tuk...tuk more than one or cannot run
<<
กันยายน 2562
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
7 กันยายน 2562

โบราณวัตถุในชัยภูมิ ... ใบเสมาทวารวดีวัดกุดโง้ง



ต้องรีบเขียนต่อไม่รอช้า ก่อนจะลืมเลือนไป

ออกจากคอนสวรรค์บ่ายสี่โมงฟ้าครึ้มด้วยฝนแรกของฤดูกาลนี้








วนลงมาทล. 2054 ด้านตะวันออกของชัยภูมิ

ไปยังวัดกุดโง้ง ตำบลบุ่งคล้า อำเภอเใือง จังหวัดชัยภูมิ








ปั้นแข่งกับฝนที่กำลังจะมา














ฝ่าฝูงวัว ... ตัวใหญ่ หรือหัวหน้าเขาจะคอยคุ้มกันให้ตัวที่อ่อนแอกว่าเสมอค่ะ








ผ่านคูน้ำเข้าสู่เมืองในวัฒนธรรมทวารวดี กุดโง้ง




















ถึงแยกเลี้ยวขวาอ้อมหมู้บ้านไปจนถึงทางเข้าวัด








ชาวบ้านกลุ่มแรกที่มาอยู่มี 2 ครัวเรือนเข้ามาเมื่อ พ.ศ. 2450 จากอุบลราชธานี

และต่อมามีคนอพยพเพิ่มเติมเข้ามา ... ตั้งบ้านที่บ้านกุดโง้งเพราะสูงกว่าที่อื่นและน้ำท่วมไม่ถึง

เมื่อมาอยู่ก็พบว่ามีใบเสมาอยู่แล้ว ในหลาย ๆ จุด และได้รวบรวมมาไว้ที่วัด เท่าที่ย้ายได้


ทวารวดีในอิสานมีลักษณะเฉพาะคือมี เสมา หรือ หินตั้ง

สันนิษฐานว่า

1. แสดงเขตศักดิ์สิทธิ์ของพุทธศาสนา ... ตั้งล้อมบริเวณใดบริเวณหนึ่งไว้

2. ปักไว้เหนือหลุมศพเพื่อเป็นเครืองเซ่นหลุมศพ

สันนิษฐานจากที่พบเสมาสลักเป็นรูปหม้อและเครื่องบายศรีเป็นชั้น ๆ

หรือเสมาที่ไม่มีรูปสลักใด ๆ อาจเป็นป้ายสุสานก็ได้

3. เป็นการสร้างบุญกุศลอันเทียบเท่ากับการสร้างพระพุทธรูป หรือเจดีย์

อาจสลักเป็นรูปสถูป รูปธรรมจักร รูปชาดก รูปพระพุทธประวัติ เรียกแผ่นหินพุทธบูชา







เสมาหรือแผ่นหินบูชาจากวัดกุดโง้ง ... อ่านตามที่ค้นมาผสมกับการสันนิษฐานเองหรือที่เรียกว่าเดา


ใบเสมารูปปฐมเทศนา ... จักกัปวัฒนสูตร

อันประกอบด้วย

พระพุทธเจ้าประทับสมาธิเพ็ชร

เปล่งฉัพพรรณรังสี ... รอบพระวรกาย

พระหัตถ์ขวา นิ้วหัวแม่มือแตะกันกลมเป็นดั่งกงล้อ วิตรรกะมุทรา แสดงถึงการแสดงธรรม

ต้นโพธิ ... พระสมณโคดมเท่านั้นที่ตรัสรู้ใต้ต้นโพธิ์

บัลลังก์ ... มีรูปดอกบัวแสดงถึงความอุดมสมบูรณ์

กวางหมอบ ... แสดงถึงป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แปลว่า ป่าอันยกให้แก่หมู่กวาง

สองข้างเห็นรูปบุคคล ยกมือไหว้เลือน ๆ

ฝั่งซ้ายของภาพอาจเป็นหมู่เทวดามาพังธรรม และฝั่งขวาเกล้าผมแบบพราหมณ์อาจเป็นปัญจวัคคีย์














เสมาเรื่อง วิทูรบัณฑิต

มีฤาษี 4 ตนเป็นเพื่อนกันมาแต่ก่อนบวช ในฤดูฝนหนึ่งได้เข้ามาอยู่ในเมืองเดียวกัน

ในเมืองนั้นมีเศรษฐี 4 คนเป็นเพื่อนกัน มีความเลื่อมใสในฤาษีทั้ง 4 จึงนิมนต์ฤาษีไปแต่ละตนไปบ้านแต่ละบ้าน

ก่อนถึงเวลารับนิมนต์ ฤาษีทั้งสี่ได้ไปพักผ่อน 4 สถานที่คือ ดาวดึงส์... เทวดา เมืองบาดาล... นาค วิมาณฉิมพลี ... พญาครุฑ และในราชอุทยานของพระเจ้าธนญชัยโกรพ

เมื่อรับนิมนต์ ฤาษีแต่ละท่านได้เล่าให้เศรษฐีแต่ละคนฟังในที่ที่ได้ไปมา ทำให้เศรษฐีทำบุญแล้วปราถนาขอให้ได้สมบัตินั้น ๆ

เมื่อตายไป เศรษฐี่ 4 คนนั้นได้ไปเกิดเป็น พระอินทร์ในดาวดึงส์ , พญาวรุณนาค เมืองบาดาล , พญาครุฑ วิมานฉิมพลี และ พระราชโอรสของพระเจ้าธนญชัยโกรพ ชื่อโกรพกุมาร ครองเมืองต่อมาชื่อพระเจ้าโกรพ

ด้วยชอบพอกันมาแต่ชาติก่อน วันหนึ่งทั้ง 4 ได้มาพบกันหลังจากออกจากการรักษาศีลในอุทยานพระเจ้าโกรพ

จึงสนทนากันเรื่อง ใครมีศีลประเสริฐกว่ากัน

พญาวรุณนาคว่า ศีลของตนประเสริฐที่สุดเพราะ

อดกลั้นความโกรธได้ เพราะนาคเมื่อโกรธขึ้นมาและมองอะไรจะทำให้สิ่งนั้นไหม้เป็นจุล

พญาครุฑว่า ศีลของตนประเสริฐที่สุดเพราะ

อดกลั้นความอยากไว้ได้ เพราะครุฑพบนาคอันเป็นอาหารอันโอชาเมื่อไหร่จะต้องจับกิน

พระอินทร์ว่า ศีลของตนประเสริฐที่สุดเพราะ

อดกลั้นในกามคุณ สมบัติทิพย์ มารักษาศีล

พระเจ้าโกรพว่า ศีลของตนประเสริฐที่สุดเพราะ

เห็นโทษของ กามคุณ จึงได้สละออกมารักษาศีล

พระเจ้าโกรพจึงให้วิทูรบัณฑิตมาตัดสิน ได้ความว่าศีลของทั้ง 4 เสมอกัน มิได้ประเสริฐไปกว่ากัน

ทั้ง 4 เกิดโสมนัสปีติยินดีจึงบูชาพระธรรม

พระอินทร์ บูชาด้วยผ้าทิพย์ ,พญาครุฑบูชาด้วย ดอกไม้ทอง , นาคบูชาด้วย แก้วคล้องพระศอ , พระเจ้าโกรพทรงบูชาด้วย โคนมพันตัว


เมื่อพญาวรุณนาค กลับเมืองบาดาล นางวิมาลามเหสีก็ถามถึงสร้องพระศอ

เมื่อทราบความก็อยากฟังธรรมบ้างจะขึ้นไปก็ขึ้นไม่ได้ ... ไม่รู้ว่าทำไมถึงขึ้นมาไม่ได้เนาะ

จึงแสร้งเป็นป่วย อยากกินหัวใจวิทูรบัณฑิต

อิรันทตี ธิดาพญานาคจึงอาสาไปนำหัวใจมา


นางอิรันทตี ขึ้นมายังมนุษยโลก

เหาะไปยังเขาสูงตกแต่งชะง้อนหินแห่งหนึ่งด้วยดอกไม้หลายหลาก ... เป็นฉาก

ประดับประดาตนอย่างงดงาม ยืนฟ้อนรำขับร้องอยู่ยังสถานที่นั้น ... จัดแสดง

พรรณนาถึงความงามของนางและความปรารถนาที่จะได้ดวงใจของเจ้าวิทูรบัณฑิต

ถ้าผู้ใดทำให้สำเร็จนางจะมอบตัวให้เป็นคู่ครอง

แล้วยักษ์ปุณณกะบินผ่านมา จึงเข้าอาสา


ยักษ์ปุณณกะไปเล่นสกากับพระเจ้าโกรพ ชนะ ได้วิทูรบัณฑิต

วิฑูรบัณฑิตได้ไปสั่งเสียที่บ้าน 3 วัน ระหว่างนั้นนั้นก็รับรองให้ยักษ์ปุณณกะพักอยู่ที่บ้าน

ถึงเวลาเดินทางก็เกาะหางม้ายักษ์ปุณณกะไป

ระหว่างทางยักษ์ปุณณกะไปพยายามฆ่าเพื่อเอาหัวใจหลาย ๆ วิธี แต่ทำอะไรวิทูรบัณฑิตไม่ได้

ก็ชักม้ามายังภูเขาให้เจ้าวิทูรบัณฑิตนั่งบนยอดเขา จึงคิดจะฆ่าด้วยมือของตัวเอง

ภาพชาดกสมัยยุคหลัง ๆ จะเขียนเป็นภาพยักษ์ปุณณกะ กำลังจับวิทูรบัณฑิตกำลังจะขว้างออกไปไกลถึง 15 โยชน์ แต่ก็ไม่ตาย


จนถึงตอนนี้ในภาพ

บุคคลในภาพก้มลงมอง นั่งมือวางบนตักแบบสมาธิ แสดงว่ากำลังฟัง

บุคคลที่นั่งต่ำกว่าน่าจะก้มหน้า มือขวาจับเข่า เล่าแบบท้อใจ

วิทูรบัณฑิตจึงถามเหตุผลที่ต้องการฆ่า ยักษ์ปุณณกะก็เล่าให้ฟัง


ต่อจากนี้คือ

วิทูรบัณฑิต ได้แสดงธรรมว่า

1. ให้เดินตามบุคคลผู้ก่อนนั้น คือผู้ใดมีคุณแก่ตน ก็พยายามตอบแทนผู้นั้น

2. อย่าเผามือชุ่มนั้น คือตนได้อาศัยในเรือนท่านผู้ใดด้วยกันไม่ประทุษร้ายท่านนั้น

3. อย่าประทุษร้ายมิตรนั้น คือท่านผู้ใดมีคุณแก่ตน พึงคิดตอบแทนให้จนได้ไม่คิดมุ่งร้ายเลย

4. อย่าลุอำนาจแก่ผู้ประกอบด้วยกามนั้น คืออย่าลุ่มหลงสตรี ทำความชั่ว

แล้ว

ยักษ์ปุณณกะก็กลับใจ วิทูรบัณฑิตให้พาไปเมืองบาดาล ได้แสดงธรรมให้นางวิมาลา

ยักษ์ปุณณกะแต่งงานกับอิรันทตี














ใบสีมาคู่

สันตรงกลางเป็นปูรณกลศ อ่านว่าปู- ระ -นะ-กะ-ละ-สะ หรือ ปูรณฆฏะ

คือหม้อแห่งความมั่งคั่ง ใช้บรรจุน้ำเพื่อประกอบพิธีต่าง ๆ














ใบเสมานี้ป้ายข้าง ๆ ว่าเป็นเรื่องเตมีย์ใบ้

พระเตมีย์โอรสพระเจ้ากาสิกราช เมืองพาราณาสี

เห็นพระราชบิดาตัดสินลงโทษนักโทษอย่างทารุณ จึงแกล้งทำเป็นใบ้

หมอรักษาก็ไม่หาย เอาช้างมาแกล้งขุ่ก็ไม่ไหวหวั่น

โหรทำนายว่าเป็นกาลกิณี จึงรับสั่งให้นายสุนันทะพาไปฝังเสียในป่า ... ในภาพมีต้นไม้จึงอ่านว่าเป็นป่า

ขณะกำลังขุดหลุมพระเตมีย์ก็แสดงให้นายสุนันทะเห็นว่าพระองค์มีร่างกายแข็งแรงดี

ได้ทรงสอนนายสุนันทะว่าการกระทำนี้เป็นการกระทำที่ไม่ควร ... ดูจากพระเตมีย์ประทับสมาธิเพ็ชร มือขวาทำวิตรรกะมุทรา หมายถึงแสดงธรรม

แล้วพระเตมีย์ก็ทรงไปบำเพ็ญพรตในป่า ใครมาเชิญก็ไม่กลับเมือง








ใบเสมาอัมพชาดก ... อัมพ แปลว่ามะม่วง

เกี่ยวกับความกตัญญูกตเวที ความรู้จักบุญคุณของผู้มีพระคุณ

เมื่อพระเทวทัตกล่าวว่าเราเป็นพระพุทธเจ้า

พระสมณโคดมมิใช่อาจารย์ ไม่ได้บวชให้เรา ทำให้ฌานเสื่อม ถูกธรณีสูบ

พระพุทธเจ้าจึงเล่าว่า

เป็นอดีตของพระเทวทัตที่เกิดเป็นพราหมณ์ ได้ไปเรียนมนต์เสกมะม่วงจากอาจารย์วรรณจัณฑาล

อาจารย์สั่งไว้ว่าถ้าใครถามว่าเรียนมาจากใครให้ตอบไปตามจรืง ไม่งั้นมนต์จะเสื่อม

พราหมณ์ก็ได้ใช้มนต์นี้หาเลี้ยงชีพ จนวันหนึ่งคนรักษาพระราชอุทยานได้ซื้อไปถวายพระเจ้ากรุงพาราณสี

ในภาพพราหมณ์เกล้ามวยแบบนักบวชถือมะม่วงกำลังเสกมะม่วง กับพระเจ้าพาราณาสี

ต่อจากนี้คือ

พระเจ้ากรุงพาราณสีติดใจจึงถามว่าเรียนมนต์มาจากไหน พราหมณ์ตอบว่าจากสำนักทิศาปาโมกข์แห่งกรุงตักศิลา

จึงเสกมะม่วงไม่ได้อีกต่อไปเพราะโกหกมนต์จึงเสื่อม จึงถูกเฆี่ยนและขับไล่ออกจากเมือง

ไปขออาจารย์สอนอีก อาจารย์ก็ไม่สอนให้








ใบเสมาภาพบุคคล ยืนตริภังค์ ... ยืนเอียง

เกล้ามวย บนมวย มีรูปสามเหลี่ยมคล้ายมีพระพุทธรูปประทับสมาธิ อยู่บนผมหรือชฎามุกุฎ แสดงว่าเป็นพระโพธิสัตว์

พระพุทธรูปประทับสมาธิบนผมหรือชฎามุกุฎ หมายถึงพระอมิตาภะ

สวมศิราภรณ์ แสดงสถานะเป็นกษัตริย์

พระหัตถ์ขวาเชื่อว่าทำวิตรรกะมุทรา คือ แสดงธรรม

พระหัตถ์ซ้ายถือวัตถุทรงกลมสูง คือ หม้อน้ำหรือแจกัน

เป็นหม้อน้ำอมฤตที่พระอวโลกิเตศวรมีไว้ให้เปรตเพื่อดับกระหาย

ยืนบนดอกบัว

ถ้าถือดอกบัวด้วยสักหน่อย เราว่า น่าจะเป็นพระอวโลกิเตศวร เพราะท่านจะถือหม้อน้ำและดอกบัว


คำบรรยายทติดไว้ว่าเป็น พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์

นิกายเถรวาทในวัฒนธรรมทวารวดีจะนับถือพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ในภัทรกัลป์

ภัทรกัลป์แปลว่ากัลป์ที่ดี คือกัลป์ปัจจุบัน

ตำนาน นางกาเผือกออกไข่มา 5 ฟอง ระหว่างที่นางไม่อยู่รังเกิดมีพายุพังรังหายไป

นางกาเผือกก็ตรอมใจตาย

ไข่กระจัดกระจายไปในที่ต่าง ๆ มีผู้เก็บไปฟักออกมาเป็นชายหนุ่ม 5 คน

และออกบวชเป็นฤษีบำเพ็ญบารมีเพื่อได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

ไข่ฟองแรกไปตกที่แม่ไก่ ... พระกกุสันธะพุทธเจ้า

ไข่ฟองที่สองไปตกที่นางนาค ... พระโกนาคมนะพุทธเจ้า

ไข่ฟองที่สามไปตกที่แม่เต่า ... พระกัสสปะพุทธเจ้า

ไข่ฟองที่สี่ไปตกที่แม่โค ... พระโคตมะพุทธเจ้า -ปัจจุบันพระพุทธเจ้า

ไข่ฟองสุดท้ายไปตกที่นางราชสีห์ ... พระอริยเมตไตรยะ








เสมาชาดกเรื่องมโหสถ

ภาพเสมานี้คล้ายเสมาที่เมืองฟ้าแดดสงยาง จังหวัดกาฬสินธุ์ และวัดคอนสวรรค์ ชัยภูมิ

มโหสถเป็นบัณฑิตให้กับพระเจ้าวิเทหราช กรุงมิถิลา

พระเจ้าจุลนีต้องการครอบครองเมืองมิถิลาจึงมีการออกอุบายเพื่อให้ได้มา

แตที่สุดได้พ่ายแพ้แก่ปัญญาของมโหสถ และอยากให้มโหสถมาอยู่ด้วย

เมื่อพระเจ้าวิเทหราช สิ้นพระชนม์ มโหสถจึงได้มาอยู่กับพระเจ้าจุลนี

นางเภรี ปริพาชิกา หรือนักบวชหญิง ในเสมานี้จะเห็นผู้หญิงถักผมและเกล้ามวยแบบนักบวข

ได้ถามปัญหาด้วยเครื่องหมายแห่งมือ

จึงมองมโหสถ แล้วแบมือออก ... ถามว่าพระเจ้าจุลนีนำมโหสถมาจากเมืองอื่น ทรงทำนุบำรุงหรือไม่ได้ทำนุบำรุง

มโหสถตอบด้วยการกำมือ ... ตอบว่าพระเจ้าจุลนียังไม่พระราชทานอะไรให้

ในรูปคือตอนต่อไปนี้

นางเภรีเข้าใจคำของมโหสถ จึงยกมือขึ้นลูบศีรษะของตน ... ถ้าท่านลำบาก ทำไม จึงไม่บวชเหมือนอาตมาเล่า

มโหสถจึงลูบท้องของตน ... ตอบว่า มีบุตรภรรยาที่ต้องเลี้ยงดูอีกมาก








เสมาเรื่องปัญจาวุธชาดก

พระเจ้าพรหมทัตได้ส่งโอรสไปเรียนวิชาที่ตักศิลา

เมื่อสำเร็จอาจารย์ได้มอบอาวุธให้มา 5 อย่าง ... ปัญจอาวุธ ... คือ พระขรรค์ ธนู หอกซัด ขวาน ตะบอง

ขณะเดินทางกลับได้เข้าไปในเขตป่าที่มียักษ์อยู่

ยักษ์จะจับกิน พระโอรสก็ทรงซัดอาวุธใส่ยักษ์ ในเสมาน่าจะกำลังซัดพระขรรค์

บุคคลด้านล่างมีตาโปน เป็นยักษ์

แต่ยักษ์มีขนเหนียว ขว้างเข้าไปเท่าไหร่อาวุธก็ติดขนหมด

จึงตัดสินใจพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวชกต่อย แขนขาก็ติดขนยักษ์ เอาหัวชน ก็ติดขนยักษ์อีก

ยักษ์สงสัยทำไมไม่กลัว

โอรสตอบว่า เรามีวชิราวุธอยู่ในท้องของเรา

ถ้าท่านกินเราเข้าไปไส้ของท่านก็จะขาดเป็นชิ้นน้อยชิ้นใหญ่ ถึงซึ่งความตายไปกับเราด้วย

โดยเหตุนี้เราจึงไม่กลัวท่าน

ข้อที่พระราชกุมารนั้นกล่าวว่า มีวชิราวุธอยู่ในท้องนั้น หมายถึงปัญญาคืออาวุธ

แต่ยักษ์ไม่เข้าใจกลัวตายเลยปล่อยพระโอรส

พระโอรสจึงสอนให้ยักษ์งดฆ่าสัตว์ และถือศีล 5 จะได้ไปเกิดในภพที่ดีกว่า

เรื่องนี้สอนว่าจงสู้อย่ายอมแพ้








เสมาเรื่องภูริทัตชาดก

พระเจ้าพรหมทัตกษัตริย์ครองกรุงพาราณสี เกิดหวาดระแวงว่าโอรสจะยึดสมบัติจึงขับโอรสให้ออกจากเมือง

โอรสไปตั้งบรรณศาลา แปลว่า ที่พำนักของผู้บำเพ็ญพรตมุงด้วยใบไม้ อยู่ระหว่างแม่น้ำยมุนา , มหาสมุทร และภูเขา

มีนาคหม้ายที่ต้องการมีคู่มาพบจึงอยู่กินกัน มีลูกสองคน ชายชื่อสาครพรหมทัต เพราะเกิดริมแม่น้ำ-หญิงชื่อสมุททชาเพราะเกิดริมมหาสมุทร

พระเจ้าพรหมทัตสวรรคต โอรสกลับไปครองเมืองพาราณสี

นางนาคไม่ได้มาด้วยเพราะกลัวว่าถ้าเกิดโมโหแล้วจะทำลายล้างสิ่งที่มองอยู่เป็นจุล

ลูกสองคนไปอยู่ในเมืองก็ต้องมีสระโบกขรณีไว้ด้วยเป็นนาคต้องเล่นน้ำ

วันหนึงมีเต่าหลงเข้าไปในสระ ทำให้ลูกทั้งสองตกใจจึงถูกลงโทษให้โยนลงไปตรงน้ำวนของแม่น้ำยมุนา

เต่าตกลงไปถึงเมืองนาค กำลังจะถูกฆ่าจึงออกอุบายว่าเป็นฑูตมาพบท้าวธตรฐ เพื่อทำมิตรธรรมกับท้าวธตรฐโดยยกนางสมุททชาให้

ท้าวธตรฐส่งนาคไปรับ มีขัดกัน ขู่กันจนที่สุดก็ได้นางสมุททชามา

ทั้งสองมีบุตรชาย 4 ตน คือ สุทัสสนะ ทัตตะ สุโภคะ อริฏฐะ

วันหนึ่งทัตตะได้ตามท้าวราชวิรูปักข์ ... มหาราชของนาค ... ขึ้นไปเฝ้าพระอินทร์บนสวรรค์

ได้แก้ปัญหาที่ถกกันได้ พระอินทร์จึงตั้งชื่อให้ว่า ภูริทัตต แปลว่า ผู้มีปัญญาไพศาลดุจแผ่นดิน

เมื่อได้เห็นสวรรค์ ภูริทัตตก็อยากเกิดเป็นเทวดาอยู่บนสวรรค์บ้าง

จึงขอพระบิดาพระมารดาขึ้นมาบำเพ็ญศีลอยู่ที่โลกมนุษย์ โดยขดรอบจอมปลวกอยู่ใกล้ต้นไทรริมแม่น้ำยมุนา

ได้ตั้งสัจจอธิษฐานว่า แม้ผู้ใดต้องการหนัง เอ็น กระดูก เลือดเนื้อของตน ก็จะยอมบริจาคให้ ขอเพียงให้รักษาศีลให้บริสุทธิ์ก็พอ

วันหนึ่งมีพรานล่าเนื้อสองพ่อลูกพราหมณ์เนสาท และโสมทัตจากเมืองพาราณสี มาพบภูริทัตตจึงถามว่าเป็นใคร

ภูริทัตตะก็ตอบไปตามจริง แล้วก็เห็นว่าพ่อพราหมณ์นั้นดูโหดร้าย กลัวจะไปพาหมองูมา จึงชวนให้ไปอยู่เมืองนาคทั้งคู่

ไปอยู่ได้หนึ่งปีก็ขอกลับมายังโลกมนุษย์

ภูริทัตตะจึงให้ลูกแก้วมาด้วยเพื่อจะได้เนรมิตสิ่งต่าง ๆ จะได้ไม่แพร่งพรายเรื่องที่ภูริทัตตขึ้นมาบำเพ็ญศีล

ระหว่างทางพราหมณ์เห็นสระน่าอาบน้ำ จึงถอดเสื้อผ้าและเอาลูกแก้ววางไว้ ลูกแก้วก็จมดินไปยังบาดาล


ตัดแช๊ปไยังอีกฉาก

ครุฑตัวหนึ่งจับนาคเพื่อจะกินเป็นอาหารได้ จึงบินไปใกล้ต้นไทรที่มีฤาษีอยู่

นาคเอาหางพันต้นไทร ครุฑก็ดึงทำให้ต้นไทรถอนรากมา

เมื่อกินนาคแล้วก็เห็นต้นไทรก็จำได้ว่าเป็นที่อยู่ของฤาษี

จึงแปลงเป็นคนกลับไปดู แล้วให้มนต์อาลัมพายน์บูขาแก่ฤาษีนั้น


มีพราหมณ์หนีหนี้ออกจากเมืองไปอาศัยอยู่กับฤาษี

ปรนนิบัติวัตถาก ฤาษีจึงสอนมนต์อาลัมพายน์ให้

พราหมณ์อาลัมพายน์จึงลาฤาษี

ขณะเดินทางก็ท่องสยายมนต์ นาคสาวๆ ที่มาเล่นน้ำและเอาลูกแก้วมาด้วยได้ยินก็รีบมุดดินหนี นึกว่าครุฑมา จึงลืมลูกแก้วไว้

พราหมณ์อาลัมพายน์จึงเก็บลูกแก้วไป

พราหมณ์เนสาท และโสมทัต เห็นลูกแก้วในมือพราหมณ์ พราหมณ์เนสาทจึงขอซื้อพราหมณ์ก็ไม่ขาย

แทนที่จะไปขอลูกแก้วที่ภูริทัตตะใหม่ กลับชวนไปยังที่ภูริทัตตะถือศีล

โสมทัตผู้ลูกจึงโกรธพราหมณ์เนสาทที่เนาคุณภูริทัตต จึงลาจากไป

เมื่อถึงจอมปลวกก็ขอเอาลูกแก้วไว้เพื่อพราหมณ์จะได้จับนาคถนัดมือ

พราหมณ์อาลัมพายน์โยนให้แต่ลูกแก้วตกลงดิน และก็จมกลับไปเมืองบาดาล ... อด

พราหมณ์อาลัมพายน์จับนาคภูริทัตตะได้ดังภาพในเสมา

ต่อจากนี้คือ

จากวันนั้นพระนางสมุทชามารดาก็ฝันร้ายตลอด

ไปหาก็พบว่าพระภูริทัตตหายไป

พี่น้องทั้งสามจึงปลอมเป็นดาบสไปตามหายังเมืองมนุษย์


ส่วนพราหมณ์อาลัมพายน์เอาภูริทัตตะไปออกแสดงหาเงิน

จนวันหนึ่งนำไปแสดงต่อหน้าพระเจ้ากรุงพาราณสี สุทัสสนะตามมาเจอ

ภูริทัตตะเห็นสุทัสสนะพี่ชายก็เข้าไปซบร้องไห้

พราหมณ์อาลัมพายน์คิดว่าดาบสถูกนาคกัด ก็จะรักษา

ดาบสบอกว่าเป็นยิ่งกว่าหมองู จึงทำอันตรายท่านไม่ได้

ท่านรู้ว่านาคนี้ไม่มีพิษ และถ้าคนอื่นรู้ว่านาคไม่มีพิษ ก็คงไม่ให้ทรัพย์ต่อพราหมณ์อาลัมพายน์ต่อไป

จึงท้าพราหมณ์อาลัมพายน์ว่าจะเอาพิษลูกเขียดมาสู้

พราหมณ์อาลัมพายน์ถูกแค่ไอพิษกลายเป็นขี้เรื้อนด่าง จึงยอมปล่อยนาคราช

พระเจ้ากรุงพาราณสีคือ สาครพรหมทัต ลุงของนาคทั้งสีนั้นเอง ... จบ








เสมานี้จารึกอักษร เขาว่า ภาษาปัลลวะ








เสมาเรื่องพรหมนารทชาดก

พระเจ้าอังคติราชเป็นกษัตริย์ซึ่งทรงทศพิธราชธรรมแห่งเมืองมิถิลา

ไปหลงเชื่อคุณาชีวกกัสสปโคตร ว่าไม่มีบุญมีบาป

สัตว์คน เสมอกัน จะได้ดีได้ชั่วก็มาเอง เวียนว่ายตายเกิด 84 กัปป์ก็บริสุทธิ์เอง

พระนางรุจาราชธิดาจึงไปกราบไหว้เทวดาขอให้ปลดเปลื้องพระชนกนาถจากมิจฉาทิฏฐิ

พระพรหม ... ใครที่อยู่สวรรค์ชั้นพรหม ก็เรียกพรหมทั้งหมด ... ชื่อนารทะ จึง

แต่งกายแบบฤาษ๊ ใส่ชฏา ปักปิ่นทอง

คานหาบทอง สาแหรกทอง คณโฑแก้วประพาฬ เหาะลงมาสู่ปราสาท ดังภาพในใบเสมา

ต่อไปคือ

พระเจ้าอังคติราช ซักถามว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมา

พระพรหมนารท ตอบว่ามาจากพรหมโลก ชื่อนารทะ

พระเจ้าอังคติราชถามว่าทำไมมีฤทธิ์ยืนบนอากาศได้

พระพรหมนารท ตอบว่า ภพก่อนได้ประพฤติคุณธรรม 4 ประการนี้คือ สัจจะ ธรรมะ ทมะ จาคะ จึงไปไหนได้ตามความปรารถนา

พระเจ้าอังคติราชก็ยังไม่เชื่อเรื่องบุญ เทวดา มารดาบิดา ปรโลก ว่ามีอยู่จริง ถึงกับ

ขอยืมทรัพย์ 500 ตำลึงและจะคืนให้ 1000 ตำลึงในปรโลก

พระพรหมนารท ตอบว่า ถ้ารู้ว่ามหาบพิตรทรงมีศีล ก็จะให้มหาบพิตรทรงยืมสัก 500 ตำลึง

แต่มหาบพิตรหยาบช้า เมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว จะต้องไปอยู่ในนรก

ใครจะไปได้ทรัพย์คืน เพราะคงเบี้ยวหนี้

และขู่ต่อว่า

ใครจะไปทวงทรัพย์ถ้า

ผู้ตกอยู่ในนรก ถูกฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงสุนัข รุมกัดกิน ตัวขาด กระจัดกระจาย เลือดไหลโทรม อยู่ในสถานที่ที่มีแต่ความมืดมิด

สุดท้ายพระเจ้าอังคราชก็ละมิจฉาทิฏฐิ








เสมานี้วาดยาก








ที่นี่ แบบนี้








และ








อิ่มตา อิ่มใจ ที่ได้ไปเยือน









Create Date : 07 กันยายน 2562
Last Update : 7 กันยายน 2562 6:57:01 น. 22 comments
Counter : 1184 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณเริงฤดีนะ, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณกะว่าก๋า, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณวลีลักษณา, คุณmultiple, คุณTui Laksi, คุณJinnyTent, คุณtoor36, คุณKavanich96, คุณหอมกร, คุณmcayenne94, คุณInsignia_Museum, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณสมาชิกหมายเลข 4365762


 
รีบเขียนก็รีบอ่านจ้าาา
ก่อนจะมั่วๆแล้วไม่ทันได้เห็น
ตามบ้านนี้ไปเที่ยวไม่ผิดหวัง
ไม่ลืมแวะให้ลูกทัวร์แวะอิ่ม
ทั่วไทยด้วยเนอะ แต่วันนี้ไม่ได้
อิ่มท้องจิ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:11:48:23 น.  

 
อ่านนิทานชาด. จากท่านประธาน เสียจนตาลาย..
อาจจะต้องแบ่งกลับมาอ่านกันทีละตอน ทีละตอน เนื่อหามากจริงๆ
มิฉนั้นจะมั่วไปแน่ๆ อิ อิ
ตอนนี้จำได้แค่พระเจ้า 5 พระองค์ มาจากไข่ลอยน้ำ เท่านั้นครับ 555


โดย: พายุสุริยะ วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:11:50:11 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:12:18:53 น.  

 
ขอบคุณครับสำหรับเรื่องเสมาชาดก ไม่เคยอ่านมาก่อนเลยครับ


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:12:56:54 น.  

 
ร้านโอชารสเลยเหรอ
ก็เล่นซะหลายถ้วยเลยจิคะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:14:49:43 น.  

 
งานพุทธศิลป์ในสมัยโบราณ
มีความสวยงาม ส่วนหนึ่งอาจเพราะตั้งใจทำด้วยศรัทธานะครับ
สร้างงานอย่างตั้งใจ
ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน
ก็ยังคงคุณค่าอยู่เสมอครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:15:47:18 น.  

 
ขนาดวาดเส้นไว้ให้ดูยังดูไม่ค่อยออกเลยค่ะ

ไปอิสานเจอน้ำท่วมหรือเปล่าคะ

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ


โดย: วลีลักษณา วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:17:52:38 น.  

 
บ้านกุดโง้ง นี่ อ.เต๊ะ เคยอ่านเจอว่า เป็นชุมชนโบราณ เคยขุดค้น เจอใบเสมามากมาย บางแผ่นยังฝังอยู่ในท้องนา ไม่ได้เอาขึ้นมาไม่ไหวก็มี เพราะแผ่นใหญ่มาก

ที่น่าสนใจก็คือ โบราณวัตถุต่างๆ เผลอๆอาจจะมีทรัพย์สมบัติ ถูกฝังไว้บ้างแหละนะครับ

คุณตุ๊กบอก เออ ข้าก็คิดแบบเอ็ง แต่วันนั้น ข้า 2คน ช่วยกันขุดหา จนหน้ามืดยังไม่เจอ ฝนก็จะตกเลย ข้าเลยรีบกลับก่อน คราวหน้าข้าจะไปแก้มือใหม่ เย้ย 555

ส่วน ใบเสมาที่มี บายศรี บูชาชุดใหญ่ ที่อ.เต๊ะ อ่านเจอ เค้าบอกว่า ชาวบ้านนับถือ กันว่าเป็น พ่อปู่เทพ ชาวบ้านเคารพและศรัทธามาก มีพิธีสักการะบูชาประจำทุกปีเลยนะครับ




โดย: multiple วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:18:21:36 น.  

 
ตามไปเที่ยวกับคุณตุ๊กค่ะ


โดย: Tui Laksi วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:21:28:58 น.  

 
ตวยมาแอ่วกับปี้ตุ๊กเจ้า
วัตถุโบราณนักขนาดเน้อ


โดย: JinnyTent วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:21:31:51 น.  

 
ถ้าไม่มีข้อมูลนี่ดูแปบๆ กลับแน่นอนครับ เพราะไม่รู้ว่าต้องสังเกตอะไรตรงไหน อย่างไร

ช่วงฝนล่ะนะ ไปไหนก็เจอแต่ฝน


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 กันยายน 2562 เวลา:23:15:30 น.  

 


อรุณสวัสดิ์ครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กันยายน 2562 เวลา:6:35:01 น.  

 
tuk-tuk@korat Travel Blog ดู Blog
ครึ้มจนภาพดูมืดไปเลยนะคะพี่ตุ๊ก



โดย: หอมกร วันที่: 8 กันยายน 2562 เวลา:12:23:01 น.  

 
โคราช มีโอกาสต้องไปแก้มือ อีกซักรอบละครับ คราวที่แล้วรีบ ยังดูไม่ทั่วเลยครับ

ขอบคุณสำหรับโหวต และที่แวะไปดู อ.เต๊ะ คุยกับนกด้วยนะครับ 555



โดย: multiple วันที่: 8 กันยายน 2562 เวลา:19:48:39 น.  

 
ได้ความรู้มากมาย พี่ตุ๊กดูลายเสมาเก่งและแปลออก เก่งมากๆค่ะ


โดย: mcayenne94 วันที่: 8 กันยายน 2562 เวลา:20:16:13 น.  

 


โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 กันยายน 2562 เวลา:22:40:50 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กันยายน 2562 เวลา:6:23:53 น.  

 
มาเกาะขอบเวทีติดตามการเดินทางเชิงวัฒนธรรม น่าสนใจทั้งนั้นเลยครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 9 กันยายน 2562 เวลา:12:40:45 น.  

 
ตะก่อนผมก็บ่าใค่ฮู้เรื่อง ใบเสมา ซุ้มประตู
จนกระทั่งได้ไป เมือง ทวารวดีที่ ปราจีนบุรี
ไปล่องแก่ง..หินเพลิง

เกยหันหินแกะสลัก คนโบราณเปิ้นมีความคิด
ริเริ่มนักเหมือนกั๋น..น่าจะเป็นคนมีสตางค์
กับบริวารนักตวยเนาะ

หันคุณตุ๊กค้นคว้ามา แสดงว่าชอบโบราณ
คดี กับแป๋งเขี้ยวฮื่อคนอื่นเนาะ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 กันยายน 2562 เวลา:15:37:33 น.  

 
ขอบคุณครับพี่ตุ๊ก



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 9 กันยายน 2562 เวลา:19:26:54 น.  

 
Yes, good opportunity
ใช่แล้วโอกาสดี
I hurriedly accepted it.
ผมจึงรีบรับเอาไว้
History of the study
ประวัติศาสตร์ที่หน้าศึกษา
Thanks for sharing
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: ลุงแอ็ดคิดถึงอดีตที่ผ่านมา (สมาชิกหมายเลข 4365762 ) วันที่: 9 กันยายน 2562 เวลา:23:54:16 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับพี่



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 10 กันยายน 2562 เวลา:6:23:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15


 
tuk-tuk@korat
Location :
นครราชสีมา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 139 คน [?]




งานหลักคืองานอดิเรก

10 บล็อกล่าสุด


Age - Jim Croce ... ความหมาย


กาญจนบุรี ... วันแรก


If You Think You Know How To Love Me - Smokie ... ความหมาย


อุทัยธานี - สุพรรณ ... วันเดียว


When The Smoke Is Going Down - Scorpions ... ความหมาย


ลำปาง - ตาก - นครสวรรค์ ... วันเดียว


โคราช - เชียงใหม่ ... วันเดียว


Hello Darling - Conway Twitty ... ความหมาย


อยากไปอุทัยธานี


Bachelor Boy - Cliff Richard ... ความหมาย







ของแต่งบล็อกจาก
ป้าเก๋า "ชมพร"
คุณญามี่
คุณ Rainfall in August
ขอบคุณค่ะ

[Add tuk-tuk@korat's blog to your web]