คุณแม่น้องแฝด ฮานากะฮารุ ^^

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้.....กับข้อควรปฎิบัติในวันตรุษจีนที่อิชั้นทำไม่ได้สักอย่าง





วันนี้เป็นวันตุรุษจีนนะจ้า....เป็นวันปีใหม่ของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนๆอย่างเรา

ซึ่งวันนี้คนจีนก็จะมีเรื่องห้ามทำนั่นทำนี่หลานเรื่อง เช่น ห้ามสระผม ห้ามด่าทอ ห้ามพูดเรื่องความตาย ห้ามจับไม้กวาด กรรไกร มีด ของมีคม .....จิปาถะ
จนวันนี้ได้ชื่ออีกวันหนึ่งว่า "วันถือ" นั่นเอง

วันนี้คนที่เค้าเคร่งจริงๆ เค้าจะหยุดงานนะคะ เพราะถือว่าถ้าทำงานวันนี้จะต้องทำงานหนักไปทั้งปี
แต่สำหรับตัวอิชั้น ไม่สามารถถือข้อนี้ได้ เพราะยังเป็นลูกจ้าง ต้องทำมาหากินลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองอยู่
ก็เลยมาทำงาน เหมือนวันหนึ่งตามปกติ
โดยที่ตั้งใจว่าจะปฎิบัติตามความเชื่อข้างต้นอย่างเคร่งครัด.....


ทั้งที่ตอนนี้กำลังบ้าเย็บผ้าทำกระเป๋าอยู่
แต่ก็ตั้งใจว่าวันตรุษจีนจะไม่ทำ เพราะไม่อยากเข้าใกล้ของมีคมนั่นเอง
จำใจต้องงดกิจกรรมโปรดไปหนึ่งวันนะ ทนไปก่อน....


แต่คุณผู้ชมค่ะ ทั้งที่อิชั้นงดการเย็บผ้าแล้ว
อิชั้นก็ยังค้นพบความจริงว่า ถ้าจะดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ทำสิ่งต้องห้าม..
อิชั้นต้องลางานอยู่บ้านค่า เป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะช่วยอิชั้นได้....



เพราะอะไรถึงคิดแบบนี้ มาดูกันนะคะ




*************************************

เริ่มแรก...
ตื่นเช้ามา อิชั้นก็ลุกขึ้นมาสระผม
เพราะวันพฤหัสเป็นวันที่ปล่อยผมได้ จะได้ผมไม่อับชื้น
นึกขึ้นได้....เค้าห้ามสระผมวันตรุษจีนนี่หว่า
แต่อันนี้อิชั้นทนไม่ไหวจริงๆ ไอ้ครั้นจะไม่สระวันนี้ ก็สงสารลูกน้องจะเป็นลมเอา
เลยต้องขอแหกกฎตั้งแต่เช้าตรู่ หวังว่าเทพเจ้าคงเข้าใจ.....


*************************


ระหว่างขับรถไปทำงาน.........
อิชั้นก็พยายามคิดแต่เรื่องดีๆส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่
ทำได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่ก็พยายามทำอยู่

วันนี้ถนนค่อนข้างโล่งค่ะ รถน้อยเชียว ขับสบายดี
แต่ขับไปได้สักพัก....อ้าว ทำไมรถติด มีไรป่าวหว่า
กระบวนการของสมองก็สั่งงานว่า วันนี้รถน้อยจะตาย จะติดได้ยังไง
.....ต้องเป็นอุบัติเหตุแหงมๆ
ขับผ่านไปก็เห็นกรวยยาง และตำรวจกะมูลนิธิยืนมุง
ก็นึกในใจว่า กรูว่าแล้ว...ต้องใช่จริงๆ

แต่...ทั้งที่สมองสั่งแล้วค่ะ ว่าอยากหันไปมองเชียวนะ ว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่า
เพราะอิชั้นยังไม่อยากมองภาพสยองรับปีใหม่
แต่หางตาก็ชำแลไปแล้วค่า.....

อ๊ายยยยย ผ้าขาวห่อมาเลยทีเดียวเชียว
กรูมองทามม๊ายย แง
ก็เลยรีบหันกลับมามองที่ถนน ใจเต้นตึ๊กตักด้วยความหวาดกลัว
จะแผ่เมตตาก็จำบทไม่ได้ แต่ยังไงไปรพ.จะรีบสวดเพราะมีบทสวดที่นั่น
เฮ้อ....ตั้งแต่เช้าเลยค่ะ



*************************


พอมาถึงรพ.สวดมนต์เสร็จ
ก็ทำงานตามปกติ
แล้วอิชั้นก็เผลอ.....อย่างที่สอง
ตัดมันทั้งกรรไกร ทั้งมีด เพราะต้องตัดกระดาษและแกะกล่อง
อ้าว...ก็คนมันต้องทำงานอ่ะ ขืนไม่ตัดไม่แกะก็คงต้องทำพรุ่งนี้มั้ง
เอ้า....แหกกฎอีกข้อ ช่วยไม่ได้วุ้ย


*************************


ต่อมาช่วงบ่าย ลูกน้องอิชั้นทำพระเลี่ยมทองหายในห้องทำงาน
ดันเป็นห้องที่มีกล่องรกเปล่าๆเยอะเสียด้วย
พระก็แสนแพง.....เป็นหมื่นเลยอ่า
หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ โฮ.....


อิชั้นก็สงสารลูกน้อง และอยากช่วยเค้าหา
เลยคว้าไม้กวาดมากวาดตามมุมๆซอกๆ เผื่อมันร่วงแถวนั้น
กวาดได้สักพัก ชักสะกิดใจ....
เฮ้ยยยยย เค้าไม่ให้จับไม้กวาดวันนี้นี่หว่า เอาแล้วกรู
แต่ยังไงก็จับไปแล้ว ยังไงก็ต้องช่วยหา ลงเรือลำเดียวกันแล้ว
นึกถึงจัวเรา ถ้าพระเราหายยังไงก็ต้องใช้ไม้กวาดหา

ก็เลยกวาดๆๆๆต่อ ทิ้งความเชื่อไว้ข้างหลัง
แตน่าเสียดายจัง...ที่ยังหาไม่เจอ
สงสารลูกน้องจัง ฟาดเคราะห์รับตรุษจีนจริงๆ



***********************



จากอุบัติการณ์ทุกอย่างที่ผ่านมา
ทำให้อิชั้นรู้สึกว่าการที่จะไม่ทำอย่างที่เค้าห้ามนั้น..........
มันยากมากกกกกก
ยากเกินกว่าที่อิชั้นจะทำได้จริงๆ

ฉะนั้นแล้ว....อย่ากระนั้นเลย
เย็บๆผ้ามันไปเหอะ คงไม่มีประโยชน์ที่จะถือแล้ว
ในเมื่ออิชั้นทำไม่ได้สักอย่าง.........


สุดท้าย แม้จะทำไม่ได้ครบทุกอย่างเพราะความจำเป็นบีบบังคับ
อิชั้นจึงขอเชื่อในหลักการ คิดดี ทำดี
แล้วชีวิตจะดีตลอดไป....
เพื่อให้เป็นกำลังใจในปีกระต่ายทองที่มาถึงนี้นะค่ะ





ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดใช้
ขอให้เพื่อนๆทุกท่านมีความสขตลอดไปค่ะ














 

Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 4 กุมภาพันธ์ 2554 8:22:33 น.
Counter : 618 Pageviews.  

วันหยุด...สุด Happy




  • แล้ววันหยุดก็เวียนมาบรรจง..ครบรอบอีกครั้ง ดีใจจังเลย
    (นับมันทุกอาทิตย์ ขี้เกียจขนาดไหนคิดดู...)
    แถมหนนี้มีความพิเศษตรงที่ อิชั้นได้หยุดสองวันติดต่อกันด้วยละเออ!
    (ปกติจะหยุดวันเดียว ไม่เสาร์ก็อาทิตย์)
    ได้หยุดสองวันติดกัน จึงเป็นสวรรค์น้อยๆของอิชั้นไปโดยปริยาย....



    ถ่ายรูปในรถเสียหน่อย....





    เราไปกินมื้อเที่ยงที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ค่อนข้างแออัด เลยไม่ได้ถ่ายรูป
    แต่พี่ศักดิ์ก็พาเราไปกินของว่างยามบ่ายชิลๆที่ร้านเทียบทอง ซึ่งเป็นร้านโปรดของเราสองคน
    ด้วยบรรยากาศร้านที่น่านั่งมากๆ

    เราชอบร้านบรรยากาศแอนทีคประมาณนี้อ่ะ
    ก็เลยเก็บภาพแบบย้อนยุคไว้ดูเล่นเสียหน่อย








    ว้าวว เราว่ามันถ่ายได้แอนทีคมากๆเลย ดูย้อนยุคดีจัง
    บรรยกาศร้าน มันเข้าไปโหม๊ดดด
    ชอบๆๆๆๆ










    โคมไฟยังโบราณเล๊ยยย





    บรรยากาศชิลๆของเราสองคน......






    ของว่างของเราวันนี้ คือขนมปังทาเนยน้ำตาลที่หอมอร่อยมากกก
    เป็นความอร่อยที่หาที่ไหนเลียนแบบยากมากๆ สมัยเด็กๆแม่เราพยายามที่จะทำเลียนแบบที่นี่ แต่ก็ทำไม่ได้
    ความอร่อยของขนมปังนี้คือ ตัวขอบมันจะกรอบ
    ส่วนหน้ามันจะหวานหอมด้วยน้ำตาล เนย และน้ำผึ้ง
    แต่ไม่แฉะเลยนะคะ เค้าจะย่างมาพอดีๆ
    หน้ามันจะแห้งสนิท ทำให้ทานแล้วไม่เลี่ยนๆแหวะๆ
    ที่นี่ทำอร่อยจริงๆค่ะ...ต้องลองทานสักชิ้นแล้วจะติดใจ


    แล้วก็มีน้ำส้มของเรา กะชาเย็นของพี่ศักดิ์จ้า




    แล้ววันเสาร์ชิลๆของเราก็ผ่านไปวันนึงนะค่ะ.......

    ************************************



    มาวันอาทิตย์ ก็ยังเป็นวันหยุดอยู่...เย้
    (โคตรมีความสุขเลย ชีวิตอิชั้นเกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ)

    เที่ยงนี้เราไปกินข้าวผัดปูแสนอร่อยกันเถอะค่ะ

    ไม่อยากจะบอกว่า ร้านเล็กๆร้านนี้ผัดข้าวผัดปูได้อร่อยขนาดไหน...
    กินกี่หนก็ติดใจ ข้าวไม่อมน้ำมัน หอมกลิ่นควันไฟ
    แบบว่าอร่อยๆๆ อ่ะ สวรรค์น้อยๆมีจริง






    เราสั่งต้มยำปลากระพงมาซดน้ำให้คล่องคอกันด้วยนะ






    อันนี้ผัดอะไรก็ไม่รู้ ถามคนขายเองยังไม่รู้เลย
    เห็นเค้าบอกว่ามีคนเอามาฝาก จะลองให้ผัดให้ทานดูมั้ย พวกอิชั้นก็ใจง่าย ตอบตกลงไปในทันที
    (ถ้าเอายาพิษมาให้ กรูตายไปแล้วนะเนี่ย)
    แต่รสชาติก็ออกมาดีค่ะ ป้าแค่ผัดกับน้ำปลาแท้ๆ
    รสชาติเค็มนิดๆ ผักเนื้อนิ่มๆ อร่อยดีค่ะ....







    เราเอากล้องมาลองถ่ายแบบย้อนยุคกันหน่อยดีกว่า
    บรรยากาศในตรอกนี่จะดูแอนตีคๆดี ดูแล้วนึกถึงสมัยที่เราเป็นเด็ก



























    เสร็จจากการทานก็แว๊บไปตลาดผ้านิดนุง
    คือว่าตอนนี้กะลังบ้าเย็บกระเป๋าผ้าอยู่
    ก็เลยต้องแวะเข้าไปซื้ออุปกรณ์เพื่อการทำกระเป๋า
    (จริงๆวันก่อนก็ซื้อไปแล้วนะ 500 กว่าบาท แต่ก็ยังขาดของอีกนิดหน่อย เลยต้องไปซื้อเพิ่ม)
    ดูจากเรทการซื้อแล้ว คาดว่างบประมาณน่าจะงอกมากกว่าเดิมแหงๆ



    ผ้าคอตตอนญี่ปุ่น ราคาเมตรละ 85 บาท ครึ่งเมตรจำนวน 6 ชิ้น






    รวมมิตรผ้าทั้งหมดที่ซื้อ
    ผ้าลาย 4 ชิ้น กะผ้าจุดไว้ทำซับในหรือกุ๊น 2 ชิ้นจ้า




    ผืนนี้สวยหรู ออกแนววิตตอเรียนิดๆ




    ผืนนี้ลายมันเยอะดีคะ กะว่าจะเอามาเดินเส้นให้มันนูนๆ น่าจะสวย




    อันนี้ลายเชอรี่บนผ้าสีฟ้า อิชั้นแพ้ทางลายแบบนี้อยู่แล้วด้วย
    จัดมาๆ....ชอบ




    อันนี้แอบหลงลายการ์ตูนมานิดนึง ปกติจะไม่ค่อยโปรดนะ
    แต่ชอบลายนี้อ่ะ มันน่ารักดี ประมาณลูกหมู 3 ตัวกะหมาป่า
    ว่าจะเอามาทำเป็นถุงหูรูดน่าจะเข้าดีนะ....




    แล้วก็อุปกรณ์จิปาถะมากมาย....






    ว่าแล้วก็อัพเดทคอลเลกชั่นกระเป๋าที่ยังทำค้างอยู่ให้ดูก็แล้วกัน


    V
    V
    V




    กระเป๋าใส่เศษตังค์ใบเล็ก ใกล้เสร็จแล้ว เหลือเข้าซิปกะสอยหน่อยเดียว
    ชอบใบนี้ตรงที่มันเล็กและก็ทำง่ายค่ะ






    อันนี้เป็นโปรเจคยิ่งใหญ่ค่า....เป็นกระเป๋าสตางค์ใบยาวเชียวนา
    ถ้าทำเสร็จจะสวยมากๆๆๆ
    แต่ตอนนี้ได้แค่ตัดผ้าไปก่อน เพราะอุปกรณ์ที่สั่งยังมาไม่ครบ
    รอไปก่อนเน้อ....




    กระเป๋าใส่เครื่องสำอางค์ใบค่อนข้างใหญ่
    แถมอิชั้นจะเดินเส้นอีกต่างหาก...จะรอดไหมเนี่ยตรู





    กระเป๋าใส่เศษตังค์ใบน้อย ถ่ายมาเหมือนจะใหญ่
    แต่จริงๆใบเล็กนิดเดียว จุ๋มจิ๋มมาก.....
    ลายสตอเบอรี่น่ารักดี ชอบลายอ่ะ




    ส่วนอันนี้เป็นกระเป๋าตังค์ปากเป๊กลายสตอเบอรี่น่าร๊ากกก อีกแล้ว
    ชอบผ้าลายนี้มากๆ มีแววว่าจะได้ซื้อเพิ่มแล้วล่ะ....



    ********************************


    จะเห็นว่างานผ้ายังค้างอยู่มากมาย ทำให้อิชั้นชักลั่ลล้าไม่ค่อยออกแล้ว
    ยังวันนี้คงต้องขอลาไปปักผ้าก่อนละกันนะค้า....



    บ๊าย บายค่า




















     

    Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2554    
    Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2554 22:56:20 น.
    Counter : 2172 Pageviews.  

ไดอารี่ รับวันส่งท้ายปีเก่า...ต้อนรับปีใหม่







ในที่สุดวันนี้ก็เดินทางมาถึง....

วันนี้คือวันที่ 31 ธันวาคม และเป็นวันสุดท้ายที่จะใช้คำต่อท้ายว่าปี 2553
พรุ่งนี้ก้อจะเข้าปี 2554 เป็นปีใหม่แล้ว
วันนี้เป็นวันแรกของวันหยุดยาว อิชั้นได้หยุดสี่วันค่ะ
รู้สึกดีมากกกก กับการที่ได้หยุดยาวแสนสบายอย่างนี้ อิอิ

ตื่นเช้ามา 7.00 (เอ...ทำไมวันหยุดดันอยากตื่นเช้าหว่า)
แต่ก็ดีแล้ว ตื่นเช้าๆจะได้ทำอะไรๆได้เยอะ


V
V
V

กิจกรรมแรกของอิชั้นคือการตื่นมาดู ""เรื่องเล่าเช้านี้" ค่ะ
เป็นความใฝ่ฝันของอิชั้นมากกกก ว่าหากวันไหนได้หยุดวันธรรมดาจะขอดูพี่สรยุทธให้เต็มอิ่มหน่อย...
โธ่..ก็ปกติทำงาน ต้องเข้างานเช้าอ่ะ เจ็ดโมงกว่าๆต้องออกจากห้องแล้ว
ไม่เคยได้ดูเรื่องเล่าเช้านี้เกินหนึ่งเบรคเลย...
วันนี้มีโอกาสแล้ว ขอหน่อยเถอะ



นอนกลิ้งไปกลิ้งมา แถมได้ดูผู้หญิงถึงผู้หญิงต่ออีก
สักพักชักหิวข้าว ลงไปกินข้าวดีกว่า

ข้าวเช้าง่ายๆตามประสาวันหยุด...
วันนี้ม่าหม้าทำจับฉ่าย ผัดกะหล่ำปลี และไข่ตุ๋นอ่ะ








บรรยากาศมื้อเช้าวันสิ้นปีง่ายๆของบ้านเราค่ะ




กินเสร็จแล้วก็กลับมาอาบน้ำแต่งตัว
(ตะกี้ยังไม่ได้แปรงฟันเลยง่ะ เขินจัง....วุ้ย)

แต่ก่อนอื่นขอเปิดถุงช๊อปปิ้งเมื่อคืนหน่อยนะ.....

เมื่อคืนอิชั้นไปซื้อกล้อง Panasonic LX5 แล้วนะค้า
ราคา 19,900 บาท อีกไม่กี่ตังค์ก็พันนึง
ไปซื้อวันที่โบนัสออกพอดี เป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเองซะเลย


จริงๆคิดหนักนะ กว่าจะซื้อตัวนี้ได้ เพราะเราก็มีกล้องอยู่แล้ว
แต่อยากได้กล้องที่คุณภาพดีกว่าที่มีอยู่
ครั้งนี้จึงต้องผ่านการพิจารณานานหน่อย คิดแล้วคิดอีก....
อ่านรีวิว วิจารณ์ในเน็ทจนปรุ เดินดูไม่รู้กี่ร้าน
และสุดท้ายก็ได้กล้องตัวนี้มา

อิชั้นว่าตัวนี้ตอบโจทย์ชีวิตได้ดีทีเดียว
เพราะเสป็คของอิชั้นคือ ต้องขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถใส่กระเป๋าสะพายได้
แต่คุณภาพต้องอยู่ในระดับดี ถ่ายกลางคืนก็ต้องเห็นชัด ไม่ใช่สาดแฟลชแล้วหน้าสว่างหลังมืด

แล้วอิชั้นก็พบว่า Panasonic LX5 ตัวนี้แหล่ะ สนองความต้องการอิชั้นได้ดีมาก
เพราะทำได้ทุกอย่างที่พูดมาหมดเลย
มันแหล่มๆๆๆ มากคร่า







รูปทรงของกล้องตัวนี้จะออกแนวคลาสสิค
(คือดูแอนทีคหน่อยๆ ยิ่งเปิดแฟลชนะยิ่งโบร๊าณ โบราณ...)
อิชั้นชอบสีขาวมา สวยดี ถูกใจตั้งแต่แรกเห็น
ปิ๊งจริงๆนะ





ยังไม่ทันได้เล่นกล้องเท่าไหร่ ป๊าก็ให้ไปเซ็นทรัล ชลบุรี
ไปเป็นเพื่อนน้องสาวเอาเล็บปลอมออก...
(ก็ไอ้เล็บปลอมที่ทำมันเจ็บปวดแสนสาหัส เพราะดันหักตอนไปฮ่องกงและดันเอาไม่ออกซะด้วย)





เปิดร้านทำเล็บเนี่ยน่าจะกำไรดีนะ คนใช้บริการเยอะมากกก
แถมค่าต่อเล็บนี่ก็โคตรแพงเลย คนนึงเป็นพัน
แต่ขอโทษ...ไม่ได้กินตังค์อิชั้นหรอกคร่า

เพราะอิชั้นทาเล็บเองเป็นแล้ว ถึงแม้จะไม่งามเท่าช่างทำให้
แต่ก็น่าจะพอไปวัดไปวาตอนสายๆได้
แถมไม่ต้องเสียตังค์ทุกเดือนด้วย อิชั้นยอมค่า อิอิ


V
V
V



กลับมาก็เจอกับรถ.....
รถอารายเนี่ยยยย

ว้าว
ว้าว





เธอคือ มินิคูเปอร์ค่า.....

ดีใจจังเลย ป๊าซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ให้หนูเหรอคร้า....





ไม่ว่าจะดูมุมไหน....






ก็งามไปหมด...






อิชั้นชอบจริงๆค่ะ











จริงๆมันไม่ใช่ของอิชั้นหรอกค่า เป็นของยัยน้องสาวต่างหาก
ชิชะ ริจะขับมินิ...แต่จะด่ามันก็ไม่ได้เต็มปาก
มันผ่อนเองนี่นา แหม....อิจฉาวุ้ย เงินเดือนไม่เยอะมั่งก็แล้วไป





ดูสิ...ดูมันโพส






ตกเย็นมา บ้านเรามีกิจกรรมสังสรรค์ปีใหม่
จัดขึ้นเพื่อให้ลูกจ้างในบ้านเราได้มีงานเลี้ยงสนุกสนานกัน
พร้อมทั้งมีรางวัลสำหรับลูกจ้างทุกคนจ้า.....


อิชั้นก็เลยเพลิดเพลินกับการลองกล้องใหม่ซะเลย



เวทีย่อมๆ




ของรางวัลในวันนี้

































นี่ก็จะไวไปไหม ถ่ายได้กระทั่งตอนป๊ะป๋ายกน้ำดื่มง่ะ...











ไหนๆก็ได้กล้องใหม่ มาลองถ่ายท้องฟ้ายามเย็นย่ำสนธยากันเถอะค่ะ





ชอบจัง เลนส์ตัวนี้ให้มุมที่สวยดีนะเนี่ย
LX5 เนี่ย ขึ้นชื่อเรื่องเลนส์กว้างที่สุดอยู่แล้ว






แล้วก็มาถึงช่วงเวลาตื่นเต้นคร่า...
เป็นการจับของขวัญในงาน
รางวัลหญ่ายยย ของเราก็คือ ทีวีจอแบน 21 นิ้ว
ใคนจะได้ไปน้อ...น่าอิจฉาจัง







เธอคนนี้ คือแม่บ้านของเราคือผู้โชคดีจ้า





ทำพิธีส่งมอบกันหน่อย....







เจ๊แกดีใจมากกกก
เซิ้งใหญ่เลย 555









ม่าหม้ากำลังแจกของขวัญเล็กๆน้อยๆแก่เด็กและชาวบ้านข้างเคียงที่มางานในวันนี้ค่ะ





เฮ้อ...ชักเริ่มง่วง แต่ก็ยังเข้านอนไม่ได้
เพราะต้องลองกล้องนี้ในโหมดกลางคืนชัดๆสักรอบ เปรียบเทียบกันสักหน่อย


ตั้งโหมดกลางคืนเหมือนกันทั้งสองตัวค่ะ เพราะเป็น Panasonic ทั้งคู่


ใช้กล้องตัวเก่า
V
V



ใช้กล้องตัวใหม่
V
V


ลองเอารูปสองรูปมาเปรียบเทียบความแตกต่าง....




อิชั้นชอบภาพจากกล้องตัวใหม่มากกว่าค่ะ
มันช่างเนียนละเอียดตาจริงๆ noise น้อยกว่าเยอะเลยยย
ในที่แสงน้อยเหมือนกัน LX5 ทำหน้าที่ได้ดีมากกว่ามากกกก อย่างเห็นได้ชัด
คิดไม่ผิดจริงๆที่ซื้อมา
(แหงซิ ก็มันออกมาทีหลังแถมแพงกว่าเก่าด้วย)








ตอนนี้เวลาเที่ยงคืนแล้วค่ะ มีเสียงพลุดังไปหมด
เหมือนรอบตัวเรามีแต่ความรื่นเริงบรรเทิงใจจริงๆในวันนี้
สำหรับตอนนี้ เราก็คงต้องขออวยพรปีใหม่
ให้นาทีนี้เป็นการเริ่มต้นปี 2011 ที่ดี ตลอดปีและตลอดไป......


HAPPY NEW YEAR 2011 ค่ะ









 

Create Date : 31 ธันวาคม 2553    
Last Update : 1 มกราคม 2554 22:56:31 น.
Counter : 951 Pageviews.  

ข้อคิดจากปี 2553 ที่กำลังจะผ่านไป...



ช่วงนี้ก็อยู่ในบรรยากาศสิ้นปี
ซึ่งกำลังจะอำลาปี 53 เข้าไปทุกทีๆ.....
บรรดาห้างร้านต่างๆก็จัดงานปีใหม่กันอย่างครื้นเครง
อย่างอิชั้นอาทิตย์นี้ก็ไปตั้ง 3 งาน
เป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าปีเก่ากำลังจะผ่านไปแล้ว...จริงๆนะเออ

แล้วก็เป็นธรรมเนียม (ของตัวอิชั้นเอง)
ซึ่งตัวเราจะมานึกย้อนไปถึงหนึ่งปีที่ผ่านมา
ว่าเราได้ผ่านอะไรมาบ้างแล้ว
เผื่อว่าจะได้แง่คิดดีๆ เก็บเกี่ยวเอาไว้ใช้ในปี 54
ที่กำลังจะมาถึง....ในใกล้ๆนี้




1. ปีนี้อิชั้นหัดทาเล็บได้ด้วยตนเองแล้ว...ดีใจมาก

เนื่องจากปกติ อิชั้นทาเล็บไม่เป็นเลย
แต่ก็ยังอยากสวย เลยต้องให้ชาวบ้านชาวเมืองเค้าทาให้
และช่วงปีใหม่นี่ก็เป็นอุปสรรคกับชีวิต
เพราะที่บ้านเค้าทำแต่กระเช้าปีใหม่....
ไม่มีใครว่างทาเล็บให้หนูเลย ฮือๆ

เคยคิดจะไปต่อเล็บ ทำเล็บอะคลิลิคให้งามเช้งเหมือนของน้องสาว
แต่หลังจากที่ไปเที่ยวฮ่องกง แล้วยัยน้องสาวเกิดอุบัติเหตุ เล็บอะคลิลิคหัก แล้วก็เอาออกไม่ได้ ยังเกี่ยวกับเล็บจริง (และเนื้อจริง) อยู่เพราะกาว
ต้องทนข้ามวันข้ามคืนตั้งนาน เจ็บก็เจ็บ เสียวก็เสียว
อิชั้นก็เลยเลิกล้มความคิดนี้ไป....

สุดท้าย อัตหิ อัตโน นาโถ....
ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
อิชั้นก็ลองหัดทาเล็บเอง ทาไปทามาเรื่อยๆ
แล้วอิชั้นก็ทาเล็บเองได้แล้ว ! !
(ดีใจเว่อร์ไปไหมเนี่ย)




(ยังแอบเลอะๆหน่อยอ่ะ เพิ่งหัดทำวันแรก...)


แต่ดีใจจังเลยค่ะ
เพราะอิชั้นจะประหยัดเงินค่าไปทำเล็บที่ร้านได้อีกโขเลย หุหุ
(แบบว่างกอ่ะ)


สาเหตุที่อิชั้นอยากจะทาเล็บนี้
เนื่องจากไปได้แหวนกังหันนำโชคจากฮ่องกง
แล้วเค้าแนะนำให้ใส่นิ้วชี้
เพื่อเสริมอำนาจบารมี (อันมีอยู่น้อยนิด)
ก็เลยอยากจะให้เล็บสีสวยๆ ให้มันส่งแหวน (แพงๆ) หน่อยอ่ะ

ตอนนี้ก็สามารถสวมแหวนพร้อมโชว์สีเล็บสวยๆได้ดั่งใจแล้ว ดีใจจัง หุหุ






2. อิชั้นจะเช็ครายละเอียดของสินค้าที่ซื้อ
พร้อมใบเสร็จอย่างละเอียดถี่ถ้วนคร่า.....





จริงๆตั้งใจจะทำมานานแล้ว การเช็คสินค้าก่อนรับ
เพราะได้อ่านกระทู้ห้องโต๊ะเครื่องแป้งแล้วพบว่า
มีหลายครั้งที่เรารับสินค้าโดยไม่เปิดเช็ค
เพราะเชื่อใจคนขายหรือบีเอ

กลับไปงานเข้าเลยค่ะ.....สินค้าที่ได้ไม่ตรงกับที่เลือก
แล้วแบบนี้จะไปเปลี่ยน บางทีก็ลำบากแสนสาหัส เพราะอยู่ไกล
บางคนต้องจำใจใช้มันทั้งอย่างนั้น

อิชั้นอ่านแล้วก็พยายามจดจำไว้เป็นอุธาหรณ์
เพราะตัวเองก็เป็นอีกคนนึงที่ไม่เคยเช็คของอะไรเลย
เพราะความปลื้มปิติดีใจที่ได้ของใหม่
(แล้วอีกอย่าง ไม่อยากแกะพลาสติกออกให้ระคายเคือง)

แต่เจอเหตุการณ์อย่างนี้ก้อไม่ไหว่ะ
ทีหลังต้องเช็คสินค้าทุกครั้งแล้ว
และอย่างเราก็เป็นเภสัชกรอ่ะ สั่งยา ซื้อยาอะไรบ่อยด้วย
ถ้ายาผิดพลาดนี่ก็ซวย..ออกแนวลำบาก

ท่องไว้ ๆๆๆ จะต้องจำไว้ตลอด และทำให้ได้นะ




3. ช่วงนี้จะปลีกวิเวกจากเครื่องสำอางค์ ไม่ซื้อเพิ่มเด็ดขาด





สาเหตุก็คือว่า ช่วงสามเดือนสิ้นปีเนี่ย
อิชั้นเป็นอะไรก็ไม่รู้ ราหูเครื่องสำอางค์อมมาก
ซื้อเครื่องสำอางค์มาเป็นเซ็ทๆเยอะมาก....
แถมยังแพงอีตังหาก
ทั้งเอสเต้ ดิออร์ ชู อิชั้นซื้อเพียบ

ตอนนี้มานั่งนับๆดู สามเดือนที่ผ่านมา....
อิชั้นมีอายแชโดว์ใหม่ 24 สี 3 คู่ 1 เซ็ท
อายเจล 2 สี ดำกับขาว
ลิปสติก 7 สี ลิปกรอส 8 แท่ง
บลัชออน 5 สี
ดินสอเขียนตากับขอบปากอย่างละ 3 อัน
ที่ดัดขนตา 3 อัน

นับแล้ว...โอ เมื่อไหร่จะใช้หมด
(ของเก่าก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี)
ก็เลยมุ่งมั่นว่า พอ พอได้แล้ว
หยุดซื้อเครื่องสำอางค์และมาใช้ของที่มีอยู่มาอย่างจริงจังได้แล้ว

ทั้งนี้รวมถึงน้ำหอมดัวยคะ
แค่สามเดือนที่ผ่านมาได้นำหอมมา 4 ขวด(ใหญ่)
เพราะไปเที่ยวฮ่องกงมาด้วย จึงเหมาน้ำหอมมาเพียบ.....
ตอนนี้ถึงคราวต้องงดซื้อจริงจังแล้วค่ะ




4. จะถอยกล้องใหม่ เพื่อภายที่สวยงามประทับใจกว่าเดิม




ตอนนี้กำลังเลือกกล้องตัวใหม่อยู่
หลังจากที่ใช้ Panasonic Limix มา 4 ปี
รู้สึกว่าถ่ายภาพกลางคืนได้ด๋อยกว่าชาวบ้านที่เค้าใช้กล้อง DSLR ดีๆ
แต่ทั้งนี้ตัวเองก็ไม่สามารถพกกล้อง+เลนส์หนักๆถือไปเที่ยวได้
กล้อง compact ระดับ Hi-end หรือ Mirrorless
จึงเป็นทางออกของอิชั้น
ซึ่งตอนนี้ก็ยังดูๆอยู่
แต่คาดว่าจะถอยมาตอนปีใหม่นี่แหล่ะ
ใช้โบนัสซื้อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ตัวเอง

คาดว่าน่าจะได้รูปที่น่าประทับใจกว่าเดิมใช้ในปี 2554 นี่แน่นอนคร่า อิอิ



5. อิชั้นจะตรวจสอบค่าใช้จ่ายประจำตัวทุกเดือนอย่าได้ขาด

คือว่าปกติอิชั้นเป็นหญิงที่ขาดความละเอียดรอบคอบอย่างสูง
บางทีค่าใช้จ่ายนิดๆหน่อยๆก็ไม่ชอบจำ
ไม่ชอบกลับมาคิดว่าตัวเองเสียค่าอะไรไปเท่าไหร่
บางทีใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตไม่มา
ก็แค่โทรไปถามยอดและจ่ายเต็มจำนวน
ขี้เกียจถามรายละเอียดว่าเราใช้จ่ายที่ไหน เป็นค่าอะไรบ้าง





จุดเปลี่ยนอิชั้นมาอยู่ตรงที่เดือนนี้ใบแจ้งยอดค่าบัตรยังไม่ได้
ก็เลยโทรไปถามเพื่อจะจ่ายเหมือนเดิม
(แล้วก็ไม่ถามรายละเอียดเหมือนเดิม ขี้เกียจ)
กะว่าตอนเช้าจะไปจ่ายแหล่ะ....

ตอนกลางคืนกลับบ้านไป
เจอใบแจ้งหนี้มาพอดีก็เลยมานั่งดู
ปรากฏว่าเจอค่า MEMBER FEE WITH VAT 642 BATH
เลยงงว่าค่าไรหว่า....

สุดท้ายเอะใจว่าเป็นค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตแหงเลย
ก็เลยตกใจ ม่ายด้ายยยย ชั้นยอมเสียไม่ได้
แล้วกดเบอร์ call center ขอยกเลิกบัตรเลย
ซึ่งก็แน่นอน เค้าก็ต้องยกเว้นค่าธรรมเนียมให้เราโดยปริยาย....

นิทานเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า
ถ้าเรามักง่าย ไม่เช็คดูให้ดี
642 บาทอาจเดินออกจากเราไปง่ายๆ
โดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
(แล้วที่ผ่านมา มันเคยหายไปมากกว่านี้รึปล่าวฟร่ะ)


วันนี้นึกขึ้นได้ 5 ข้อ
ขอลงไว้เท่านี้ก่อน
แล้วนึกขึ้นได้เมื่อไหร่จะมาลงเพิ่มน้า...




วันนี้ก้อขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆคนค่า








 

Create Date : 28 ธันวาคม 2553    
Last Update : 23 มกราคม 2557 22:50:40 น.
Counter : 657 Pageviews.  

Dear my father...




จม.ถึงป๊าของหนู



จั่วหัวซะเลิศหรู
แหมนานๆทีหนูก็อยาก GO INTER เหมือนกันนี่นา
ก้อเห็นวันนี้เป็นวันดี เป็นวันพ่อเสียด้วย...
หนูก็เลยอยากเขียนอะไรซึ้ง....ซึ้ง ให้ป๊ามั่งอ่ะ


จำได้ว่า.....ตั้งแต่เป็นเด็ก ป๊าเป็นยิ่งกว่าทุกอย่างในชีวิต
สิ่งไหนที่ดี ป๊าไม่เคยรีรอที่จะหามาให้ลูกสาวคนนี้เลย
แต่ก็เพราะความที่หนูเป็นลูกสาวคนโตในครอบครัวจีน
แต๊ๆแบบนี้ มันก็มีบ้างอ่ะ....
ที่เคยคิดอยากเป็นอิสระมากกว่านี้


เจ้าฮัทไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ ตอนม.4 ทั้งที่อายุน้อยกว่าหนูตั้งสองปี
ป๊าให้เหตุผลที่ไม่ให้หนูไป เพราะว่าป๊าเป็นห่วงลูกสาวมากเกินไปที่จะปล่อยไปอยู่บ้านคนที่ไม่รู้จักในต่างถิ่นได้
ถ้าโตกว่านี้ป๊าจะให้ไปนะ
(หนูอยากจะบอกป๊าว่า....ถ้าเป็นบ้านอื่นอ่ะ บ้านแตกไปแล้ว เหอๆ)

แต่หนูก็ขำๆอ่ะ ไม่เป็นไร ป๊าห่วงขนาดนั้นไม่ไปก็ได้
ฮัทไปคนเดียวก็ดี ป๊าไม่ต้องเสียตังค์เพิ่ม (มีลูกสาวดีขนาดเนี้ย..ดีใจไหมเนี่ย เอิ๊กๆ)
แต่ป๊าก็ไม่ผิดคำสัญญาเลย เพราะเมื่อหนูโตขึ้น ป๊าก็ปล่อยให้หนูให้สัมผัสโลกภายนอกที่กว้างใหญ่ ให้หนูได้มีประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากมาย....


ตั้งแต่จำความได้ ป๊าไม่เคยตีลูกเลยสักแปะ
ป๊าบอกว่าลูกป๊าเป็นเด็กดี ไม้เรียวไม่จำเป็นสำหรับบ้านนี้
ขอบคุณที่ป๊าเชื่อใจ ว่าลูกป๊าเป็นเด็กดี และเลี้ยงลูกด้วยความรักความอ่อนโยน
ทำให้วันนี้ลูกสามคนของป๊าเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในสังคม ได้ดำรงชีวิตด้วยความสุขสบาย มีความเป็นอยู่ที่ดี
แต่หนูรู้น่ะ......ป๊าแอบยิ้มทุกครั้งที่พูดถึงลูกกับแม่
ป๊าพูดว่า ชีวิตนี้ไม่ต้องการอะไรมากกว่านี้แล้ว เงินมากกว่านี้ก็ไม่รู้จะเอาไปทำไม
แค่ตอนนี้ลูกสามคนมีชีวิตหน้าที่การงานที่ดี เป็นที่ยอมรับของสังคม ป๊าก็มีความสุขมาก และคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว


V
V
V



ป๊าจ๋า ป๊ารู้ไหม
คำนี้เหมือนเป็นน้ำทิพย์ชโลมใจ ทำให้หนูมีแรงสู้งานที่มันหนักๆได้...ด้วยหัวใจที่ไม่ทุกข์
เพราะหนูอยากมีความสุขให้เหมือนที่ป๊าคิด หนูจะไม่ทำงานด้วยความเศร้าเด็ดขาด
หนูจะไม่หลอกป๊าว่ามีความสุข ทั้งทางตรงและทางอ้อมนะ



หนูอยากจะบอกว่า .....ตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่หนูคิดว่าหนูรักป๊าม๊ากกมากอยู่แล้ว
แต่วันนี้ หนูกลับพบว่ายิ่งเวลาผ่านไป หนูยิ่งรักป๊าได้มากขึ้นๆได้อีกทุกวัน
หนูเคยตั้งใจไว้แล้วว่า จะดูแลป๊ากับแม่ให้ดีที่สุด
และก็จะไม่เผลออารมณ์เสีย + เหวี่ยงใส่แม่อีกแล้ว (อุ้ย...อายจัง ไม่ได้ทำบ่อยนะ)
จะบอกว่า ปีที่ผ่านมาหนูทำได้แล้วแหล่ะ ป๊าไม่สังเกตเหรอว่าหนูอารมณ์เย็นขึ้น
แม่ทำกับข้าวช้าหนูก็ไม่บ่น มีอะไรหนูก็กินตามนั้น (ปกติเรื่องกินเรื่องใหญ่ฮ่า)
แล้วหนูก็จะทำให้ดีเหมือนอย่างที่ทำมา บ้านเราจะได้ไม่มีเสียงเหวี่ยงเสียงวีนใส่กันไง.....


จม.นี้จะจบแล้วนะคร้า ดีใจอย่างยิ่งที่ได้เขียนถึงป๊าในวาระวันพ่ออีกครั้ง
แล้วปีหน้าลูกสาวจะแอบมาบอกความในใจให้ป๊าฟังอีกนะ
สำหรับวันนี้ ในบล็อคเราพอแค่นี้ก่อน
แต่เย็นนี้เราเจอกันต่อที่บ้านนะคร้า......คุณป๊าขรา


รักป๊ามว๊ากเน้อ (ภาษาวัยสะรุ่นเสียด้วย คริคริ)

จากลูกสาวคนโตที่ไม่เคยโตสมตัวสักที....



********************************


You were my strength when I was weak
เธอเป็นพละกำลังที่เข้มแข็งของฉัน....ยามที่ฉันอ่อนแอ

You were my voice when I couldn't speak
เป็นเสียงให้ฉัน....ยามฉันไม่สามารถไม่สามารถเอื้อนเอ่ยวจีใด

You were my eyes when I couldn't see
เป็นดวงตาให้ฉัน ยามที่ฉันมองใม่เห็นหนทางของชีวิต


You saw the best there was in me
สิ่งดีๆในตัวของฉัน เธอเท่านั้นที่มองเห็นมัน....


Lifted me up when I couldn't reach
และเป็นพลังส่งให้ฉันเอื้อมมือไปคว้าดาวดวงนั้นมาได้


You gave me faith cause you believed
เพราะว่าคุณเชื่อมั่นในตัวฉันขนาดนี้.....
ฉันจึงไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว


I'm everything I am

ฉันจึงได้เป็นตัวของตัวเอง....อย่างที่ฉันอยากจะเป็นจริงๆ


Because you loved me.....

เพราะคุณที่รักฉันอย่างสุดหัวใจ....


ขอบคุณค่ะ






 

Create Date : 06 ธันวาคม 2553    
Last Update : 23 มกราคม 2557 22:51:09 น.
Counter : 328 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  

hi hacky
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




Life is a journey....
New Comments
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add hi hacky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.