www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

The House Bunny + Mean girls , คุณค่าของคุณ อยู่ตรงที่ใด

... ... หนังวัยรุ่นกระโปรงบานขาสั้นที่เรียกกันว่า หนัง teen/tween ที่ดีและดูสนุกที่สุดที่ผมชอบในยุคหลังๆคือ Mean girls เรื่องของเด็กสาวที่เปลี่ยนตัวเองไปเป็น กลุ่มสาวพลาสติก หรือ กลุ่มเด็กสาวที่ติดหรูหราให้คุณค่าที่เสื้อผ้าหน้าผม



เริ่มต้น เธอหวังแค่เข้าไปเพื่อสืบข้อมูลมาช่วยกลุ่มเด็กเรียน แต่หลังจากเป็น สาวพลาสติก ไปสักพัก เธอก็ชักติดใจในวัตถุรอบตัวจนลืมตัวตนที่แท้จริงไปชั่วขณะ

ในตอนนั้นยังนึกว่า Lindsay Lohan ที่รับบทเป็นนางเอก จะแจ้งเกิดในวงการหนัง แต่สุดท้ายเธอก็เป๋บนถนนชีวิตการแสดงของตัวเอง ทั้งๆที่ถ้าไม่มีอคติ เธอเองก็เล่นหนังใช้ได้ดีอยู่ ตรงกันข้ามกับตัวร้ายในหนัง Rachel McAdams ที่ไปได้รุ่งกว่าบนถนนของนักแสดง




... ดูจาก Mean girls แล้วเท่าที่สังเกต หนังวัยรุ่นแนว teen/tween ส่วนใหญ่ คนเขียนบทมักจะแบ่งลักษณะวัยรุ่นเป็นสองแบบ

1.พวกวัตถุนิยม หรือ materialistic สวยเอ็กซ์เซ็กซี่ มีของดีๆใช้ และ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มัดใจหนุ่มๆ

2. พวกเด็กเรียน หรือ nerd ที่ดูเชยๆแว่นหนาๆใส่เสื้อผ้าปิดถึงคอกับตาตุ่ม และ ไม่เป็นที่ต้องการของหนุ่มๆ

แล้ว หนังก็จะให้ ตัวเอกของเรื่อง ไปอยู่ในกลุ่ม nerd ช่วยพลิกกลุ่ม nerd ให้กลับมาเท่ โฉบเฉี่ยว หรือไม่ก็ให้ตัวเอกเปลี่ยนตัวเองเข้ากลุ่ม materialistic เพื่อวางแผนอะไรบางอย่าง เหมือนใน Mean girls

ก่อนที่ ฝั่งตัวเอก จะเผลอถลำหลวมตัวลืมตัวไป กับ ความหรูหรา หลงลืม รากเหง้าหรือตัวตนของตัวเอง




… The House Bunny ก็อาศัยโครงสร้างของพล็อตข้างต้น ต่างกันก็ตรง ตัวละครเอก ไม่ใช่ ตัวละครที่เป็นวงใน แต่ เป็น คนนอกที่เดินมาเข้าสู่ กลุ่มเด็กเรียนหรือเด็ก nerd ที่กำลังมีปัญหาในการหาสมาชิกเข้าบ้านพักนักศึกษาให้ได้ครบตามกำหนด มิเช่นนั้นจะถูกยุบบ้าน

แต่เพราะพวกเธอในบ้านหลังนี้ออกแนวเชยๆไม่แนวไม่ชิล นักศึกษาน้องใหม่จึงไม่อยากเข้ามาอยู่ และ พวกเธอเด็ก nerd เหล่านั้นก็กำลังประสบปัญหาชีวิตส่วนตัวเมื่อพวกเธอรู้สึกว่าไม่เป็นที่นิยมชมชอบในสังคม

Shelley นางเอกของเรื่องเป็นสาวหูกระต่ายจากนิตยสาร playboy ที่ถูกกำหนดให้มีบุคลิก สวยใสไร้สมอง เป็นต้นแบบของ สาวแบ๊ว ที่ไม่ได้ แอ๊บ แต่ดูเหมือนจะ แบ๊ว มาแต่กำเนิด คือ มองโลกเป็นสีชมพูสดใสไปหมด มองโลกแบบเด็กๆ

ฝันอันยิ่งใหญ่ของเธอคือการได้เป็นนางแบบอล่างฉ่างที่หน้ากลางของ นิตยสาร playboy

Shelley จับพลัดจับพลูเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ และ อาสาจะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าบ้านหลังนี้ให้ฮิปให้ทันสมัยถูกใจวัยรุ่น



... การที่ให้ สาวสุดเซ็กส์ มาเปลี่ยนแปลง กลุ่มวัยรุ่นบุคลิกทึนทึกเชยๆให้เซ็กซี่ แล้วผู้คนก็มาชื่นชมความเซ็กซี่ ทำให้หนังเริ่มต้นเหมือนจะบอกว่า

“อย่าทำตัวเป็นเด็กเรียนนะ ไม่งั้น จะไม่ popular”

“ใส่ความ sex เข้าไว้ ใส่เสื้อรัดติ้ว โชว์เนื้อหนังเข้าไว้ หากอยากจะเป็น somebody”


ซึ่งถ้าบทสรุปของหนังจบแค่นั้น คุณค่าของหนังวัยรุ่นเรื่องนี้คงลดน้อยไปเยอะ

ดีที่หนังไม่ได้จบง่ายๆตรงกันขายความเซ็กซี่ แต่ แสดงให้เห็นอีกด้านว่า ถึงจะเซ็กซี่ เรียกน้ำลายไหลจากหนุ่มๆที่เดินผ่าน แต่ ความเซ็กซี่ของ Shelley ไม่สามารถมัดใจชายหนุ่มแสนดีที่เข้ามา ไม่สามารถสร้าง รักแท้ ให้เกิดขึ้น

เธอสามารถหาชายหนุ่มที่ต้องการความความเซ็กซี่ ของเธอได้มากมาย แต่ ชายหนุ่มเหล่านั้นก็ไม่ได้ต้องการจะมีรักแท้กับเธอ ในขณะที่ชายหนุ่มดีๆที่เขารักเธอ เขารักที่ ความรู้สึกนึกคิดใจคอ หรือ ตัวตน ข้างในที่ไม่ได้เกี่ยวกับความเซ็กซี่ ใดๆทั้งสิ้น

ถ้าหวังใช้นมเพื่อเรียกหนุ่ม หญิงสาวผู้นั้นก็จะได้ชายหนุ่มคนรักที่รักนมไม่ใช่รักเธอ ครั้นวันใดที่นมของเธอไม่เป็นที่ต้องการหรือมีนมที่เขาชอบมากกว่า เขาก็พร้อมจะเดินจากไป

การใช้ เปลือกภายนอก ในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้คน ก็จะทำให้เราเจอผู้คนที่ไม่จริงใจ เพราะคนเหล่านั้น ก็มองเราที่เปลือกนอกเฉกเช่นเดียวกัน





.... ความพลาสติกหรือหรูหราของเสื้อผ้าหน้าผมใน Mean girls กับ ความเซ็กซี่ใน The House Bunny นอกจากจะเป็นการสื่อให้เห็นถึง ค่านิยมของวัยรุ่น ที่ฝาก คุณค่าในตัวเองไว้ที่เปลือกนอก จนสูญเสีย ความเป็นตัวของตัวเอง

หนังยังแสดงให้เห็นว่า

อย่าตัดสินคน เพียงผิวเผิน เช่น การเป็นเด็กเรียนไม่จำเป็นว่า จะต้องเชย หรือ ไม่ประสีประสาสังคม , การเป็น สาวเซ็กซี่ ก็ไม่จำเป็นว่าต้องหลงติดกับวัตถุ หรือ ให้เลือดไปเลี้ยงนมจนไม่เหลือไปเลี้ยงสมอง เหมือนที่คนชอบว่ากัน

เพราะ การใช้ชีวิตไม่ได้มีรูปแบบสำเร็จรูป

เราสามารถเป็นเด็กเรียนให้คุณค่ากับการเรียน โดยไม่จำเป็นที่จะต้อง ทำตัวให้ทึนทึกหรือปฏิเสธสังคม แต่เราสามารถเป็นเด็กเรียนที่ตั้งใจเรียนได้ ไปพร้อมๆกับเป็นคนมีเสน่ห์และเป็นที่ชื่นชม

เช่นเดียวกัน

การแต่งๆตัวสวยๆดูดี ก็ไม่ได้จำเป็นว่าต้องโง่งมสนแต่เสื้อผ้า หากแต่หลายคนก็ตั้งหน้าตั้งตาหาความรู้ให้กับตัวเองได้




... หนังวัยรุ่นทั้งสองเรื่องนี้ ยังมีพฤติกรรมที่น่ายกเป็นตัวอย่าง คือ การจ้องดูถูกคนอื่นเพื่อยกระดับตัวเอง เช่น สาวๆพลาสติกมองสาวๆเด็กเรียนว่าเชยสะบัด ตกสมัย มองว่าตัวเองเหนือกว่า หรือ สาวๆลูกเศรษฐีมองสาวหูกระต่ายสุดเซ็กซี่ว่าปัญญาอ่อน ไม่มีชาติตระกูล

ซึ่ง นอกจาก จะเป็นการตัดสินคนแค่เปลือก เหมือนที่เขียนไปข้างต้น ตัวอย่างที่ยกมา ยังเป็นการถ่ายทอดทฤษฎีจิตวิทยาที่เขาว่ากันว่า คนที่ชอบดูถูกคนอื่นมากๆ เกิดจาก ความรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าในใจ (low self esteem)และแสวงหาการยอมรับอย่างรุนแรง จึงพยายามชดเชยด้วยการ เหยียดคนอื่นให้ต่ำกว่า โดยไม่ทันรู้ว่า การเหยียบคนอื่นไม่ได้ทำให้ตัวเองสูงขึ้นแต่อย่างใด

เหมือนที่นางเอกใน Mean girls พูดตอนแข่งขันวิชาการกับทีมตรงกันข้าม แล้วพยายามมองหน้าตาหรือเสื้อผ้าเชยๆของคู่แข่ง พยายามหาจุดที่ไม่ดีให้นินทา ก่อนจะได้สติว่า

การดูถูกคนอื่น ไม่ได้ช่วยให้ตัวเองนั้นเก่งกาจขึ้นมาได้แม้แต่น้อย


... เชื่อว่า หากใครเคยสนุกไปกับ Mean girls ก็น่าจะสนุกกับ The House Bunny ได้ไม่ยาก เพราะ หนังก็มาในทางใกล้เคียงกัน มีจุดเด่นคล้ายกันคือ คือ มีสาระ มีความลื่นไหลลงตัว เล่าเรื่องสนุกเพลิดเพลิน มีอารมณ์ขัน และ มีการแสดงที่มีเสน่ห์ของตัวละครนำ



แอนนา ฟาริส ผู้รับบท Shelley สาวหูกระต่าย เหมือนไม่คิดจะไปจากบทตลกเสียแล้ว เพราะเห็น เดินเข้าเดินออกอยู่ในหนังตลกอยู่ตลอด แต่ก็ต้องยกให้ เพราะใน The House Bunny เธอเล่น แบ๊ว ได้ใจดีเหลือเกิน (ว่าแต่ ดูหน้าตาของเธอแปลกๆไป ปากของเธอดูผิดปกติเหมือนบวมๆขึ้น) เช่นเดียวกับก๊วนเด็ก nerd ที่ออกมาทำให้คนดูยิ้มได้แทบตลอดทั้งเรื่อง

The House Bunny ไม่ได้ขำฮาก๊าก แต่ออกแนวน่ารักและมีสาระ คุ้มค่าแก่การรับชม และ ถ้าใครยังไม่เคยดู Mean Girls ก็ไม่ควรพลาดที่จะลองหามาดู หนังวัยรุ่นคุณภาพดีฝีมือการแสดงยุคแรกรุ่งของ Lindsay Lohan




สามารถติดตามบทสรุป การให้คะแนน และบทวิจารณ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้เพิ่มเติม หรือบทวิจารณ์ภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ พร้อมความเห็นของเพื่อนร่วมบล็อคที่รักการดูหนัง ได้ที่ //vreview.yarisme.com




พื้นที่แนะนำผลงาน{ตัวเอง}

(คลิกที่รูปหนังสือ เพื่อ อ่าน หรือ แสดงความเห็น ต่อหนังสือแต่ละเล่มได้เลยครับ)

ปีนี้ “ผมอยู่ข้างหลังคุณ” ขอฝากผลงานเล่มล่าสุดที่เพิ่งคลอดจ้า อันว่าด้วย 'ความรักและกำลังใจ' ผ่านแรงบันดาลใจจากชีวิตและภาพยนตร์ ในหนังสือที่ชื่อว่า

เมื่อฉันลืมตา แล้วโลกเปลี่ยนไป



และ ผลงานสองเล่มก่อน จากสองปีที่ผ่านมา



"หนังสือรัก" หนังสือที่หยิบยกความรักและความสัมพันธ์ในภาพยนตร์ มาช่วยให้คุณเข้าใจตัวเองและคนรอบข้าง ได้มากขึ้นและลึกซึ้งกว่าเดิม กับ องศาที่ 361 หนังสือที่อาสาช่วยคุณค้นหามุมเล็กๆในตัวเองที่จะมีความสุขในชีวิตได้มากขึ้น โดยอาศัย'หนัง'เป็นสะพานพาไปเข้าใจตัวเอง


มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป แต่ เพื่อนๆที่หาซื้อตามร้านไม่ได้ "หนังสือรัก"เข้าไปสั่งได้จากเว็บของสนพ.เลยจ้าที่ //www.bynatureonline.com/store/bookstore.php ส่วน องศาที่ 361 สั่งได้จากเว็บของซีเอ็ดครับผม






ชวนไปอ่านบทความเรื่องอื่นๆ คลิก >> หน้าสารบัญ

ชวนคลิก ชวนคุยกับเจ้าของ Blog ที่ --> หน้าแรก

รวบรวมรายชื่อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยเขียนไว้แล้วที่ ---> ห้องเก็บหนัง





ขอคิดค่าบริการต่อการอ่าน 1 หน้าในอัตราเพียง

ความเห็น
ของคุณมีประโยชน์กับผู้อ่านคนถัดมา คำทักทายของคุณเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน คำติชมหรือคำแนะนำของคุณจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพัฒนาหากคุณเข้ามาอ่านครั้งถัดไป


Create Date : 27 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 27 พฤศจิกายน 2551 3:57:43 น. 9 comments
Counter : 10582 Pageviews.

 
ผมอ่านแล้วนึกถึง Clueless แฮะครับ


โดย: Marvellous Boy วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:9:43:47 น.  

 
ยังไม่ได้ดูบ้านกระต่ายเซ็กซี่ เลยครับ แต่สำรับ Mean Girls นั้น ยอมรับว่าดูแล้วชอบมากเลยทีเดียวครับ และอีกเรื่องที่ผมว่าคลาสสิคสุดๆ ตามที่ คห. 1 บอกก็เช่นกันครับ


ดูๆ ไปแล้ว ผมยังมีความเป็นวัยรุ่นอยู่นะเนี่ย ^^


โดย: เข็มขัดสั้น IP: 117.121.208.2 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:10:14:07 น.  

 
จิงๆแอนนา ฟาริส หน้าออกโรคจิตได้ครับ ดู May หรือ Waiting แล้วจะเห็นด้านมืดเลยครับ


โดย: tHecHamp IP: 168.120.97.133 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:09:49 น.  

 
+ แหะๆ ของผมยังไม่ได้ดูทั้ง 2 เรื่องเลยอ่ะคร้าบ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:20:49:47 น.  

 
อ่านแล้ว น่าตามไปดูคะ


Friends18.com Orkut MySpace Hi5 Scrap Images
Friends18.com Good Night Comments



โดย: sysee วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:01:41 น.  

 
อยากดู bunny จังค่ะ ช่วงนี้ขอดูหนังสนุกๆ ดูสบายๆ


โดย: Mehndi Laga Ke Rakhna วันที่: 29 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:58:41 น.  

 
ดูแล้วทั้งสองเรื่อง ชอบเหมือนกันครับ



โดย: amnesia IP: 58.9.199.241 วันที่: 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:35:57 น.  

 
คิดถึง Clueless เหมือนกันค่ะ
หนังวันรุ่นที่กุ้งเคยชอบมากมาย


โดย: ลิปดา - พิลิปดา IP: 58.9.8.123 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:15:00:07 น.  

 
ชอบทั้งสองเรื่อง แต่ที่ชอบมากกว่าคือ Gossip Girl ค่ะ วันหลังรีวิวด้วยนะคะ


โดย: สาวช่างถาม IP: 124.121.243.159 วันที่: 27 มกราคม 2552 เวลา:12:05:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
27 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.