คุณแม่น้องแฝด ฮานากะฮารุ ^^

แวะเข้ามาบ่นๆๆ








เฮ้อ....ในที่สุด อิชั้นก็ผ่านวาระยุ่งๆของชีวิต
มาได้อีกครั้งนึง
นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมช่วงนี้ถึงได้หายหัว
หายหน้า หายตา
ไม่ได้โผล่ไปเม้นท์เพื่อนๆเลย
คิดถึงทุกคนมากเลยนะคะ
แต่งานที่รุมเร้าก็ไม่เปิดโอกาสให้ทำอย่างใจเล้ย...เศร้า

พอเวลาที่ตัวเองยุ่งๆกะงานเมื่อไหร่
จะสงสัยว่า....เอ หรือตรูบริหารเวลาไม่ดีหว่า
ทำไมคนอื่นๆเค้าถึงมี "เวลา" ในขณะที่ตัวเราเหมือนไม่ค่อยมี
ดูในตารางการทำงาน ก็มีแต่ประชุมๆๆๆๆ
(และมันไม่จบแค่ประชุมนะสิค่ะ
งานทั้งหลายแหล่มันก็จะตามมาหลังประชุมนั่นแหล่ะ)

แถมช่วงนี้ป้ำๆเป๋อๆมากด้วย
ขี้ลืมสุดชีวิต...........
บางทีรับตังค์ค่ายามาแล้ว ใส่ลิ้นชักดิบดี
กลับมาบ้าน กลับนึกระแวงว่าเอาตังค์เก็บหรือเปล่า
ดั๊นนึกไม่ออกซะเฉยๆ ทั้งที่ผ่านมาไม่ถึง 2 ชม.ด้วยซ้ำ
ความแก่นี่ทำร้ายกันอย่างหน้าตาเฉยเลยแฮ่ะ

ว่าจะ start ความเป็นระเบียบให้ชีวิต
ให้หาอะไรง่ายๆ ค้นเจออะไรง่าย
ไหนๆที่รพ.ก็ทำ 5 ส แล้ว
เรามาทำ 5 ส ที่บ้านมั่งดีกว่า
เก็บบรรดาข้าวของมากมีที่รกบ้าน ที่ไม่ได้ใช้แล้ว
ส่วนใหญ่เป็นเป็นพวกเสื้อผ้า เล็งแล้วว่าตัวไหนไม่คิดจะใส่อีกแน่ๆ
ลงถุงไป แล้วก็เอาบริจาคให้คนอื่นเค้า
โอ...ตู้เสื้อผ้าโล่งและเป็นระเบียบขึ้นเยอะเลย ดีใจจัง

เสร็จแล้วก็เก็บหนังสือ อันเนี้ยมีปัญหามาก เพราะชอบซื้อ
เอาหมวดหมู่เดียวกันมาอยู่ใกล้กัน เออ..หาง่ายขึ้นเยอะ
ทีนี้เราจะได้หาหนังสืออ่านง่ายๆเสียที
หลังจากที่เมื่อก่อนงมหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ.....

เสร็จไปแค่สองอย่างคือเสื้อผ้ากับหนังสือ
ก็เหมือนห้องโล่งไปครึ่งห้องแล้ว ค่อยสบายหูสบายตาหน่อย
แถมยังได้เจอของที่ไม่คิดว่าจะเจอ
(หรืออีกอย่างคือลืมมันไปแล้ว)
อิชั้นว่าเราควรจะจัดข้าวจัดของอย่างนี้บ่อยๆนะคะ
(ทำเป็นพูดไป แล้วทำไมเมื่อก่อนไม่ทำละยะ)



วันนี้มาบ่นเฉยๆ เดี๋ยวโอกาสหน้าเรามาคุยกันใหม่
สำหรับวันนี้ บ๊าย บายคร่า









 

Create Date : 01 มิถุนายน 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:39:21 น.
Counter : 268 Pageviews.  

เมื่อสุดที่รักอิชั้นต้องนอนหยอดน้ำเกลือซะแล้ววววว








วันนี้ดองบล็อคเค็มไปนิดนะจ๊ะ แบบว่าหลายอาทิตย์เลยจ้า
ทั้งที่ตั้งใจว่าจะอั๊พตั้งแต่เกิดเรื่องใหม่ๆแล้ว แต่ก็ยุ่งมาตลอด (อีกแล้ว)
แต่วันนี้ได้ฤกษ์เอาของเค็มมาอั๊พจ้า......

วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ค่ะ เรามีขึ้นเวรที่รพ.เวลา 8.00 น.
พี่ศักดิ์ก็ไปวิ่งที่งานพันท้ายนรสิงห์มินิมาราธอน
ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.สมุทรสาคร
จริงๆคือ พี่ศักดิ์เป็นคนที่ชอบวิ่งมาก เข้าขั้นคลั่งไคล้เลย
ช่วงนี้พี่แกก็ไปวิ่งแบบนี้ทุกอาทิตย์ค่ะ
ครั้งนึงสิบกิโลบ้าง ยี่สิบกว่ากิโลบ้าง
อิชั้นก็เห็นแกวิ่งได้วิ่งดี
มีความสุขมาก ไม่เห็นเจ็บปวดขาแต่อย่างใด
จึงไม่เคยทักท้วงให้แกพักการวิ่งลง
พี่ศักดิ์จึงวิ่งต่อเนื่องมาทุกอาทิตย์
โดยงานพันท้ายนรสิงห์นี้เป็นงานที่หกที่แกวิ่งอย่างนี้....

ราว 11.30 น. อิชั้นจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดหา
เพื่อชวนแกกินข้าวเที่ยงตามปกติ
เพราะตามปกติเวลานี้แกจะกลับมาถึงบ้านแล้ว

"ฮาโหล......พี่ศักดิ์อยู่ไหนอ่ะ"
"อือ....อยู่โรงพยาบาล...."

งงอ่ะ พี่แกเล่นมุขป่าวหว่า นี่ก็โรงพยาบาล
พี่แกกำลังอำชั้นเล่นหรอเนี่ย
นั่งอยู่แถวนี้หรือปล่าวฟร่ะ.......

"เฮ้ย...พี่อยู่โรงพยาบาลไหนกันแน่เนี่ย"
"พี่อยู่โรงพยาบาลใกล้ๆที่วิ่ง พอดีมันวูบไปอ่ะ"

อ่ะจ๊าก ปรากฎว่าอาเฮียเกิดอาการวูบตอนที่เข้าเส้นชัย
เพราะว่าคืนวันเสาร์พักผ่อนน้อย
ต้องนอนดึกเนื่องจากไปทำธุระที่ต่างจังหวัด
แล้วตอนที่วิ่งก็เริ่มไม่ไหว แต่ก็ยังฝืนสังขารจนเข้าเส้นชัย
พอเข้าเส้นชัยปุ๊บก็วูบปั๊บ เจ้าหน้าที่สนามจึงให้นอนพักทันที

พี่ศักดิ์นอนพักไปราวหนึ่งชั่วโมง พอดีเค้าจะเก็บเต็นท์กลับ
พี่ศักดิ์จึงต้องลุกขึ้นมา ปรากฏว่าก็วูบไปอีกครั้ง
คราวนี้จึงโดนส่งตัวไปรพ.สมุทรสาคร ซึ่งอยู่ใกล้จุดที่วิ่งมากที่สุด
และขณะที่อิชั้นกำลังโทรไปหา
พี่ศักดิ์ก็อยู่ในสภาพคนไข้เต็มตัว
ซึ่งก็คือ นอนบนเตียงและโดนให้น้ำเกลืออยู่นั่นเอง...

อิชั้นถามพี่ศักดิ์ว่า หมอจะกลับให้กลับบ้านกี่โมง
เพราะพี่ศักดิ์ไปกับเพื่อนกลุ่มที่วิ่งในสวนสาธารณะ
ซึ่งเค้าก็รอพี่ศักดิ์อยู่ ต้องกลับมาชลบุรีพร้อมกัน
พี่ศักดิ์บอกว่า หมอให้แอดมิท นอนที่นี่คืนนึง
อิชั้นร้องจ๊ากเลย พี่จะนอนได้ยังไง
ใครจะไปเฝ้าพี่ กลุ่มที่ไปด้วยเค้าก็เป็นแค่เพื่อนร่วมก๊วนวิ่ง
แล้วจะนอนเฝ้าพี่ได้ยังไง
ให้เค้าส่งพี่มาที่รพ.ที่ชลบุรี เดี๋ยวนี้เลย !
พี่ศักดิ์จึงร้องอืออา เดี๋ยวจะบอกเค้าให้
(มึนยาหรือปล่าววะ คุยแล้วดูเบลอๆยังไงก็ไม่รู้....)

อิชั้นร้อนอกร้อนใจมากเลย
ก็แฟนเราโดนแอดมิท นอนรพ.เสียไกลโข
เราก็ห่วงแสนห่วง ใครจะดูแล ใครจะเฝ้า
ตอนกลับบ้านใครจะพากลับ
ตัวเองก็ต้องอยู่เวรจ่ายยาด้วย ขยับไปไหนไม่ได้เลย
เลยโทรให้ป๊ากับแม่ช่วยจัดการ
สุดท้าย ป๊ากับแม่ก็ติดต่อพี่ศักดิ์และหมอได้
และโชคดีที่พี่ศักดิ์อาการดีขึ้น
คุณหมอลงความเห็นว่า ถ้านอนสักพักแล้วดีแบบนี้
เดี๋ยวให้กลับบ้านเลยก็ได้
สรุปพี่ศักดิ์จึงได้กลับบ้านในเวลาอีกสามชั่วโมงถัดมา.....


โอ้.....วุ่นวายกันไปพักใหญ่
ดีนะที่ที่สุดแล้วก็ลงเอยด้วยดี
พอเลิกงานสี่โมงเย็น อิชั้นจึงขับรถไปดูใจ เอ๊ย! ไปเยี่ยมคนไข้หน่อย
เดี๋ยวจะหาว่าเราไม่ใส่ใจ
แล้วก็เลยพาคนป่วยไปทานข้าวเย็นด้วยค่ะ


ว่าจะพาไปทานข้าวเย็น แต่เวลาก็ยังไม่ถึงมื้ออาหารดี
ปรากฎว่าคนป่วยขอรีเควสไปกินไอติมสเวนเซ่นส์ซะงั้น
พาไปก็ได้ฟ่ะ เด็กคนนี้มากเรื่องจริง


คุณพี่ศักดิ์กำลังเม้าท์เมามันส์เรื่องที่ไปนอนรพ.
ร่าเริงจนไม่มีเค้าของคนป่วยเลยนะ





ชูสองนิ้ว...ว่าหายแล้วจ้า




ขอออกสื่อด้วยจ้า




วันนี้มีโปรโมชั่นพิเศษ เป็นหน้ามะม่วง
คราวนี้เราจึงสั่งเป็นเซ็ทมะม่วงที่สีสันน่าทานมากๆ
เราเลือกถ้วยที่เป็นข้าวเหนียวม่วง
ส่วนเพี่ศักดิ์เลือกข้าวเหนียวใบเตยจ้า.....


ของเรามาแล้วววว



(ทำไมรูปมันเล็กลงหว่า.....)


สักพักของพี่ศักดิ์ก็ตามมา.....





ดูไปดูมาของพี่ศักดิ์น่ากินกว่าของเราอ่ะ





คุณพี่โจ้ใหญ่เลย




...........................................................



อิ่มจากเสวนเซ่นส์ เราก็เดินย่อยอาหารกันในห้าง
แต่เดินกันได้ไม่เยอะหรอกค่ะ ก็พี่ศักดิ์เพิ่งหายจากการวูบมา
อิชั้นก็ไม่กล้าให้เค้าเดินเยอะหรอก
เดี๋ยวจะวูบไปอีก...จะลำบาก อิอิ


สักพักก็ได้เวลามื้อเย็น....อีกแล้ว
วันนี้พี่ศักดิ์อยากกินอาหารประเภทเส้น รีเควสเป็นพิเศษ
ก็เลยพาไปกินที่ "ฮะจิบัง" ร้านแสนอร่อยของเรา
ร้านนี้มีดีที่เส้นจ้า.....


บรรยากาศภายในร้าน




ฮะจิบังราเม็ง ที่นี่เค้ามีดีที่เส้นอย่างที่เราบอกจริงๆนะ
เส้นเค้านุ่ม เหนียว อร่อยมากเลยค่ะ
คนที่ชอบบะหมี่แบบเมียวโจ้น่าจะชอบที่นี่แบบเรานะ
ส่วนน้ำซุปก็กลมกล่อม กำลังดีเลยทีเดียว
เราชอบเส้นราเม็งที่นี่มาก มาทานบ่อยๆ
บางทีมากินคนเดียวก็มี เวลาพักเที่ยงว่างๆ
โดยส่วนตัว เราคิดว่าที่นี่อร่อยกว่าโออิชิ ราเม็งอีกนะ



ต้มยำ ชาชู ราเม็งค่ะ




มาดูเส้นกันชัดๆ
เส้นนี่แหล่ะค่ะ นุ่มเหนียวดีจริงๆ
พูดแล้วยังอยากกินอยู่เลย





ส่วนอันนี้เป็นมิโซะราเม็งแบบธรรมดา




แล้วสองเราก็โซ้ยราเม็งกันอย่างเอร็ดอร่อย
หมดมื้อเย็นของวันที่วุ่นวายไปอีกวัน.....


โล่งใจไปทีค่ะ ที่สุดท้ายพี่ศักดิ์ไม่ต้องแอดมิท
แต่ก็คงต้องเตือนคุณชายให้ระมัดระวัง
และพึงสังวรณ์สังขารมากกว่าเดิมนิ๊ดส์นึง
อย่าคิดว่าตัวเองยังเด็กเน้อ หุหุ

สำหรับวันนี้ก็จบบล็อคแต่เพียงเท่านี้จ้า....












 

Create Date : 10 มีนาคม 2553    
Last Update : 11 มีนาคม 2553 8:47:48 น.
Counter : 484 Pageviews.  

เมื่ออิชั้นไม่ได้เป็นนางงามรักเด็กอีกต่อไป





เหตุเกิดก็เพราะว่าวันนี้ที่อิชั้นไปวิ่งจ๊อกกิ้ง
ที่สวนสาธารณะกับคุณพี่ศักดิ์
ขณะที่กำลังวิ่งอยู่อย่างได้อรรถรส กำลังสนุกเลยอยู่นั้น
ก็ได้มีเด็กฝาแฝดคู่นึง อายุราวห้าขวบได้
ปั่นจักรยานสวนทางหน้าอิชั้นไป แถมขี่เร็วเสียด้วย
อะไรไม่ว่า....ดันขี่ย้อนศรคนที่กำลังวิ่งในสวน
และทำท่าจะชนใครต่อใครด้วย
ทั้งๆที่น่าจะมีใครว่ากล่าวตักเตือนว่าอย่าทำแบบนี้
แต่ก็ไม่มีใครทำ คงไม่มีใครอยากไปยุ่งเรื่องคนอื่น
รวมทั้งตัวอิชั้นก็เช่นเดียวกัน.....
แต่ไอ้ที่ทนไม่ไหวมันเริ่มจากตรงนี้ต่างหาก

ครั้งแรกที่อิชั้นเจอเจ้าเด็กแฝดนี่ มันปั่นมาทางซ้าย
ตรงหน้าอิชั้นพอดีเลย ไม่หลบก็ชน
อิชั้นก็เลยต้องเป็นฝ่ายกระโดดหลบไปทางขวาแทน
เพราะไม่อยากบาดเจ็บ
จากการออกกำลังกายในสวนให้อายเค้า
ชักเริ่มหงุดหงิดหน่อยๆแล้ว
ทำไมชั้นต้องมาเสียอารมณ์ในการวิ่งด้วยฟ่ะ

ครั้งสองอิชั้นวิ่งมาทางขวา
มองเห็นลิบๆข้างหน้า มันมาอีกแล้วค่ะ..ท่านผู้ชม
มันมาหน้าอิชั้นอีกค่ะ ปั่นขวาจัดมาเลย
อิชั้นเริ่มหงุดหงิดมากกว่าเดิม มันอะไรของมันหนักหนาวะ
แต่ก็อย่างเคย เพราะไม่อยากบาดเจ็บ
ก็เลยต้องกระโดดหลบไปทางซ้าย
ตอนนี้เริ่มเคืองมากแล้ว
นึกในใจ....อย่าให้มีอีกรอบนะเฟ้ย
เด็กก็เด็กเถอะ จะว่าเสียให้เข็ด
แล้วก็วิ่งต่อจนวนมารอบสาม

............
........
.....


รอบสาม อิชั้นสอดส่ายสายตา มองหามันเลยค่ะ
แล้วก็เจอจริงๆด้วย คุณผู้ชมขา เชื่อไหมค่ะ
มันปั่นมาแบบแทคทีม เรียงหน้ากระดานมาสองคนเลยค่ะ
แบบว่าไม่เหลือพื้นที่ให้อิชั้นหลบแล้วทั้งซ้ายและขวา
ครวนี้อิชั้นจึงไม่กระโดดหลบ ยืนจังก้าอยู่ที่เดิม
และคราวนี้ไอ้เด็กเปรตจึงต้องเบรคให้อิชั้น
ขอบอกว่ามันเบรคตัวโก่งเลยค่ะ.......


อิชั้นว่าแบบเสียงดังเลย
"โอ้ย! น้อง ขี่อย่างนี้ได้ยังไงเนี่ย
อันตรายมากเลยนะรู้หรือปล่าว "
เสียงอิชั้นคงดังมาก
เพราะเจ้าเด็กอีกคนที่ขี่ข้างๆ มันคงตกใจที่พี่
(หรือน้องก็ไม่รู้)โดนว่า
ก็เลยเบรคไม่อยู่ล้มไปเลยทีเดียว
พอเจ้าเด็กนี่ล้มคนยิ่งมองกันใหญ่เลย
พูดกันแบบว่า เออ นั่นซินะปล่อยเด็กขี่แบบนี้ได้ไง
ก่อนที่อิชั้นจะวิ่งออกไป
ก็เห็นหลังพ่อกับแม่ของเจ้าเด็กนี่ไวๆ
รีบมาพาลูกไปโดยไวทีเดียว
พออิชั้นวิ่งกลับมาอีกรอบ ก็หายไปหมดแล้ว



...........................................................


นี่อิชั้นคงไม่ได้เป็นนางมารร้ายใช่ไหมค่ะเนี่ย
ถามพี่ศักดิ์ว่าตัวเองร้ายไปรึปล่าว พี่ศักดิ์ก็ได้แต่หัวเราะ
และบอกว่าร้ายหรือเปล่าก็ไม่รู้
แต่ที่แน่ๆ เป็นนางงามไม่ได้แล้วแหล่ะ
เพราะไม่รักเด็ก....
อิช้นก็บอกไปว่า รักเฉพาะเด็กน่ารักเฟ้ย
เด็กเปรตอย่างนี้รักไม่ลงหรอก อุ๊ปส์.......
งานนี้จะเสียภาพพจน์ซะแล้วมั้งคร้า คริคริ


วันนี้ขอบ่นเพียงเท่านี้น้า....








 

Create Date : 08 มีนาคม 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:39:31 น.
Counter : 256 Pageviews.  

ช่วงนี้ชีวิตเข้าที่เข้าทางมากขึ้น.....







ที่ว่าชีวิตเข้าที่เข้าทางมากขึ้น
ไม่ได้หมายความว่างานน้อยลงนะ
งานเราก็ยังตรึมเหมือนเดิม....มีเดดไลน์ทุกตัวเหมือนเดิม
แต่ที่รู้สึกว่าดีขึ้น คือเราเครียดกะมันน้อยลง
เหมือนกับว่าเราทำใจได้มากขึ้นมั้ง มันก็เลยเบาลง
ไม่เครียดกับงานเป็นบ้าเป็นหลังอย่างที่เคยเป็นมาก่อน
รู้จักปล่อยวางมากขึ้น ก็ไม่รู้จะเครียดทำบ้าอะไรเนอะ
เครียดไปชีวิตก็ไม่ได้ดีไปกว่านี้
งานก็ไม่เสร็จไปกว่านี้.....

งานหัวหน้าแผนกเภสัชกรรมเนี่ย ไม่ใช่เล่นๆเลยอ่ะ
ไม่อยากจะเชื่อว่าเราทำมันมาได้สองปีแล้ว
ทั้งที่คิดว่าจะยอมแพ้ตั้งแต่หกเดือนแรก
แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าจะดันทุรังฝืนมาถึงขนาดนี้ได้
เครียดๆๆๆๆ จนจะเป็นบ้าเป็นหลัง
จำได้ว่าช่วงก่อนปีใหม่
มีแต่มรสุมเรื่องงานมากมายมารุมเร้า
จนเราท้อแท้ และอยากจะลาออกเหลือเกิน
แต่ตลกมากพอถึงเวลานึง
ไอ้มรสุมบ้าๆมันก็สลายตัวไปเอง
แล้วนี่ตูจะเครียดไปทำไมวุ้ย....อยากจะบ้า

แต่เรื่องนี้ก็สอนให้รู้ว่า.....ทุกอย่างมันมีทางออก
เรื่องที่เรามองว่าหนักหนาสาหัสมากๆ จนเราแก้ไขไม่ได้
ที่สุด....มันก็จะมีการคลี่คลายไปโดยตัวมันเอง
จะไปบ้า ไปเครียดมันทำไมหรือ
ในเมื่อตัวเราเองก็แก้ไขมันไม่ได้
เก็บความเครียดแบบนี้ เป็นพลังงานด้านอื่นดีกว่าเนอะ.....







 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 19 มกราคม 2557 15:39:46 น.
Counter : 436 Pageviews.  

Happy Valentine Day



สวัสดีค้า...หายหน้าไปเสียนาน
วันนี้เป็นฤกษ์งามยามดีที่เราจะไปอั๊พๆๆๆ กันเสียที
หลังจากที่สะสางงานมากมายที่คั่งค้างมาเป็นแรมเดือน หุหุ

วันนี้เป็นวัน Valentine Day ค่ะ มีนัดกับพี่ศักดิ์
คุณพี่จะพาเราไปทานข้าวมื้อกลางวัน..เอ จะพาไปที่ไหนหนอ
อิชั้นว่าที่ไหนก็ได้นะ ขอให้บรรยากาศดีเป็นพอ
ก็แหม...Valentine ทั้งทีอะนะ




แต่พอคุณพี่พามาที่ร้านนี้ อิชั้นถึงแก่อึ้งๆๆ
โห จะพามาร้านที่ดูหรูกว่านี้หน่อยไม่ได้เหรอ
(จริงๆเอะใจตั้งแต่พาเข้าปากตรอกแล้ว)



พี่ศักดิ์ยังมีการถามว่า แต่งตัวสวยมากินร้านแบบนี้ได้ไหมเนี่ย
ปากตอบว่าด้ายยยย แต่ในใจแอบมีเคือง
โห....ร้อนก็ร้อน ร้านก็ไม่หรูด้วย นี่ชั้นจะแต่งตัวมาทำไม



บรรยากาศแบบว่าไม่เหมือนร้านอาหารเท่าไหร่
เหมือนบ้านคนอยู่แล้วทำเป็นร้านนะคะ


พี่ศักดิ์ก็ยังไม่วาย...สำรวจโลก



คุณป้ากำลังทำอาหารให้เราทาน



พี่ศักดิ์สั่งปูผัดผงกะหรี่กับต้มยำปลากะพง
ไม่น่าเชื่อนะคะ ถึงร้านจะไม่ใหญ่โตอะไร
แต่ป้าเค้าทำอาหารได้อร่อยมากกกก

ปูเนี่ยให้เยอะมาก กินกันแทบไม่หมด
ส่วนต้มยำน้ำก็เข้มข้นถึงใจมากเลยค่ะ
รสชาติเนี่ยสวนทางกับบรรยากาศจริงๆ




ปูผัดผงกะหรี่



ต้มยำปลากะพง



เนื้อปลาชิ้นใหญ่ดีนะ


ระหว่างที่ทาน ก็ได้ยินเสียงเด็กผู้ชายร้องมาจากบันไดชั้นสอง
เหลือบตาขึ้นไปดู เห็นเด็กผู้ชายอายุไม่เกินยี่สิบ
กำลังนั่งร้องเรียกแม่ด้วยภาษาแปลกๆที่เราฟังไม่เข้าใจ
ประกอบกับลูกกรงที่เค้ากั้นไม่ให้เด็กคนนี้ลงมา
ทำให้เราเข้าใจทันทีว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดา.....

แล้วเราก็ได้ยินคุณป้าซึ่งเป็นแม่ของเด็กคนนี้
คุยกับลูกค้าที่มาซื้อข้าวผัดใส่กล่อง
เล่าว่าน้องคนนี้มีภาวะทางสมองเป็นโรคลมชัก
ทุกวันนี้ป้าต้องทำงานทุกวัน เพื่อหาเงินไว้รักษาลูก
ไม่ว่าวันไหนร้านนี้ก็จะไม่ปิด เพราะวันไหนที่ปิดก็หมายถึงขาดรายได้


ป้าเล่าว่าป้าดูแลเขาได้แค่คนเดียว
เพราะสภาพที่น้องไม่เหมือนคนอื่น
หากคนที่ไม่คุ้นเคย เจอน้องส่งเสียงดังประหลาดๆแบบนี้ทุกวันคงอยู่ไม่ได้
ทุกวันนี้ป้าเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งแล้ว
แล้วจะเก็บต่อไป จนกว่าจะทำไม่ไหวหรือวันที่ป้าจะไม่อยู่กับน้อง
น้องจะได้มีเงินก้อนหนึ่งให้สังคมสงเคราะห์ดูแล ไม่เป็นภาระกับคนอื่น

อึ้งงง ไปเลยค่ะเรา
หันหน้ากลับมาก็เจอพี่ศักดิ์นั่งมองหน้าเรา แบบยิ้มๆ
แล้วพี่ก็บอกเราว่า มากินที่ร้านนี้ดีเนอะ อุดหนุนป้าเค้า
เราเลยยิ้มกลับไปให้เค้า....ความขัดเคืองใจที่มีมันหายไปหมดแล้ว
กลับรู้สึกดีที่พี่ศักดิ์พามาทานที่นี่
ร้านเล็กๆนี้ทำให้วาเลนไทน์ของอิชั้นมีความหมายขึ้นเยอะเลยค่ะ


ล่วงเลยเวลาอาหารกลางวัน
พี่ศักดิ์ก็พาเรามาเดินย่อยอาหารที่เซ็นทรัลชลบุรี
วันนี้คนใส่เสื้อสีแดงกันเพียบเลย เพราะเป็นวันตรุษจีน+วาเลนไทน์
เราก็ใส่เสื้อสีแดงนะคะ แต่เป็นแดงลายขวาง
ส่วนพี่ศักดิ์ใส่เสื้อโปโลสีชมพูค่ะ
เข้ากั๊น เข้ากันดีเหลือเกิน



โคมไฟสีสดใสเหลือเกินคะ








ปีนี้เป็นปีเสือ ก็ขอถ่ายรูปกับเสือหน่อยนะคะ



มาป๊ะกับเพื่อนสมัยม.ปลายที่ไม่ได้เจอมานานมากกกก
ดีใจจังขอแชะรูปร่วมกันหน่อย
เพื่อนเรามีเจ้าเบบี๋ตัวน้อยแล้วนะ น่าอิจฉาจัง



เดินเล่นจนเย็น ก็เห็นว่าหน้าห้างเค้ามีเชิดสิงโต
เราไปดูกันเถอะค่ะ







แล้วเราก็เดินถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ
เค้าตกแต่งสวยดีทีเดียวค่ะ













แล้วก็...ก่อนจะสิ้นสุดวาเลนไทน์
พี่ศักดิ์ก็มีของขวัญให้เราด้วย...
ว้าววววว




มีจี้เล็กๆตรงกลาง





ดีใจจังค่ะ....
แม้จะเป็นของเล็กๆ ที่ราคาค่างวดอาจไม่ได้สูงอะไรมาก
แต่อะไรที่ได้มาจากคนที่เรารักเนี่ย มันก็น่าปลื้มเสมอค่ะ

Happy Valentine Day
ขอให้ทุกท่านมีความสุขในวันแห่งความรักนะคะ





 

Create Date : 15 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 23 มกราคม 2557 22:43:56 น.
Counter : 1127 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.