Pass ที่ใช่กับการเดินทาง @ ญี่ปุ่น




เช้าวันหยุด มาลองดูเรื่องการเลือก pass ที่จะใช้ในการเดินทางเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

ไม่ใช่ว่าเราเก่งนะ มาจากประสบการณ์ที่ผิดพลาดดีกว่า 

เราเป็นคนชอบอ่านนะ หาข้อมูล แต่ก็เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จนได้ลองประสบการณ์จริงถึงรู้ว่าภาคทฤษฎีกับปฏิบัติมันต่างกันนัก

การเลือก pass ที่ใช่ เราว่ามันค่อนข้างจุกจิกและงานละเอียดมากนะ บางคนก็เลยอยากได้สูตรสำเร็จในการซื้อ 

เราบอกตรงๆ นะ มันก็นะ กว่าจะควานหารีวิวแบบนั้นเจอ ทำให้หลายๆ คนแบบ โอ๊ย ทำไมมันยากแบบนี้ แต่ในเมื่อตัดสินใจไปเที่ยวแล้ว ก็นะ ดูนิดนึง ค้นหาข้อมูลมันก็ใช้เวลาพอควรนะ

ภาระจะตกหนักที่คนวางแผนในการเที่ยว ก็เข้าใจนะ หากผิดพลาด สุ่มเสี่ยงถูกรุมแน่ๆ แต่หากมองให้เห็นว่ามันก็เป็นพาร์ทนึงที่สนุกนะ แบบสมมติ เหนื่อยๆ หัวล้าๆ พอได้เปลี่ยนมาวางแผนเที่ยว ชีวิตจะรู้สึกกระชุ่มกระชวย และมีแรงทำอะไรได้ต่ออีกเยอะนะ

วิธีการเลือก pass
ง่ายๆ เลย 
- เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องการเที่ยวทีละจุด ทีละจุดจริงๆ โซนไหนของประเทศ ข้ามไปมา หรือเอาแบบเที่ยวเฉพาะในพื้นที่ เพราะจะมีการเดินทางที่แตกต่างกัน แล้วก็มีทางไปหลากหลายมาก

- อ่านจากหนังสือ และรีวิว เดี๋ยวนี้มีมากมาย ลองค้นหาจากอากู๋ จุดนี้ก็นานนะ เพราะต้องค่อยๆ อ่านๆ ค่อยๆ แกะ บางรีวิวก็บอกชัดเจนถึงเส้นทางการเดินทาง บางคนก็เล่าเฉพาะไฮไลท์ที่เขาไปเที่ยว เราก็ต้องค่อยๆ แกะอ่านไปเรื่อยๆ จดๆ ไป เราจะใช้วิธีจดบนแพลนที่เตรียมไว้เลย

- เข้า hyperdia จริงๆ เว็บนี้ดีนะ คำนวณให้เสร็จ เราสามารถจิ้มเลือกได้ว่าเราอยากจะเดินทางด้วยพาหนะแบบไหน ซึ่งจะอยู่ตรงช่องข้างๆ 

ตอนแรกเราก็ไม่เคยลองจิ้มเลือกพาหนะหรือประเภทรถไฟ แต่พออ่านรีวิว เราเลยลองทำตอนไปญี่ปุ่นครั้งที่ 3 เอ้อ เอ้ย มันดีนะ ทำให้เราวางแผนการเดินทางได้ราวกับว่าดีขึ้นมากเลย

ซึ่งวิธีการใช้เว็บนี้ เขาก็มีการทำรีวิวไว้นะ ต้องเสิร์ชหาดูประกอบกันก็ได้ คนอธิบายเขาก็พยายามให้ชาวเราเข้าใจได้อย่างง่ายๆ นะ

พอเข้าเว็บนี้นะ เราว่ามีส่วนในการคำนวณค่าเดินทางได้ดีทีเดียว เราสามารถบวกรวมค่าเดินทางได้หมด จะทำให้เราตัดสินใจได้ว่า pass ที่ใช้ควรเลือกแบบไหน

ตัวอย่างการเลือก pass: ไปญี่ปุ่นเมื่อปี 2559 ช่วงเดือนพฤษภา
มาถึงสนามบินนาริตะ เลือกตั๋ว narita express  แบบไป-กลับ ตั๋วมีอายุการใช้งาน 14 วันมั้ง ถ้าจำไม่ผิดนะ ซื้อที่ jr office เขาจะ book ที่นั่ง และเวลาให้เลยในขาไป ส่วนขากลับก็ค่อยว่ากันก่อนกลับ เพราะเวลากลับเราอาจจะปรับเปลี่ยนยังไม่แน่นอน

-จิ้มเลือกที่เที่ยวในวัน 3 วันแรก kawaguchiko & oshinohakkai & gotemba & gotemba outlet& hakone 

- pass คือ Fuji hakone pass อายุการใช้งาน 3 วัน

- แพลนคือ ขึ้นรถบัสที่ shinjuku ไป kawaguchiko 
(ส่วนนี้รถบัสให้จองที่เว็บไซต์รถบัสก่อน เพราะเต็มง่ายมาก และมั่นใจกับการเดินทางมากกว่าการ walk-in ไปจองหน้างาน)

- เที่ยวใน kawaguchiko 2 วัน ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์ต่างๆ pass นี้ได้ใช้เป็นส่วนลดได้ ค่ารถอ่ะใช้ pass นี้ได้ ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ขึ้นรถได้ทั้ง omni bus และ retro bus ใช้ได้ที่บริเวณ kawaguchiko และรถบัสยาวๆ ไปถึง hakone

- pass นี้ เราใช้นั่งรถไฟจาก kawaguchiko ไปเจดีย์แดงที่สถานี shimoyoshida ได้นะ แล้วก็นั่งไปลงที่จะขึ้นรถบัสไป oshinohakkai ได้ เราถามพนักงานที่สถานี เขาก็บอกขึ้นได้เลยไม่ต้องซื้อตั๋ว

อ้อ pass นี้ใช้ได้ตั้งแต่เดินทางจาก shinjuku ไปถึง kawaguchiko เลย ส่วนกลับจาก hakone อยู่ที่เราเลือก หากต้องการนั่ง romance car ก็เร็วดี แต่จ่ายเพิ่มนิดนึง ซึ่งการจอดรถ romance car ต้องจองผ่านเว็บ ตัดเงินกันในเว็บเลย ก็สะดวกดีนะ 

pass นี้คือ ไปรถบัส ต้องกลับรถไฟ หรือไปรถไฟ ต้องกลับรถบัส 

รายละเอียด pass หาได้ทางเว็บเลยนะ มีทั้งไทยและอังกฤษ 
เลือกได้ตามถนัดเลยนะ

เราใช้ pass นี้ตลอด 3 วันนะ ใช้จนลูกชายบอกว่า pass วิเศษ ใช้คุ้มค่ามากกก แต่จะคุ้มอยู่แพลนการเดินทางนะ อย่างที่บอก เราใช้จากรถบัส shinjuku ไป kawaguchiko เราเริ่มเที่ยวจริงๆ ในวันที่ 2 ของการเดินทาง เพราะวันแรกไปถึงช้ากว่ากำหนด แล้วฝนตกด้วย ทำให้ต้องสต๊อบบุการเที่ยวในวันแรกว่าผิดแผนมากมาย

วันที่ 2 เราเริ่มจาก kawaguchiko ไปเจดีย์แดง ขึ้นรถบัสไป oshinohakkai นั่งรถบัสกลับมา kawaguchiko ขึ้นกระเช้า (ได้ส่วนลด) น้่งเรือในทะเลสาบ kawaguchiko (ส่วนลด) ถีบเรือเป็ดในทะเลสาบ kawaguchiko (ไม่มีส่วนลด จ่ายสดๆ เอิ๊ก) นั่งรถ omni bus ไปป้ายสุดท้ายของ kawaguchiko แล้วนั่ง omni bus กลับที่พัก

จากนั้นขึ้นรถบัสไป gotemba เช้าไป gotemba outlet อันนี้เขามีรถฟรีบริการที่สถานี gotemba รอบการเดินรถเช็คได้จากเว็บของ outlet จาก outlet ขึ้นรถไป hakone 

ถ้าวันแรกเราเดินทางได้ตามแผน และฝนตกน้อยกว่านี้ เราว่าคงใช้ pass นี้คุ้มกว่านี้

ส่วนการเดินทางที่เหลือ เราไปเที่ยวหลากหลายก็จริง noborito, yokohama, odaiba, disney sea, saitama, แต่มีบางแห่งที่เขาจะมีตั๋วโดยเฉพาะของเขา ก็เริ่มไปไม่ถูกแหละว่าจะซื้อ pass อะไร เราว่าเราคงงงๆ ด้วยแหละ เพราะไปญี่ปุ่นครั้งที่ 2 เราไปเอง ดุ่มๆ ไปเที่ยวแบบรู้น้อยนิดมาก แม้จะอ่านมาเยอะ แต่ก็นะ ภาคทฤษฎีกับปฏิบัติไม่เหมือนกัน

เราแก้ปัญหาด้วยใช้ suica ซึ่งพอเราแพลนแบบกระจาย ค่าเดินทางเราบานเบอะมาก แต่เราก็เอ้อ เอานะ เป็นประสบการณ์ล่ะกัน ทำไงได้ล่ะ ต้องลองผิดลองถูก เอิ๊ก แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในงบที่วางไว้นะ ไม่ได้เพิ่มเงิน คือบางทีไปเที่ยว มันลดค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่ผิดแผน ก็เอามาโปะๆ กันไป คือ แต่ละวันเราจะใส่เงินไว้แบบวันละซอง แต่ละวันที่เงินเหลือ เราเอาใส่ซองในวันถัดไป แสดงว่าในวันถัดไปงบก็เพิ่มขึ้น

การเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งที่ 3 
เราว่าการเดินทางครั้งนี้ เราค่อนข้างควบคุมค่าเดินทางได้มากขึ้นจากประสบการณ์อันผิดพลาดครั้งที่ผ่านมา

-เราเลือกเดินทางด้วยแพ็คเกจ keisei skyliner & metro pass 72 ชั่วโมง
แพ็คนี้ใช้เดินทางไป-กลับสนามบินนาริตะด้วย keisei skyliner และรถไฟใต้ดินทั้ง 2 บริษัทได้ภายใน 3 วัน เราก็ใช้ 3 วันเลย คุ้มมาก

ก่อนเดินทางเราใช้ hyperdia เช่นเดิม แล้วกดเลือกเดินทางเฉพาะรถไฟใต้ดิน แต่ว่าบางเส้นก็ต้องมี jr ด้วย 

เราว่าการเลือกที่พักมีผลต่อการเลือกตั๋วเดินทางด้วยนะ หากพักใกล้สถานี jr ก็ลองดูตั๋วแพ็คเกจของ jr หากเป็นใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน ก็ลองมองแพ็คเกจของใต้ดิน

มีวันนึงก่อนเดินทางกลับ เราเลือกซื้อ tokunai ตั๋วเดินทางด้วย jr ได้ 1 วัน เริ่มใช้กี่โมงก็ตาม จะใช้ได้ถึงเวลาเที่ยงคืนของวันนั้น วันนั้นเราแพลนเดินทางใน tokyo ทั้งวัน จิ้มเลือกจาก hyperdia ด้วย jr 

เราไป shinagawa, harajuku, shinjuku, ikebukuro, nippori, ikebukuro กลับที่พัก มีผสมตั๋วใต้ดินด้วย พอแพลนแบบนี้ตั๋ว tokunai คุ้มมาก เดินทางเกินราคาตั๋ว

การเดินทางไปครั้งที่ 4 เดือนเมษานี้
จิ้มเลือกสถานที่ที่อยากไป
- ค้นหาจากหนังสือ & รีวิว
- ดู hyperdia 
- คำนวณเงิน

เราเลือก jr rail pass เลย ซึ่งก่อนตัดสินใจซื้อก็ยากนะ คิดหลายตลบเพราะมีราคาแพงมาก แต่จากการคำนวณแล้ว ทริปใหม่เราเดินทางด้วย shinkansen เยอะมาก เพราะเราเลือกเดินทางไกลออกไป และพยายามจะเปลี่ยนที่พักให้น้อยที่สุด เพราะงบประมาณเดินทางเกือบครึ่งจะไปอยู่ที่ตั๋วเครื่องบินและที่พัก (สำหรับเรานะ อาหารเราไม่ค่อยเน้น) 

ลองดู pass อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ครอบคลุมเส้นทางที่เราแพลนไว้ ลองหลายตลบมาก บวกค่าเดินทางจนมึน

jr rail pass ต้องซื้อในเมืองไทย แต่ตอนนี้ก็สามารถซื้อได้ที่ญี่ปุ่น แต่ควรเช็คข้อมูลในเว็บไซต์ก่อนว่าไปซื้อที่ไหนได้บ้าง ราคาเท่าไหร่ เทียบกับซื้อเมืองไทยแล้ว ราคาต่างกันเท่าไหร่

แพลนที่คิดไว้ในครั้งนี้ คือ egico-yuzawa, kawaguchiko, matsumoto, japan alps, matsumoto, mitaka, disney sea, sendai และใน tokyo บางส่วน

เราเคยถามที่ H.I.S จะต้องซื้อด้วยเงินสด หากใช้บัตรเครดิตจะชาร์จเพิ่ม 3%,

มีบางเส้นทางเราต้องจ่ายเพิ่มเอง ยอมรับว่าการไปครั้งนี้ ค่าเดินทางค่อนข้างเยอะ จากการคำนวณ และบวกเผื่อไว้ด้วย สนองนี้ดส์มาก อยากไปไหนในเวลานี้ก็ไปซะ ต่อไปไม่รู้จะได้ไปหรือเปล่า

การวางแผนเดินทาง จะว่ายากก็ยากนะ แต่ก็สนุกนะ แบบบางทีนึกอยากจะเปลี่ยนหน้างาน เราก็เคยทำมาแล้ว เคสแบบนี้ถ้าเดินทางคนเดียว มันได้นะ แล้วแต่ใจเราเลย ถ้าต้องไปมากกว่าหนึ่ง ก็อาจจะทำให้ผู้ร่วมเดินทางสตั๊นได้ แต่เราไปกับลูกชาย ไม่ค่อยมีปัญหาหรอก ก็ช่วยๆ กันดู ปรับเปลี่ยนตามสภาพอากาศ

เดี๋ยวนี้ อากู๋ ช่วยได้เยอะเลย จิ้มจากที่นึงไปอีกที่หนึ่ง ก็มีเส้นทางให้เลือกได้เลย จะเดินก็คำนวณเวลา ระยะทางให้เสร็จ บอกการเดินให้ตลอดเส้นทาง ก็ไม่ยุ่งยากนะ

เดินทางจะสนุก เกิดการจดจำ หลงบ้าง ผิดพลาดบ้าง เรียนรู้ชีวิต ก็สนุกดี มันก็ไม่ได้เป๊ะทุกครั้ง พอมานั่งนึกๆ เขียนๆ ก็ขำๆ ตัวเองนะ 









Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2560 7:22:36 น.
Counter : 382 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Tonkaow20
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กุมภาพันธ์ 2560

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
11
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
 
 
All Blog