คุณแม่น้องแฝด ฮานากะฮารุ ^^

ชิลๆริมแม่น้ำเจ้าพระยา ล่องเรือดินเนอร์มื้อเย็นกับ Grand Pearl


ป๊าบอกว่า....ช่วงสงกรานต์นี่แหล่ะเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดในการเที่ยวกรุงเทพ


ที่บ้านเลยจัดไปค่ะ มาล่องเรือดินเนอร์ชมบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยากัน


เรามารอขึ้นเรือที่ท่าเรือสี่พระยา ที่ River city แถวเจริญกรุงนี่แหล่ะ  จะบอกว่าปกติแถวนี้รถติดมากกก แต่วันนี้โคตรโล่งอ่าาา รักสงกรานต์จัง





เราซื้อแพคแกจล่องเรือของ Grand pearl  ราคาคนละ 1,400 บาท (ถ้ามาสิบคนแถมหนึ่งคนค่ะ แต่เรามาไม่ถึง ก็อดได้แถมตามระเบียบ)


ใกล้เวลาหกโมงเย็น เราก็มา Check in ในร้านอาหารของเค้า มีเพลงเพราะๆให้ฟังด้วย






เวลาหกโมงครึ่งเราก็เริ่มลงเรือ ขอบอกว่าคนเยอะเชียว เพราะเรือนี้เป็นเรือใหญ่ค่ะ มีสามชั้น ชั้นสองมีบันไดเลื่อนด้วย


ทั้งหลายทั้งปวงที่พูดมาลืมถ่ายค่า 555 มัวแต่กินกับถ่ายรูปวิวข้างบนอยู่

เราจองบนดาดฟ้านะ  อยากได้บรรยากาศชิวๆ



ถ่ายรูปหมู่กานหน่อย



ชาลี แชปปลิ้นก้อมา





แล้วเรือก็ค่อยๆล่องค่า 



ชมวิวเย็นๆ



มีดนตรีเพราะๆให้เราฟัง สลับกับการแสดงโขน



ชมวิวต่อ






เราว่าไฮไลต์อยู่ที่นี่ ผ่านสะพาน...เอ้อ ลืมชื่ออ่ะ แต่สวยมาก





ช่วงที่ล่องผ่านรพ.ศิริราช เรือจะเบาเสียงดนตรีค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งท่านประทับอยู่ที่นี่




เราล่องเรือเสร็จตอนสามทุ่มครึ่ง  แล้วก็กลับชลบุรีกัน ขากลับรถก็โล่งเหมือนเดิม ชิวๆดี

เป็นอันจบวันพักผ่อนเบาๆแบบของเราค่ะ




 

Create Date : 17 เมษายน 2558    
Last Update : 17 เมษายน 2558 17:31:24 น.
Counter : 1122 Pageviews.  

กว่าจะได้มา....พิพิทธภัณฑ์ราชบุรี

จริงๆอิชั้นวอนท์จะมาที่นี่ตั้งหลายครั้งแล้ว  แหม...สามีมาอยู่ที่ราชบุรีทั้งที  ภรรยาคอเที่ยวอย่างอิชั้นจะพลาดได้ยังไง


แต่ทั้งที่มาราชบุรีบ่อยๆ  กว่าจะได้เข้ามาดูจริๆก็นานโข  เพราะส่วนใหญ่มาแล้วตรงกับวันที่ปิดตลอด (ที่นี่ปิดวันจันทร์   อังคารและวันนัตขัถฤกษ์)




บังเอิ๊ญ วันนี้เป็นวันอาทิตย์ค่า  อิชั้นเกาะรถพี่ศักดิ์กลับมาจากสัมนาที่เพชรบุรี  แล้วมาถึงที่ราชบุรีก็บ่ายสามพอดี   ที่นี่ยังไม่ปิด  วันนี้เลยเข้ามาได้.....


เย้....โชคดีจุง Smiley






รูปปั้นหมาน้อยในสวนสื่อถึงอะไรอิชั้นก็ไม่เข้าใจ...ใครรู้บอกด้วย  



ทราบที่มาที่ไปกันสักนิด....


พิพิทธภัณฑ์ราชบุรีนี้ตั้งอยู่ริมถนนวรเดช ตำบลหน้าเมือง ใกล้กับหอนาฬิการิมแม่น้ำแม่กลอง อาคารพิพิธภัณฑ์เคยใช้เป็นศาลากลางจังหวัดมาก่อน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อปี พ.ศ.2465 และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในปี พ.ศ.2526 และบูรณะเรื่อยมา 


จนในปีพ.ศ.2534 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเสด็จฯทรงเป็นประธานเปิด พิพิธภัณฑ์อย่างเป็นทางการ


เสียค่าเข้าชม 20 บาทแล้วเราก็เข้าไปได้เลย


ที่นี่จะมีลักษณะวนเป็นวงกลม  สุดท้ายจะกลับมาที่จุดเดิมเมื่อตอนเราแรกเข้า




ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ชาติพันธุ์วิทยา ธรณีวิทยา ศิลปะพื้นบ้าน เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับสัตว์น้ำ วัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกลุ่มชนต่าง ๆ ในจังหวัดราชบุรี เช่น ลาวโซ่ง  กะเหรี่ยงและไท-ยวน รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัด โบราณวัตถุที่โดดเด่นนอกจากพระแสงดาบราชศัสตราประจำมณฑลราชบุรีแล้ว ยังมี พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี ศิลปะขอมแบบบายน เป็น 1 ใน 5 องค์ที่ขุดพบในประเทศไทยซึ่งมีสภาพสมบูรณ์งดงามที่สุด


V
V
V

นี่แหล่ะค่ะ


พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมีสลักจากหินทราย ไม่มีเศียร (ขุดพบจากบริเวณสระโกสินารายณ์ อ.บ้านโป่ง)



ของเก่าๆ มากมี





อันนี้เค้าว่าเป็นปฎิมากรรมดินเผารูปพ่อค้าชาวตะวันออกกลาง

เป็นศิลปะแบบทวารวดี สมัยพุทธศตวรรษที่  12-16



ชอบอันนี้  เค้ามี Timeline เทียบประวัติศาสตร์ของราชบุรีด้วยนะว่าตรงกับยุคไหนสมัยไหน




โครงกระดูกอายุประมาณ  1,000 - 2,000 ปีมาแล้ว




วัฒนธรรมทวารวดีที่เมืองโบราณคูบัว




กลองมะโหระทึก  มีทุกภาคเลย


เครื่องประดับสตรีสมัยโบราณ  ตุ้มหู  กำไล   สร้อย.... ไม่พ้นพวกหินรึลูกปัด  (ใส่ได้ยังไงน้า  ไม่หนักบ้างรึไง)









ชิ้นส่วนกำไลหินและแกนกลาง เครื่องมือกระเทาะหินต่างๆ





เห็นแล้วนึกถึงมนุษย์ยุคหิน....ฟลินสโตน (เฮ้ยย ไม่ใช่แร่ะ)  Smiley



โลงศพสมัยก่อนประวัติศาสตร์



วิถึชีวิตของคนในยุคนั้น




แบบจำลองบ้านมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์

นึกถึงเรื่องโดเรมอนตอนโนบิตะสร้างบ้านเลย



วัฒนธรรมผู้คนในสมัยก่อน







ราชบุรีมีคนจีนเข้ามาอยู่เยอะค่ะ  วัฒนธรรมแบบจีนก็จะมีอิทธิพลเหมือนกัน





เสื้อผ้าของชนเผ่าต่างๆ อันนี้เป็นของชาวกระเหรี่ยงโปว์



อันนี้ของมูเซอดำรึปล่าวไม่แน่ใจ (ลืมถ่ายป้าย)



พระพุทธรูปสมัยโบราณ  ส่วนใหญ่อยู่ในพุทธศตวรรษที่ 12-16











V
V




สงครามเก้าทัพ เป็นสงครามระหว่างอาณาจักรพม่ากับราชอาณาจักรไทย หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานีแห่งใหม่ เวลานั้นบ้านเมืองอยู่ในช่วงผ่านศึกสงครามมาใหม่ ๆ ประจวบทั้งการสร้างบ้านแปลงเมือง รวมทั้งปราสาทราชวังต่าง ๆ ในปี พ.ศ. 2328 พระเจ้าปดุง กษัตริย์พม่า 


หลังจากบรมราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์อังวะแล้ว ต้องการประกาศแสนยานุภาพ เผยแผ่อิทธิพล โดยได้ทำสงครามรวบรวมเมืองเล็กเมืองน้อยรวมถึงเมืองประเทศราชให้เป็นปึกแผ่น แล้วก็ได้ยกกองกำลังเข้ามาตีไทย โดยมีจุดประสงค์ทำสงครามเพื่อทำลายกรุงรัตนโกสินทร์ให้พินาศย่อยยับเหมือนเช่นกรุงศรีอยุธยา 

สงครามครั้งนี้พระเจ้าปดุงได้ยกทัพมาถึง 9 ทัพ รวมกำลังพลมากถึง 144,000 นาย โดยแบ่งการเข้าโจมตีกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 5 ทิศทาง

ทัพที่ 1 ได้ยกมาตีหัวเมืองประเทศราชทางปักษ์ใต้ตั้งแต่เมืองระนองจนถึงเมืองนครศรีธรรมราช


ทัพที่ 2 ยกเข้ามาทางเมืองราชบุรีเพื่อที่จะรวบรวมกำลังพลกับกองทัพที่ตีหัวเมืองปักษ์ใต้แล้วค่อยเข้าโจมตีกรุงรัตนโกสินทร์

V
V

ภาพจำลองเมื่อครั้นมีการสู้รบที่ราชบุรีค่ะ



ราชบุรีกับการซ้อมรบเสือป่า

รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้า ฯ ให้ซ้อมรบที่จังหวัดราชบุรีและนครปฐมทุกปีค่ะ  









เป็นยังไงค่ะ ราชบุรี  มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากๆ น่าสนใจใช่ไหมคะ

ใครว่างๆ ไปเยี่ยมชมได้เลยจ้า   ยี่สิบบาทเอง  Smiley

 





 

Create Date : 07 มิถุนายน 2557    
Last Update : 1 ตุลาคม 2557 19:21:20 น.
Counter : 739 Pageviews.  

เที่ยวสุนทรีแลนด์แดนตุ๊กตา กับให้อาหารน้อง Alpaca ที่ราชบุรีจ้า




วันหยุดยาวแบบนี้อิชั้นก็หาเรื่องไปค้างที่ราชบุรีตามฟอร์ม 

(อย่าได้มีโอกาสเชียว ไปตล๊อด)


ไม่อยากจะบอกว่าสงสัยอิชั้นจะเก็บกดจากปีที่แล้ว ที่พี่ศักดิ์อยู่ชุมพรเลยไปหาได้ไม่บ่อย แต่พอมาอยู่ราชบุรีมันเดินทางง่าย  เลยมาหาบ่อยๆเบย  


และโชคดีว่าป๊ากะแม่ก็ว่างด้วย เลยชวนมาด้วยกัน  โชคดีจุง  อิอิ  


..............................................


คืนแรกเราล่วงหน้ามาก่อน   มากินข้าวที่ตลาดสนามหญ้าราชบุรี  ที่นี่อ่ะแหล่งฝากท้องของเราเลยค่ะ  ของเยอะมากกก  ชอบผุดๆ


ก่อนมื้อค่ำ  พี่ศักดิ์ชวนกินไอศกรีมป็นออเดิร์ฟก่อน (บ้านนี้แปลกมาก  กินของหวานก่อนคาว)

เรากินที่ร้านเด่นไทยไอศกรีม  พี่ศักดิ์รู้ใจว่าชอบกินข้าวโพด เลยสั่งเป็นแบบนี้ให้



ไอศกรีมเค้าจะออกแบบกะทิโบราณหน่อย  ไม่หวานมาก  แต่ก็อร่อยดีนะ  เค้าให้ข้าวโพดเยอะดีด้วย  กินเพลินเลยค่ะ


แล้วก็กินก๋วยจั๊บต่อ อิอิ





ก๋วยจั๊บอร่อยค่ะ   น้ำซุปซดแล้วสดชื่น
หมูก็นุ่ม ไม่คาว  Smiley



เสร็จแล้วพี่ศักดิ์ก็พามากินถั่วปั่นเจ้าดัง

ดังขนาดไหนก็ไม่รู้  แต่อิชั้นได้คิวตั้งที่ 35 แน่ะ คิดดู๊ !!




ถั่วหลากชนิด ธัญพืชเพียบ  ออกแนวชีวจิตเพื่อสุขภาพ....

สำหรับรสชาติ...ลางเนื้อชอบลางยาเนอะ  พี่ศักดิ์ชอบ  แต่อิชั้นม่ายชอบบบ อ่า
เราว่าเหมือนกินน้ำลูกเดือยเลย  Smiley



พี่ศักดิ์ปิดท้ายด้วยเต้าทึงโบราณให้  อันนี้อร่อย ถูกปาก



วันรุ่งขึ้นป๊ากะแม่ก็ตามาสมทบกะเรา.....

เลยมาที่สุนทรีแลนด์ แดนตุ๊กตาก่อน   


ที่นี่ตุ๊กตาเยอะมากกก Smiley


ตัวเบ้อเริ่มเลย Smiley







เค้าเอาตุ๊กตาหมีมาแต่งชุดแบบต่างๆ



เพิ่งผ่านเทศกาลสงกรานต์พอดี  มาเรามารดน้ำสังข์  เอ๊ย...รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่กันนะคะ Smiley




โชว์มายากล



ไหนๆจะเข้า AEC แล้ว  แต่งแบบสหประชาติกันหน่อย


ชอบอันนี้อ่ะ  น่ารักจัง



แพ้ทางกิโมโนอ่ะ  คิกขุมาก





โซนปิรามิด  มาดูหมีโอพัตรา Smiley



กรี๊สสส  มัมมี่ทำร้ายเดี๊ยน !! Smiley



มีเขาวงกตด้วยน้า



ถ้าเจอทางตันก็จะเจอเจ้าพวกนี้หลอกหลอน...แบร่ !!!

(กลัวดีไหมเนี่ย)  Smiley




ขนาดห้องน้ำยังน่ารักเลยค่ะ  เป็นบ้านขนมปังล่วย  หุหุ Smiley



เสร็จแล้วแวะไปทานขนมครกเจ้าเก่าแก่ของโพธิ์ธาราม





แป้งนี่คุณป้าโม่เองน้า  ขายมาตั้งสามสี่สิบปีแล้วมั้ง





ขนมครกของคุณป้าเป็นแบบโบราณ (อีกแล้ว)  ไม่ใส่เครื่อง  
แต่เนื้อแป้งจะมี texture นะ   แบบว่าเคี้ยวแล้วมีอะไรหนึบอยู่  แค่นี้ก็ว่าอร่อยแล้วนะ


มาเจอเปลือกข้างนอกแบบกรอบนอกนุ่มในอีก  รสชาติเลยเด็ดมากค่ะ Smiley


ที่สำคัญ  ราคายังย่อมเยาว์อีก
กล่องนึงได้มาตั้งสิบคู่  ราคาแค่ 15 บาทเองค่า....ถูกมากกกก



เสร็จแล้วแวะมาร้าน Alpaca



ที่นี่เค้าจะทำประมาณร้านอาหาร  ร้านกาแฟ  แต่มีนานาสารพัดสัตว์ให้ดูด้วย

ที่เด่นๆก็จะเป็น Alpaca ค่ะ


อ้อ...มีพร๊อพน่ารักๆให้ถ่ายรูปด้วย



แวะมาทานกาแฟกันก่อนนะจ๊ะ   ร้านน่านั่งมาก



เมนูทูเดย์



เราสั่งเป็นม๊อคค่าปั่น  ชื่นใจดี



พี่ศักดิ์ลองสั่งมาการองมาให้ชิมด้วย  อร่อยดีเหมือนกันนะ
(เราชอบกินช๊อกโกแลตที่สุด หง่ำๆ)



หม่ำเสร็จต้องแวะมาหาพระเอกที่นี่หน่อย  เจ้า Alpaca ค่ะ

อาหารของเค้า ที่นี่จัดเป็นแครอทให้ค่ะ  ถุงนิดเดียว 40 บาทแน่ะ (สงสัยจะเป็นค่าดูซะส่วนใหญ่  Smiley)


มาดูน้อง Alpaca เร็วเร้ววว



Alpaca นี่เค้าเลี้ยงในห้องแอร์นะจ๊ะ ขอบอก  ก่อนเข้าไปเราต้องถอดรองเท้าก่อน   

แต่พอเข้าไปถึงกะผงะ  กลิ่นมันแรงพอดูเลย  ขนาดว่าเค้าดูแลแบบสะอาดสุดๆแล้วนะ อาจเพราะอยู่ห้องแอร์กลิ่นมันไม่ระบาย   เลยตลบอบอวลอยู่ข้างใน Smiley


แต่ขนน้องเค้านุ่มจริงๆนะคะ   ขอบอก Smiley


เค้าว่า Alpaca นี่ราคาแพงมากนะคะ  ตัวนึงหลักล้านเลย  เจ้าของเค้าต้องประคบประหงมสุดชีวิตอ่ะ   เราว่าใจไม่รักจริงเลี้ยงไม่ได้อ่ะ  


SmileySmileySmiley

ข้างนอกก็ยังมีกรงนกแก้วมาคอร์ แต่เข้าไปในกรงไม่ได้นะ  (แหงล่ะ !!)




แล้วก็หงส์ดำ หงส์ขาว  (ไม่มีหงส์แดงนะจ๊ะ)


เท่าที่ดูเค้าก็มีก่อสร้างเพิ่มนะ  คาดว่าในอนาคตน่าจะมีให้ดูมากกว่านี้ Smiley




เสร็จแล้วก็หม่ำข้าวเย็นที่ร้านรื่นรสเจ้าประจำ   อร่อยยังไงก็ยังงั้น ไม่เปลี่ยนแปลง  

เสร็จแล้วก็กลับบ้าน ถึงบ้านตอนสี่ทุ่มครึ่งจ้า  


นอนหลับฝันดี  เตรียมพร้อมที่จะเที่ยวต่อปายยย    อิอิ  






 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2557    
Last Update : 18 ตุลาคม 2560 21:02:14 น.
Counter : 1345 Pageviews.  

ลั้ัลลาที่เมืองจันทร์

วันอาทิตย์ที่ผ่านมาคุณป๋าเกิดอยากจะกินกั้งมากๆๆ บอกว่ามีร้านที่จันทบุรีที่อร่อยสุดๆ  เลยอยากจะชวนลูกๆไปด้วย  Smiley

สำหรับระยะทางไม่เป็นอุปสรรคเลยเพราะคุณป๋าขับรถเก่งมาก เส้นนี้ขับมาบ่อย ชำนาญผุดๆ


พอได้รับคำชวนเช่นนี้เราก็อดใจไม่ไหว (อีกแร่ะ) ก็เลยต้องยกโขยงกันไปเที่ยว...ณ บัดดล 



หลังจากทานมื้อเช้าที่ชลบุรี เราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปจันทบุรี  


จริงๆวันนี้ป๊ากะพามากินข้าวเที่ยง เสร็จแล้วไปเที่ยวน้ำตกพริ้ว แต่พอดีเวลาเหลือเยอะ  พี่ศักดิ์เลยชวนไปไหว้พระที่วัดเขาสุกิม  


....จริงๆตอนแรกอิชั้นกะน้องสะใภ้ไม่อยากจะเข้าไปข้างใน เพราะเราสองคนเล่นขาสั้นกันมา (กะเล่นน้ำตกเต็มที่เลยค่ะ)  เลยไม่ได้เตรียมตัวกัน

แต่สอบถามเจ้าหน้าที่ เค้าเชียร์ให้ขึ้นไปดูข้างบนค่ะ  และบอกว่าข้างบนมีผ้าถุงให้ใส่ด้วย  เราก็เลยโอเค  ขึ้นไปเที่ยวสักหน่อย




ข้างในใหญ่โตมากๆ  และมีอะไรน่าสนใจเยอะเลยนะคะ  อย่างของเก่าๆมากมาย









เห็นว่ามีพระธาตุด้วย






อย่างนี้ถือว่าเก่าพอไหมคะ  หุหุหุ










อย่างงาแกะสลักขนาดเท่าเม็ดข้าวสาร...อันนี้ป๊าบอกว่ามีมาน๊านนน นานแล้ว










ขาขึ้นเรานั่งรถรางไป  แบบว่ามีเสียวเหมือนกัน สูงใช่เล่น

แต่ขากลับดั๊นฝนตกหนักเลย คนรอลงรางก็เพียบ  เราเลยตัดสินใจเดินกลับเลยค่ะ  ลงมานี่มีขาสั่นพับๆๆเหมือนกันนะเนี่ย  Smiley



รอนแรมเดินทางออกจากวัดตัวเปียกซ่ก  แล้วก็ถึงเวลาที่ป๊ารอคอย  เราไปกินกันที่ร้าน "วังปู"  ที่อ.ขลุง จ้า   ขับมาไกลเหมือนกัน


แต่พอถึง  ก็ฟินเยี่ยงนี้......




ขออนุญาติเอาพระเอกของเรา  กั้งตัวหญ่ายๆ  หวานๆ  เนื้อแน่นๆ  อร่อยมากๆ  ความสดนี่รับประกันเลย

ยิ่งได้น้ำจิ้มซีฟู๊ดแซ่บๆ  โอ๊ยยยย  มีความสุขผุดๆSmiley



ร้านชื่อวังปู เค้าก็น่าจะมีดีที่ปูเนอะ 
เราสั่งเป็นปูไข่มาลองหม่ำก่อน  ไข่อื้อเลยค่ะ  หนึบๆๆ หย่อยๆๆ




หม่ำไข่แล้วก็หม่ำเนื้อ  รสชาติไม่แพ้กันเลย  หุหุ



ป๊าอยากลองชิมไก่บ้านต้มระกำ  เนื้อจะออกเหนียวๆแน่นๆตามสไตล์ไก่บ้าน ซดน้ำก็สดชื่น



ผัดผักรสชาติกลมกล่อมค่า




เราสั่งปลาเก๋ามาตัวนึง  ทำได้ตั้งสามอย่างแน่ะ

จานแรกเป็นลวกลิ้มค่า


เนื้อหวานนน สดผุดๆๆ



ต้มยำก็หร่อยๆๆ



สุดท้ายเป็นปลาสามรสค่ะ  อันนี้ออกเปรี้ยวๆหวานๆ ชอบๆๆๆ



สิริรวมประมาณสี่พันกว่าบาทค่ะ  ราคาแรงหน่อยแต่อร่อยคุ้มค่าแน่นอน


ตกบ่ายเราก็มาเที่ยวต่อที่น้ำตกพริ้ว  เค้าว่าที่นี่ขึ้นชื่อด้วยนะจ๊ะ





เราเปลี่ยนชุดเตรียมลงน้ำ



เดินขึ้นไปตามทางเดินประมาณ 500 เมตร เราก็มาถึงจุดไฮไลต์ของน้ำตก  สดชื่นมากก







ลงน้ำไปให้อาหารปลาค่ะ  ปลาที่นี่ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเลย  อิชั้นเห็นตอนแรกเกิดอาการสยองไม่กล้าลง  กลัวโดนตอด  Smiley


แต่พอลงไปแล้วก็ไม่ตอดนะ  ไม่กัดด้วย อิอิ





เล่นน้ำพักใหญ่  ออกมาจากน้ำตกก็เย็นย่ำแล้ว  เราเลยแวะไปไหว้ศาลสมเด็จพระนเรศวร  กับศาลหลักเมือง


มื้อค่ำพี่ศักดิ์ชวนให้ที่ร้าน "ตำนานป่า"  จ.ระยองค่ะ  ป๊าบอกเป็นทางผ่านอยู่แล้ว   ให้ลองแวะมาที่นี่  เพราะร้านสวยมากกก

เข้ามาแล้วก็สวยจริงๆค่ะ  ใหญ่มากๆด้วย  ตกแต่งแบบเหมือนป่าจริงๆ มีน้ำตกด้วย Smiley



ห้องน้ำค่ะ  เก๋ไก๋ไหมเอ่ย



จานแรก  เราลืมเปิดแฟลช  มืดสนิท 555

จานนี้เป็นน้ำพริกไข่ปูค่ะ  



อันนี้เค้าว่าเป็นของขึ้นชื่อของที่นี่เลยนะ  ข้าวอบสัปปะรด
ชิมแล้ว อร่อยมากๆๆ ข้าวแห้งดี เครื่องก็อร่อยค่ะ 



เอ็นหอยผัดฉ่า ชิ้นหญ่ายมากก



ปลาหมึกอะไรสักอย่าง  ลืมแร่ะ 555



แกงป่าปลาเห็ดโคน  เผ็ดร้อน  สะจายย




มื้อปิดท้ายฟินๆของเรา




แต่ยังสะใจไม่พอค่ะ  ไหนๆมาถึงระยองแล้ว  เราก็ want อยากจะได้ทุเรียนมาปิดปากเหลือเกิน

ขับรถไปซื้อที่ตลาด  ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะทุเรียนส่วนใหญ่อ่อนๆๆมาก ชนิดที่คนขายก็ไม่กล้าขายให้เราเลย

แต่กรุงศรีอยุธยาก็ไม่สิ้นคนดีค่ะ  คุณน้องชายเหลือบไปเห็นร้านทุเรียนร้านนึงแทรกตัวในมุมของตลาด  พอเราเข้าไปถามก็มีทุเรียนที่สุกพอดีให้เรากินด้วย เย้ๆๆๆๆ


ได้หม่ำทุเรียนอร่อยๆตอนสามทุ่ม  ฟินจริงๆเหอๆๆๆ Smiley



กลับถึงบ้านสี่ทุ่ม นั่งรถจนเมื่อยไปนิดแต่ก็สนุกและอร่อยมากๆ  มีความสุขจุงเบย






 

Create Date : 29 เมษายน 2557    
Last Update : 10 มกราคม 2558 16:10:52 น.
Counter : 807 Pageviews.  

ชมของเก่าๆที่พิพิทธภัณฑ์ปราสาท

วันเสาร์ชิลๆที่คุณสามีไม่ได้กลับบ้าน คือวันหนีเที่ยวของอะฮั้นฮ่า...ฮิ้ววว

เพื่อนอ้อชวนไปเที่ยวชมที่พิพิทธภัณฑ์ปราสาท เห็นว่าที่นี่ต่างชาตินิยมมาเที่ยวกันเยอะเลย แต่คนไทยไม่ค่อยมากันซะงั้น

พิพิทธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่บนถนนศรีนครินทร์ กรุงเทพกรีฑา 8 แยก 14 หัวหมาก บางกะปิค่ะ




เช้านี้อิชั้นสบายหน่อย ไม่ต้องนั่งรถปอ.เข้ากทม. เพราะเพื่อนอ้อมารับถึงบ้านเลย

หม่ำก๋วยจั๊บมื้อเช้าแล้วก็มุ่งหน้ามาทางมอเตอร์เวย์  เพื่อนอ้อบอกให้สังเกตสุเหร่าให้ดีๆ เห็นแล้วให้เลี้ยวซ้ายเลย

แต่...ทั้งๆที่ระวังขนาดนี้แล้ว  พอเห็นสุเหร่า เราก็ยังเลยจนได้   แถมหาที่ยูเทิร์นไม่ได้ด้วย

เลยไปจนถึง The Nine พระรามเก้า โน่นแหล่ะ  นัดเค้าไว้ตอนสิบเอ็ดโมง ดูนาฬิกาตอนนี้ก็สิบเอ็ดโมงสิบสองนาทีแล้ว  เอาแร่ะ ทั้งสาย ทั้งหลง  วันนี้จะได้ดูไหมเนี่ย

แต่ด้วยความมุมานะของเพื่อนอ้อ  ซอกแซกซอกซอนจนเข้าไปในซอยแล้วก็หาพิพิทธภัณฑ์เจอจนได้ สุดท้ายได้เข้าชมในเวลาสิบเอ็ดโมงยี่สิบนาที  ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่มากๆที่ยังรอรับเราอยู่



ชำระค่าเข้าชมคนละ 500 บาทแล้ว เราก็เข้าชมได้เลยค่ะ








ที่นี่เค้าไม่อนุญาติให้ถ่ายรูปในอาคารค่ะ ถ่ายได้แค่ข้างนอก



พิพิธภัณฑ์ มีการจำลอง สถานที่สำคัญต่างๆนะคะ



คำว่าปราสาท มาจากชื่อเจ้าของค่ะ ไม่ใช่ ที่รวบรวม ปราสาท
คุณปราสาท เป็นนักสะสมของเก่า ซึ่งของแกก็เยอะจริงๆ มีมากมายจากทุกมุมโลก

จากการที่เห็นว่า "งานศิลปะและวัตถุโบราณทีล้ำค่าของไทยได้มีผู้นำออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก และคนไทยก็จะไม่มีโอกาสได้เห็นอีก" จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณปราสาทวงสกุลเริ่มรวบรวมสะสมงานศิลปะ และวัตถุโบราณที่ทรงคุณค่าเหล่านี้เป็นเวลาหลายสิบปี จากนั้นจึงเปิดพิพิธภัณฑ์ปราสาทขึ้น เพื่อให้เป็นแหล่งศึกษาและค้นคว้าสำหรับ ผู้ที่สนใจและเป็นมรดกของคนรุ่นต่อไป 


V
V
V


หอไตรกลางน้ำแบบภาคกลาง 








ตำหนักแดง: เป็นเรือนไม้สักทรงไทยจำลองแบบจากตำหนักแดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ภายในจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยอยุธยาและสมันต้นกรุงรัตนโกสินทร์ อาทิเช่น เครื่องเรือนสมัยอยุธยา ชุดถ้วยชาจีน ษุบบก ฯลฯ 




หอไตรล้านนา ภาพนี้คล้ายๆ วัดพระสิงห์เชียงใหม่


รูปจำลอง ปราสาทหิน ลพบุรี




ดูจนจะเสร็จถึงเพิ่งจะเห็นป้ายพิพิทธภัณฑ์ 555

ถามเค้าว่าทำไมถึงเอามาไว้ข้างใน ทำไมไม่ไว้ข้างนอก กลัวเด็กอาชีวะมาพ่นสีรึ

เค้าบอกปล่าว เค้ากลัวคนข้างนอกจะรู้ว่าที่นี่มีของเก่าเยอะ  กลัวจะเข้ามาปล้นเอานะคะ  จะว่าไปก็น่ากลัวจริงๆด้วยแหล่ะ  ข้างในซอยนี่ก็อย่างเปลี่ยว



จะบอกว่าที่นี่มีของเก่าๆ งามๆ มีมูลค่ามหาศาลข้างในมากมายจริงๆค่ะ  เราจะได้ยินเจ้าหน้าที่อธิบายว่า โถเครื่องแก้วอันนี้ หรือถ้วยชามของฝรั่งเศสใบนี้ราคาเท่าบีเอ็มซีรีส์เจ็ดอยู่หลายครั้ง  ฟังแล้วก็อู้หูตลอดเลยค่ะ  


ได้มาเห็นแบบนี้ก็ถือว่าเป็นบุญตานะ





 

Create Date : 16 มีนาคม 2557    
Last Update : 18 มีนาคม 2557 21:11:54 น.
Counter : 1001 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.