คุณแม่น้องแฝด ฮานากะฮารุ ^^

4 พฤศจิกายน 2553.........วันที่มีแต่เรื่องร้ายๆ




ตื่นเช้ามา....
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นวันที่วุ่นวาย+แสนเศร้าได้ขนาดนี้

ตอนเช้าต้องปฎิเสธน้องที่มาสมัครงาน
ทั้งที่ตั้งใจจะรับอยู่แล้ว
แต่ปรากฎว่าเจ้าตัวดันเป็นไวรัสตับอักเสบบี
....รพ.จึงรับเข้าทำงานไม่ได้

ซวยจริงๆ เด็กอายุแค่ 25 เอง...ไปติดเชื้อที่ไหนหว่า
อย่างนี้ก็คงลำบาก ไปที่ไหนเค้าให้ตรวจสุขภาพก็คงทำงานไม่ได้ทุกที่
เราตั้งใจจะรับเพราะน้องเป็นญาติเจ้าหน้าที่ที่นี่ด้วย
ครอบครัวค่อนข้างลำบาก เพราะคุณพ่อป่วย
แม่ทำงานคนเดียว
เจ้าตัวเป็นพี่คนโตเพิ่งจบมหาลัยได้ปีเดียว
แทนที่จะช่วยแม่ได้ ก็กลับต้องอดเสียนี่

....แต่ถึงยังไง กฎก็ต้องเป็นกฎ
เราก็ต้องบอกปฎิเสธไป ไม่รู้ว่าจะเสียใจขนาดไหน
เฮ้อ....ทำใจลำบากจริงๆเลย

สายมา เจอลูกน้องในที่ทำงานมีปัญหา ดูเหมือนไม่มีอะไร
ไอ้เราก็ว่ากลิ่นแหม่งๆ แบบว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆเลยอ่ะ
จริงๆก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว ไม่น่าจะผิดใจกันเลย
ได้แต่ทำใจ แล้วทำงานต่อเงียบๆ

สักพัก เลขาบอกว่าเอกสารที่ขอเบิกเงินค่าล่วงเวลาของลูกน้องเรามีปัญหา...
ตอนนี้เค้าจะไม่จ่ายเงินให้ ต้องรอลุ้นดวงต่อเอง
อย่างโชคดี คือได้เงินช้าหน่อย
แต่อย่างโชคร้ายคือ อดได้เงิน !!
ทั้งที่เด็กมันทำงานไปแล้ว
เรานับหนึ่งถึงร้อย ร้อยถึงหนึ่ง
แม่มทำไมมันเฮงซวยอย่างนี้วะ
ไม่รู้จะโทษทั้งคนมีอำนาจอนุมัติว่าเขี้ยวเกินไป
หรือว่าจะโทษเด็กเราที่มันสะเพร่าเหลือใจดี...
แต่ความซวยมันตกที่ตัวอิชั้น
ต้องมาแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าเอง
นี่ก็ไม่รู้ว่าถ้าเค้าไม่จ่ายตังค์
อิชั้นต้องควักเนื้อจ่ายให้มันมั้ยเนี่ยยยย
เซ็งโว้ย.....

ตอนเที่ยง รีบไปกินข้าว เพราะความหิวจัด ประกอบกับความเหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ที่เจอตอนเช้า...
เจอคุณแม่โทรมาตอนเที่ยง

แม่บอกว่า "อาอี๊เป็นอะไรไม่รู้ เค้าวูบไป
ตอนนี้อยู่ ICU มาดูอี๊หน่อย"
เรารีบกินข้าวอย่างเร็ว เพื่อที่จะไปดูอี๊ที่ ICU ชั้นสอง

อาอี๊ (พี่สาวแม่) ปกติแกเป็น renal failure
จะเข้ารพ.เป็นประจำ
ล้างไตทุกอาทิตย์มาสองปีกว่าแล้ว
ตอนนี้ตัวผอมมาก ผิวคล้ำ โทรมกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย
ทุกทีก็มาแค่ล้างไตแล้วก็กลับ แต่มาหนนี้ถึงขั้น ICU
เรารู้สึกไม่ดีเลย ต้องเป็นหนักแน่ๆ

มาถึง ICU แม่อยู่รวมกลุ่มกับญาติๆกลุ่มใหญ่
เห็นแล้วตาลายไปหมด
คนราว 20 กว่าคน ยืนออหน้าห้อง ICU ดูแล้วบรรยากาศสับสนวุ่นวายมากเลย
พอเรามาแม่ก็เรียกเราหวัดดีญาติๆ
บางคนเราก็รู้จัก แต่บางคนก็ไม่รู้จัก
เหล่ๆมองแม่ แม่ยังพอไหว ยังไม่ร้องไห้อะไร คงเพราะทำใจได้มานานแล้ว ประกอบกับบรรยากาศที่มีญาติๆมาเยอะๆ เธอคุยกับคนนู้นคนนี้เลยลืมเศร้าไปบ้าง
แต่พี่สาวแม่อีกคนนี่ซิ ถ้าจะแย่ รู้สึกว่าซึมมากเลย
ส่วนลูกสาวของคนไข้ ไม่ต้องพูดถึง ตาแดงก่ำ บางคนก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว.....

แล้วแม่ก็ชวนเราไปเยี่ยมอี๊ที่เตียง
เราเห็นสภาพอี๊แล้วอ่ะ ไม่ไหวแล้วจริงๆ
ไม่มีปฎิกริยาตอบสนองใดๆ ม่านตาก็ไม่ขยับ
รู้ว่าที่บ้านตัดสินใจเอากลับบ้าน
ก็ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไม........

V
V
V
V
V


ลูกสาวอี๊เข้าไปจับหน้า
แปลกจัง....เหมือนมีน้ำตาซึมจากตาอี๊
ลูกก็ร้องไห้ แล้วเอามือลูบหน้าลูบตาอี๊ เช็ดน้ำตาให้แม่
และก็เรียกแม่ๆ ตลอด
เหมือนยังทำใจไม่ได้ ที่แม่จะไปจริงๆ
ญาติเค้าก็บอกว่า อย่าเรียกเค้า อย่าให้เค้าห่วง....

เราเคยได้ยินว่า คนป่วยบางคนที่นอนไม่รู้สึกตัวบนเตียง
เราคิดว่าเค้าไม่รับรู้อะไร ที่จริงเค้ารับรู้
เค้าได้ยินทุกอย่างที่เราพูด
คิดอย่างนั้นเราก็ไม่กล้าพูด ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น
ยอมรับว่ากลัวอ่ะ กลัวปากตัวเอง ปลอบใจคนก็ไม่เก่ง
ได้แต่โอบไหล่ลูกสาวเขา ซึ่งอายุเท่าๆกับเรา
หวังเพียงว่าสัมผัสจากเรา
น่าจะบอกความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูด....

พอเคลียร์เรื่องค่าใช้จ่ายเสร็จ
เตรียมให้รพ.พาอาอี๊กลับบ้าน
แม่บอกว่าแถวนี้มีร้านอาหารไหม....แม่หิวข้าว
ตกใจเลย เพราะแม่เป็นเบาหวาน กินยาคุมน้ำตาลอยู่
ถามแม่ว่ากินยาแล้วใช่ไหม แม่บอกว่าใช่
ปกติจะกินข้าวตามหลังจากนั้นไม่นาน แต่วันนี้เพราะได้ข่าวอี๊วูบก่อนเลยไม่ได้กินข้าว แล่นมารพ.ก่อนเลย

อยากจะร้องเจี๊ยกเลยจริงๆ
โห...ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่วูบตามอี๊ไปอีกคน
รีบพาแม่ไปกินก๋วยเตี๋ยวโดยไว กลัวชีจะน้ำตาลตก
พาแม่ไปกินเสร็จ รถรพ.ก็พร้อมพาอี๊กลับบ้านพอดี.....
แม่ไปกับรถรพ. ส่วนเรากลับมาทำงาน
เพราะรถเต็ม และแม่ก็ไม่ให้ไป
เพราะบอกว่าเราไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ อยู่ทำงานต่อดีกว่า....

..................................................

ตอนนี้สี่โมงเย็นแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าอี๊เป็นยังไง
โทรไปตอนบ่ายสาม แม่บอกว่าเค้ารอลูกชายมาดึงสายออกซิเจนออก...
แต่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นยังไง....
ถ้ามีเสียงโทรศัพท์เข้ามาเมื่อไหร่ ก็คงแปลว่าอี๊ไปแล้ว.....

จริงๆเราเลิกงานแล้วอ่ะ ตอนนี้
แต่ไปบ้านอี๊ไม่ถูก อยู่ไกลมาก เป็นแบบป่าๆลึกๆด้วย
ได้แต่รอฟังข่าวอย่างเดียว ทำอะไรไม่ได้เลย....

วันนี้จบการทำงานแบบวุ่นวายไปหนึ่งวัน แต่เรารู้สึกเหมือนยังไม่จบเลยอ่ะ
มันยังว้าวุ่นในใจยังไงก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง
ยังมีอะไรค้างคาอยู่ในใจ ยังลบมันไม่ออกเลย....
เฮ้อ......











 

Create Date : 04 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:39:11 น.
Counter : 320 Pageviews.  

แล้ววันจันทร์ก็มาถึง....กับผลตรวจภายในครั้งแรกในชีวิต





แล้ววันจันทร์ก็มาถึงจนด้ายยย
นึกแล้วก็ยังเสียดายเวลาพัก.....วันเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาช่างเป็น weekend ที่เงียบสงบดีเหลือเกิน
เดี๋ยวนี้อิชั้นไม่ขออะไรแล้ว ขอแค่ไม่มีเรื่องอะไรกวนใจ ไม่มีโทรศัพท์สยองขวัญในวันหยุด ก็นับว่าดีหนักหนา.........

วันนี้เป็นวันจันทร์สบายๆที่ตั้งใจว่าจะรีแลกซ์ให้เยอะๆ
เอาให้สมกับช่วงเวลาที่ผ่านมา
ที่มันน่าตึงเครียดซะ...........
ตั้งใจว่าจะไม่อารมณ์เสีย ไม่ของขึ้น
จะไม่มีอะไรทำให้เราหัวเสียได้อีก ขอๆๆๆๆ

ตั้งแต่ทำงานเป็นหัวหน้า อิชั้นรู้สึกเลยว่าตัวเองอารมณ์เสียง่ายขึ้น
ฟิวส์ขาดง่าย เครียดง่ายกว่าเดิม
ทำไมวะ ใครทำความสุขชั้นหายไปไหน
ทำไมชีวิตชั้นถึงไม่ Happy
เป็นอย่างนี้เรื่อยๆบ่อยๆก็ไม่ไหวนะ T_T

..................................................


เมื่อตอนเที่ยงเจ้าหน้าที่รพ.โทรมาแจ้งผล Pap smear
มิผิดหรอกค่า ผล Pap smear ก็คือผลตรวจภายในนั่นเอง
เป็นการตรวจภายในครั้งแรกในชีวิตอิชั้น...........
ที่อิชั้นต้องทำใจมาตั้งนาน ก่อนเข้าห้องตรวจได้


มันก็เป็นซะอย่างนี้แหล่ะค่ะ หญิงไทยใจงาม
จริงๆอิชั้นก็กลัวมานานนะคะ ไอ้การตรวจแป๊บเนี่ย
แถมเคยดูหมอเจ็บ
เจอคุณหมอพอลเอาคีบปากเป็ดมาทำท่างับแหง็บๆ
โอ...พระเจ้า มันใหญ่มากกกกก น่ากัวโคดๆ
ภาพนั้นอิชั้นฝังใจมานานค่ะ

กว่าจะรู้ว่ามันคือ"มุข"
ก็ปาเข้าไปอายุตั้ง 34 (แก่โคดๆ)
ซึ่งปีหน้าก็จะเข้าเกณฑ์ต้องตรวจแย้ว
ไหนๆก็ไหนๆจะต้องตรวจปีหน้าแล้ว........
ก็ลองซะเลยวันนี้ดีกว่า
พอดีได้เจอคุณหมอผู้หญิง แถมใจดีอีกต่างหาก
ก็เลยกล้าไปตรวจจ้า


ตอนตรวจก็เสียวนิดๆ แต่ไม่เจ็บมาก
มีเย็บวาบๆตอนหมอแหย่อะไรสักอย่าง
เข้าไปเปิดทางอะคะ
แต่ก็ไม่เจ็บถึงขั้นทนไม่ได้นะคะ พอไหวๆ
อ้อ แล้วก็มีเสียวๆนิดนึงตอนคุณหมอป้ายเคเอ
แล้วเอานิ้วล้วงเข้าไปตรวจข้างใน
อันนี้ไม่ชินอย่างสุดๆ เกร็งนิดหน่อย
แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี
แล้วผลการตรวจก็แจ้งว่าปกติ


..........................................................

อยากบอกผู้หญิงทุกคนนะคะ ว่าอย่าไปกลัวการตรวจภายใน
คิดเสียว่า เหมือนกับเราไปตรวจร่างกาย
เจาะไขมัน น้ำตาล ตับ ไต
ตรงนั้นมันก็อวัยวะของเราเหมือนกัน
อย่าไปเลือกที่รักมักที่ชังกันเลย

มีสถิติที่น่าปวดใจมาบอกกันด้วยค่ะ
หมอสูติบอกว่า ชาติตะวันตก (ฝรั่ง)
มีสถิติเป็นมะเร็งปากมดลูกสูงกว่าคนตะวันออก
เพราะไลฟสไตล์ อาหาร และวัฒนธรรม.......

แต่ ! คนตะวันออกบ้านเราเนี่ยแหล่ะคะ
ตายด้วยมะเร็งปากมดลูกมากสุด
เพราะไม่กล้าไปตรวจ เนื่องจากอายหมอ !!
กว่าจะรู้ตัวก็เป็นขั้นที่รุนแรง รักษาไม่ได้
เหลือเวลาอยู่ได้ไม่นาน
ทั้งที่โรคนี้รักษาหายขาดค่ะ ถ้าตรวจเจอระยะต้นๆ
อย่างที่ฝรั่งเค้าตรวจทุกปี ถึงรักษาได้ทันไงค่ะ


ของอิชั้นผ่านไปแล้ว the first time
หนต่อไปก็อีก 6 เดือน อิชั้นก็คงเข้า 35 พอดี
ถึงตอนนั้นก็สามารถตรวจได้อย่างสบาย
และไม่อาย+กลัวอีกแล้ว
มันชินแล้วคร่า โฮ่ะๆๆๆๆ


เพื่อนๆก็อย่าลืมไปตรวจกันบ้างนะคะ
ราคาไม่แพงเลยค่ะ ถือว่าถูกมาก
เมื่อเทียบกับชีวิตที่มีค่าทั้งชีวิตของเรา
อย่าลืมค่ะ สุขภาพดีอยู่ที่เรากำหนด
สลัดความอายทิ้งให้หมด
คิดอย่างอิชั้น "อาย..อดรู้ (โว้ย)"

อยากให้ทุกคนแข็งแรงค่ะ











 

Create Date : 27 กันยายน 2553    
Last Update : 27 กันยายน 2553 16:06:12 น.
Counter : 713 Pageviews.  

วันสบายๆ.......หลังจากเหนื่อยมามากแย้ว








ช่วงนี้อิชั้นเหนื่อยมากค่า.........
เป็นเวลาที่หนักหนาสาหัสมากมาย
เพราะต้องเตรียมแผนกเภสัชกรรมให้พร้อมมมมมม
เพื่อรับการเยี่ยมสำหรับจากสถาบันรับรองคุณภาพโรงพยาบาล
แผนกเภสัชกรรมก็เป็นหน่วยงานที่ทางผู้เยี่ยมสำรวจต้องประเมิน.......
หรือพูดง่ายๆก็คืออิชั้นเป็น target หนึ่งที่เค้าจะต้องมาเบิ่งอย่างแน่ๆๆ

อิชั้นก็เลยหวยออก มี job to do เยอะหน่อย
เรียกว่าเหนื่อยกว่าชาวบ้านก็หนนี้
เพราะระบบยาเนี่ยถือว่าเป็นยาขมหม้อใหญ่ของรพ.มานักต่อนัก
เนื่องด้วยความที่ใครๆในรพ.ก็ใช้ "ยา"

หมอก็สั่ง "ยา"
เภสัชก็จ่าย "ยา"
พยาบาลก็บริหาร "ยา"

มันจึงเป็นระบบที่ใครๆก็มีส่วน มีเอี่ยวเกี่ยวข้อง
ยิ่งคนมีเอี่ยวเยอะ ความผิดพลาดคลาดเคลื่อนจึงเกิดเยอะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
(แต่ทำไมเวลา "ซวย" รู้สึกว่าตรูซวยอยู่แผนกเดียววะ)

หมอสั่งยาผิด ทำไมเภสัชไม่ห้ามหมอ
พยาบาลเก็บยาบนวอร์ดไม่ดี ทำไมเภสัชไม่ไปดูแล
(เวร...เภสัชทั้งรพ.มีแค่ 10 คน จ่ายยาก็ลิงเต็มที่แล้ว
ทำราวกับมีกันสักสามสี่สิบคน )
อุ้ยย.....บ่นมากไปไหมเนี่ย จะเสียหายภาพพจน์รพ.ไหมค่ะ (เพิ่งรู้สึกตัว)


เข้าเรื่องเราดีกว่า ไหนๆการเยี่ยมสำรวจก็ผ่านไปแล้ว พร้อมกับผลการประเมินที่เป็นที่น่าพอใจสำหรับอิชั้น (เย้!!)
รู้สึกว่าพายุชีวิตลูกหญ่ายยย เพิ่งผ่านพ้นไป เฮ้อ....เหนื่อยเหลือเกิน

ช่วงเวลาที่ผ่านมาอิชั้นทำตัวเครียดมากมาย ทั้งงานและตารางกิจกรรมที่ซ้อนทับกันมากมาย จนต้องสัญญากับตัวเองว่าจะต้องปลดแอกตัวเองออกจากความเครียดบ้าง สู้โว้ยยย เหอๆๆๆๆ


V
V
V
V


วันนี้ที่บ้านพากันมากินโออิชิบุฟเฟ่ห์ สาขาลาดพร้าว ตรงข้ามแดนเนรมิต
เป็นสาขาแรกๆที่บ้านอิชั้นมากินกัน เลิฟมากมายอ่า

โออิชิบุฟเฟ่ห์เนี่ยเป็นอะไรที่สุดอิ่มสุดคุ้มจริงๆค่ะ
เมนูสุดเลิฟของอิชั้นเวลามาทานที่นี่คือ "ยำสาหร่าย" กินมันเข้าไป กินให้รากสาหร่ายออกเลยทีเดียวเชียว ช๊อบชอบบบบ




บรรยากาศผู้ร่วมโต๊ะ







อาหารหน้าตาน่ากิ๊น น่ากิน












ตอนเดินกลับขึ้นรถ อิชั้นก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบไปมองฝั่งตรงข้าม ดูปราสาทเจ้าหญิงนิทราค่ะ แฮ่ะๆ (ไม่ได้ถ่ายรูปมา)
แต่มาทีไรก็อดไม่ได้ เห็นแล้วนึกถึงความหลัง
เมื่อก่อนมาแดนเนรมิตแล้วไม่ได้เข้าปราสาทนี้ เหมือนมาไม่ถึงที่
ในนั้นอิชั้นยังจำได้ มีหุ่นเจ้าหญิงนิทรานอนบนเตียง โดยที่พวกเราดูจากหน้าต่างด้านนอก
โอ๊ยยยย โคตรชอบเลย มาทีไรก็อยากดูๆๆๆๆ แล้วก็ดูได้นานๆๆๆๆ
จนคุณป๊ากับคุณแม่ลากแขนไปทางอื่นแหละค่ะ อิชั้นถึงมูฟไปได้
นึกถึงบรรยากาศเก่าๆจังเลย


V
V
V


กินเสร็จแล้วก็กลับชลบุรี พี่ศักดิ์ก็พาไปเดินเซ็นทรัลชลบุรีต่อ
นั่งๆไปก็ว่างงาน ถ่ายรูปอีกดีฝ่า....




ที่หุ้มเข็มขัดนิรภัยเป็น Hello Kitty น่ารักไหมค่ะ
มาขับรถอิชั้นก็เงี้ย ต้องทำใจนะ คริคริ




เดินเล่นในห้างพักนึง เอ๊.....นอกห้างเค้ามีไรน๊า คนมุงกันเต็มเลย



คนเยอะแยะมากมาย





อ๋อ...เค้ามาดู Chonburi FC กันนี่เอง
โห แฟนพันธ์แท้มากันเพียบ




เสื้อฟ้ามากันเต็มเลยคับท่าน



คนนี้สนใจมากมายค่ะ




ขนาดอิชั้นนั่งใกล้ๆยังเรียกความสนใจจากอาเฮียไม่ได้เลย






สรุปว่าที่เซ็นทรัลชลบุรีมีการถ่ายทอดการแข่งขันของ Chonburi FC ถ้าเราไปเยือนที่อื่นค่ะ
วันนี้รู้สึกว่าจะไปเตะกับบางกอกกราส กองเชียร์ก็เลยแห่มาแน่นหนามาก
ที่นี่เค้าเชียร์มันส์นะคะ มีปี่มีกลอง เวลาเฮทีก็มันส์เค้าล่ะ
กลัวว่าจะ heart attack จัง มีใครเป็นโรคหัวใจปล่าวเนี่ย
แต่สรุปก็เสมอกันไป 0-0
แล้ววันหลังมาเชียร์กันใหม่นะ










 

Create Date : 21 กันยายน 2553    
Last Update : 1 มิถุนายน 2555 11:05:18 น.
Counter : 1029 Pageviews.  

และแล้วก็อดเผลอใจไม่ได้





แล้วก็อดเผลอใจไม่ได้......
เมื่อพี่ศักดิ์ชวนให้มาพนันบอลเล่นๆ ในคืนนี้
คือคู่เยอรมัน-เซอร์เบีย
โดยมีอาหารเย็นวันพรุ่งนี้เป็นเดิมพัน ใครแพ้จ่ายตังค์
ไอ้เราก็เซื่อง...เอ๊ย ซื่อจิงวุ้ย
จะไปพนันทำไมวะ ทุกทีพี่ศักดิ์ก็ต้องเลี้ยงอยู่แล้วนี่นา
แต่ก็ยังเผลอไผล อดไม่ได้แฮ่ะ
ก็เลยต่อ เยอรมันชนะเซอร์เบียไปลูกครึ่ง
(เพราะเห็นผลงานสวยหรู เยอรมันถล่มออสเตรเลียไปสี่-ศูนย์)
ส่วนพี่ศักดิ์ให้ลูกเดียว....
เอาวะ ยังไงก็ชนะอยู่แน่ อิอิ
จากนั้นต่างคนต่างกลับบ้าน มาลุ้นกันต่อที่บ้านใครบ้านมัน


มาถึงก็เจอป๊ะป๋ากำลังเปิดทีวีดูบอลอยู่พอดีทีเดียวเชียว
สายตากวาดไปปะทะกับสกอร์บนหน้าจอ
เห็นแว๊บๆว่า ไปแล้วหนึ่ง-ศูนย์
ใจก็คิดแล้วว่า เป็นไงหล่ะ เริ่มนำแล้ว เห็นหล่ะใช่ม้า อิอิ
แต่พอเลื่อนสายตาไปข้างบนถึงได้เห็นว่าไอ้ที่นำคือเซอร์เบียตะหาก
ชิกหายแล้วตรู ! หมด หมดกัน
ป๊าบอกว่าเยอรมันถูกไล่ออกไปคนนึง เลยแป่ว
นั่งดูจนสุดท้าย เยอรมันก็แพ้....งือๆ
หยั่งงี้เราก็ไม่ชนะอะดิ
สงสัยต้องไปต่อรองพี่ศักดิ์ใหม่อ่ะว่า อย่างนี้ถือว่าเป็นโมฆะก็แล้วกัน
ไหนๆเยอรมันก็ไม่ชนะแล้ว
พรุ่งงนี้พี่ก็เลี้ยงข้าวหนูเหมือนทุกวันก็แล้วกันนะคะ กร๊าก




..............................................................................................



วันก่อนพี่ที่วอร์ดเอาแค็ทตาล็อคมิสทีนมาให้ดู
แต่แค็ทนี้พิเศษกว่าปกติตรงที่เป็นราคาพิเศษสำหรับสาวมิสทีน
นั้นคือเราจะสั่งได้ราคาถูกกกกก (ทั้งที่ปกติมันก็ถูกอยู่แล้วนะ)
แหม่....อิชั้นละชอบใจจริงๆ ของถูกเนี่ย

ดูไปแล้วเกิดปิ๊งเจลอาบน้ำขัดตัวกลิ่นสตอเบอรี่
ซึ่งอิชั้นละแพ้ทางกลิ่นนี้อยู่แล้ว เจอที่ไหนไม่ว่าเป็นสบู่ เจลอาบน้ำ โลชั่น
แม่กวาดเรียบ.......



เท่านั้นยังไม่พอ! วันนี้คุณสามารถซื้อสินค้าชิ้นนี้ได้ในราคาพิเศษได้ โดยซื้อหนึ่งได้แถมอีกหนึ่งในราคาเก้าสิบบาท
เราก็ดีดลูกคิดแล้ว เออ คุ้มวะ เลยเขียนไปเลยว่าเอาสอง
(ความหมายคือ ซื้อสองอัน ในราคาเก้าสิบบาท เข้าใจไหม)
แล้วก็นั่งรอวันที่จะได้ใช้เจลอาบน้ำอย่างใจจดใจจ่อ อิอิ


แล้ววันนี้คุณพี่ก็เอาสินค้ามาส่ง
อิชั้นรับถุงมาจากมือคุณพี่.....แหวกถุงดูแล้วก็อยากจะกรี๊ด ๆๆๆๆ


V
V
V
V
V
V





แม่เจ้าประคุณ ชีสั่งมาให้อิชั้นสี่หลอด!!
คาดว่าหล่อนคงเข้าใจว่าใช้สิทธิ์ซื้อมันสองคู่ไปเลย
(สงสัยนึกว่าอิชั้นจะเอาไปขาย....)


อิชั้นยืนมองดูเจลอาบน้ำสตอเบอนี่สี่หลอดด้วยความสะท้านสะท้อนใจ
โอเค....สตอเบอรี่อาจเป็นกลิ่นที่อิชั้นร๊ากมากๆ
แต่ถึงขั้นให้อาบบบบบบ มันทุกวันก็คงไม่ไหวนะเฟร้ย
ได้แต่ทำใจ ทำไงได้อ่ะ
...เค้าสั่งมาแล้ว ก็ต้องจ่ายตังค์เค้าไปโดยดี




ว่าแต่วันนี้ จะมีใครช่วยแบ่งสตอเบอรี่ของอิชั้น
ไปอาบกันมั่งมั้ยคะเนี่ย งือๆ











 

Create Date : 18 มิถุนายน 2553    
Last Update : 18 มิถุนายน 2553 22:30:09 น.
Counter : 418 Pageviews.  

คืนนี้ฉันจะไม่นอนดึกอีกแล้ว !!!









วันนี้เป็นวันจันทร์
วันที่เคยน่าเบื่อ + น่าหวาดผวา
เมื่อคิดถึงการทำงานในวันแรกหลังจากวันหยุดอันแสนสุข
เราก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

แต่วันนี้แปลกไป...ไม่เหมือนเดิม
ไม่ยักกะเหนื่อยเท่าที่คิด
เพราะงานไม่หนักหรือเปล่า....


..............................................
.................................
.......................
..............
.......
...


8.00-9.00 เข้างานที่รพ. มีลูกน้องรอขอคำปรึกษาอยู่สามคน
มีเรื่องกันตั้งแต่ยังไม่ย่างเท้าเข้ารพ.กันเลยทีเดียวเชียว

9.00-10.00 เซ็นต์งานเอกสารกองเท่าภูเขา ตามงานเดิมที่ค้างตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว

10.30-13.00 ประชุมกับหัวหน้าพยาบาลคนไข้ใน เรียบเรียงคู่มือระบบยา ประชุมไม่เสร็จตอนเที่ยงอย่างที่คิดไว้ โชคดีที่จองข้าวไว้ก่อน ไม่งั้นหิวแย่

13.00-14.00 เยี่ยมสำรวจตรวจพื้นที่คนไข้นอก รีบสำรวจอย่างรวดเร็วเพราะต้องประชุมเภสัชต่อ

14.00-16.00 ประชุมเภสัชกร ปาเข้าไปสองชั่วโมงพอดิบพอดี นึกว่าจะไม่เสร็จเสียแล้วววว เฮ้อ


อืมมมมม....เราว่างานมันไม่เบาหรอกนะ แต่ว่าเรารับมือไหวต่างหาก
แต่เพราะอะไรหนอที่ทำให้เรารับมือไหว...

หรือว่า


หรือว่า


เป็นเพราะเรานอนหลับพักผ่อนเพียงพอ....
เพราะเมื่อวานเราเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ
รู้สึกว่าจะนอนตั้งแต่สี่ทุ่มครึ่ง
ตื่นมาหกโมงครึ่ง.....สดชื่นมากกก
และไม่รู้สึกว่าเหนื่อยล้าเลยแม้แต่นิดเดียว
การนอนหลับเพียงพอมันดีอย่างนี้เองเหรอ

เราลองเอามือลูบหน้า
ผิวหน้าที่เมื่อวานหยาบๆ แลไม่เรียบเนียนเท่าไหร่
ทั้งที่เราก็ทานน้ำมาก กินน้ำเยอะมาตลอด
แต่เมื่อวานที่นอนอัดเข้าไปแปดชั่วโมง
รู้สึกเลยว่าผิวที่เคยมีปัญหามันดีขึ้นทันตาเห็น
ผิวเรียบขึ้น เนียนขึ้น ลูบไปไม่สากเหมือนเก่า
เออ....อย่างนี้ชอบแฮ่ะ ดีจัง


เดี๋ยวคืนนี้เราจะเข้านอนไวๆ
ดูซิว่าทฤษฎีนี้จะได้ผลอย่างต่อเนื่องหรือเปล่า คริคริ

Goog Night นะคะ











 

Create Date : 07 มิถุนายน 2553    
Last Update : 7 มิถุนายน 2553 21:35:10 น.
Counter : 1422 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.