Shinjuku & Shibuya


ขอบคุณคุณผู้อ่านทุกๆ ท่านนะคะ ไม่คิดว่าจะมีคนอ่าน กะว่าจะเขียนเป็นบันทึกความทรงจำ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ 

หลังจากตากฝนอย่างฉ่ำใจที่ Tokyo Disney Sea แล้ว เดินทางไป Shinjuku ก่อนจะไปกินปิ้งย่างกัน

ฝนหยุดตกแล้ว ไปช็อปย่านดังกัน สาวๆ ก็สนุกสนานกัน ละลานตาไปหมด ร้านรวง ห้างสรรพสินค้ามากมาย แต่ละคนแตกกระสานซ่านเซ็น ซื้อได้ตามยอดได้คืน vat tax แต่ก็มานัดเจอกัน ไกด์แจกแผนที่ร้านรวงต่างๆ และนัดมาเจอกันเพื่อไปร้านปิ้งย่าง

เราไปดูนาฬิกาจะซื้อให้แม่ ก็เล็งๆ ดูๆ แต่ก็ติดอะไรหลายๆ อย่าง คือ อยากได้ made in japan แต่มันไม่รับประกันแบบ world wide ถ้าไม่ใ่ช่ผลิตที่เจแปน แต่ได้รับประกัน world wide สุดท้ายก็เลยไม่ได้เราเดินไปดูอย่างอื่นๆ แทน

สาวคนนึงในกรุ๊ปเล่าว่าที่นี่มีร้านแบรนด์เนมมือสอง คือ คนญี่ปุ่นเขาจะเปลี่ยนบ่อย ยังไม่ทันเก่า สภาพยังดีอยู่ เราก็เคยเดินๆ ไปดูบ้าง แต่ก็ไม่ได้ซื้ออะไรนะ (ทนได้อีก)

เราก็ได้นิดๆ หน่อยๆ แต่สู้สาวๆ ไม่ได้ ช๊อปกันวันที่สองก็ยังจัดเต็มกันอยู่ 

สิ่งที่เราได้เหรอก็มี 
- hadalabo ขวดสีแดง (กลับมาใช้เกือบปียังไม่ค่อยพร่องเลย แต่ใช้ดีนะ)
- สำลี sheshido บ้านเราจะเป็นห่อสีขาว แต่ที่ญี่ปุ่นจะเป็นกล่อง ถูกกว่าบ้านเราครึ่งนึง ก็เลยสอยมาเยอะ แหะๆ
- ซับหน้ามัน ถูกกว่าบ้านเรานะ ก็สอยๆ มา แต่จนบัดนี้ยังไม่หมดเบย เราไม่ค่อยซับเท่าไหร่
- แป้งพัฟ cezanne วันรุ่งขึ้นลองใช้เบย แต่ไม่สามารถคุมมันได้จ้า เรากลับมาเมืองไทยใช้สักพักก็เลิกใช้

แค่เนี้ยะแหละ 555  

กว่าจะรวมตัวเจอกันได้ สาวๆ ยังพัวพันกับร้านค้า แต่ต้องไปต่อ พากันเดินไป shibuya กว่าจะเดินไปถึงก็เริ่มหัวค่ำนิดๆ แน่นอนไปถึง Shibuya ไม่พลาด 5 แยกซิจ๊ะ (แตกต่างจากลาดพร้าวอย่างสิ้นเชิง คริๆ) 

คนเยอะแยะมากมาย รอข้ามห้าแยกกัน เรากะสาวๆ วิ่งข้ามกันไปมาสองรอบ สนุกสนานมาก หัวเราะคิกๆ คักๆ 

จากนั้นไปกินปิ้งย่างร้านดัง คนไทยทั้งร้านเลย (เป็นเรื่องปกติมากเนอะ เราไป 3 ครั้งเจอคนไทยเยอะมาก แต่มีทีนึงเจอน้อย เดี๋ยวค่อยเล่าว่าที่ไหน) หัวเหม็นดิ ปิ้งย่าง ถามว่าอร่อยมั๊ย เราก็ว่ากินได้นะ แล้วแต่คนชอบนะ 

เราจะติดรสชาติอาหารไทย รสจัด พริกบ้านเขากับบ้านเราไม่เหมือนกัน แต่หากให้มองว่าเป็นประสบการณ์ เราก็ว่าดีนะ ได้ลองอะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ได้รู้ว่าอาหารประเทศอื่นเป็นยังไง 

กินเสร็จ คุยกันว่าสาวๆ อยากช็อปกันต่อ เอาฟ่ะ ถึงไหนถึงกัน ก็ช็อปกันไป เราไปซื้อเสื้อผ้าอีกชุด เพราะที่กะว่าที่เอามาจากเมืองไทยจะใส่ได้ถึงวันกลับ แต่มาเจอฝนมา 2 วันก็ไม่ไหวแล้ว เข้า uniqlo คนเยอะมาก แล้วไปร้าน 100 เยน 

เพราะเรารอคิวซื้อจ่ายเงินนานมาก พอมาตามนัด ไม่เจอสาวๆ ก็เลยลองเดินไปสถานที่นัดอีกที่นึง ถึงได้เจอกัน คือ สาวๆ ติดต่อเราไม่ได้ เพราะพ้นพื้นที่ pocket wifi เขาไม่รู้จะติดต่อยังไง เราก็เสียวๆ นะ หลงเมืองไทยไม่ว่า แต่หลงต่างประเทศนี่ เราก็คิดไม่ออกเหมือนกัน ตอนเดินไปที่นัดพบอีกจุด เราก็พยายามคิดว่าเอาฟ่ะ ถ้าไปแล้วไม่เจอกัน จำชื่อโรงแรมได้ เดี๋ยวถามๆ เขาว่ากลับยังไง คงได้ล่ะน่า

ขากลับโรงแรมได้ลองขึ้นรถไฟญี่ปุ่นครั้งแรก โห เดี๋ยวนะ ทำไมมันวุ่นวายไปหมดเลยอ่ะ

ไม่เหมือน bts หรือ mrt บ้านเราเลย บ้านนอกอีกแล้วเรา มองแล้ว งงมาก เดินๆ ตามเขาไป เดี๋ยวหลงจริงๆ ขึ้นมาจะยุ่ง เพิ่งรู้ว่าโรงแรมที่เราพัก เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟด้วย 

พรุ่งนี้วันสุดท้าย ไฟล์ทออกดึกๆ ที่ Haneda แต่ต้องเก็บของลงกระเป๋าออกจากโรงแรมไปเลย
นั่งเก็บกระเป๋าไป ง่วงไป กว่าจะเสร็จ กระเป๋างอกมาอีกใบ เราเตรียมกระเป๋ามาอีกใบใส่ของ แต่ของเราไม่เยอะเลย ถือว่าน้อยที่สุดในกรุ๊ป ไม่รู้จะซื้ออะไร





Create Date : 04 ธันวาคม 2559
Last Update : 4 ธันวาคม 2559 21:28:08 น.
Counter : 172 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Tonkaow20
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
9
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
All Blog