Look Who's Back เมื่อ 'ฮิตเลอร์' กลับมาในโลกใหม่ อะไรจะเกิดขึ้น?
คอลัมน์ เล่าเรื่องหนัง โดย ติสตู ใน นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 21 เม.ย. 2562










 



Create Date : 21 เมษายน 2562
Last Update : 21 เมษายน 2562 12:51:19 น.
Counter : 160 Pageviews.

0 comment
ตู้หนังสือของ คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ใน Interstella
จาก บันเทิง-วรรณกรรม ใน นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 23 พ.ย. 2557
















Create Date : 25 พฤศจิกายน 2557
Last Update : 25 พฤศจิกายน 2557 22:05:26 น.
Counter : 929 Pageviews.

0 comment
Hungry : เชฟหัวใจร็อค
โดย มาดามหลูหลี จากคอลัมน์เงาเกาหลี ใน มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1733




















Create Date : 19 มกราคม 2557
Last Update : 19 มกราคม 2557 20:55:04 น.
Counter : 428 Pageviews.

0 comment
VOICE : เสียงที่ไม่ได้ยิน
โดย มาดามหลูหลี จากคอลัมน์เงาเกาหลี ใน มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1729
















Create Date : 19 มกราคม 2557
Last Update : 19 มกราคม 2557 18:33:26 น.
Counter : 433 Pageviews.

0 comment
FROZEN
เอกเขนกดูหนัง โดย...ณัฐพงษ์ โอฆะพนม



นานมาแล้ว ที่ดิสนีย์เหินห่างจากแนวทางที่ตัวเองเป็น เดินไปบนทางที่คนอื่นแต่งแต้มไว้ และมักจะทำอะไรตามกระแสนิยม
ทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่ง ตัวเองเคยเป็นผู้สร้างประวัติศาสตร์ เคยแผ้วถางทาง เป็นตำนานให้คนรุ่นหลังยึดถือเป็นแบบอย่าง
สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนทำหนังรุ่นใหม่มานักต่อนัก แต่เมื่อพ้นจากอาการหลงลืมตัวตนไปชั่วขณะ

วันนี้ดิสนีย์เรียกจิตวิญญาณและเส้นสายลายมือของตัวเองกลับมาได้อีกครั้ง
และแล้วงานชิ้นใหม่ของค่ายหนังขวัญใจมหาชนสำนักนี้ ก็กลับมาสถิตย์ในใจคอหนังทั่วโลกได้อีกครั้ง

"Frozen" คือหลักไมล์สำคัญหมุดใหม่ ที่ทำให้ดิสนีย์กลับมาสำรวจตัวตนหันมาทบทวนในสิ่งที่ตัวเองช่ำชองและเชี่ยวชาญ
สร้างงานในแบบฉบับที่สาวก, แฟนเดนตาย ของพวกเขารู้จักคุ้นเคย จัดวางอัตลักษณ์ที่ครั้งหนึ่งได้สร้างสีสัน
ชีวิตชีวาให้กับภาพเคลื่อนไหวในโลกมายา กลายเป็นประวัติศาสตร์อีกหนึ่งหน้าที่ปรากฏในตำรับตำราวิชาภาพยนตร์ทั่วโลกมาแล้ว

"Frozen" พาคนดูกลับไปสู่บรรยากาศการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์คลาสสิกอีกครั้ง
ตั้งแต่เพลงประกอบที่คลอเคลียตลอดทั้งเรื่องจนใกล้เคียงกับมิวสิคัล เรื่องราวแบบเทพนิยายเจ้าชาย-เจ้าหญิง
เมื่อปีที่ผ่านมาหนังทำนองนี้ของดิสนีย์ก็คือ "Brave" เจ้าของรางวัลออสก้าร์สาขาหนังแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมนั่นเอง
(แต่ก็สร้างโดยสตูดิโอพิกซ่าร์ ส่วนหนังของดิสนีย์สตูดิโอที่เข้าชิงปีที่แล้วคือ Wreck-It Ralph)
และที่พลาดไม่ได้แน่นอนคือการผจญภัยเพื่อหาทางแก้ไขคำสาป พ้นจากเวทมนต์ดำ
นำพาความสุขกลับคืนมาสู่อาณาจักรและปวงประชาราษฎร์ในท้ายที่สุด

"Frozen" เล่าเรื่องตามขนบดั้งเดิมของการ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ทุกประการ
จะแตกต่างไปก็คือสีสันอันสวยงามและเทคนิคพิเศษอลังการอันเกิดจากเทคโนโลยีเลิศล้ำตามยุคสมัย
พล็อตของหนังก็ธรรมดาสามัญเพราะว่าด้วยเรื่องของเจ้าหญิงเอลซ่า ตัวน้อยผู้ต้องคำสาปในการปลดปล่อยพลังความเย็น
ก่อนจะพลั้งพลาดเผลอไผลพ่นสายน้ำแข็งเข้าใส่เจ้าหญิง อันนา น้องสาว หลังจากนั้นมาเธอก็เฝ้าแต่เก็บเนื้อเก็บตัว
หวาดกลัวว่าจะเผลอปล่อยความเย็นใส่ใครเข้าอีก จวบจนวันที่เธอต้องเข้ารับตำแหน่งราชินีแห่งอาณาจักรเอเรนเดลล์
เหตุการณ์วุ่นๆ ในงานเลี้ยงก็นำความวุ่นวายมาสู่เธอและน้องสาว
จนเกือบเป็นโศกนาฏกรรมทำให้อาณาจักรอันสวยงามของเธอและน้องสาวต้องล่มสลาย

ก่อนหน้านี้ เรื่องราวแบบเทพนิยายดิสนีย์ ประมาณเจ้าหญิงจอมแก่นกับหนุ่มทึ่มแต่ใจงามเคยปรากฏมาก่อนหน้านี้ไม่นานนัก
จากเรื่อง "Tangled"เมื่อสามปีก่อนและ "The Princess and the Frog" ก่อนหน้านั้นหนึ่งปี
ซึ่งทั้งสองเรื่องทำเงินถล่มทลายแต่ก็ไม่ค่อยได้รับเสียงชื่นชมนักโดยเฉพาะ "Tangled"

ดูเหมือนดิสนีย์จะกลับมาทบทวนบทบาท และเส้นสายลายมือของตัวเองอีกครั้งอย่างหนักแน่นใน "Frozen" เรื่องนี้
เพราะหนังมาพร้อมความบันเทิงชวนฝันอย่างสุดกู่ ประโคมโรมรันด้วยเพลงเพราะๆ หลากหลายสไตล์ชนิดเอาตาย
ที่ไม่เพียงเพลิดเพลินไปกับภาพสวยๆ เรื่องราวชวนฝันสนุกๆเท่านั้น เพราะเมื่อถึงจังหวะที่ต้องเน้นย้ำด้วยเสียงเพลง
คริสทอฟเบค, คริสเทน แอนเดอร์สัน โลเปซ และ โรเบิร์ต โลเปซก็ไม่พลาดทำหน้าที่ของตัวเองอย่างยอดเยี่ยม
จนเพลงประกอบในหนังเรื่องนี้โดดเด่นและไพเราะจนเกือบจะนำหน้าตัวหนังไปด้วยซ้ำ

มีข้อแนะนำอีกประการหากใครคิดจะดูหนังเรื่องนี้ กรุณาเข้าโรงภาพยนตร์ตรงเวลา
เพราะไม่อยากให้พลาด "Get A Horse" หนังสั้นที่ฉายแปะหัวก่อนหน้า
ที่จะพาเรากลับไปสู่รากเหง้าที่แท้จริงของการ์ตูนดิสนีย์ตั้งแต่การนำเอาฉากหนึ่งของ "Steam Boat Willie"
การ์ตูนเรื่องแรกที่ทำให้โลกรู้จักตัวละครคลาสสิคมิกกี้ เมาส์ และมินนี่ แฟนสาว
อีกทั้งยังเป็นการ์ตูนเสียงเรื่องแรกของโลก จากผลงานการสร้างสรรค์ของวอลท์ดิสนีย์ราชาการ์ตูนผู้สร้างคุณูปการแก่โลกภาพยนตร์
โดยตัวหนัง "Get A Horse" นั้น ทั้งเป็นการแสดงความคาราวะต่อการ์ตูนขาวดำคลาสสิกของดิสนีย์
และการศิโรราบต่อเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างสามมิติ โดยนำมาผสมผสานเข้ากันอย่างกลมกลืน
ผูกเรื่องเข้ากับการสร้างสถานการณ์ผจญภัยได้อย่างสนุกสนาน กลมกล่อม
นำตัวละครคลาสสิคของดิสนีย์มากมายกลับมาขึ้นจอได้อย่างมีชีวิตชีวา
ที่สำคัญเสียงของมิคกี้ เมาส์ ที่พากย์โดย วอลท์ดิสนีย์ ที่บันทึกไว้ก็ถูกนำกลับมาในหนังอีกครั้ง

การดู "Frozen" คือการหวนรำลึกนึกถึงความทรงจำอันงดงามของดิสนีย์โดยแท้



ที่มา คมชัดลึก



Create Date : 08 ธันวาคม 2556
Last Update : 8 ธันวาคม 2556 18:08:52 น.
Counter : 1670 Pageviews.

1 comment
1  2  

iamZEON
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 103 คน [?]



ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ ^^/

ข่าวสารการ์ตูนญี่ปุ่น
กับเกี่ยวข้องอย่างภาพยนตร์-เพลง
รายชื่อการ์ตูนออกใหม่-งานหนังสือ
เรื่องทั่วๆไปทั้งในและนอกประเทศก็มีบ้าง
New Comments
Group Blog
MY VIP Friend