คุณแม่น้องแฝด ฮานากะฮารุ ^^
โรคทางจิตเภท.....ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด !











อ่านข่าวบัณฑิตอักษรจุฬาที่ผูกคอตายในเน็ท......


ช่วงแรกเค้าลงข่าวประมาณว่าทำศัลยกรรมไม่สวยแล้วเสียใจเลยผูกคอตาย ก็เลยโดนคนในพันทิพ ในเน็ทด่ากันระงมเลยว่าเรียนสูงขนาดนี้ (ได้เกียรตินิยมอันดับสองด้วยนะ) ทำไมสิ้นคิดได้ขนาดนี้.....บลาๆๆ



ตอนหลังเห็นว่าครอบครัวมาให้ข่าวว่า เค้าไม่ได้ผูกคอตายเพราะเรื่องศัลยกรรม แต่เค้าเป็นโรคซึมเศร้า ก่อนจะตาย เค้าก็จะพูดประมาณว่า เค้าสละทุกอย่างบนโลกแล้ว แล้วก็โอนเงินในบัญชีให้แม่ทุกบาท 



บางทีก็พูดว่า ถ้านั่งรถเมล์อยู่ แล้วมีใครเมายาบ้าจับคนบนรถเป็นตัวประกัน  เค้าจะไปเป็นตัวประกันเอง เพราะเค้าสละทุกอย่างบนโลกได้....


นั่นอาจหมายถึงสัญญาณว่าเค้ามีอาการซึมเศร้า เพียงแต่คนที่บ้านไม่ทันเอะใจ

เศร้าจังเนอะ  Smiley ใครจะไปคิดถึง....ว่าคนในครอบครัวเรา อยู่ดีๆก็มีอาการป่วยทางจิตและอยากลาโลกอย่างนี้



ส่วนตัวเราเคยเจอเหมือนกัน  เป็นเพื่อนสมัยเข้ามหาลัยใหม่ๆ คือคนนี้เป็นคนที่ปกติจะร่าเริงมากก คุยเก่ง เฮฮา สนุกสนานมากมาย



แบบว่ามันมีชีวิตชีวาSmiley จนเวลาที่เราอยู่กับมัน เรารู้สึกว่ามันสนุกมากมาย เข้ามหาลัยใหม่ๆ เจ้านี่ก็เพื่อนเยอะค่ะ เพราะเป็นคนคุยสนุกอย่างที่บอก...


พอเรียนไปถึงกลางเทอม ทีนี้พวกเราก็ต้องสอบมิดเทอมใช่ไหมค่ะเจ้านี่ก็เริ่มแสดงอาการผิดปกติ คือเค้าไม่สามารถทำข้อสอบในห้องแบบสงบๆเหมือนคนปกติได้


คือแบบว่ามันจะเครียด แล้วก็จะไม่อยากทำข้อสอบแล้วก็จะพร่ำพรรณนาถึงความยากลำบาก ของชีวิตเภสัชว่าเรียนยาก สอบยาก ไม่อยากสอบเลย บลาๆๆๆ

เวลาเข้าห้องสอบสมาธิก็จะไม่ค่อยดี หลุกหลิก จนได้คะแนนน้อย เป็นที่โหลของชั้นSmiley

แล้วมันก็ถึงจุดหนักที่สุด คือถ้าเป็นข้อสอบที่ยากมากๆ  พี่แกเล่นไม่ทำข้อสอบเลยแบบว่าลุกออกจากห้องไปดื้อๆอย่างนั้น  เราเห็นยังตกใจ SmileySmiley


เฮ้ยยย ไม่ทำข้อสอบเลยเหรอ



คือเข้าใจมันค่ะ......ข้อสอบวิชานี้มันยากจริงๆ    (เราเองก็ทำไม่ค่อยได้)    แต่ถึงแม้ว่าเราจะยังทำไม่ได้ เราก็ต้องใช้เวลาในห้องสอบให้คุ้มค่า ทู่ซี้นั่งไปเรื่อยๆ เผื่อจะคิดออกหรือไม่ก็ต้องพยายามเขียนออกมาให้ได้เยอะที่สุดเผื่ออาจารย์จะเห็นใจใช่ปะ.....



แต่นี่เจ๊เล่นไม่ทำข้อสอบเลย มันก็ตกแหงๆอยู่แล้ว เรายังว่ามานใจกล้ามากก ที่ไม่ทำข้อสอบเลยสักข้อเดียว.......



เราเคยถามทีหลังว่า ทำไมไม่ทำข้อสอบเลยล่ะ เพื่อนเราบอกว่า



มันรู้สึกว่า ที่ตรงนั้นมันเครียด มันบีบคั้นมันมาก จนมันทนนั่งต่อไปสักนาทีเดียวไม่ไหว มันกดดัน

เราก็งงๆกับมันนะ แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าเพื่อนคนนี้แปลกๆ  เหมือนเค้ารับความกดดันในชีวิตอะไรไม่ได้เลย

แล้วเค้าก็เรียนตก จนเรียนตามพวกเราไม่ทัน พอเรียนกับรุ่นน้อง ก็ยังเรียกตกอีก จนถูกรุ่นน้องรุ่นแล้วรุ่นเล่าแซง จนเราเรียนจบแล้วนานแล้ว เค้าก็ยังเก็บวิชาทั้งหมดได้ไม่ถึงครึ่งเลย


ในตอนสุดท้าย ก็ต้องรีไทน์จากมหาลัย โดยที่มันยังไม่อยากออก (การจบเภสัชเป็นความใฝ่ฝันที่สูงสุดของเจ้านี่ค่ะ) แต่อาจารย์มาพูดกับ ว่าเค้าอาจไม่เหมาะกับการเรียนเภสัชหรอกขอให้พิจารณาดีๆว่าจะต้องเสียเวลากับที่ตรงนี้อีกกี่ปี  



ประกอบกับเกรดที่ต่ำลงเรื่อยๆ สุดท้ายเพื่อนเราก็ต้องรีไทน์ 

พอเค้าออกไปแล้ว และมีอยู่ช่วงนึงเราทำงานใหม่ๆมีเพื่อนมาชวนให้ไปเที่ยวบ้านเพื่อนคนนี้ เราก็เลยตามไปด้วย เพราะเมื่อก่อนก็เคยสนิทเคยคุยเล่นอยู่ 

พอไปเยี่ยมก็พบว่า เพื่อนเรากลายเป็นแม่ค้าขายไข่ที่ตลาดนัดไปแล้วค่ะ และไม่สามารถเรียนมหาลัยที่ไหนได้เลย เพราะมันไปตรวจพบว่ามัน "ป่วย" ค่ะ


(สาเหตุที่ได้ไปตรวจ เพราะเจ้านี่ทะเลาะกับอาแล้วควบคุมอารมณ์ไม่ได้

เอามีดมากรีดรอบรถอามันทั้งคันเลยค่ะ บ้านมันก็เลยรีบส่งไปหาหมอ)Smiley

สรุปว่า เพื่อนเราเป็นโรค Bipolar


คือมันเป็นโรคทางจิตเภทชนิดหนึ่ง คือเค้าจะมีอารมณ์แบบสุดโต่งในคนๆเดียว แล้วก็จะเป็นสลับไปสลับมา 



บางทีดีใจก็จะดีใจเว่อร์ แต่ถ้าเกิดเสียใจหรือเกิดเครียดก็จะเป็นหนักกว่าคนปกติ ก็เลยทำให้เค้าดำรงชีวิตในสังคมได้ยากกว่าคนปกติค่ะ



ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันเรียนไม่ได้ แล้วเค้าก็ต้องกินยา   กินตั้งหลายขนาน อาการข้างเคียงก็เยอะ แต่มันก็ดีอย่าง ที่เค้ายอมรับและกินยา ก็เลยบรรเทาอาการลงไปเยอะ....



แต่คุยกันครั้งสุดท้ายก็ตั้ง 8 ปีที่แล้ว ตอนหลังเราก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย เพราะมือถือเราหายด้วย จนป่านนี้ไม่รู้เลยว่าเป็นยังไงบ้าง ไม่รู้ว่ายังขายไข่อยู่ที่เดิมหรือปล่าว 



เฮ้อ....โรคแบบนี้มันดูยากจริงๆนะ กว่าจะเอาตัวไปรักษาได้ เล่นเอาเสียอนาคตเลย


แต่สรุปแล้วก็คือ   โรคแบบนี้ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิดนะ เสียดายว่าตอนที่เค้าเป็นน่ะ  เรายังเด็กๆกันอยู่  ยังไม่รู้ว่านี่คืออาการผิดปกติอย่างหนึ่ง ถ้าหากรู้ว่าเพื่อนเรามันป่วย แล้วพาไปหาหมอเพื่อรักษาแต่เนิ่นๆ ....บางทีเพื่อนเราอาจจะเรียนจบก็ได้  ได้เป็นเภสัชกรสมดังตั้งใจเหมือนเพื่อนๆคนอื่นๆ  ทั้งที่ความจริงเค้าก็ไม่ใช่คนหัวอ่อนอะไรเลยนะ 



แต่เพราะความผิดปกตินี้เองแท้ๆ  เศร้าจัง Smiley




Create Date : 06 กรกฎาคม 2555
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:36:51 น. 2 comments
Counter : 405 Pageviews.

 
การงานที่ดีบางครั้งก็ไม่ใช่จุดสำคัญของชีวิต ไม่ว่าเขาจะป่วยเป็นอะไร ความเข้าใจจากคนรอบข้างต่างหากที่สำคัญ


โดย: ข้าวเหนียวหวาน วันที่: 6 กรกฎาคม 2555 เวลา:22:50:02 น.  

 
มีคนรู้จักเป็น bipolar เหมือนกัน ท้ายที่สุดเค้าก็กลับไปอยู่กับครอบครัวที่ต่างจังหวัด น่าจะมีชีวิตที่ดีขึ้นนะ จริงๆ ก็รู้มานานว่าเค้ามีอาการแบบนี้ คุมอารมณ์ไม่ได้ มันแย่ตรงที่เราที่เป็นเพื่อนไปบอกให้เค้าไปหาหมอ ก็ไม่ได้อ่ะ มันลำบากใจที่จะพูดนะ


โดย: กะต่อ IP: 101.109.225.51 วันที่: 7 กรกฎาคม 2555 เวลา:1:56:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.