สักการะ พระพุทธรูป Daibutsu และวัด Hasedera @Kamakura





ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้ความสนใจอ่าน จริงๆ ตั้งใจเขียนไว้เป็นบันทึก เก็บไว้ในความทรงจำว่าช่วงหนึ่งของชีวิตภายในเวลา 2 ปี เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นถึง 3 ครั้ง สำหรับตัวเองแล้วถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ เพราะเป็นคนที่ไม่ค่อยได้ท่องเที่ยว ไม่ค่อยได้มีโอกาส ไม่เคยคิดว่าจะได้ไปไกลขนาดนี้ 

การเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรก คือ ประเทศลาว เจ้านายแม่พาไป เราก็เดินตามเขาไป ชอบในวัดวาอารามสวยงาม ธรรมชาติล้วนๆ 

จากนั้นก็อีกหลายปี ไปประเทศสิงคโปร์ ฟังสัมมนา ได้เดินเที่ยวนิดนึง ก็เดินตามเพื่อนอีกเช่นเคย หยิบจับอะไรก็ไม่ลง แพงไปหมด 

ทั้งสองประเทศที่ไป นอกตรงๆ ก็ไม่ต้องอะไรคิดมาก เดินตามเขาไปเรื่อยๆ ไม่ต้องกังวลอะไร เขาทำอะไรก็ทำตามเขา

แต่การเดินทางครั้งล่าสุด ไปคนเดียว ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ไปคนเดียว ทำให้รู้สึกอะไรในชีวิตก็เกิดขึ้นได้ 

วกเข้ามาสู่เส้นทางผจญภัย

เดินกลับมาที่สถานีรถไฟ จุดหมายปลายทางต่อไป คือ วัด Kotouku-in สักการะพระพุทธรูปใหญ่ Daibutsu เดินมาตามทางเรื่อยๆ มีป้ายบอกมาตลอด หรือเอาง่ายๆ ก็เดินตามผู้คนมา เพราะแต่ละคนก็ไปที่เดียวกัน หากเมื่อย มีร้านค้าให้แวะพักเป็นระยะๆ 


ความน่ารักของรถไฟเขา         

ข้ามาถึงภายในวัด นอกจากจะได้สักการะพระพุทธรูป Daibutsu แล้ว เรายังได้พบกับต้นสนที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศญี่ปุ่น เรายืนอ่าน และมองอยู่นาน ด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจนะ เพราะเราอ่านมาก่อนจากหนังสือ พอรู้ว่ามีต้นสนนี้ ทำให้เรายิ่งอยากมาเห็นด้วยตาตัวเอง

ที่วัดนี้พบเจอคนไทยเยอะกว่าที่เกาะ Enoshima มีหลากหลายรุ่นตั้งแต่เด็กจนถึงผู้ สว. พระพุทธรูป Daibutsu เราสามารถเข้าไปด้านองค์พระได้ ค่าเข้าชมไม่แพงมาก นิดเดียว เราก็มุดเข้าไปดูนะ ไหนๆ มาแล้วก็มุดเข้าไป




ด้านในพระพุทธรูป


พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีทรงปลูกต้นสน ใน พ.ศ. 2474


ต้นสนนี้ตามหนังสือเขาว่าว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ทรงปลูกในปี พ.ศ. 2445 แต่ในหลวงของเรา (รัชกาลที่ 9) ทรงให้ปลูกทดแทนต้นเดิม


สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวิชราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร (พระยศในขณะนั้น ปัจจุบันรัชกาลที่ 10) ทรงปลูกต้นสนนี้เมื่อปี 2530



จากนั้นก็เดินชมสวน แพร้บนึง ก็เดินออกมาเพื่อเป้าหมายถัด คือ วัด Hasedera ที่นี่จากหนังสือ เขาเขียนว่ามีเทวหินเยอะมาก ได้สักการะเจ้าแม่กวนอิม ก็เดินกลับมาทางเดิม แต่เกือบเลย จนเอะใจอะไรบางอย่าง หันกลับไปดูป้าย อ้าว นี่ทางเข้าวัดแล้วนี่

พอได้เข้าไป วัดแห่งนี้มีเทวหินมากมาย มีจุดชมวิว สวยๆ แต่ต้องเดินขึ้นไปสูงเหมือนกัน เราก็เดินชมรอบๆ วัด พร้อมกับได้เครื่องลางมาด้วย เขามีภาษาอังกฤษกำกับไว้ เราอยากได้แบบไหน ก็เลือกแบบนั้น มีทุกอย่าง ตั้งแต่ความรัก การเรียน การเงิน ร่ำรวย สุขภาพ จากนั้นก็เดินชมรอบๆ วัดต่อ 

จนจะถึงทางออก เราเดินตามชาย-หญิงญี่ปุ่นคู่นึง เอ๊ะ เขาเดินไปไหนกัน ก็ได้เจอทางเข้าไปในถ้ำเล็กๆ ภายในมีเทวรูปหินอีก เยอะมาก แต่ด้านในเราไม่ได้ถ่าย เพราะต้องก้มตัวเดินตลอด คนเดินตามด้วย ไม่สะดวกในการถ่ายรูป เดินไปตามทาง แปลกตาดี ก็ชอบนะ


ด้านหน้าวัด





















ทางเข้าถ้ำ



ออกเดินก้าวสู่จุดหมายปลายทางถัดไป ระหว่างทางมีโทรศัพท์มา อ้าว งง ดิ โทรมาจากเมืองไทยด้วย จ๊าก แต่คนโทรเขาไม่รู้ว่าเราอยู่ญี่ปุ่น เอิ๊ก

กลับมาที่สถานีรถไฟ เพื่อไป Tsurugaoka Hachimangu Shrine

เดี๋ยวมาเล่าต่อนะคะ



Create Date : 10 ธันวาคม 2559
Last Update : 13 ธันวาคม 2559 21:23:13 น.
Counter : 186 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Tonkaow20
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
9
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog