คุณแม่น้องแฝด ฮานากะฮารุ ^^
เมื่อวาน.....เกือบตายเพราะขับรถเปิดกระจก

"เฮ้อ....ฝนตกอีกแล้ว เบื่อจัง"
เราคิด ขณะที่สายฝนเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ

ตอนนั้นเป็นเวลาประมาณ 20.00 น.
เราทานข้าวเย็นเสร็จแล้ว และกำลังจะขับรถกลับบ้าน
เมื่อขึ้นรถไปก็รู้สึกว่าแอร์หนาวมากกกกก
ขนาดหรี่แอร์สุดๆ แล้วก็ยังหนาวจนจับใจ
โอย...หนาวชิบเป๋ง ทรมานเป็นบ้า
แต่ก็ต้องปิดหน้าต่าง ปิดแอร์ เพราะฝนยังไม่หยุด

ทันใดนั้น...เหมือนสวรรค์โปรด
ยังมิทันที่เราจะเคลื่อนรถออก ฝนก็หยุดตกซะอย่างนั้น
จริงๆแน่ เราไม่ได้ตาฝาด
เอามือรองออกไปข้างนอก ก็ปรากฎว่าไม่มีฝนตกแล้ว

"ดีใจจัง อย่างนี้เปิดหน้าต่างได้แล้ว เย้"
เวลาที่รู้สึกว่าแอร์ในรถเย็นเกินไป เราชอบเปิดหน้าต่างขับรถนะ
เพราะทั้งประหยัดน้ำมัน และอากาศก็กำลังสบาย ไม่หนาวเกินไปด้วย

หลังจากที่เปิดแอร์ไล่ฝ้าทั้งกระจกด้านหน้าและด้านหลังเรียบร้อยแล้ว
เราก็ปิดสวิทซ์แอร์ และเปิดกระจกฝั่งคนนั่งแง้มๆไว้ราว 10 เซ็นติเมตร
และขับรถไปเรื่อยๆ
ซึ่งใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็จะถึงบ้านเรา


*********************************

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงสี่แยกไฟแดงที่เราก็จอดรอสัญญาณไฟ
เราก็จะปิดกระจกที่เปิดแง้มให้หมด
เพราะเคยได้ยินเรื่องที่เค้าเล่าว่ามีคนจอดรถติดไฟแดง
แต่ไม่ได้ล็อครถ และมีคนขึ้นมาจี้เค้าในรถ
เราฟังแล้วฝังใจ......กลัวมาก
เมื่อขับรถเป็น จึงเป็นนิสัยว่าเวลาติดไฟแดงจะต้องล็อครถ
ซึ่งรถสมัยนี้ก็เป็นออโตล็อคอยู่แล้ว จึงไม่น่าห่วงอะไร
แต่การเปิดกระจกแง้มไว้ ก็เสี่ยงต่อการที่ใครต่อใครจะล้วงมือเข้ามาได้
เราจึงต้องปลอดภัยไว้ก่อน....โดยการปิดกระจกให้สนิท
แล้วค่อยมาแง้มต่อ เมื่อรถออกตัวแล้ว

ขับรถได้พักใหญ่ อีกประมาณห้านาทีจะถึงบ้านแล้ว
เราเริ่มรู้สึกว่ากระจกหน้ามันมัวขึ้นๆเรื่อยๆ
ที่ผ่านมาไม่ทันได้สังเกตเพราะว่าขับบนถนนมันมีแสงไฟอยู่
แต่เมื่อเลี้ยวเข้าถนนเล็กๆก่อนถึงซอยเข้าบ้าน
ก็พลันตกใจแทบสิ้นสติ
เพราะกระจกหน้ารถเรากลายสภาพเป็นฝ้าร้อยเปอร์เซ็นต์
ซึ่งตอนนี้เรามองอะไรไม่เห็นเลย แม้แต่เส้นถนน!

"ชิกหายแล้วตรู "
เรามองทางไม่เห็นเลยสักนิดเดียว
แล้วถนนนี่ไม่มีไฟทาง
แถมยังเป็นถนนสองเลนแคบๆ
ที่ข้างทางก็ทำไม่เสร็จดีด้วย
กล่าวคือพื้นถนนยกสูงจากข้างทางประมาณหนึ่งฟุตกว่าๆ
ถ้าขับไม่ดี รถเก๋งคันน้อยๆอย่างเราต้องตกไหล่ทางแน่ๆ

ตายแล้ว!!!! ถึงไงดีวะ
ตอนนี้ปัญหาคือขับต่อไปไม่ได้แล้ว
แต่ถนนที่ขับอยู่บีบให้ไม่สามารถจอดข้างทางได้
เพราะความที่พื้นถนนสูงกว่าข้างทางมากนั่นเอง

เราตัดสินใจ ชะโงกหน้าลงไปมองเส้นถนนพร้อมกับขับรถ
ตอนมองครั้งแรกสะดุ้งโหยงเลย เพราะกำลังขับคร่อมเส้นถนนอยู่
แถมมีแสงไฟส่องมาจากฝั่งตรงข้าม
แสดงว่ารถกำลังจะสวนมา !
ซึ่งเรากำลังกีดขวางทางจราจรเค้าอย่างหนัก
รีบหลบมาเดี๋ยวนี้ !

เราจึงรีบหักพวงมาลัยโดยกะให้รถอยู่ในเลนตัวเอง
กะว่ารอให้รถที่สวนมาผ่านไป
ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อพบว่ามีรถคันหลังจี้ท้ายรถอยู่
(ทีไอ้กระจกหลังดันเห็นชัดเชียวนะ)
เค้าก็จี้แบบหงุดหงิดมากๆนะว่าอีนี่จอดทำไม
เพราะรถส่วนใหญ่เค้าก็ขับสวนกันได้
ทำไมไอ้คันนี้มันไม่ไปวะ

เราก็เลยสองจิดสองใจ
เอาไงดีวะ บอกให้เค้าแซงไปก่อนได้มั้ย เพราะเราไปไม่ได้อยู่แล้ว
รถที่สวนมาก็ผ่านมาถึงที่พอดี ทำให้เราไม่อาจลงไปบอกเค้าได้......

เอาเป็นว่าตอนนี้รถที่สวนมาจากไปแล้ว
เหลือแต่รถคันหลังที่รอให้เราออกตัวได้แล้ว
เพราะเสียเวลารอรถสวนมานาน

เราทำอะไรไม่ถูกอ่ะ แต่พอเค้ายิงไฟใส่ เราก็ขับต่อ
เพราะไม่กล้าลงไปด้วยอ่ะ จริงๆแล้วตรงนั้นมันมืดมากนะ
เราจึงเปลี่ยนใจค่อยๆขับต่อ โดยกะให้ตรงเส้น

ปรากฏว่ารถเราส่ายเป็นงูเลย
เพราะเราขับไปมองพื้นถนนจากกระจกข้างไป
ส่ายไปทางซ้ายที....ส่ายไปทางขวาที
จนรถคันหลังทนไม่ไหว
แล้วเค้าก็รีบเร่งเครื่องแซงเราเลย
คาดว่าคงด่าบรรพบุรุษเราในใจแน่...ขับรถภาษาอะไรวะ

เราปวดหัวมาก โอ๊ยยย ทำยังไงดี
ขับแบบดูเส้นถนนอย่างนี้เดี๋ยวต้องโดนรถข้างหลังสอยแน่
ปรากฎว่าเหลือบไปเห็นกระจกหน้าที่มัว....ยังพอเห็นแสงไฟจากรถคันที่แซงเราไป

เราดีใจมากกกก รีบขับรถตามตูดเค้าใหญ่
กะๆให้อยู่ในเลนเดียวกับเค้า ไปช้าๆ
สักพักก็มาถึงซอยเข้าบ้านตัวเองแล้ว

เฮ้อ....ดีใจมาก รอดตายไปหนึ่งวาระ
เรานึก เอ...แล้วทำไมกระจกมันเป็นฝ้าขนาดนี้หว่า
หรือว่าเกี่ยวกับเราเปิดหน้าต่างหรือเปล่านะ
มือก็ลองไปเปิดสวิทซ์แอร์ เพราะความที่ต้องการพิสูจน์
ฉับพลัน....ลมก็ออกมาและไล่ฝ้าทั้งหมดหายไปในเวลา 2 วินาที......


V
V
V
V

ฝ้าที่กระจกหายไปหมดแล้ว
เหลือแต่ผู้หญิงหน้าโง่นั่งเอ๋อในรถ อ้าปากหวอ มือกำพวงมาลัยแน่น
ฮือๆ ทามมายฉันฉลาดน้อยอย่างนี้นะ
แทนที่จะเปิดแอร์ซะตั้งนานแล้ว
ไม่ใช่เปิดตอนจะถึงบ้าน เฮ้อ


เรื่องนี้สอนให้เรารู้บทเรียนว่า
ห้ามเปิดกระจกในเวลาที่อากาศข้างนอกเย็นมากๆ
เพราะอุณหภูมิที่ต่างกันระหว่างในกับนอกรถจะก่อให้เกิดฝ้าที่กระจกนั่นเอง
(เป็นเภสัช เรียนวิทยาศาสตร์เสียปล่าว เอาตัวไม่รอดจริงๆ....)
จำจนตายเลยชั้น !!!


และสุดท้าย.....
สำหรับรถที่ตามท้ายรถ TOYOTA ALTIS สีบรอนซ์เงิน
ที่ขับรถส่ายไปมาในซอยเข้าวัดศรีสงวน
ขอให้ท่านได้รู้นะคะว่าดิชั้นไม่ได้ตั้งใจจริงจริ๊ง
โปรดให้อภัยด้วยนะคร้า





Create Date : 23 ตุลาคม 2552
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:42:50 น. 9 comments
Counter : 383 Pageviews.

 
ว่างๆฝากไปยืม blog ผมด้วยน่ะครับ

news
blog เล็้กๆๆของน้องเปรม


โดย: prempcc วันที่: 23 ตุลาคม 2552 เวลา:22:13:03 น.  

 
อภัยกันได้ไ่ม่ว่ากัน


โดย: CAN (ตกกระป๋อง ) วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:10:20:17 น.  

 
เปิดไฟ หน้ารถ มองไม่เห็นถนนหรือค่ะ แต่ก็โชคดีแล้วค่ะที่ถึงบ้านโดยปลอดภัยค่ะ


โดย: arisagirl วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:10:22:09 น.  

 
อู้ยยยยยย แฮ็คกี้จ๋า
หนูใหม่อ่านไป ตกใจไป
ลุ้นไป
แต่ก็ดีใจที่ท้ายที่สุด มันก็ผ่านมาได้นะคะ

ป.ล อะฮั้นก็ชอบเปิดหน้าต่าง มันสดชื่นนนนนน สบายดีเนาะ


โดย: numainew วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:10:36:25 น.  

 
อุทาหรณ์สอนใจ ขอบคุณคร่าที่มาเล่าสู่กันฟัง คริๆ
เขาไม่โกรธหรอกค่า


โดย: มิคุริ วันที่: 24 ตุลาคม 2552 เวลา:18:50:48 น.  

 
ฟังแล้วน่ากัวอ่ะ ช่วงนี้ฝนตกบ่อยด้วย
ดูแลตัวเองดีๆเน้อ


โดย: สาวติ๊กผู้น่ารัก IP: 125.27.5.60 วันที่: 26 ตุลาคม 2552 เวลา:13:12:12 น.  

 
อันตรายจังเลยค่ะ

ดีนะคะที่ปลอดภัย


โดย: asita วันที่: 27 ตุลาคม 2552 เวลา:1:57:51 น.  

 
อ่านแล้วก็ลุ้นไปค่ะ สำหรับพี่คนหนึ่งล่ะไม่กล้าขับรถตอนฝนตกหรือตอนกลางคืน เพราะกลัว น้องโชคดีมาก ๆค่ะ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล๊อกพี่แล้วชมเรื่งกล่องคอมเม้นส์น่ะคะ น้องก็น่ารัก พี่เหลือบไปเห็นรูปทางด้านขวาเหมือนดาราภาพยนตร์ที่พี่ชอบดูทางทีวีของอเมริกาเลย เรือง Bones


โดย: สวยตลอดกาล วันที่: 28 ตุลาคม 2552 เวลา:3:55:42 น.  

 
ขับรถ เปิดกระจก ต้านลม กินน้ำมันมากกว่าเปิดแอร์นพกั๊บๆ*--------* กินกว่าเยอะเหมือนกัน


โดย: *-* IP: 125.27.45.179 วันที่: 19 กรกฎาคม 2553 เวลา:10:05:35 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.