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากอีสาน

สมัยหนุ่มๆ ผมเคยรับราชการอยู่ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ หรือเมืองน้ำดำในอดีต พออยู่ได้ไม่นานก็เริ่มจะสนใจประวัติบ้านเมืองเก่าแก่ ค่อนข้างแปลกประหลาดกว่าจังหวัดอื่นๆ น่านำมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

ตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ท้าวโสมพะมิดได้อพยพผู้คนจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง มาตั้งบ้านเรือนบริเวณลุ่มน้ำก่ำ ทำท่าว่าจะปักหลักอยู่ถาวรที่นั่น...ปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดสกลนคร แต่ศัตรูจากเวียงจันทน์ตามราวี จนต้องอพยพผู้คนข้ามเทือกเขาภูพานลงมาทางใต้ จนกระทั่งได้พบกับทำเลที่เหมาะสมจนได้

นั่นคือบริเวณลำน้ำปาว เห็นว่าแก่งสำโรงชายสงเปลือยมีดินน้ำอุดมสมบูรณ์ จึงได้ทำการตั้งบ้านเรือนเป็นการถาวร กระทั่งตั้งศาลหลักเมืองขึ้น

พ.ศ.2336 ท้าวโสมพะมิดได้นำกาน้ำสำริดเป็นเครื่องบรรณาการ เข้าเฝ้าเพื่อสวามิภักดิ์ต่อสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก และได้ขอตั้งบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมือง ได้รับพระราชทานนามว่า "กาฬสินธุ์" ต่อมาถูกยุบเป็นอำเภอ ขึ้นต่อจังหวัดมหาสารคาม

1 ตุลาคม พ.ศ. 2490 ได้ยกฐานะเป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ จวบจนถึงทุกวันนี้

นี่ไงครับ ที่ผมว่าค่อนข้างแปลกประหลาดกว่าจังหวัดอื่น...ผมเองอยู่ที่นั่นในช่วงเวลาสองปีเศษก็มีเพื่อนฝูงเกือบทั้งจังหวัดก็ว่าได้ แถมยังกระจายไปตามอำเภอต่างๆ ทำให้ได้ไปท่องเที่ยวและมีประสบการณ์แปลกๆ มากมาย ถือว่าเป็นกำไรของชีวิต

เรื่องสำคัญก็คือได้พบภูตผีปีศาจหลายครั้ง โดยเฉพาะผีปอบที่กิ่งอำเภอดอนจานในปัจจุบัน!

สมัยนั้นยังทุรกันดารน่าดู แม้ว่าดอนจานจะอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเพียง 36 ก.ม. แต่เชื่อไหมครับว่าถนนยังเป็นดินลูกรัง ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา น้ำแข็งน่ะอย่าไปฝันหาเสียให้ยาก...ผมจำแม่นเพราะเป็นคอสุราน่ะซีคุณ

ซดเหล้าก็ต้องผสมโซดา อย่างน้อยใส่น้ำแข็งก็ยังดี!

ไม่เป็นไร เพื่อนฝูงชวนไปเที่ยวบ้านญาติ มี ส.ร.ถ. ดีกรีแรงชนิดจุดไฟพรึ่บ! ไม่ต้องง้อน้ำแข็งก็ได้...ตกเย็นก็นั่งล้อมวงที่นอกชาน ลาบ ก้อย แหนมเนื้อควาย แถมปลาร้าสับมีข้าวเหนียวปั้นจิ้มก็ถือว่าเป็นกับแกล้มแสนวิเศษแล้วละครับ

วสันต์ - เพื่อนผมเป็นคนคุยสนุก ไม่ว่าภาษาอีสานหรือภาษากลางพูดคล่องปากทั้งนั้น มีเรื่องแปลกๆ เล่าให้ฟังน่าสนุกนัก โดยเฉพาะเรื่องภูตผีนี่พี่แกมีเป็นกระบุงเชียวละคุณเอ๋ย แถมน่าขนหัวลุกอีกต่างหาก

ผียอดฮิตของย่านนั้นคือ...ผีปอบ!!

ผีเจ้าถิ่น! ว่างั้นเถอะครับ เกิดจากคนที่ร่ำเรียนไสยดำแต่จิตใจไม่มั่นคง ผิดคำสาบานต่ออาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ เรียกว่า "ขะลำ"

นั่นคือไปกินอาหารในงานศพ กินอาหารต่อจากผู้อื่น ชอบลักขโมย ข้อสำคัญคือการเป็นชู้กับเมียเขา! คนพวกนี้ต้องกลายเป็นผีปอบไปตลอดกาล แถมตายแล้วต้องตกนรกอีกต่างหาก

เรียกกันติดปากว่า "ผีปอบผีเป้า" ชอบกินของดิบๆ คล้ายผีกระสือ เช่น ไก่ดิบ หมูดิบ หรือของคาวๆ เช่นทารกแรกคลอด เนื้อตัวยังไม่หมดกลิ่นเลือดและน้ำคาวปลา ว่ากันว่า สำหรับปอบแล้วแสนจะส่งกลิ่นหอมหวนยั่วยวนใจจนไม่อาจจะทนทานได้ไหวเชียวละครับ

อ้อ! อาหารสุกๆ ดิบๆ หรือดิบมากกว่าสุก เช่น ก้อย ลาบเลือด ก็เชื่อว่าเป็นของโปรดสำหรับปอบเช่นกัน!

วสันต์เล่าว่า คนที่เป็นปอบ หรือถูกปอบสิงมักจะดูยาก เพราะตอนกลางวันก็ดูไม่แตกต่างกว่าคนอื่น ยกเว้นแต่เป็นปอบมานานจึงมักจะหมกตัวอยู่ในบ้าน แพ้แสงแดด ตกค่ำคืนจึงจะย่องออกมาหากินของสดๆ คาวๆ แม้แต่ซากศพ! บรื๋อออออ....

ที่บ้านดอนจานนี่ก็เคยจับปอบได้ ไล่ตะเพิดออกจากหมู่บ้านไปหลายคนมาแล้ว

คืนนั้น เรานั่งล้อมวงซดเหล้าเถื่อนในแสงตะเกียง สะบัดเปลววูบวาบอยู่ในสายลม จนกระทั่งเริ่มง่วงเหงาหาวนอน ทยอยล้มตัวที่นอกชานนั่นแหละ...จำได้ว่าผมนอนใกล้ๆ กับบันไดลิงพอดี!

จะเคลิ้มหลับไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบ แต่มีเสียงลั่นเอี๊ยดดด...มากระทบหูจนหนังตากระตุกขึ้น หันขวับไปทางบันไดลิงที่พาดอยู่ข้างนอกชาน แสงจันทร์อาบสรรพสิ่งให้ดูขาวโพลน ตามสำนวนที่ว่า "แทบจะจับมดได้"

แต่ทุกสิ่งก็ดูว่างเปล่า สายลมพัดโชยมาทำให้ง่วงงุนจนหนังตาปิดสนิทตามเดิม

ผมต้องสะดุ้งตื่นมาอีกครั้ง...คราวนี้ไม่ใช่เสียงจากบันไดลิงแล้วครับ แต่เป็นสัญชาตญาณบางอย่างที่รู้สึกว่ามีใครมาจ้องมอง พอลืมตาก็เห็นร่างผอมดำนั่งตะคุ่มๆ อยู่ใกล้ตัว นัยน์ตาเขียวเรืองจ้องเขม็งอย่างประสงค์ร้าย...ผมสะบัดแข้งขวาใส่ใบหน้ามันเต็มรัก

"โอ๊ะ..." เสียงร้องเบาๆ ดังขึ้น ไม่รู้ว่ามันกระโจนหนีหรือโดนเตะอย่างรุนแรง จนร่างนั้นกระเด็นจากเรือนหายลับไป ขณะที่คนอื่นๆ ยังหลับสนิทตามเดิม

วันรุ่งขึ้น ผมยังไม่ปริปากบอกใคร...มีญาติมิตรของวสันต์มาหาที่บ้านนั้นหลายคน...หนึ่งในนั้นชื่อ "ทิดสังข์" เป็นชายร่างผอมเกร็งวัยกลางคน นั่งก้มหน้างุดเกือบตลอดเวลา...ที่แก้มซ้ายมีรอยเขียวช้ำเหมือนโดนตีหรือโดนเตะมาอย่างแรง!

ผมปิดปากเงียบไม่ไต่ถามอะไรทั้งนั้น นานๆ หันไปมองก็เห็นเขารีบหลบตาวูบวาบบ่อยครั้ง...จนกระทั่งกลับไปถึงกาฬสินธุ์ได้ราว 2 เดือนก็ได้ข่าวจากวสันต์ว่า ที่ดอนจานจับปอบได้ชื่อทิดสังข์ โดนไล่ออกจากหมู่บ้านไปแล้ว...นึกถึงแล้วขนหัวลุกทุกทีเลยครับ!

//www.matichon.co.th/khaosod/view_news.php?newsid=TUROamIyd3hPVEkwTURNMU1RPT0=§ionid=TURNd013PT0=&day=TWpBd09DMHdNeTB5TkE9PQ==



Create Date : 24 มีนาคม 2551
Last Update : 24 มีนาคม 2551 20:03:27 น.
Counter : 403 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  

BlogGang Popular Award#14



iamZEON
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 101 คน [?]



ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ^^/

ข่าวสารการ์ตูนญี่ปุ่น
กับเกี่ยวข้องอย่างภาพยนตร์-เพลง
รายชื่อการ์ตูนออกใหม่-งานหนังสือ
เรื่องทั่วๆไปทั้งในและนอกประเทศก็มีบ้าง
New Comments
Group Blog
All Blog
MY VIP Friend