Review Hotel Horidome Villa @ Kodemmacho - Japan



ที่พักดีงามแห่งนึง ราคาไม่แพง 

Hotel Horidome Villa อยู่ที่สถานี Kodemmacho รถไฟใต้ดิน ทางออกหมาย  3 เรารีวิวทางไปไว้แล้วที่นี่นะ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tonkao20&month=06-05-2017&group=1&gblog=48

วันนี้จะมารีวิวเพิ่มเติมนะ

วกกลับมาที่สนามบินนาริตะ พอแลนด์ดิ้งเสร็จแล้ว มาถึงก่อนเวลานิดหน่อย

แต่... ระหว่างทาง ขอบอกว่าฝ่าสภาพอากาศที่คึกๆ คั่กๆ ตลอดทางนะ คือ เราหลับๆ ตื่นๆ ปกติระหว่างบินเราจะรัดเข็มขัดตลอดนะ 

ระหว่างบินเราได้ยินเสียงกัปตันประกาศรัดเข็มขัดเป็นระยะๆ แม้กระทั่งช่วงที่แอร์ฯ แจก ขาย อาหาร เครื่องดื่ม บางช่วงต้องเข็นกลับ เพื่อให้บินผ่านช่วงอากาศไม่ดีไปก่อน 

ก็รอดกันมาได้แหละ ลุ้นแทบตายอ่ะ กัปตันเก่งมาก พา ผดส. ผ่านพ้นสภาพอากาศแบบนั้นมาได้ 

ออกจากเครื่องก็เดินไปปกติ ที่นาริตะ จะเดินยาวๆ กว่าฮาเนดะ เดินไปกัน 

ห้องน้ำ ให้เดินไปอีกนิด ยาวๆ ค่ะ คนจะโล่งกว่าห้องน้ำที่เดินมาเจอด่านแรก อึดๆ กันอีกนิดๆ นะ เดินสาวๆ กันยาวๆ 555 จัดการทำธุระกันก่อนค่ะ เอาหน้าตาพอดูได้ พบกับด่านต่างๆ กันก่อน 

เน้นนะคะ ที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการเขียนที่พัก/ที่อยู่/ชื่อโรงแรม สถานที่ตั้ง เบอร์โทร. ของที่พักมากๆ ในใบที่เขียนเข้าเมือง สำคัญมากๆ เขียนกันให้ครบนะคะ 

คือ เราจะเตรียมไว้ในมือถือ หรือแล้วแต่ความสะดวกของแต่ละคนเลย

ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร.ของที่พัก ให้เป๊ะๆ 

ที่เจอล่าสุด คือ มากับกรุ๊ปทัวร์ เขียนชื่อโรงแรม แต่ต้องระบุด้วยนะคะว่าย่านใดในโตเกียว จนท.ของญี่ปุ่นช่วยเขียนให้ นทท. กรุ๊ปนั้นว่าโรงแรมนี้อยู่ที่ Shinjuku 

พอจะออกมาที่ด่านสุดท้าย สาวไทยด้านหน้าเราถูกขอให้เปิดกระเป๋า นางก็งงๆ นะ แต่ก็เปิด ก็ไม่มีอะไร ก็ผ่านไป 

ส่วนของเรา จนท. หยิบแฟ้มให้ดูว่าเรามีของเหล่านี้ในกระเป๋ามั๊ย เราก็ส่ายหน้าหงึกๆ 

จนท. ขอให้เปิดกระเป๋าเป้ของลูกชาย เราก็เปิด มีหนังสือการ์ตูน พาวเวอร์แบงค์ หูฟัง น้ำดื่มที่ได้บนเครื่อง ก็เอาที่เขาสบายใจ 555 ผ่านไปค่ะ 

ไม่มีไรน่ากลัว ถ้าเราไม่มีวัตถุประสงค์อื่นใด ผ่านสบายๆ นะ

เข้าสู่เรื่องที่พักกันต่อ

เดิมเรากะว่าจะไปคนเดียว จองไว้อีกทีนึงผ่าน booking ตามเคย แต่มาเปลี่ยนใจ เอ้อ อยากเอาลูกชายไปด้วย ก็เลยต้องเปลี่ยนการจองจากเข้าพัก 1 คนเป็น 2 คน ทีนี้ราคาก็ต้องอัพขึ้น เราก็ เอ๊ะ ลองหาที่ถูกกว่านี้ดีมั๊ย เดินทางสะดวกด้วย ไม่ไกลจากที่ๆ เราจะไปมากนัก

ก็ค้นๆ หาใน booking แหละ ลองแม้กระทั่งจองตั๋วเครื่องบินกะที่พักพ่วงกันก็ยังไม่ค่อยเคร เพราะราคาที่พัก 4 คืน ก็หมื่นกว่าบาททั้งนั้น

ลองกดราคากับที่พักเดิมที่เคยพักตอนเดือนเมษา 60 
ที่พักที่นี่ เราก็ว่าเครนะ สไตล์เรา เอาความคิดมาจากแม่ คือ ออกเช้า กลับตอนค่ำๆ ที่พักเอาพอประมาณ เราเพิ่มเน้นเดินทางสะดวก 

พอกดราคาที่สองคน เรากับเด็กอายุ 11 ปี 4 คืนอยู่ที่แปดพันกว่าบาท ถูกสุดในบรรดาทั้งหมดที่กดไปก่อนหน้านี้

นึกถึงประสบการณ์ที่ผ่านมา ก็อะเคร ไม่เลวร้ายอะไรนะ ก็กดจองไป ไม่คิดจะเปลี่ยนไปที่ไหน

เราไปถึงที่พักประมาณ 10 โมงนิดๆ ก็รู้แหละว่าได้แค่ฝากกระเป๋าไว้ก่อน จะเช็คอินได้จริงๆ ก็ตอนบ่าย 3 เป็นต้นไป

ไปถึงเราก็ยื่นพาสสปอร์ต บอกเขาว่าเราขอฝากไว้ก่อน เขาก็ดำเนินการถ่า่ยเอกสาร จ่ายตังค์ก่อน 

ทีนี้เขายื่นกุญแจให้เราๆ ก็งงๆ เขาบอก special for you ขึ้นห้องได้เลย เราก็ ห๊ะ เขาก็พยักหน้า เราก็รับๆ มา เอ้อ ก็ดีแหะ อาจจะเป็นเพราะห้องไม่ได้มีใครพักก่อนหน้านี้ ไม่ได้ทำความสะอาด และอีกอย่างเราว่าเราเคยมาพักเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา

เพราะตอนที่เรามากันเองกับลูกครั้งแรก เราไปพักที่ Metropolitan ที่ Ikebukuro ที่เราเคยพักตอนที่มากับอีกกลุ่มนึง เราก็ได้อัพเกรดห้องพักให้เราเป็นห้องใหญ่ขึ้น เอ้ย ใหญ่จริงๆ นะ แบบสบาย หรูหรามาก แต่ราคาที่นั่นก็แพงมากๆ นะ ตอนนั้นเราใช้พ่วงจองกับตั๋วเครื่องบิน ก็ไม่ค่อยแพงมากช่วงนั้น 

วกกลับมา เราก็พากันเอากระเป๋าไปเก็บ ก็ เอ้ย จากห้องพักเรา เห็น Tokyo Sky Tree อ่ะ คือ แบบ เอ้ย ดีงามอ่ะ 





ช่วงกลางคืน จะมีเล่นไฟ วิบๆ ลูกเรานอนดู เพลินเลย ปิดไฟในห้อง เปิดม่านแล้ว นอนดูจนหลับค่ะ ฟินมากค่ะ 

มิน่าเขาถึงบอกว่า special for you

ห้องพักสะอาด ทำความสะอาด เปลี่ยนผ้าเช็ดตัว ผ้าเช็ดศีรษะ เก็บขยะในห้องให้ทุกวัน 

ช่วยเราจัดห้องด้วย 555 ช่วยให้เราสะดวกตากชิ้นเล็กชิ้นน้อย น่ารักที่สุด ทำให้เรามีพื้นที่ในการวางของ วางกระเป๋า 

ที่นี่จะไม่มีบริการอาหารนะคะ มีกาแฟให้ฟรีที่ชั้น 1 

ข้างๆ มี Family Mart 

ขนาดห้องพัก พอได้ สำหรับสองคน ขยับตัวได้ ขนาดเตียงสำหรับเรา ได้นะ ขนาดห้องน้ำไม่เล็กเกินไป ของใช้ที่วางไว้ให้มีแก้วน้ำ แปรงสีฟัน หวี ที่โกนหนวด ครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผม อาจจะมีมากกว่านี้ ตรง front มีเพิ่มเติมอีก หากต้องการมากกว่านี้ 

แต่...ที่เด็ดสุดนะคะ เราลองสำรวจเดินไปทางด้านขวาของหน้าโรงแรม (ปกติเราจะเดินไปทางซ้ายไปสถานีรถไฟ Kodemmacho) ช่วงเย็นเรากลับมาเร็ว ลูกเรานอนเล่นแช่น้ำ เราก็เลยออกเดินสำรวจ

โห ย่านนี้เป็นย่านคนทำงาน มีร้านค้าต่างๆ ที่รองรับคนทำงานสำหรับคนญี่ปุ่น คือ ญีปุ่นจริงๆ มีโรงแรม APA แล้วก็มีร้านอาหารญี่ปุ่นเยอะมาก KFC Starbuck's 7-11 ร้านขนม ร้าน drug store ที่ใหญ่พอได้นะ แต่ราคาอาจจะแพงกว่าในเมืองนิดนึง 

เราเดินไปเจอร้านซูชิ เห็นคนญี่ปุ่นต่อคิวกันซื้อ เขาจะจัดใส่กล่องเล็ก กลาง ใหญ่ หลากหลายแบบให้เราเลือก ร้านนี้อยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ Starbuck's และถ้าออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน Ningyocho ออกมาแล้วเลี้ยวซ้ายไปตามถนน ก็จะเจอ สังเกตง่ายๆ คนญี่ปุ่นรุมซื้อกันแบบต่อคิว ไม่ยากๆ รับบัตร Suica หรือบัตรเครดิตด้วย เอ้ยยยย ไม่มีที่ให้นั่งกินนะ เขาทำด้านใด จัดใส่กล่อง เอาเข้าตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ ให้เราเลือกหยิบได้ตามชอบเลย

เราไม่ได้ถ่ายรูปนะ เกรงใจเขาและคนญี่ปุ่นที่กำลังเลือกซื้อกัน

วันแรกเราซื้อกล่องเล็กมาให้ลูกชิม ลูกเราชอบ อีกวันขอกินอีก ซื้อกล่องขนาดกลางกับเล็ก แบ่งกันกินสองคนแม่ลูก ฟินอ่ะ อร่อย ที่สำคัญ ราคาไม่แพงค่ะ

เราไปเจอร้านขายหนังสือขนาดใหญ่ ใกล้ๆ Starbuck's แถวๆ นั้นแหละ เราเลยไปหาหนังสือ เอาปกให้เขาดู เขาก็หาให้ ค้นหาจากในระบบคอมฯ เดินไปหาให้เรา อู้ว ได้มาแล้วค่ะ เล่มละ 1440 เยน



เราว่าที่พักอะเครนะ



Create Date : 02 กรกฎาคม 2560
Last Update : 2 กรกฎาคม 2560 17:33:13 น.
Counter : 162 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Tonkaow20
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กรกฏาคม 2560

 
 
 
 
 
 
1
3
4
5
6
8
9
11
12
15
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog